เด็กหนุ่มเดินตรงไปยังโถงรับแขกของตระกูลเย่อย่างอารมณ์ดี โดยที่มีพ่อบ้านเหวินเดินตามทางด้านหลัง แต่เมื่อถึงยังหน้าประตูพวกเขาทั้้งสองก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้า เพราะแม่ทัพประจิมเย่ชิงหยางและภรรยานาม สวีหนิง กำลังนั่งกุมขมับราวกับเคร่งเครียดเื่อะไรสักอย่าง
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกเข้าไปได้ไหมขอรับ" เย่หยุนซีเอ่ยถาม
"โอ้ ซีเอ่อร์งั้นหรือ เข้ามาเถอะ พ่อกับแม่พูดคุยธุระกันเสร็จแล้ว"เย่ชิงหยางหันไปทางหน้าประตูพลางตอบกลับ เย่หยุนซีจึงเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ตัวที่ว่าง "เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือขอรับ เหตุใดพวกท่านถึงได้เคร่งเครียดกันถึงเพียงนี้?"
เย่ชิงหยางและสวีหนิงเมื่อได้ยินคำถามของบุตรชายก็ถอนหายใจยาวในทันที "เห้อ เมื่อครู่นี้มีราชโองการจากองค์จักรพรรดิรับสั่งให้ลูกหมั้นหมายกับองค์หญิงหยุนฉางเยว่"
"หา! ว่าไงนะขอรับ!! องค์จักรพรรดิทรงคิดอะไรอยู่ ทำไมจู่ๆถึงอยากให้องค์หญิงหมั้นหมายกับคนไร้ประโยชน์เช่นข้า!!!" เย่หยุนซีลุกพรวดขึ้นมา ดวงตาฉายแววสั่นสะท้าน
"เห้อ จะมีอะไรซะอีกล่ะ องค์จักรพรรดิ้าให้จวนแม่ทัพทิศประจิมเข้าร่วมการแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทน่ะสิ" เย่ชิงหยางถอนหายใจยาวอีกครั้ง
เย่หยุนซีเมื่อได้เช่นนั้นก็พยักหน้าราวกับได้รับความกระจ่าง องค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเมฆครามมีบุตรธิดาทั้งสิ้น 5 พระองค์ด้วยกัน ประกอบไปด้วย องค์ชายลำดับที่ 1 หยุนิ องค์ชายลำดับที่ 2 หยุนหวูคง องค์ชายลำดับที่ 3 หยุนฉางตง องค์ชายลำดับที่ 4 หยุนเทียนหลง และสุดท้ายคือองค์หญิง หยุนฉางเยว่ ซึ่งเป็พี่น้องร่วมมารดากับองค์ชายลำดับที่ 3
"ในตอนนี้จวนแม่ทัพบูรพาสนับสนุนองค์ชายลำดับที่ 1 จวนแม่ทัพอุดรสนับสนุนองค์ชายลำดับที่ 2 จวนแม่ทัพทักษิณสนับสนุนองค์ชายลำดับที่ 4 จะมีก็เพียงจวนแม่ทัพประจิมของพวกเราที่วางตัวเป็กลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด"
"ดังนั้น! องค์จักรพรรดิจึงคิดจะใช้การหมั้นหมายนี้เพื่อบังคับให้พวกเราสนับสนุนองค์ชายลำดับที่ 3 และสร้างสมดุลกองกำลังระหว่างองค์ชายทั้ง 4 พระองค์ก่อนการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทจะเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ.....ท่านพ่อข้าวิเคราะห์ถูกหรือไม่ขอรับ" เย่หยุนซีหันไปมองเย่ชิงหยางผู้เป็บิดา
"อืม......สมกับเป็ซีเอ่อร์ การวิเคราะห์ของลูกถือว่าถูกต้องทุกประการ เห้อ พ่อล่ะไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมฝ่าาถึงได้โยนเื่ยุ่งยากนี้มาให้กับพวกเรา"เย่ชิงหยางกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย
"ท่านพ่อไม่อยากสนับสนุนองค์ชายลำดับที่ 3 งั้นหรือขอรับ" เย่หยุนซีเอ่ยถามด้วยความสงสัย จริงอยู่หากเทียบกับองค์ชายคนอื่นๆองค์ชายลำดับที่ 3 ไม่ได้ดูพิเศษอะไร แต่ความสามารถทางด้านร่างกายรวมไปถึงความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของเขาก็ไม่นับว่าแย่
"เห้อ ลูกแม่ ถึงเ้าจะฉลาดมาก แต่กลับมองข้ามเื่สำคัญ จวนแม่ทัพทั้งสามจะเข้าร่วมการแข่งขันก็ไม่แปลกเพราะพวกเขามีความเกี่ยวพันกับองค์ราชินี พระสนมลำดับที่ 1 และพระสนมลำดับที่ 2 ส่วนพวกเราจวนแม่ทัพประจิมเดิมทีมิได้เกี่ยวข้องกับพระสนมคนไหนๆจึงไม่จำเป็ต้องเข้าร่วมการแข่งขันและวางตัวเป็กลางได้"
"ทว่าการมาของถึงของพระราชโองการทำให้สถานะของพวกเราเปลี่ยนไป นับจากนี้พวกเราจะเป็กลางไม่ได้และจะต้องสนับสนุนองค์ชายลำดับที่ 3 ซึ่งถือเป็องค์ชายที่มีพร์อ่อนแอที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งหมด สำหรับจวนแม่ทัพประจิมนี่ถือเป็เื่ที่ได้ไม่คุ้มเสีย"สวีหนิงอธิบาย เย่หยุนซีเองก็เข้าใจในคำพูดนั้น
แน่นอน! ถ้าองค์ชายลำดับที่ 3 ถูกแต่งตั้งเป็องค์รัชทายาทผลประโยชน์ที่จวนแม่ทัพประจิมจะได้รับย่อมมหาศาล แต่หากพ่ายแพ้จวนแม่ทัพประจิมก็จะไม่ได้อะไรเลยแถมยังอาจจะต้องสูญเสียกำลังคนและทรัพยากรจำนวนมากให้กับการแข่งขันในครั้งนี้
ซึ่งถ้ามองตามความสามารถและไหวพริบขององค์ชายลำดับที่ 3 ผลลัพทธิ์น่าจะเป็อย่างหลังเสียมากกว่า
"เห้อ ช่างเถอะๆ ถึงอย่างไรพวกเราก็ขัดราชโองการไม่ได้อยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยวางแผนแก้ไขปัญหา ว่าแต่ลูกเถอะมาหาพ่อมีเื่อะไรหรือเปล่า" เย่ชิงหยางหันมาเอ่ยถามบุตรชาย
"อ๊ะ จริงด้วย มัวแต่คุยเื่การเมืองจนลืมบอกเื่สำคัญกับพวกท่าน" พูดจบ! สีหน้าของเย่หยุนซีก็กลายเป็ร่าเริงโดยฉับพลัน หลังจากนั้นเขาก็ทำการเรียกหนึ่งในจิตอสูรของตนเองอย่าง 'อสรพิษเหมันต์นิมิตมายา' ออกมาให้ทุกคนได้ประจักษ์
"จิตอสูร!!" เย่ชิงหยาง สวีหนิง รวมไปถึงพ่อบ้านเหวินดวงตาเบิกกว้างราวกับไข่ห่าน ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยิ่ง
"ฮ่าๆๆ ใช่แล้วขอรับ เมื่อเช้าหลังจากที่ตื่นขึ้นมา ข้าก็เห็นเ้าหนูตนนี้นอนอยู่บนหน้าอก แถมยังััได้ถึงพลังปราณสายหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในกาย"เย่หยุนซีกล่าวอ้างตามที่ตนเองคิดไว้ หากบอกว่าได้รับพลังมาจากชายปริศนาทุกคนคงคิดว่าเขาเป็บ้าไปแล้วแน่ๆ
"ช่างเป็ปาฏิหาริย์โดยแท้ ถึงแม้จะเป็เพียงจิติญญาระดับเหลืองก็สามารถทำให้ลูกฝึกลมปราณเพื่อเพิ่มอายุขัยได้"เย่ชิงหยางกล่าวด้วยความดีใจ ด้วยทรัพยากรที่มากมายของจวนแม่ทัพประจิม เขามั่นใจมากว่าจะสามารถทำให้เย่หยุนซีไปถึงระดับปฐีและมีอายุไขเพิ่มขึ้นประมาณ 500 ปีได้ไม่ยาก
'จิตอสูรแบ่งเป็ระดับเหลือง ม่วง ดำ พิภพ นภา เซียน และ์ ถ้าท่านพ่อกับท่านแม่รู้ว่าจิตอสูรของข้าสามารถพัฒนาระดับตนเองได้จะทำสีหน้าแบบไหนออกมากันนะ ฮ่าๆๆ' เย่หยุนซีหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
"ไม่ได้การๆแบบนี้ต้องฉลองใหญ่" สวีหนิงกล่าวอย่างสุขใจ
แต่ทันใดนั้น! ก็เป็ตัวเย่หยุนซีที่กล่าวขัดขึ้นมา "เดี๋ยวก่อนขอรับท่านแม่ ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ลูกว่าเก็บเื่ของลูกเอาไว้เป็ความลับจะดีกว่า"
"พระราชโองการนี้เห็นได้ชัดว่าคิดจะใช้ลูกเป็ตัวหมากเพื่อให้จวนแม่ทัพทิศประจิมเข้าร่วมการแข่งขันชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท ถ้าหากองค์จักรพรรดิรู้ว่าลูกฝึกฝนลมปราณได้ ไม่รู้ว่าพระองค์จะเปลี่ยนแผนเป็อย่างไร ลูกกลัวว่าจวนแม่ทัพประจิมจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่านี้"
หลังเย่หยุนซีพูดจบ! เย่ชิงหยาง สวีหนิง และพ่อบ้านเหวินก็ถึงกับอึ้งตะลึงในความคิดความอ่านของเขา ถึงแม้ทั้งสามจะรู้ว่าเย่หยุนซีฉลาดมาก แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองได้ถึงขั้นทะลุปรุโปร่งเช่นนี้
"อืม จริงของลูก ถ้าเช่นนั้นพวกเราขอติดงานเลี้ยงลูกเอาไว้ก่อน ถ้าลูกอยากฉลองเมื่อไรพ่อกับแม่จะจัดการให้ตาม้า" เย่ชิงหยางกล่าวออกมาเช่นนั้น ทางด้านสวีหนิงเองก็เห็นด้วยกับความคิดของสามี
"ฮ่าๆๆได้เลยขอรับ เอาไว้ลูกอยากเลี้ยงฉลองเมื่อไรต้องบอกพวกท่านแน่" เย่หยุนซีหัวเราะร่าพลางเอ่ยปากตอบกลับ