กู้ชิงโหรวที่ยืนอยู่ตรงหน้าแท้จริงแล้วความงามไม่ได้อ้อนด้อยไปกว่าสองพี่น้องสกุลจ้าวสักเท่าใดนัก เพียงแต่สีหน้าและท่าทางของนางออกจะมีการแสดงออกที่ทำให้ผู้คนต้องระอามากกว่า ทั้งความหยิ่งผยอง ความเอาแต่ใจและความชอบชิงดีชิงเด่น นางเป็ลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งมารดาของท่านหญิงชิงเยวี่ย สตรีที่ได้ตำแหน่งไท่จื่อเฟยในยามนี้
เพราะเป็คนแต่งเนื้อเื่ขึ้นจ้าวเสวี่ยหรูรู้ย่อมรู้ดีว่าแท้ที่จริงแล้วเพราะเหตุใดท่านหญิงชิงเยวี่ยจึงได้สามารถ่ชิงตำแหน่งไท่จื่อเฟยของจ้าวเสวี่ยหรูไปได้ กู้ชิงโหรวผู้นี้ก็มีส่วนไม่น้อยในการผลักดันญาติผู้พี่ของตนเอง แถมสาเหตุที่ท่านหญิงชิงเยวี่ยได้ตำแหน่งไปก็ไม่ค่อยจะขาวสะอาดเท่าใดนัก พวกนางใช้วิธีสกปรกด้วยการวางยาปลุกกำหนัดกับองค์ไท่จื่อ เื่นี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้นอกจากองค์ไทเฮาที่มีศักดิ์เป็ท่านยายของท่านหญิงชิงเยวี่ย องค์ไท่จื่อฉู่เฟยหลง และจ้าวฉิงคนเขียนนิยายเื่นี้ที่ยามนี้ก็คือจ้าวเสวี่ยหรูนั้นเอง
“ผู้ใดว่าข้ามาหาเื่นางกันเล่า ข้าก็แค่มาทักทายนางเพียงเท่านั้น ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้นางล้มป่วยหนัก เห็นนางหายป่วยได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะมาแสดงความยินดีเสียหน่อย” กู้ชิงโหรวเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม จ้าวเสวี่ยหรูที่มองนางด้วยสายของผู้ที่อยู่เหนือกว่าพลันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันในทันที
“ขอบใจคุณหนูใหญ่กู้มากที่ให้ความใส่ใจในเื่สุขภาพของข้ามากถึงเพียงนี้ แต่ข้าคิดว่าทางที่ดีคุณหนูใหญ่ควรที่จะห่วงตนเองมากกว่า” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยพลางเดินเข้าไปใกล้นางและกระซิบเสียงแ่เบาที่มีเพียงพวกนางเท่านั้นที่ได้ยิน
“พวกเ้าทำสิ่งใดกันไว้ไม่รู้สึกกังวลบ้างหรือ หน้าต่างมีหูประตูมีช่องต่อให้พวกเ้าอุดรอบรั่วกันมากเพียงใดก็ล้วนไม่มิด หากมีคนรู้ว่าคุณหนูใหญ่สกุลกู้และไท่จื่อเฟยเคยยุ่งเกี่ยวกับยาต้องห้ามอย่างยาปลุกกำหนัดแถมยังนำมาใช้กับวรกายอันล้ำค่าขององค์ไท่จื่ออีกเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พวกเ้า ทั้งจวนอ๋องและสกุลกู้ทั้งสกุลอาจจะได้รับโทษหนักก็เป็ได้” เมื่อได้ยินจ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยเช่นนี้สีหน้าของกู้ชิงโหรวก็พลันซีดเซียวในทันที
“นี่เ้า!”
“เื่นี้มีหลายคนที่รู้เื่ แล้วนำมาพูดเอ่ยต่อกันมา ส่วนต้นตอมาจากไหนข้าเองก็ไม่รู้ แต่คนที่จงใจเอามาบอกข้านั้นนับว่าเป็คนที่เชื่อถือได้มากพอสมควร อืม ไม่แน่ว่ายามนี้เขาอาจจะกำลังคิดใช้การกระทำอันไร้สมองของพวกเ้ากำจัดสกุลกู้และอาจจะรวมไปถึงกู้ไทเฮาก็เป็ได้” คำพูดนี้ของจ้าวเสวี่ยหรูถึงกับทำให้กู้ชิงโหรวรีบเค้นเสียงเอ่ยถามขึ้นมาในทันที
“เป็ผู้ใด! ผู้ใดนำเื่นี้มาบอกกับเ้า”
“เป็ผู้ใดไม่สำคัญแต่ข้าไม่คิดจะยุ่งกับพวกเ้าแล้ว ตำแหน่งไท่จื่อเฟยนั้นในเมื่อข้าพลาดไปแล้วข้าก็ไม่คิดจะสนใจอีก ขอแค่พวกเ้าอย่าได้มายุ่งกับข้าและคนในสกุลของข้าอีกเป็พอ ความพ่ายแพ้นี้ข้าขอยอมรับเอาไว้อย่างเต็มใจ ในเมื่อสาแก่ใจพวกเ้าแล้วก็อย่าได้มาวุ่นวายกับข้าอีก ชั่วชีวิตนี้ข้า้าแค่เพียงความสงบสุข” เมื่อได้ฟังประโยคนี้ดวงตาของกู้ชิงโหรวไหววูบ นางจะคิดได้หรือไม่จ้าวเสวี่ยหรูไม่ได้สนใจ การ่ชิงในอำนาจระหว่างสกุลใหญ่แต่ละสกุลไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เห็น สกุลกู้ของไทเฮา สกุลเฉียนของฮองเฮา แล้วยังมีสกุลเผยของเผยกุ้ยเฟยอีก
เนื้อหาในนิยายที่นางเขียนเอาไว้หลังจากที่จ้าวหยางผู้เป็อัครเสนาบดีล้มป่วยจากการตายของบุตรสาวคนโต สกุลกู้ก็ได้ตำแหน่งอัครเสนาบดีแทน จ้าวเสวี่ยอิงที่เห็นว่าครอบครัวตกต่ำอาศัยที่มารดาของตนคือบุตรสาวของคหบดีใหญ่ใช้เงินคอยจุนเจือจวนสกุลจ้าวที่กำลังย่ำแย่เอาไว้ แล้วไปขอพึ่งพาบารมีของสกุลเผยซึ่งเป็สกุลเดิมของเผยฮูหยิน แม่ทัพเผยเป็ตาแท้ๆ ของจ้าวเสวี่ยหรูมีหรือจะไม่รู้สึกเจ็บแค้นที่หลานสาวของตนต้องตายจากไป จึงให้ความร่วมมือและผลักดันจ้าวเสวี่ยอิงอย่างเต็มที่จนนางสามารถเข้าไปสร้างความปั่นป่วนในตำหนักบูรพาได้
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าไปได้ยินมาจากผู้ใด แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานก็อย่าได้เอามาพูดมั่วซั่วเช่นนี้” คำพูดของกู้ชิงโหรวทำให้จ้าวเสวี่ยหรูยิ้มเย็นออกมา
“ข้าไม่มีแต่คนผู้นั้นอาจจะมี พวกเ้าระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดีเถอะ เขาเอามาบอกข้าไม่รู้เป็เพราะจุดประสงค์ใดกันแน่ อีกทั้งเขานำเื่นี้ไปบอกกับผู้อื่นอีกหรือไม่ข้าก็ไม่รู้ ส่วนข้าคนนี้ก็อย่างที่บอกเ้าไปว่าขอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอแล้วเื่ราวนอกเหนือจากนี้ข้าจะไม่ขอข้องเกี่ยว” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยพลางเดินผ่านนางไปโดยไม่สนใจนางอีก
สาเหตุที่จ้าวเสวี่ยหรูเปิดเผยว่าตนเองรู้ความลับก็เพราะอยากจะให้กู้ชิงโหรวรู้ว่านางไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่า แต่สาเหตุที่ยกผู้อื่นมาแอบอ้างก็เพราะ้าปั่นหัวพวกนาง ให้พวกนางหาให้ตายก็ไม่เจอหรอกคนที่รู้เื่นั้นแล้วนำมาบอกจ้าวเสวี่ยหรู แต่จะให้พวกนางนั่งหัวเราะอย่างมีความสุขโดยไร้ซึ่งความกังวลนั้นก็ไม่ใช่นิสัยของจ้าวฉิง อื้ม อันที่จริงยามนี้นางคือจ้าวเสวี่ยหรูแล้ว เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าด้วยนิสัยใหม่นี้ของจ้าวเสวี่ยหรูนางไม่ใช่คนที่ชอบทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น แต่ถ้าผู้อื่นมาวุ่นวายกับนางมากๆ เข้านางก็ไม่คิดจะปล่อยให้คนผู้นั้นลอยนวลไปได้โดยไม่คิดตอบโต้เป็แน่
‘ความสงบสุขนั้นข้าย่อมอยากได้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากถูกรังแกแล้วไม่คิดสู้ ชีวิตที่เหลือก็คงจะต้องถูกรังแกอยู่ร่ำไป’ นี่คือความคิดภายในใจของจ้าวเสวี่ยหรู
“เ้าเอ่ยอันใดกับนางหรือ” จ้าวเสวี่ยหรงที่เดินติดตามมาเอ่ยถามน้องสาวเมื่อเห็นว่าบริเวณนี้ไม่มีผู้อื่นแล้ว เมื่อครู่นี้ที่พวกนางสนทนากันถึงแม้จะแ่เบาแต่คนที่ยืนอยู่ใกล้ก็พอจะได้ยินอยู่บ้าง ถึงแม้จะได้ยินไม่ชัดแต่ก็พอจะจับใจความได้ว่า จ้าวเสวี่ยหรูไปรู้เื่ราวเน่าเหม็นบางอย่างของกู้ชิงโหรวมา
“ข้าก็แค่อยากจะข่มขู่นางเพียงเท่านั้นเ้าค่ะ ยามนี้พวกเราก็แค่นั่งมองคนร้อนตัวไล่งับผู้อื่นไปทั่วเพื่อหาตัวคนที่ปล่อยข่าวไม่ดีของนางก็พอ” คำพูดของจ้าวเสวี่ยหรูทำให้พี่ชายของนางต้องนิ่วหน้า แต่กลับทำให้คนที่ยืนอยู่อีกด้านของูเาจำลองต้องหยุดนิ่งเพื่อฟังบทสนทนาของนางในทันที
“หรูเอ๋อ ข้ารู้ว่าเ้าทั้งเสียใจและเจ็บแค้น แต่อย่าได้ไปยุ่งกับพวกนางเลยยามนี้ตำแหน่งนั้นได้หลุดลอยไปแล้ว คนก็เช่นกัน” จ้าวเสวี่ยหรงเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงปลอบโยนยามนี้ผู้ติดตามและสาวใช้ล้วนเว้นระยะห่างให้พี่น้องได้พูดคุยกันเป็การส่วนตัว เขาไม่รู้สักนิดว่ายามนี้มีคนกำลังฟังบาทสนทนาระหว่างเขากับน้องสาวอยู่
“ข้าย่อมรู้ดีเ้าค่ะ ในเมื่อวาสนาหลุดรอยไปแล้วข้าก็ไม่คิดจะเหนี่ยวรั้ง เพียงแต่ข้าไม่ชอบให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำข้าโดยไม่คิดจะตอบโต้ ข้าในยามนี้รักชีวิตของตนเองมากที่สุด เื่อื่นข้าไม่สนใจหรอกเ้าค่ะ ขอแค่อย่าได้มีผู้ใดมาทำร้ายข้าและสกุลจ้าวก็พอ” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยพลางจ้องมองท้องฟ้า
ในหัวของนางตอนนี้กำลังคิดถึงร่างของตนเองในโลกแห่งความเป็จริงที่ไม่รู้ว่าเป็หรือตายกันแน่แต่ชีวิตในนิยายแห่งนี้นั้นยังคงอยู่และคงไม่ได้สงบราบรื่นเท่าใดนัก อีกไม่นานจวนสกุลจ้าวคงจะต้องพบกับมรสุมการแย่งชิง หากสกุลจ้าวรอดนางก็รอดไปด้วย เพราะฉะนั้นนางจะต้องพยายามเข้มแข็งเอาไว้ เปิดหูเปิดตาให้กว้างทบทวนเนื้อหาในนิยายให้ดีหากนางพลาดพลั้งหรือละเลยจุดไหนไปก็คงได้ตายไปจริงๆ ตามนิยายที่ตนเองเขียนเอาไว้เป็แน่