ร่างบางใสของลิตาที่เหมือนกับอากาศค่อยๆ สลายไปตามลมไม่ได้มีกายหยาบจับต้องได้เหมือนบัวชมพูที่นอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงเมื่อกลายร่างเป็คน
"เหมียวๆๆๆๆ "บัวชมพูโวยวาย พีทขยับตัว คว้าร่างแมวมากอดไว้ น้ำตาเริ่มไหล ทำไมต้องเป็แบบนี้ หรือจะเป็เหมือนในหนังิญญาออกจากร่างไปเข้าร่างคนอื่นหากจะกลับไปก็ต้องหาทางเข้าร่างตัวเองให้ได้ ว่าแต่ร่างของบัวชมพูอยู่ที่ไหนต้องหาทางไปหาร่างของเธอให้ได้ พีทจะช่วยอะไรได้บ้างนะ หรือว่าบัวชมพูต้องหัดเปล่งเสียงภาษาคนเหมือนลิตาแต่จะทำอย่างไรล่ะนานๆ ถึงจะพูดได้สักครั้งหนึ่ง แล้วกลายร่างตอนเที่ยงคืน น่าอายชะมัดล่อนจ้อนต่อหน้าผู้ชาย ถ้าเกิดวันไหนที่พีทยังไม่นอนบัวชมพูไม่ซวยเหรอแล้วลิตาจะเข้าใจผิดไหม เครื่องหใายคำถามมากมายวิ่งวนในหัว เผลอหลับไปยันเช้า พีทขยับตัวไปมาบนที่นอน เขาว่าเช้าๆ ผู้ชายมักมีอารมณ์ในเื่อย่างว่าบัวชมพูเขิน ขยับตัวหนีด้วยความเคยชิน หลงคิดว่าตัวเองยังเป็มนุษย์อยู่ พีทดึงขาหน้าลากบัวชมพูเข้ามาใกล้
"อะไรของแกอึน ตัวอุ่นๆ เอามากอดหน่อยสิ"กอดบัวชมพูแน่น ก่อนจะทันตั้งตัวพีทจุ๊บเข้าที่กลางหน้าผากหนึ่งที
"แง้ว"โมโหคนอะไรชอบอาศัยทีเผลอ ถ้าเป็ลิตาคงชอบน่าดูแต่นี่เป็บัวชมพูจูบแรกก็ยังไม่เคยโดนล่วงเกิน นี่มันสองครั้งล่ะที่แอบจุ๊บทีเผลอ
"คนบ้า"พีทหันควับบัวชมพูยกมือปิดปาก ทำไมเปล่งเสียงได้อีกแล้วเพราะอะไร
"อึนแกพูดหรือว่าฉันหูฝาดไป"
"ปะ แป้ว แม้ว"จะออกเสียงว่าเปล่า
"555นี่แกหัดพูดหรืออย่างไรเหมือนหมาเลยชอบหีดออกเสียง บ้าจริงแมวที่ไหนจะพูดได้"บัวชมพูมองตาต่ำ ท่านประเมินข้าต่ำไปแล้ว
พีทเขย่าหัวไปมา
"ดีๆ หัดพูดไว้ ฉันจะได้ไม่เหงา"บัวชมพูแกล้งเฉไฉมองนู้นมองนี่ วันนี้อยู่คนเดียวต้องหัดออกเสียงบ่อยๆ ว่าแต่อะไรเป็ ปัจจัยให้บัวชมพูออกเสียงเหมือนมนุษย์ได้นะ
"วันนี้ ฉันจะหัดแกกินอาหารแมวอีกรอบ เรามาเริ่มกันในวันดีๆ แบบนี้"อ้าวซวยแล้ววันนี้วันหยุดนี่อดหัดพูดเลย
"ความจริงวันนี้คุณแม่ให้กลับไปทานข้าวที่บ้าน ฉันว่าจะพาแกไปด้วยนะอึน คุณแม่ไม่ชอบแมวเท่าไหร่แต่ว่าต้องค้างนี่สิ เป็ห่วงแก
คุณแม่บ่นว่าฉันมาอยู่ที่นี่แล้วไม่ค่อยกลับบ้าน ท่านเลยหาโอกาสให้ไปทานข้าวที่บ้าน"บัวชมพูนั่งฟังนิ่งๆ ดีเหมือนกันออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างอยู่แต่ในนี้เบื่อจะตายอยู่แล้ว
โรแยล คานินกับอาหารกระป๋องจากต่างประเทศที่มีสารอาหารระบุอยู่ข้างกระป๋องยาวเหยียดที่พีทบอกทรงคุณค่าและน่าอร่อย
ถูกเปิดใส่จานสี่จาน เรียงกันตรงหน้าบัวชมพู
"ลองเลยอึนอย่ายึดติด มันอาจถูกใจแกก็ได้"บัวชมพูเบ้ปากแหงนหน้าสบตาพีท
จะให้ฉันกินจริงๆ หรือ
พีทลูบหัว
"น่าลองก่อน ฉันรู้ว่าแกไม่ชอบแต่ คาร่าเขาแนะนำมาเชียวนะว่า อร่อยสุดแมวบ้านเพื่อนเขาก็กินแบบนี้ แล้วที่แน่ๆ มันแพงหูฉี่เลย" บัวชมพูทำท่าดมๆ แบบขัดไม่ได้ สรุปแล้วก็คือเหม็นมีกลิ่นแปลกๆ ไม่เหมือนปลาสดทอด แต่กลิ่นเหมือนกับปรุงแต่งให้มีรสปลา เพิ่มเข้ามา นั่งนิ่งไม่ชิม พีท ถอนหายใจ
"หรือว่าจะทำแบบที่คาร่าบอกให้อดเสียให้เข็ดเวลาหิวโซจะอร่อยทุกอย่าง "
"ไม่นะ"คราวนี้พีทมองตาค้างใช้นิ้วชี้แคะหูตัวเอง
"แกว่าอย่างไรนะ"
"เหมียว เหมียว"ไม่ออกมาอีกแล้วหวังจะพูดให้เขาเห็นให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลยแต่มันไม่ออกมาเป็ภาษาคน
พีทส่ายหน้าไล่ความมึนงง
"สงสัยต้องไปตรวจสมิงเสียแล้วมันเสียงในหูหรือเปล่าเฮ้อ ตั้งลิตาเสียไปนี่มักมีอะไรแปลกๆ "บ่นเบาๆ บัวชมพูสงสาร นึกว่าตัวเองบ้าเสียแล้วหรือนายพีท
ขยับตัวไปทอดปลาให้เหมือนเดิม บัวชมพูนั่งรอด้วยความหวัง คงไม่คิดจะทำอย่างที่คาร่าว่านะ แม่ตัวดีคาร่าจะเป็ศัตรูกันไปถึงไหน
บัวชมพูถูกจับยัดเข้าไปในกล่องพลาสติกพีทลูบหัวเบาๆ
"อดทนหน่อยนะ"ทอดเสียงอ่อนโยน บัวชมพูเผลอยิ้มแต่ออกมาแบบไหนละแมวยิ้ม
คฤหาสน์หลังใหญ่ภายใต้ร่มไม้หนาทึบ รถเบนส์รุ่นใหม่ล่าสุดของพีทเลี้ยววนเข้าไปจอดด้านหน้าคนรถวิ่งมานับกุญแจพีทหิ้วกล่องบัวชมพูเข้ามาด้านใน แม่บ้านท่าทางใจดีวิ่งมารับกล่องบัวชมพู
"คุณพีท มาแล้ว"เสียงะโดีใจของเหล่าคนรับใช้ในบ้าน
พีทยิ้มหวาน
ยื้อกล่องของบัวชมพูไว้
"ให้เขาอยู่กับผมดีกว่าครับไม่เห็นผมก็ร้องน่ารำคาญ"แม่บ้านยิ้ม
"โธ่ ก็ไม่เหลือใครแล้วคุณลิตาก็จากไปแล้วคงเห็นแต่คุณพีทแหละค่ะ"บัวชมพูพาลเศร้าไปกับคำพูดของแม่บ้าน พีทสีหน้าสลดลง
"คุณแม่ละครับ"
"คุณหญิงท่านรออยู่ในห้องอาหารแล้วค่ะ คุณพัฒน์ก็อยู่ด้วย"พีทพยักหน้ายิ้มแย้ม
"ตาพัฒน์ก็ว่างอย่างนั้นหรือวันนี้"
"คุณพัฒน์เขามาทานอาหารเย็นทุกวันั้แ่คุณพีทออกไปอยู่ข้างนอก
"ดีแล้วครับคุณแม่จะได้ไม่เหงา"เดินหิ้วบัวชมพูเข้าไปที่ห้องอาหาร ที่นั่นอาหารทุกจัดวางเหมือนงานเลี้ยงทั้งๆ ที่มีคนนั่งอยู่แค่สองคนรวมทั้งคนที่เดินมาเป็สาม
วางบัวชมพูลงยกมือไหว้คุณหญิงอรอนงค์
คุณหญิงยิ้ม แต่เมื่อมองเลยมาเจอบัวชมพูในกล่อง
"แมว อีกแล้วเหรอ แม่นึกว่ามันตายตามเ้าของไปแล้วยังอยู่อีกรึ"
"ครับ"
"พี่พีทวันนี้คุณแม่สั่งทำของโปรดพี่ทั้งนั้นเลย"คุณพัฒน์ที่ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนพิมพ์เดียวกับพีทรีบตัดบทช่วยพี่ชาย
พีทนั่งลงข้างๆ วางกล่องบัวชมพูไว้ อาหารบนโต๊ะมีหลายอย่างที่บัวชมพูชอบกินแต่ทำไมรู้สึกว่าเหม็นจังได้กินหอมของปลากะพงทอดราดน้ำปลาอย่างเดียวที่ลอยมาเตะจมูก
"คุณแม่บ่นคิดถึงพี่ทุกวัน"พัฒน์พูดในสิ่งที่เห็น
"นานแล้วนะแม่ไม่เห็นแกมาที่บ้านเลยเจอกันประเดี๋ยวประด๋าวที่บริษัท"
"ผมกำลัง ลองที่จะลืมลิตา ลองที่จะอยู่คนเดียวให้ได้โดยไม่มีลิตา"บัวชมพูคิดหากลิตามาได้ยินจะรู้สึกเช่นไร
"ปีหนึ่งแล้วนะ แม่อยากให้ทำใจ คนเรา ไม่จากตายก็จากเป็"พีทก้มหน้า
"คุณแม่ครับ เพิ่งปีเดียวเองผมว่าให้เวลาพี่พีทเขา เอาอย่างนี้ดีกว่าผมว่าเราไม่พูดถึงเื่เครียดๆ กันจะดีกว่าผมว่าเรามาดื่มฉลองการร่วมทุนกับบริษัทร่วมทุนดีกว่าครับคาดว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาดกำไรเกือบพันล้านเลยครับ"พัฒน์เปลี่ยนเื่คุย ยกแก้วแชมเปญ วางตรงหน้า ก่อนจะเดินอ้อมมาวางข้างหน้าแม่และพี่ชาย
"ยินดีด้วยพัฒน์"พีทแสดงความยินดีอย่างจริงใจ
"ของผมรับผิดชอบมันแค่จิ๊บๆ คุณแม่วางแผนไว้ว่าจะให้พี่พีท เดินทางไปเซนต์สัญญาที่ลอนดอนคราวนี้งานช้างทีเดียว"
"ผมๆๆ "
"เอาน่า แม่ยังไม่รีบแค่เกริ่นๆ ไว้แม่จะไปเองก็ขาแข้งไม่ค่อยดีตาพัฒน์ก็มีงานรับผิดชอบอยู่แล้วเหลือพีทคนเดียวแล้วล่ะ"
"ผมขอเวลาตัดสินใจ"
"แม่ไม่รีบชวนหนูคาร่าไปด้วยก็ได้นะ จะได้อาศัยไปเที่ยวกันด้วย"
"ผมห่วงอึน"น้ำเสียงจริงใจ
"ผมอาสาดูให้"หะนายนะเหรอบัวชมพูทำตาโตซวยแล้ว หากวันไหนกลาบร่างเป็มนุษย์แล้วยังอยู่กับตานั่น คนไม่น่าไว้ใจ
"ไม่เอานะ"ทั้งสามคนเงียบพร้อมกัน
อีกแล้วเหนอเสียงมนุษย์มาอีกแล้วพักนี้บ่อย
"ผมรอใหเื่คดีของลิตาผ่านไปก่อน"วนมาเื่เครียดๆ
"ทำไมนานจัง"คุณหญิงถาม
"จับคนยิง ยังไม่ได้ตำรวจบอกผมว่าเป็การยิงผิดตัวแต่ผมขอให้ทนายนืนคำร้องของรื้อคดีใหม่ เลยค่อนข้างยืดเยื้อ"
"ลิตาก็ไม่มีศัตรูที่ไหน ทำไมถึงมีคนปองร้ายแม่ว่าคงยิงผิดตัวจริง"อยู่ๆ แก้วแชมเปญของพีทก็ล้มแล้วกลิ้งลงพื้นแตกกระจาย สามคนมองหน้ากัน บัวชมพูเห็นเงาจางๆ ของลิตายืนอยู่ข้างพีท
"ผมเผลอไปโดนครับ"พีทรีบแก้ตัว
"แปลกๆ นะช่างเถอะให้ใครเอาแก้วใหม่มาเปลี่ยน"ลิตาน้ำตาไหลพรากบัวชมพูเห็นเต็มสองตามี คนเขาบอกหมาสามารถมองเห็นิญญาได้นี่แมวเห็นผี
"พักนี้ ผมมักเจอเื่แปลกๆ กำลังคิดว่าจะไปพบจิตแพทย์เหมือนมีเสียงในหู"พัฒน์ทำตาโต บัวชมพูได้กลิ่นแปลกๆ กลิ่นเหมือนมันมีลับลมคมในอะไรสักอย่างว่าแต่อะไรกัน