หลังจากวันนั้นเป็ต้นมาเซี่ยงมู่หยางก็มีงานรัดตัว เนื่องจากมีข่าวว่าชายแดนทางทิศเหนือที่ติดกับดินแดนของชนเผ่าทุ่งหญ้า ซึ่งนอกจากจะเป็ดินแดนที่เต็มไปด้วยหลากหลายชนเผ่าที่ไม่ได้เป็มิตรถาวรกับแคว้นถังแล้ว ยังเป็สถานที่ที่หลี่อ๋องและบุตรชายใช้กบดานหลังจากที่ก่อฏไม่สำเร็จเมื่อราวสิบปีก่อน บัดนี้ทำท่าว่าจะเกิดาอีกครั้ง จึงเกิดความตึงเครียดขึ้นในราชสำนัก
เซี่ยงมู่หยางที่เคยสูญเสียทั้งท่านปู่และบิดาไปในาครั้งนั้นก็เคร่งเครียดเพราะแผลในใจส่วนตัว ทำให้เขาดูเคร่งขรึมและบรรยากาศรอบตัวอึมครึมกว่าที่เคย อิ๋นซวงยังแทบจะเข้าหน้าไม่ติด แต่เขากลับสามารถเจียดเวลาไปอยู่กับอนุภรรยาได้ถึงสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งอย่างน่าโมโห
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เขามีนัดหมายคุยธุระนอกเวลาราชการกับขุนนางในสำนักเดียวกัน ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง กลับพบว่าในห้องพิเศษด้านข้างคือชายหญิงคู่หนึ่งที่เขารู้จักเป็อย่างดี
“ข้าจะรอพี่เหิงนะเ้าคะ ขอให้ท่านชนะศึกกลับมาอย่างปลอดภัย” เสียงนั้นเป็เสียงของกัวเชี่ยนเหลียนไม่ผิดแน่
“กลับมาคราวนี้ ข้าจะให้ท่านพ่อไปสู่ขอเ้า หวังว่าเ้าจะไม่ปฏิเสธ” และเสียงทุ้มนุ่มนี้ก็คือเสียงของรองแม่ทัพเฉียนเหิง บุรุษผู้ที่กำลังมีอนาคตทางการงานรุ่งโรจน์ ทั้งยังมีบิดาที่เป็ถึงแม่ทัพใหญ่ทิศอุดร ตระกูลของเขาคือหนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจและบารมียิ่งใหญ่ตระกูลหนึ่งในเวลานี้ หากกัวเชี่ยนเหลียนจะสนใจบุรุษผู้เพียบพร้อมอย่างเขาก็ไม่ใช่เื่แปลก
ส่วนสามบุรุษซึ่งรวมเซี่ยงมู่หยางด้วยในห้องข้าง ๆ เกิดอาการกระอักกระอ่วนขึ้นมา
“อะแฮ่ม... ดูเหมือนว่าผนังห้องพิเศษนี้จะบางไปสักหน่อย พวกท่านว่าหรือไม่” เสิ่นเชา ขุนนางที่ทำงานในแผนกติดต่อกับข้าราชการหัวเมืองในสำนักราชเลขาธิการกล่าวเสียงเบา เพราะเกรงว่าคำพูดของตนจะทะลุไปถึงห้องข้างเคียงด้วยเช่นกัน
“ข้าว่าเราคงต้องเปลี่ยนสถานที่พูดคุยกันแล้วกระมัง” เว่ยเจี๋ยหลี่ ขุนนางอีกคนจากสำนักราชเลขาธิการก็แอบเหลือบมองท่าทีของเซี่ยงมู่หยางด้วยความเก้อกระดาก
ใคร ๆ ก็รู้ว่าก่อนหน้านี้เซี่ยงมู่หยางกับกัวเชี่ยนเหลียนมีแนวโน้มว่าอาจจะได้เป็คู่หมายกัน แต่หลังจากที่ตระกูลเซี่ยงสูญเสียแม่ทัพคนสำคัญไปจนอำนาจถูกเปลี่ยนมือ ก็คล้ายว่ากัวเชี่ยนเหลียนและตระกูลกัวจะหันเหไปทางขุมอำนาจใหม่แทนเสียอย่างนั้น แม้จะเป็เื่ที่เข้าใจได้ แต่หากเขาเป็เซี่ยงมู่หยางก็คงรู้สึกเสียหน้าและเจ็บใจไม่น้อย
“เช่นนั้นเราไปพูดคุยกันที่อื่นเถิด” เซี่ยงมู่หยางตอบราวกับตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ห้องด้านข้างเลยแม้แต่น้อย สีหน้ายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใด ๆ
บุรุษทั้งสามตัดสินใจเดินออกมาจากห้องพิเศษที่จองเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าเป็เคราะห์กรรมของใคร ทำให้ขณะที่เซี่ยงมู่หยางเดินนำออกมาต้องเผชิญหน้ากับเฉียนเหิงและกัวเชี่ยนเหลียนที่ออกมาจากห้องถัดไปพร้อม ๆ กันพอดี
สองบุรุษด้านหลังเซี่ยงมู่หยางไม่รู้จะกล่าวอะไรให้กับความซวยของขุนนางร่วมสำนักของพวกเขา กัวเชี่ยนเหลียนดูใเล็กน้อย นางยืนอยู่ด้านหลังเฉียนเหิงและไม่คิดจะโผล่หน้าออกไป เป็เฉียนเหิงที่ทักทายด้วยท่าทีเปิดเผยองอาจสมเป็ชายชาติทหาร
“ใต้เท้าเซี่ยง ใต้เท้าเสิ่น ใต้เท้าเว่ย”
เมื่อถูกทักทายแล้วพวกเขาจะทำสิ่งใดได้นอกจากทักตอบ
“รองแม่ทัพเฉียน”
เซี่ยงมู่หยางไม่ได้มองไปที่กัวเชี่ยนเหลียนแม้แต่น้อย สายตาของเขามองเพียงผู้ที่เขาทักเท่านั้น ก่อนจะกล่าวว่า
“ขออภัยที่พวกข้ามีธุระสำคัญ คงต้องขอตัวก่อน” เขาพยักหน้าลาอย่างง่าย ๆ แล้วเดินนำบุรุษอีก 2 คนที่จำต้องเดินตามไปด้วย
เมื่อเซี่ยงมู่หยางจากไปแล้ว กัวเชี่ยนเหลียนเพียงมองตามหลังเขาไปด้วยแววตาซับซ้อน
เย็นวันนั้นเขายังคงมาที่เรือนอนุภรรยาท้ายจวน เหลียงซูถิงเห็นเขามีอาการเหม่อลอยมากกว่าทุกวัน ก็ถามว่า
“งานยุ่งมากเลยเหรอ ดูท่านเหนื่อย ๆ นะ” แล้วเธอก็เดินอ้อมไปด้านหลังบีบนวดต้นคอ บ่า และไหล่ของเขาอย่างเอาใจ และมันก็เรียกสติเขากลับมาได้
“งานในราชสำนักย่อมต้องยุ่งเป็ธรรมดา”
“งั้นท่านอยากจะให้ข้านวดผ่อนคลายให้สักหน่อยมั้ยล่ะ ฝีมือการนวดของข้าใช้ได้เลยนะ เพียงแต่ท่านจะต้องเปลือยกายทั้งตัวเท่านั้นแหละ” ประโยคสุดท้ายทำให้เขาต้องหันมองหน้าอนุภรรยาว่านางพยายามจะสื่อความนัยอะไรหรือไม่ ก็เห็นเพียงดวงตาเรียวโตที่กะพริบปริบ ๆ ราวกับใสซื่อนักหนา
“มองหน้าแบบนี้สนใจใช่มั้ยล่ะ งั้นมาเลย ข้าช่วยถอด” ไม่บอกเปล่า มือของเหลียงซูถิงยังจัดการปลดสายคาดเอว ตามด้วยเสื้อและกางเกงของเขาอย่างคล่องแคล่ว ทำมาแล้วเป็สิบ ๆ ครั้งจนโปรฯแล้ว
เซี่ยงมู่หยางดูใเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน เขาอยากรู้เหมือนกันว่าอนุภรรยาคนนี้จะเล่นอะไรกับเขาอีก จึงยอมให้นางจับคว่ำหน้าลงบนเตียงอย่างว่าง่าย
เหลียงซูถิงบังเกิดไอเดียขายสินค้าขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งในเวลานี้เอง นั่นก็คือน้ำมันนวดตัว ซึ่งไม่รู้ว่าจะขายรอบนี้เลยหรือเก็บไว้ขายรอบหน้าดี แต่ตอนนี้เธอกดสั่งน้ำมันนวดสูตรกลิ่นหอมอ่อนโยน ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดมาเรียบร้อยแล้วจากห้างแต้มบุญ ในราคา 12 เหรียญ ถ้าเทียบกับเหรียญที่สามีชั่วคราวช่วยปั๊มมาได้ก็ถือว่าเล็กน้อยมาก ต่อให้ซื้อมาเทจนท่วมเตียงก็ยังไม่นับว่าแพง เห็นมั้ยว่าเธอน่ะใจป้ำขนาดไหน
เธอเริ่มชโลมน้ำมันลงบนหลังของเขาแล้วทำการนวดตามแบบที่เคยดูในวิดีโอ อย่าถามเลยว่าวิดีโออะไร แต่ถามว่าหลังจากนี้เซี่ยงมู่หยางจะร้องครวญครางด้วยคีย์ไหนดีกว่า!
