ตอนที่ยี่สิบแปด ป้องกันจุดอ่อนของนางเอกด้วย มหาสารานุกรม
“อี้จิงเอ๋ย อย่าได้หวาดกลัว”
ผมพยายามจะปลอบใจอี้จิงและก็พยายามคิดว่าทำไมนางเอกมันมีจุดอ่อนแปลกๆเยอะจังฟะ
กลัวแมลง และแพ้พวกยาสลบ ยาปลุกกำหนัดและคุณไสยต่างๆด้วย
ผมวางแผนว่าผมจะลองเรียนพวกวิชาพวกนี้เอาไว้ก่อนเพื่อการแก้ปัญหาในภายภาคหน้าและเตรียมยาแก้ไว้ทัน
เ้าหวังม่อน่าจะพอมีความคิดเกี่ยวกับเื่พวกนี้พอสมควร
หวังม่อคือตัวละครประเภท
“นายท่าน ข้ามีแผน กรุณาเอียงหูมา” และวางแผนกลั่นแกล้งนางเอก
ลองให้หมอนี่หาข้อมูลที่เรา้าก็น่าจะดี
แน่นอน การที่ทำอาหารไม่เก่ง เย็บผ้าไม่เป็ ชงชาไม่ได้และอะไรอื่นๆที่นางเอกมีไว้นี่ผมไม่คิดอะไรมาก
เราคงไม่เอามู่หลานที่สามารถฆ่าท่านข่านที่มาบุกแผ่นดินจีนได้มาเป็แม่ครัวหรอกใช่ไหมล่ะครับ?
เราต้องเอามู่หลานที่ะโโลดเต้นจับอาวุธได้ มอบเกราะ มอบกระบี่ ให้เธอไปยิงธนูขับไล่ฆ่าข่านมองโกลหรืออนารยชนต่างๆ
มันมีคำกล่าวว่าใช้คนให้ถูกงาน แม้ผมจะฉลาดน้อยแค่ไหน ผมก็ไม่ถึงขนาดจะใช้งานมู่หลานไปในงานแต่งหน้า ทำอาหารเย็บปักถักร้อย ตราบใดที่ท่านข่านจะมาบุกประเทศของเรา
แต่ปัญหาเื่ยาพิษ ยาปลุกกำหนัด และยาสลบ กับคุณไสยชาวแม้วนี่สิ
คือจุดอ่อนที่จะทำให้นางเอกขยับตัวไม่ได้แม้จะสามารถหักคอคนได้ทั้งแผ่นดินและรอให้พระเอกมาช่วย
แผนการของผมคือการมอบอาวุธให้นางเอกและเราคอยหลบะุอยู่ด้านหลังคุณเธอ
แต่หากนางเอก แพ้เพราะจุดอ่อนของนางเอก
เช่น แพ้คุณไสย ยาสลบ ยาปลุกกำหนัดหรืออะไรอื่นๆที่เป็จุดอ่อนของนางเอก
ท่าทางผมจะต้องลำบากหากเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น อาจจะต้องปกป้องตัวเองด้วยตนเอง
ซึ่งแน่นอน ที่ผมฝึกให้เก่งตลอดเวลาก็เพื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น
แต่ทำไมต้องเสี่ยงด้วยล่ะ?
การลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้มากที่สุดคือแนวทางของผม
และเป็แนวทางอีกอย่างหนึ่งของสมองกลอัจฉริยะ อัลฟ่า โกะ
เราอยากจะชนะด้วยยี่สิบแต้มที่มีความเป็ไปได้ 80% หรืออยากเอาชนะแค่สองแต้มที่มีความเป็ไปได้ 99%
สำหรับผมเลือก 99% แบบเดียวกับอัลฟ่าโกะ
คนที่เจียมตนต้องเจียมตนจริงๆจึงจะใช้วิธีเช่นนี้ได้
แนวความคิดที่เหนืุ์ ตัวตนที่ต่างไปเพราะมาจากสมองกล แต่ผมกลับรู้สึกเข้าใจอัลฟ่าโกะอย่างประหลาด แม้อัลฟ่าโกะจะไม่มีจิตใจแต่”ตรรกะ”เหตุผลของอัลฟ่าโกะ ผมเข้าใจดี
ชนะคือชนะ
แพ้คือแพ้
กิเลสและความหลงตัวของเราอาจจะอยากให้เราชนะยี่สิบแต้มอย่างขาวสะอาดขาดลอย
ไม่แปลกเพราะเราเป็มนุษย์
อยากให้คนชื่นชมว่าเราเก่ง ฉลาด
ผมก็อยากจะได้รับการชื่นชมอย่างนั้น แต่ผมขี้ขลาดเกินไป
ผมขี้ขลาดเกินกว่าที่จะยอมรับผล 80% ได้จึงเลือก 99%
สามารถรองรับจึงยิ่งใหญ่ จิตใจเปิดกว้างจึงเป็ปรมาจารย์ได้
การเป็ยอดฝีมือได้ต้องมีบางอย่างเหนือคนทั่วไป ผมเห็นหนทางของผมแล้ว ที่เหลือก็แค่เดินไปตามเส้นทางนั้น
มันไม่ใช่เื่ง่าย มีเงื่อนไขและปัญหาที่ต้องแก้ แต่ผมตัดสินใจจะแก้ไปทีละอย่าง
Error factor ปัจจัยความผิดพลาด
มีจำนวนนับไม่ถ้วนและผมก็พยายามลดปัจจัยความผิดพลาดนั้นให้น้อยที่สุด
การเพิ่มพลังฝีมือผมอาจจะค่อยๆลดความผิดพลาดได้ แต่การเพิ่มฝีมือของผมไม่สามารถลดปัจจัยความผิดพลาดได้เท่ากับการป้องกันความผิดพลาดของนางเอก
“ไม่ต้องกลัว อี้จิง พี่จะปกป้องเ้าเอง”
ผมกอดเธอไว้และอี้จิงก็หลับตาปี๋กอดผมอยู่
อืม
ในเื่ทำนองนี้ปีศาจบางตัวก็แพ้เืหมาดำ เสียงไก่ขัน หยกขาวฯลฯหรืออะไรสารพัดที่เป็ของแปลกๆ
นางเอกออาจจะเป็สิ่งที่มีตัวตนเหมือนปีศาจพวกนั้นก็ได้
ที่ไม่สามารถทำให้แพ้ได้นอกจากเงื่อนไขบางประการ
ซึ่งผมว่าเธอน่าจะรอดนั่นล่ะต่อให้โดนยาสลบ ยาปลุก คุณไสย แต่คนที่ตายก่อนจากลูกหลงความเป็ไปได้สูงสุดอยู่ที่ผม นั่นล่ะคือปัญหา
“กอดแน่นๆอย่าปล่อยน้า”
อี้จิงัดเสียงให้หวานขึ้นประมาณสองระดับ
น่าจะเป็เด็กที่พยายามจะเรียกร้องความสนใจจากผู้ปกครอง
อย่างว่าล่ะเด็กที่ถูกทอดทิ้งจะมีอยู่สองอย่าง กลายเป็คนพึ่งพาได้ ถูกบังคับให้เป็ผู้ใหญ่เกินวัย กับอีกอย่างคือทำตัวให้น่าสงสาร
ตอนแรกเธอเป็เด็กที่พึ่งพาได้อยู่
แต่ตอนนี้เพราะเธอคิดว่าพึ่งพาผมได้เธอจึงทำตัวเหมือนเด็กที่เรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่อีกครั้ง
เฮ้อ ปัญหาในครอบครัวที่จะดีแค่ไหนหากยุคนี้มีจิตแพทย์
“ไม่ต้องห่วงอี้จิงพี่จะปกป้องเ้าเอง”
ด้วยการมอบวิชาความรู้ให้เอาตัวรอดล่ะนะ
...
“เร็วช้า ร้อนเย็น สองสิ่งที่มองเป็ด้านตรงข้ามแต่ไหนเลยแบ่งเขาแบ่งเราได้?
เมื่อบางสิ่งร้อนได้ บางสิ่งก็เย็นได้”
ฝ่ามือของผมร้อนจนเป็สีขาวบีบบังคับให้ของเหลวปะทุออก
ฮ่า
“ร้อนเย็นที่จริงแล้วเป็หนึ่งเดียวกัน”
ในมือของผมกลายเป็สายไหมที่พองขึ้นในมือจากการใช้พลังความร้อนจากฝ่ามือให้น้ำตาลพองขึ้นและกลายเป็รูปที่้า
“เอ้าอี้จิง”
“งั่มๆ ขอบคุณค่ะท่านพี่ หวานจังเลยค่ะ ท่านพี่เก่งจังเลยค่ะ”
ใช่แล้วครับผมพยายามใช้วิทยายุทธทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน
“สำหรับพี่แล้ว การฝึกวิชา การกินอาหาร หรือการละเล่น ไม่มีข้อแตกต่าง ทุกอย่างเป็สิ่งเดียวกันเสมอ”
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม นายน้อยท่านช่างดุจตะวันกลางแจ้ง ฝีมือควบคุมไฟเช่นนี้ ไม่มีใครในหมู่พวกเราสามารถกระทำได้”
หวังม่อ เ้าของฉายาที่ผมตั้งในใจว่า “ทำหนึ่งชมสิบ”ได้เอ่ยขึ้น
ผมพยายามจะสร้างกิจกรรมที่ให้พวกนี้สนิทกับอี้จิงมากขึ้น โดยการพยายามทำกิจกรรมร่วมกันและสอนแิพวกเขาต่างๆไปด้วย
แต่ละคนเริ่มจับกลุ่มกันในลานฝึกซ้อมของบ้านใหญ่
ซึ่งไม่รู้ว่าเพราอะไร พวกคนหลายๆคนเหมือนกับจะเว้นที่ตลอดหากผมจะฝึกซ้อมในเวลาไหน
นี่คือผลดีของการมีพวกมากหรือนี่
“ไม่หรอกหวังม่อ ข้ายังมีจุดที่ข้า้าไปให้ถึง ข้าดูดวงตะวันมาตลอดและพยายามไขความลับแห่งดาราและท้องฟ้า”
“ความคิดของนายน้อยล้ำลึก คนอย่างผู้น้อยย่อมไม่อาจเอื้อมทำความเข้าใจได้”
ผมตบบ่าหวังม่อ
“อย่าดูถูกตนเองไปหวังม่อ ข้ามองเห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเ้า ทุกคนมีประกายแสงจาก์ ์ส่งเราเกิดมาย่อมมีประโยชน์และเ้าสามารถช่วยให้เรารังสรรค์ผลงานให้สมกับที่์ส่งมาได้”
เกิดอะไรขึ้นให้อ้าง์ไว้ก่อน คนในโลกนี้จะรับได้เกือบทุกเื่
“ นายน้อยช่างล้ำลึกยิ่งนัก”
“ข้าไม่ได้สักแต่พูดไป เพราะข้า้าความช่วยเหลือจากเ้าจริง”
“ไม่ว่าสิ่งใดนายน้อยโปรดบอกมา ข้าและพวกพ้องบุกน้ำลุยไฟไม่เคยบ่ายเบี่ยง”
“ข้า้ารวบรวมตำรา จัดทำมหาสารานุกรม ให้เป็ประโยชน์แก่ชนรุ่นหลัง”
“มหาสารานุกรม”
หวังม่อเบิกตากว้าง
“รวบรวมผู้รู้และเื่ราวทั่วแผ่นดิน มหาสารานุกรามเล่มนี้จะช่วยผู้คนในใมต้หล้าได้มากนัก”
หรือที่เรียกว่าตำราหลี่ซื่อชุนชิว แบบหลี่ปู้เหว่ยนั่นเอง
ผมค้นตำราเองอาจจะก่อให้เกิดความสงสัยแก่ผู้คนในด้านต่างๆ
ไม่สู้ทำเื่ราวให้มันใหญ่
ก่อนที่สารานุกรมจะสร้างขึ้น ผมก็สามารถเข้าถึงข้อมูลสารพัดได้ไม่ว่าจะเื่ดูดาว ดูอาชาและสัตว์สี่เท้า ยารักษาโรคต่างๆนานาและเหนืออื่นใด เวทมนตร์ คุณไสยของโลกนี้
เรียนคุณไสยเลยอาจจะโดนหาว่าเป็ฝ่ายอธรรม แต่หากรู้หลักการพื้นฐานเื่เวทมนตร์ก่อนก็จะเป็ประโยชน์กับผมอย่างมาก
“ปรับพื้นฐานให้หนักแน่น”คือหลักการของอวิชชาแดนไซฮกอยู่แล้ว