มาวินรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเดินทาง เขาพยายามเล่นทายคำหรือคุยเื่สนุก แต่สิ่งที่สะท้อนกลับมามีแต่ความเงียบ ด้วยเหมยลี่ไม่ยอมพูดอะไร ถ้าไม่จำเป็ พอมองไปรอบๆ ก็พบแต่ทุ่งหญ้ากว้าง มีป่าใหญ่อยู่ทางซ้าย ส่วนทางขวาคือูเาสูง
"เฮ้อ….น่าเบื่อจังเลย " เด็กหนุ่มจอมทโมนนั่งหงอยอยู่บนหลังเ้าสังกะสี
พอตะวันคล้อยต่ำ เหมยลี่ก็เอ่ยถามอย่างฉับพลัน ทำให้มาวินที่กำลังหลับคาหลังม้า สะดุ้งตื่นทันที
"ตอนนี้กี่โมงแล้ว "
"เอ่อ น่าจะประมาณห้าโมงเย็นล่ะมั้ง "เด็กหนุ่มตอบตะกุกตะกัก
เหมยลี่หยุดม้า เธอหันรีหันขวางอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ตรงไปทางขวา ไม่นาน ก็พบกับทางลาดชันที่นำไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง
"วันนี้เราจะพักกันที่นี่ " เด็กสาวตกลงใจ
"อ่อ ได้ " มาวินรับคำแบบงงๆ เขารู้สึกสงสัย ทำไมเหมยลี่ถึงรู้ว่าแถวนี้มีถ้ำใหญ่ที่เหมาะแก่การตั้งแคมป์
สองวัยรุ่นช่วยกันจัดสถานที่ ทุกสิ่งดำเนินอย่างรวดเร็ว เพราะเหมยลี่มีความจัดเจนในการใช้ชีวิตกลางป่า ส่วนมาวินก็อยู่ในดงมาเดือนเศษ เลยทำให้คล่องตัวพอสมควร เพียงพริบตา กองไฟขนาดใหญ่และปลาย่างสี่ตัวก็ขึ้นหิ้ง แน่นอนว่าพวกเขาฟาดเรียบภายในสามนาที
ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง ประกอบกับโดนจางสินเล่นงานจนอดนอนมาทั้งคืน เลยทำให้มาวินผล็อยหลับอย่างง่ายดาย
เหมยลี่มองมาวินที่กำลังนอนหลับ รอยยิ้มน้อยๆเริ่มปรากฏตรงมุมปาก เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาคมแลอ่อนโยนลง ก่อนจะบรรจงห่มผ้าให้เพื่อนร่วมทางอย่างแ่เบา
.............................
เช้ามืดในวันรุ่งขึ้น มาวินก็ต้องใตื่น เมื่อรู้สึกว่ามีของแข็งพุ่งปะทะใบหน้า
"โอ๊ย.....ใคร อะไร ที่ไหน ยังไง " เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นมาโวย แต่แทนที่จะเห็นาหรือการทะเลาะวิวาทอย่างที่ควรจะเป็ กลับประสบแต่เหมยลี่ที่กำลังนั่งอยู่บนขอนไม้อย่างสบายอารมณ์
"ได้เวลาฝึกแล้ว เ้าลิงหัวเขียว "เหมยลี่กล่าวสั้นๆ สีหน้าเรียบเฉย
"เช้าแล้วเหรอ น่าจะยังไม่เช้าดีนะ เพราะฟ้ายังมืดอยู่เลย ขอนอนต่ออีกหน่อย "มาวินมองท้องฟ้าที่ยังขมุกขมัว ใจนึกี้เีจนอยากนอนต่อ ทันใดนั้นเอง เหมยลี่ก็ใช้นิ้วมือดีดบางอย่าง เ้าสิ่งนั้นพุ่งกระทบหน้าผากของเด็กหนุ่ม
"โอ๊ย...อะไรกันฟะ " ตอนนี้ มาวินรู้แล้วว่าเขาใตื่น เพราะอะไร
"ก้อนกรวดไง และถ้าคิดจะนอนต่อ นายต้องโดนอีก ลุกขึ้นมาฝึกเดี๋ยวนี้ "เด็กสาวกล่าวเรียบๆ แต่แฝงแววขู่เข็ญ
"เฮ้อ….ฝึกก็ฝึก ว่าแต่ต้องฝึกอีกนานแค่ไหน "มาวินส่ายหัวไปมา ท่าทางดูเซ็งๆ
"ตลอดการเดินทาง " เด็กสาวตอบสั้นๆ
"หา….ถ้าเดินทางหลายเดือน ชั้นก็อานน่ะสิ" เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง ท่าทางหัวเสีย เพราะต้องพบกับการฝึกหฤโหดอีกหลายวัน
"จะบ่นอะไร ก็บ่นไป ถึงยังไง นายก็ต้องฝึกอยู่ดี "สีหน้าของเหมยลี่เริ่มบึ้งตึงเล็กน้อย
"ไม่เอาน่า ตอนนี้ชั้นเก่งสุดๆ ขนาดกลุ่มโจรร่วมร้อย ก็เสร็จชั้นมาแล้ว เธอก็เห็นนี่ " มาวินพยายามต่อรอง
"เ้าโง่ " เหมยลี่ตวาดสุดเสียง กระแสที่เปล่งออกมา กังวานไกล
"อึ้ย " มาวินสะดุ้งโหยง เขาเริ่มหน้าเสียและเงียบกริบอย่างฉับพลัน เพราะรู้ว่าอาจารย์สาวเริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆ
เหมยลี่กอดอก พลางมองเด็กหนุ่มที่ยืนหงอ สายตาของเด็กสาวดูแข็งกร้าวและเ็า เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ปรับอารมณ์ให้สงบจนกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
"คิดว่าตัวเองแน่แล้วเหรอ ว่ากันตามจริง นายยังไม่เคยชนะด้วยฝีมือตัวเองเลยซักครั้ง ที่ผ่านมาแค่อาศัยดวง สถานที่ การวางแผน ถ้าวัดกับพวกมันตรงๆ นายตายั้แ่โดนรุมแล้ว และขนาดโจรกระจอก นายยังตึงมือ ถ้าไปเจอยอดฝีมือตัวจริง คงเสร็จั้แ่กระบวนท่าแรก อีกอย่าง โลกนี้ยังมีคนที่เก่งกว่าชั้นอีกเยอะ "
ทีแรกมาวินฟังด้วยอาการสงบ แต่พอถึงข้อความสุดท้าย เขาก็ถึงกับขนลุก ดวงตาเบิกโพลง พร้อมตื่นตัวในทันที
"หา…เมื่อกี้เธอพูดว่ามีคนเก่งกว่าเธออีกมาก ใช่มั้ย "
"ใช่แล้ว อย่างชั้นก็เป็แค่นักสู้ปลายแถว" เด็กสาวเน้นย้ำ
"ถ้าเธอพูดจริง ชั้นก็......" มาวินเริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเอง
"กระจอกสุดๆไง หรือจะเรียกว่าพวกกากก็ได้นะ" เด็กสาวขยี้ปมด้อยให้หนักขึ้น
ทันทีที่ได้ยินคำนี้ มาวินก็ออกอาการฮึดฮัดจนใบหน้าแดงก่ำ พร้อมดีดตัวขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
"มาฝึกกันต่อเลย ยัยโย่ง ชั้นต้องหนีให้พ้นจากตำแหน่งกากให้ได้ ฮึ่ม....."
เด็กสาวซ่อนยิ้ม พลางคิดในใจว่ากับเ้าบ้านี่ ต้องเล่นไม้นี่แหละ ถึงจะตั้งใจฝึก
.............................
ทั้งคู่ประจันหน้ากัน ดวงตาของมาวินดูแน่วแน่และสุขุมจนเหมยลี่ไม่แน่ใจว่านี่คือเ้าลิงหัวเขียวคนเดิม
"กระบวนท่าแมวป่าที่นายเรียนไป เป็วิชาขั้นพื้นฐาน ยังไม่มีอานุภาพมากนัก "เด็กสาวอธิบาย
"อืม " มาวินพยักหน้ารับ
"ส่วนวิชาที่จะสอนต่อไป เหนือกว่าเพลงหมัดแมวป่า และเป็กระบวนท่าที่ชั้นถนัดที่สุด "เหมยลี่สาธยายต่อ
เหมยลี่แอบชำเลืองมาที่มาวิน เธอประหลาดใจ เพราะเด็กหนุ่มยังไม่เผลอหลับ มิหนำซ้ำ ยังตั้งใจฟังสุดๆ นี่ถือเป็นิมิตหมายอันดี ถึงกระนั้น เด็กสาวก็ตัดบทและหันไปอธิบายต่อด้วยการกระทำ
"เอาล่ะ คอยดูให้ดี จะสอนซักหนึ่งกระบวนท่า "เด็กสาวเริ่มตั้งท่า
เหมยลี่งอเข่าลงเล็กน้อย พร้อมยื่นกำปั้นคู่ไปข้างหน้า วินาทีต่อมา แววตาก็เปล่งประกายฆ่าฟัน ร่างเพรียวพุ่งทะยาน จังหวะนั้นเอง หมัดขวาตรงก็ถูกปล่อยออกมาอย่างรุนแรง ดอกสองคือหมัดซ้ายที่พุ่งแหวกอากาศ
เหมยลี่สืบเท้าไปข้างหน้า พร้อมปล่อยหมัดซ้ายสลับขวา เพียงไม่กี่ที เธอก็ะโขึ้นกลางอากาศ ก่อนลิ่วลงมาปล่อยหมัดคู่กระแทกพื้นอย่างรุนแรง
"ตูม "
กลุ่มควันลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เด็กสาวนั่งชันเข่าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน แล้วหันมากล่าวกับมาวิน
"กระบวนท่านี้เป็วรยุทธ์สายความเร็วที่ดุดัน พลังทำลายสูง มันมีชื่อว่าเสือดาวไล่เหยื่อ "
มาวินถึงกับตะลึงงัน เพราะเท่าที่เคยเจอมา นี่คือกระบวนท่าที่รุนแรงที่สุด แต่สุดท้าย เขาก็ตื่นจากภวังค์อีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องทักของเด็กสาว
"เฮ้ นายได้ยินชั้นมั้ย "
"เอ๊ะ อ้อ ได้ยิน โทษที มัวแต่ใน่ะ " มาวินตอบเสียงสั่น
"จำกระบวนท่านี้ได้มั้ย " เด็กสาวขมวดคิ้ว
"อ้อๆ จำได้ " มาวินตอบล่กๆ สายตาเหลือบไปเห็นหลุมใหญ่ขนาดเท่ากำปั้นที่เกิดจากกระบวนท่าเมื่อครู่ ดูไปดูมา แลคล้ายหลุมลึกที่ถูกลิ้มตอกไม่มีผิด
"งั้นลองทำ " เด็กสาวออกคำสั่ง
"อืม " มาวินพยักหน้ารับคำ พร้อมตั้งท่าในทันที
มาวินงอเข่าลงนิดนึง วินาทีต่อมา เขาก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าและปล่อยหมัดขวา ตามด้วยการสืบเท้า พร้อมออกหมัดซ้าย จังหวะถูกต้องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ปิดท้ายด้วยการทะยานขึ้นไปกลางอากาศ แล้วทิ้งตัวลงมากระแทกหมัดคู่ใส่พื้นดินสุดกำลัง
"พลั๊ก "
เสียงดังเหมือนมีของหนักๆกระแทกพื้น แม้กระแสจะไม่เท่าตอนที่เหมยลี่ทำ แต่ก็ดังจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ยินอย่างชัดเจน อึดใจต่อมา เด็กหนุ่มก็เสริมความน่ากลัวให้กับกระบวนท่า ด้วยการะโโลดเต้น พร้อมแหกปากร้อง
"โอ๊ย.....เจ็บมือ ข้อมือช้าน……. "
ท่าทางเพี้ยนๆของมาวินดูขบขำจนทำให้เด็กสาวมาดขรึมถึงกับอมยิ้ม เหมือนเธอจะสงสารหรือยังไงไม่ทราบได้ จึงปลอบเบาๆ
"ใช้ได้ แต่ใครบอกให้นายต่อยพื้นจริงๆ แค่ทำท่าให้เหมือนก็พอ "
"อู้ย...สรุปชั้นผิดที่มั่วเองใช่มั้ย " มาวินบ่นอุบ พลางยกสองมือที่แดงเถือกขึ้นมาดู
"เอ้า ต่อ เน้นความถูกต้องก่อน จำไว้ กระบวนท่านี้มีเคล็ดลับอยู่สองอย่าง นั่นก็คือเร็วและดุดัน ทันทีที่ใช้มัน นายต้องล้มศัตรูให้ไวที่สุด "เด็กสาวตบมือเป็สัญญาณให้ฝึกใหม่
มาวินฝึกกระบวนท่าเสือดาวไล่เหยื่อต่ออีกหลายสิบรอบ โดยมีเหมยลี่ยืนคุมอยู่ไม่ห่าง ในบางจุดที่ผิดพลาด เธอจะสั่งให้หยุดและแนะนำการออกกระบวนท่าที่ถูกต้องให้เด็กหนุ่มรับรู้
การฝึกผ่านไป 2 ชั่วโมงเศษ ก็ปรากฏว่าท้องฟ้าเริ่มสว่าง เหมยลี่จึงสั่งให้หยุดฝึก หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็กินเนื้อตากแห้ง อันเป็อาหารมื้อแรก
"ฟู่…การออกกระบวนท่าของชั้นใช้ได้หรือยัง" มาวินนั่งแผ่หลาบนพื้น พร้อมเป่าปากระบายลมร้อน
"ค่อนข้างถูกต้องและแม่นยำ แต่ยังขาดพลังและความชำนาญ เอาไปใช้สู้จริงไม่ได้ " เหมยลี่อธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามสไตค์ของเธอ
มาวินรู้สึกตงิดใจ ในความคิดของเด็กหนุ่ม กระบวนท่าเสือดาวไล่เหยื่อไม่เห็นจะยากเลย ดูด้วยตาแค่ไม่กี่ครั้ง ก็เลียนแบบได้เหมือนเปี๊ยบ ดังนั้นมันควรจะเอาไปใช้สู้จริงได้
ทั้งสองพักผ่อนได้ไม่นาน ก็ออกเดินทาง เส้นทางยังคงเป็ทุ่งหญ้าที่มีป่าไม้อยู่ทางซ้าย ูเาอยู่ทางขวา จากการสังเกตของมาวิน เขารู้สึกว่าเด็กสาวน่าจะพาเยื้องไปทิศตะวันตก
การเดินทางผ่านไปราวๆ 5 ชั่วโมง มีแต่ความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าและเบื่อ ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงแม่น้ำที่ยาวจนสุดลูกหูลูกตา ความกว้างประมาณ 20 เมตร กระแสดูเชี่ยวกราก
มาวินรีบลงจากหลังม้า แล้วเดินสำรวจ ก่อนจะบอกเด็กสาว
"น้ำเชี่ยวมาก ขี่ม้าลุยไปไม่ได้แน่ๆ น่าจะมีสะพานข้ามนะ "
"เท่าที่จำได้ ก็มีอยู่หลายจุด ที่ใกล้สุด น่าจะต้องควบต่ออีก 2 กิโล " เด็กสาวตอบ สีหน้าเรียบเฉยดุจเดิม
"ดี งั้นไปกันเถอะ แถวนี้ร้อนบรรลัยเลย " มาวินร้องบอก พลางะโขึ้นหลังเ้าสังกะสี
ทั้งสองขี่ม้าเลียบชายฝั่ง ในที่สุด ก็เจอสะพานไม้ แต่มันกลับขาดกลางจนไม่ใช้งานไม่ได้
"อ้าว เฮ้ย อะไรกันเนี่ย ทำไมสะพานขาด แล้วพวกเราจะข้ามยังไง " มาวินโวยวาย เด็กสาวจึงเงียบไปพักนึง ก่อนจะตอบเรียบๆว่า.....
"คงต้องหาสะพานอื่น "
"เฮ้อ…… " เด็กหนุ่มถอนหายใจยาว แต่ก่อนจะออกเดินทาง สายตาอันฉับไวก็เหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่งที่ยืนสงบอยู่ริมน้ำ คนๆนั้นเป็หญิงชราร่างเล็กในชุดผ้าคลุมยาวสีเทา
"เดี๋ยวก่อน ยัยโย่ง ดูนั่นซิ " มาวินร้องทัก
"นั่นคนแก่นี่ ท่าทางเหมือนกำลังหาทางข้ามแม่น้ำ" เหมยลี่สันนิษฐาน
"เราเข้าไปดูแกหน่อยดีกว่า " มาวินเสนอ
"ไป " เด็กสาวรับคำสั้นๆ ก่อนควบม้าเข้าไปหาหญิงชรา
พอทั้งสองถึงเป้าหมาย มาวินก็พบว่าหญิงชราร่างเล็กดูคล้ายกับใครคนหนึ่งที่เคยรู้จัก แต่ก็จำไม่ได้ จึงร้องทักเสียงดัง
"ยายมาทำอะไรตรงนี้ "
คุณยายค่อยๆหันกลับมามอง ดวงตาฝ้าฟางดูขุ่นมัว ใบหน้าเหี่ยวย่น เส้นผมยาวสีขาวลอดผ่านฮู้ดเทาที่สวมใส่ เธอมองสองวัยรุ่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ยายอยากข้ามไปฝั่งโน้น เพื่อกลับหมู่บ้านน่ะ"
เหมยลี่รู้ทันทีว่าที่นั่นคือหมู่บ้านอะไร เธอจึงเอ่ยถามหญิงชรา
"ที่ยายไปใช่หมู่บ้านลูกากูมั้ย ที่นั่นมีพวกอันธพาลอาละวาดอยู่ ยายจะกลับไปทำไม "
หญิงชราดูซึมลง จากนั้นก็เอื้อนเอ่ย น้ำเสียงแลเศร้าสร้อย
"เพราะหลานของยายป่วยหนัก จึงพาหนีไปไหนไม่ได้ ยายเลยเข้าเมืองไปหาสมุนไพร หวังเอามารักษา ขากลับดันเจอสะพานขาด คงต้องรอให้มีคนมาซ่อมก่อน ถึงจะไปต่อได้ "
มาวินมองเหมยลี่เป็เชิงปรึกษา ซึ่งเธอก็พยักหน้าเป็นัยจะบอกให้จัดการ เขาจึงยื่นข้อเสนอแก่หญิงชรา
" เอางี้มั้ย เดี๋ยวพวกชั้นจะพายายข้ามแม่น้ำ แล้วไปส่งที่หมู่บ้านเอง "
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับhttps://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
