บทนำ
“พ่ออย่ามาอำผมเล่นนะ”
ผมตวาดเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจ พ่อทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง
ยายทะเลาะกับพ่อแล้วหนีออกจากบ้านไปทำไมพ่อไม่ห้ามไว้ ซ้ำยังมาขอร้องให้ผมไปอยู่เฝ้ายายที่บ้านของเอกซ์อีก!!
“พ่อไม่ได้อำ” พ่อกุมขมับด้วยความเครียดจัดเพราะท่านก็จนปัญญาจะง้อยายให้กลับมาอยู่บ้านแล้วจริงๆ
“โธ่ พ่อไปทำอีท่าไหนถึงทะเลาะกับยายหนักขนาดนี้เนี่ย!!”
ผมไม่เข้าใจ ทำไมวะ ทั้งๆ ที่พ่อทะเลาะกับยายเองแท้ๆ ทำไมต้องให้ผมไปตามล้างตามเช็ด เื่ของใครก็เื่ของมันสิ การที่จะให้ผมไปอยู่บ้านเอกซ์
โดยไม่บอกเหตุผลอะไรแบบนี้ ผมไม่สนุกเลยนะ!!
“เอาเป็ว่าพ่อทำยายท่านโกรธหนักมาก มากจนขนาดแม่แกช่วยคุยท่านก็ยังไม่ยอมยกโทษให้พ่อ ถ้าท่านไปอยู่บ้านคนอื่นตามลำพังแล้วเป็อะไรขึ้นมา มันจะแย่ พ่อขอร้องเถอะนะลูก ช่วยพ่อหน่อยเถอะนะ”
คุณพ่อกุมมือผมแน่น สายตาท่านอ้อนวอนจนผมไม่รู้จะปฏิเสธยังไง
เื่ที่เป็ห่วงยาย กลัวท่านจะเป็อะไรไป เลยส่งผมไปคอยดูแลยายที่บ้านของคนอื่น อันนี้ผมเข้าใจ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อถึงไม่ยอมคุยกับยายเพื่อปรับความเข้าใจเสียก่อน!?
ถึงผมจะรู้ว่ายายเป็คนหัวดื้อนิสัยเอาแต่ใจก็เถอะ แต่การทะเลาะกันจนท่านหนีออกจากบ้าน มันต้องไม่ใช่เื่เล็กๆ แน่
“ถ้าผมไม่รู้ว่าพ่อทะเลาะกับยายเื่อะไร ผมก็ไม่ทำตามที่พ่อขอร้องเด็ดขาด”
ผมตั้งท่าเคร่งขรึมไม่ยอมอ่อนข้อให้พ่ออย่างจริงจังจนท่านหมดแล้วซึ่งหนทางที่จะทำให้ผมยอมทำตามได้ ท่านจึงสารภาพความจริงให้ผมฟังทั้งหมด!
“นี่พ่อทำอะไรลงไปเนี่ยยย!!”
ผมทึ้งหนังศีรษะตัวเองอย่างกับคนเสียสติ พ่อทำเื่ใหญ่โตแบบนี้ลงไปได้ยังไง พ่อขอให้ยายไปอยู่บ้านพักคนชราเพียงเพื่อที่จะทำให้ตัวเองได้ทำงานทำการสบายใจขึ้นเนี่ยนะ!! ไปเอาความคิดแย่ๆ แบบนี้มาจากไหน! จู่ๆ จะมาขอให้ยายย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรามันใช้ได้ที่ไหน สมควรแล้วล่ะที่ยายจะหนีออกจากบ้าน!!
“พ่อรู้ว่าพ่อผิด มันเป็อารมณ์ชั่ววูบ พ่อเครียดเื่เงินๆ ทองๆ เลยอยากหาทางออก แต่ทางออกที่พ่อเลือกดันเลวร้ายเกินกว่าที่คาดไว้ ยายเกลียดขี้หน้าพ่อไปแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าพ่อจะไปขอร้องอ้อนวอนยังไง ท่านก็ไม่ยอมยกโทษให้”
คุณพ่อทรุดเข่าลงนั่งกับพื้นด้วยความหมดอาลัยตายอยาก
ผมมองท่าทีสำนึกผิดของพ่อแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
เอาวะเป็ไงเป็กัน เพื่อยายที่เลี้ยงผมมาั้แ่เด็ก แค่ไปอยู่บ้านเอกซ์จนกว่ายายจะใจอ่อนแล้วยอมกลับบ้าน แค่นี้ต้องทำได้สิวะ!!
“ก็ได้พ่อ ผมจะไป”
ผมกดกริ่งเรียกคนในบ้านแล้วยืนมองบริเวณรอบๆ ตัวบ้านทรงไทยสีเขียว-อมฟ้าอย่างพินิจพิจารณา หน้าบ้านมีต้นลีลาวดีปลูกขนาบสองข้างทางเข้าออกของบ้านเป็เส้นตรงสวยสดงดงาม เสียงใบไม้เสียดสีกันไปตามแรงลมพัดเอากลิ่นของดอกลีลาวดีโชยมาแต่ไกล เป็กลิ่นที่ดูผ่อนคลาย และมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าบ้านหลังนี้กำลังเชื้อเชิญผมให้เข้าไปอยู่
แอ๊ด~
ประตูรั้วไม้แกะสลักเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ จนได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับขึ้นสนิม ผมยิ้มทักทายคนที่มาเปิดประตูให้ผม
“อุ๊ยตาเถร! หลานมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย!”
คนที่มาเปิดประตูให้ผมคือยายของผมเองครับ ท่านใส่เสื้อลูกไม้สีขาวราวกับดอกมะลิ ่ล่างห่มสิ้นผ้าไหมลายไทยเข้ากับบรรยากาศของบ้านสุดๆ
ใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านดูตึงขึ้นด้วยความใที่เห็นผม แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาท่านก็กลับมาทำหน้าเข้มเหมือนจ้องจะจับผิดผมซะงั้น
“อย่าบอกนะว่ามาง้อยายให้กลับบ้าน ยายไม่กลับหรอก!!”
ยายสุดซ่าของผมกอดอกทำหน้าบุ้ยเหมือนสาวน้อยที่กำลังงอนตุ๊บป่องอยู่ เล่นเอาผมหลุดขำออกมาเลย
“ฮ้ะๆ ยายครับ ผมไม่ได้มาตามยายกลับบ้านหรอก ผมมาอยู่เป็เพื่อนยายต่างหาก”
ผมโชว์กระเป๋าเดินทางของตัวเองให้ท่านดู พอท่านเห็นก็ยิ่งจ้องจับผิดผมเข้าไปใหญ่ หน้าที่ยับด้วยริ้วรอยของท่านยิ่งยับยู่ยี่เป็กระดาษทิชชูถูกขยำทิ้ง
“พ่อแกส่งมาใช่ไหม? จะมาอยู่กับยายเพื่อให้ยายใจอ่อนแล้วพายายกลับบ้านล่ะสิ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ยายไม่กลับหรอก!”
“ไม่ครับ! ผมมาด้วยใจจริงจริ๊ง!!” ผมรีบแก้ตัวทันทีเพราะท่านทำท่าจะปิดประตูหนีผม คนแก่อะไรมือไว ความคิดไว แถมอ่านเกมเก่งอีก!
“แน่ใจรึ”
“ก็แน่สิ”
“จริงรึ”
“ก็จริงสิครับ” ผมชักจะเหงื่อแตกแล้วนะ ทำไมยายต้องจับผิดเยอะแยะขนาดนี้ ผมยิ่งโกหกไม่เก่งอยู่ด้วย ฮือๆ
“โอเค เข้ามาได้” ยายเปิดประตูให้ผมเข้าบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ดีใจที่ผมมาอยู่ด้วยล่ะสิ ยิ้มแป้นเชียว”
“แหม ทำมาเป็รู้ดี” ยายบีบแก้มผมเบาๆ แล้วพูดต่อ “เดี๋ยวหลานเข้าบ้านไปก่อนเลยนะ ยายจะไปบอกเพื่อนยายก่อนว่าหลานจะมาอยู่ด้วย เอกซ์เอ๊ย เอกซ์!!”
จู่ๆ ยายก็เรียกชื่อคนที่ผมไม่อยากเจอเสียดื้อๆ เหงื่อผมผุดขึ้นบนใบหน้า
ยิ่งตอนที่เห็นร่างของมันปรากฏตัวตรงประตูหน้าต่างชั้นสองของบ้านทรงไทยซึ่งน่าจะเป็หน้าต่างห้องนอนของมันก็ทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ
ทรงผมยุ่งเหยิงที่ดูไม่เป็ทรงเพราะเพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน ส่งเสริมให้ใบหน้ารูปไข่ที่ขาวเนียนของมันดูขี้เซาเข้าไปใหญ่ ยิ่งตาเรียวคมของมันพยายามปรือมองคนที่กำลังเรียกด้านล่าง ก็ยิ่งทำให้ผมต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้น ให้ตายเหอะ! แค่เห็นหน้ามันผมก็อยากจะหนีกลับบ้านแล้วง่ะ
ผมยังจำเื่ในค่ายลูกเสือวันนั้นได้ดี วันที่มันพยายามแกล้งปล้ำผมในเต็นท์จนผมเกือบตาย ความโเี้ที่มันทำไปโดยไม่รู้ตัว คิดแต่เพียงว่าทำไปเพราะสนุกจนเกือบทำให้ผมขาดใจตายจริงๆ นั้น มันฝังใจผมและส่งผลให้ผม
ไม่อยากเข้าใกล้มันอีก!
“ไรครับ” เสียงของเอกซ์ทำให้ผมเงยหน้ากลับไปมองมันอีกครั้ง มันยืดตัวสูงขึ้นทำให้เห็นว่ามันไม่ได้ใส่เสื้อ แผงอกที่แน่นปึกของมันทำเอาผมเบิกตาค้างด้วยความใ นั่นกล้ามของเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปีเหรอฟะ! ทำไมมันแน่นขนาดนั้น! ผมหันกลับมามองตัวเอง แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ สู้ไม่ได้เลยว่ะ
“มาช่วยหลานยายขนของขึ้นไปเก็บข้างบนหน่อยสิจ๊ะ ลงมาไว ยายให้ทิป”
มีให้ทงให้ทิปด้วย! ทีผมใช้ทั้งวันไม่เห็นจะได้!!
“ครับ เดี๋ยวลงไป”
เอกซ์รับคำอย่างรวดเร็ว แล้วก็ผละออกจากหน้าต่าง เสียงวิ่งปึงปังกระแทกเท้ากับพื้นไม้ทำให้ผมรู้เลยว่าร่างกายของมันแข็งแรงแค่ไหน จนในที่สุดมันก็วิ่งออกมายืนจังก้าเผยรูปร่างกำยำและแน่นปึกให้ผมได้ยลโฉมอย่างเต็มสองลูกตา
โอ้วมายก๊อดดด!! นี่เอกซ์มันหิวเงินจนลืมดูสภาพตัวเองก่อนออกจากห้องนอนรึไง เสื้อก็ไม่ใส่ ท่อนล่างก็มีแค่กางเกงบ็อกเซอร์บางๆ ที่สั้นจนเห็นขาอ่อนไปมากกว่าครึ่ง ซึ่งเอาจริงๆ ถ้ามีแสงส่องผ่าน่ล่างของมัน กางเกงบ็อกเซอร์ที่มันใส่ก็แทบปกปิดอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!!
“ไหนอะยายที่จะให้ผมช่วย”
“นี่หลานยาย ชื่อว่า ‘วาย’ ส่วนวาย นี่ ‘เอกซ์’ นะ” ยายทำการแนะนำให้ผมได้รู้จักเอกซ์ซึ่งเอาจริงๆ ผมก็รู้จักมันมาั้แ่ประถมอยู่แล้วล่ะ
“หวัดดี” เอกซ์ปรายหางตามาทักทายผม
“อ่ะอืม...” ส่วนผมก็อ้ำๆ อึ้งๆ ตอบมันไปแค่นั้น
“ส่วนของที่ยายจะให้ช่วยก็นี่เลย” ยายดึงกระเป๋าเดินทางของผมไปให้เอกซ์ในขณะที่ผมยังคงอึ้งๆ จ้องหน้ามันด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ
ภาพที่ผมถูกเอกซ์แกล้งปล้ำแล่นเข้ามาในหัว ฉากที่มันล็อกคอผมแล้วเอาเป้ามานาบก้นผมพลางหัวเราะชอบใจสนุกสนาน แต่ไม่รู้เลยว่าผมกำลังขาดอากาศหายใจจนหน้าดำหน้าแดงย้อนกลับมาในโสตประสาทจนทำให้ผมถอยหลังหนีมันไปหนึ่งก้าวใหญ่ๆ
“ครับ”
เอกซ์ไม่ได้สนใจผมเลยสักนิด มันเอากระเป๋าเดินทางของผมแบกขึ้นบ่าอันแข็งแกร่งอย่างสบายๆ แล้วเดินเข้าบ้านไปอย่างเ็าราวกับว่ามันไม่เคยรู้จักผมมาก่อน
มันจำผมไม่ได้จริงๆ เหรอ
ถ้าหากว่าใช่ ทำไมผมถึงไม่ดีใจเลยสักนิด...