“นั่งก่อนสิหยาด พี่จะพูดเื่ที่เราคุยกันเมื่อหลายวันก่อน” อุษาผายมือเชิญให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ล้อเลื่อนในฝั่งตรงข้าม
“เื่ที่หยาดขอกู้เงินกับทางบริษัทใช่มั้ยคะ” หยาดพิรุณนั่งลงแล้วถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแลดูมีความหวังที่จะได้เงินมาไถ่ถอนที่ดินคืนให้กับพ่อและแม่ของเธอ
“จริง ๆ พี่ยื่นเื่ให้คุณวีรนุชเรียบร้อยแล้วนะ แต่่นี้ดูคุณวีเธอจะยุ่ง ๆ เมื่อคืนก็พึ่งจะบินด่วนไปไทเป กว่าจะกลับก็คงอีกสักสองสามอาทิตย์ พี่พูดตรง ๆ เลยนะ ถึงคุณวีเธอจะอยู่ เื่เกณฑ์การกู้เงินของหยาดก็ไม่แน่ใจว่าจะผ่านการอนุมัติหรือเปล่า เพราะว่าเรายังไม่ได้ถูกบรรจุเป็พนักงานประจำของที่นี่ พี่เกรงว่า” อุษาก้มหน้าอย่างเศร้า ๆ หยาดพิรุณรู้ดีจึงพูดขึ้นว่า
“ไม่เป็ไรหรอกนะคะพี่อุ หยาดเองก็เผื่อใจเอาไว้แล้วว่าเกณฑ์การกู้เงินของหยาดอาจจะไม่ได้รับการอนุมัติ เพราะหยาดก็ทราบเงื่อนไขทุกอย่างดี หรือต่อให้กู้ผ่านก็ไม่น่าจะได้ถึงแปดแสนตามที่หยาด้าอยู่ดี หยาดถึงอยากจะหารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ยังไงล่ะค่ะ” เธอบอกด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่นตั้งใจ
“สี่เดือนเองนะหยาด เงินตั้งแปดแสนจะเอามายังไง แล้วงานที่ไหนถึงจะได้ค่าตอบแทนที่มากมายขนาดนั้น” อุษากลุ้มใจมืดแปดด้านแทนน้องสาวคนสนิทและรักใคร่เอ็นดูมากกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ มือบางยื่นนามบัตรสีเหลืองทองให้กับรุ่นพี่ที่เธอเคารพและเชื่อใจมากที่สุดในเวลานี้
"สปิริตบอมบ์!” อุษาอ่านนามบัตร พร้อมกับสบสายตาเศร้า ๆ ของหยาดพิรุณ “เท่าที่ได้ยินมาดูเหมือนจะเป็ผับระดับไฮคลาสอยู่พอสมควรนะ คงจะจ่ายหนักน่าดู แต่ถ้าจะไปทำจริง ๆ คงต้องระวังตัวเอามาก ๆ น่าจะมีทั้งเสือ สิงห์ กระทิง แรด อยู่เต็มไปหมด แบบนี้จะดีเหรอหยาด" อุษาออกอาการเป็ห่วง
"ไม่ดีหรอกค่ะพี่อุ แต่น่าจะไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ติดก็แค่ว่าจะให้คิโด้อยู่ยังไง เวลาที่หยาดต้องไปทำงาน"
"จริง ๆ มันก็พอจะมีทางอื่นอยู่หรอกนะ แต่พี่ไม่ค่อยอยากจะแนะนำ" อุษาบอก หยาดพิรุณตาลุกวาวออกอาการสนใจ
"งานอะไรเหรอคะพี่อุ" หยาดพิรุณยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ อุษาจ้องหน้าพลางเอามือป้องปากตัวเองเพื่อให้เสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้น้อยที่สุดก่อนบอกกับเธอ
"มันไม่เชิงงานหรอกนะหยาด จริง ๆ มันคือการไปเป็อิหนูของพวกเสี่ย ๆ หรือที่เขาเรียกว่าเด็กเสี่ยนั่นแหละ!"
"อะไรนะคะพี่อุ!" หยาดพิรุณใในคำพูดของรุ่นพี่
"หยาด...อย่าหาว่าพี่ดูถูกเลยนะ น้องอังที่เป็ประชาสัมพันธ์เหมือนกับเรา รายนั้นพี่ก็ได้ยินพวกเด็ก ๆ ในออฟฟิศเม้าท์กันว่านางก็มีเสี่ย ๆ เลี้ยงเหมือนกัน ถ้าหยาดสนใจ พี่พอจะรู้จักคนที่เขาอาจจะหาเสี่ย ๆ ให้ได้”
"อย่าดีกว่าค่ะพี่อุ! หยาดมีลูกแล้ว และหยาดไม่อยากทำอะไรแบบนั้นด้วย ขอบคุณนะคะที่หวังดี" หยาดพิรุณลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ อุษาคว้าข้อมือบางของเธอเอาไว้
"เดี๋ยวสิหยาด! โกรธพี่หรือเปล่า" หยาดพิรุณค่อย ๆ นั่งลงที่เก้าอี้พร้อมกับระบายยิ้มออกมาบาง ๆ
"หยาดไม่ได้โกรธพี่อุหรอกนะคะ แต่ว่าหยาดสับสนไปหมด ไม่รู้จะทำยังไงดี หรือบางทีก็ไม่ได้มีทางเลือกให้หยาดมากนัก"
"เอาแบบนี้ดีมั้ย พี่มีรถถ้าหยาดต้องไปทำงานที่สปิริตบอมบ์นั่นจริง ๆ พี่จะช่วยอยู่เป็เพื่อนคิโด้ให้เอง"
"จริงเหรอคะพี่อุ ถ้าแบบนั้น หยาดคงไม่ใช้งานพี่อุฟรี ๆ แน่นอน หยาดจะให้ค่าเสียเวลาพี่อุด้วยนะคะ" หยาดพิรุณพูดด้วยความตื้นตันใจ
"ไม่เป็ไรหรอกนะหยาด ถือว่าช่วย ๆ กัน พี่ขอแค่อาหารมื้อเย็นหนึ่งมื้อกับค่าทางด่วนก็พอนะ"
"ขอบคุณนะคะ พี่อุ"
"อย่าคิดมากล่ะ กลับไปเข้าทำงานเถอะจ้ะ" อุษายิ้มให้กับเธอร่างระหงยิ้มรับก่อนจะเดินกลับออกไปจากห้อง
เวลาต่อมา
เควิ่นนั่งอ่านแฟ้มเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานของวีรนุชมาเกือบจะครึ่งค่อนวัน หลังจากที่เธอให้เขามาเคลียร์เอกสารกองโตที่ต้องเซ็นอย่างเร่งด่วนให้ั้แ่่เช้าแม้แต่กาแฟสักถ้วยก็ยังไม่ตกถึงท้อง สายตาคมกริบเหลือบมองเวลาที่แขวนอยู่บนผนังห้อง เป็เวลา 11.30 น. ก่อนจะวางมือจากเอกสารทั้งหมดเอนกายพิงกับพนักเก้าอี้หวนนึกไปถึงเื่เมื่อสองวันก่อนที่เขากระทำต่อหยาดพิรุณภายในบ้านของเธอ
“นี่แกทำบ้าอะไรลงไปวะ แทนที่จะให้เขาไว้ใจ แต่กลับเสือกทำเื่ให้มันแย่ลง ไอ้เคเอ้ย! ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้วะ” มือแกร่งตบลงที่โต๊ะอย่างเต็มแรงทำให้ที่แฟ้มเอกสารที่วางเบียดเสียดซ้อนกันอีกตั้งหนึ่งของวีรนุชที่เขายังไม่ได้เข้าไปแตะต้องหล่นลงไปอยู่ที่พื้น
“นี่มันแฟ้มอะไร!” เควิ่นก้มลงไปคว้าเอกสารแฟ้มนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะพบเนื้อความด้านในว่าเป็เื่การขออนุมัติเงินกู้ของหยาดพิรุณที่อุษาเป็คนเอามาวางไว้ที่โต๊ะเมื่อสัปดาห์ก่อน
“จำนวนเงิน 800,000 บาท!” เควิ่นพึมพำตัวเลขออกมาเบา ๆ ด้วยความสงสัย พลางครุ่นคิดว่าเธอจะนำเงินจำนวนนี้ไปทำอะไร
“คุณอุษา!” เควิ่นตรวจดูรายชื่อของคนที่ลงลายเซ็นไว้เป็ชื่อของอุษาที่เป็ผู้จัดทำเอกสารฉบับนี้ขึ้น เขารู้แล้วว่าควรจะไปถามเื่นี้เอาความได้จากใคร
ทางด้านหยาดพิรุณที่กำลังนั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำลังลงข้อมูลประชาสัมพันธ์งานเลี้ยงฉลองครบรอบ 20 ปี ของฟิตเนส และสปาที่จะถูกจัดขึ้นปลายเดือนหน้า ก่อนจะมีเสียงร้องเตือนของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองดูเวลาก่อนจะกดรับสาย
“เที่ยงพอดี ไปทานข้าวกันดีกว่า” อังศุมาลินหันไปชวนเพื่อนร่วมงานฝ่ายการตลาดที่นั่งอยู่ตรงบริเวณนั้น โดยไม่ได้หันมาสนใจหยาดพิรุณอย่างเช่นทุกครั้ง เพราะเมื่อเช้าเธอพึ่งถูกหยาดพิรุณพูดใส่หน้าไปหมาด ๆ ทำให้ไม่กล้าที่จะเหน็บแนมอะไรในตอนนี้
“สวัสดีค่ะหยาดพิรุณพูดสายค่ะ อะไรนะคะ! เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” หยาดพิรุณวางสายก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้วรีบลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน ขณะที่อุษาและส้มโอกำลังเดินมาชวนเธอไปทานอาหารมื้อกลางวันด้วยกันอยู่พอดี
“นั่นหยาดกำลังจะไปไหน ไม่ทานข้าวก่อนเหรอ” อุษาเป็เ้าของคำถามนั้น
“เอ่อพี่อุคะ พอดีทางโรงเรียนโทรมาบอกว่าคิโด้ตัวร้อน หยาดขออนุญาตออกไปรับลูกมาที่นี่ได้ไหมคะ” เธอถามด้วยสีหน้าที่ดูเป็กังวลอย่างชัดเจน อุษาเองได้ฟังก็ใทำอะไรถูก เพราะเธอเองก็มีลูกเล็ก ๆ เช่นกัน จึงเข้าใจเื่แบบนี้ดีที่สุด เช่นเดียวกับส้มโอ
“ได้สิ แต่ว่าหยาดยังไม่ได้ทานอะไรเลยั้แ่เช้าเลยไม่ใช่เหรอ”
“หยาดเป็ห่วงลูกมากกว่าค่ะ” เธอตอบ
“โอเค ๆ พี่เข้าใจ แล้วนี่เราจะให้พี่เอารถไปส่งมั้ย” อุษาเอ่ยถามอย่างมีน้ำใจพร้อมกับแสดงความเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวหยาดนั่งรถแท็กซี่ไปเองดีกว่า เชิญพี่อุกับพี่ส้มทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวหยาดรีบกลับมา ขอตัวก่อนนะคะ” หยาดพิรุณลุกลี้ลุกลนออกไปจากออฟฟิศ โดยมีอุษาและส้มโอมองตามแผ่นหลังบางไปแบบห่วง ๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากพนักงานออกไปรับประทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทยอยกลับเข้ามาในออฟฟิศ เป็จังหวะเดียวกับที่หยาดพิรุณที่ไปรับไอคิโด้จากโรงเรียนมาถึงที่ทำงานพอดี เพราะเธอไม่อยากที่จะลางานในเวลาแบบนี้ เกรงว่าจะไม่ผ่านการทดลองงานจึงต้องพาลูกชายมาที่ทำงานด้วย
“คิโด้ครับ เดี๋ยวหม่ามี๊ลงไปแลกเงินกับพี่ยามหน้าออฟฟิศก่อน พอดีคุณลุงเ้าของรถแท็กซี่ไม่มีเงินทอน เดี๋ยวคิโด้ขึ้นไปรอหม่ามี๊ที่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับก่อนจะได้ไม่ต้องยืนรอตากแดดนะครับ รู้จักใช่มั้ยเอ่ย”
“รู้จักฮะ” สองเท้าเล็กก้าวลงจากรถ แล้วเดินขึ้นบันไดไปที่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับตามที่ผู้เป็แม่บอก ระหว่างทางที่เดินเข้าไปด้านในนั้นสายตาของสาวๆ พนักงานต่างพากันมองเ้าฝรั่งตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่เดินดุ่ยๆ เข้าไปนั่งที่โซฟากำมะหยี่สีแดงสดที่ด้านหน้าแผนกต้อนรับกันเป็ตาเดียว
“ต๊าย! พ่อหนุ่มน้อย นี่ลูกเต้าเหล่าใครกันจ๊ะ หน้าตาน่าเกียจน่าชังจังเลย” มือบางหยิกเข้าที่แก้มยุ้ยๆ แดงๆ ป่องๆ ของไอคิโด้ด้วยความหมั่นเขี้ยวในความน่ารักของเ้าตัวน้อย โดยไม่ได้ยั้งมือ จนแก้มที่ถูกหยิกเป็รอยแดงตามน้ำหนักมือที่ถูกหยิกลงไป
“โอ้ย!!! (ลากเสียงยาว) คุณป้า! มาหยิกหน้าผมทำไมฮะ ผมเจ็บนะ!” ไอคิโด้ร้องลั่นจนพนักงานคนอื่นๆ หันกลับมามอง ร่างเพรียวบางยืนตัวทื่อใบหน้าแดงก่ำด้วยความเกรี้ยวกราดอยากจะตบเด็กคนนี้เสียให้ปากฉีก
“ต๊าย! ปากจัดนะย๊ะเรา กล้าดียังไงมาเรียกฉันป้า!” อังศุมาลินแว้ดใส่ไอคิโด้ที่ยืนลูบหน้ารูปตา เพราะความเจ็บแสบที่ถูกหยิกแก้มอย่างแรงจนแดงก่ำ
“ก็คุณป้ามาหยิกหน้าผมก่อนทำไมล่ะฮะ ผมเจ็บนะ!” ไอคิโด้พูดเสียงดัง พลางชี้หน้าคุณป้าใจร้าย
“ไอ้เด็กบ้า! พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือยังไง มาเรียกฉันว่าป้า! เดี๋ยวได้เจอดีหร๊อก” อังศุมาลินเดินปราดเข้าไปจะคว้าเรียวแขนน้อยๆ แต่เ้าตัวเล็กกลับวิ่งหลบหลีกไปชนกับร่างของอุษาที่พึ่งจะเดินกลับเข้ามาได้ในจนล้มลงไปนั่งที่พื้น
"โอ๊ะ!!! "
“เอ้าพ่อหนุ่มน้อย! เป็อะไรหรือเปล่าจ้ะ” อุษาและส้มโอช่วยกันพยุงเ้าร่างน้อยๆ ให้ลุกขึ้น ก่อนที่อุษาจะหันมาหาอังศุมาลินแล้วถามออกไปด้วยความใคร่รู้
“เสียงเอะอะอะไรกันเหรอคะน้องอัง”
“ก็ไอ้เด็กบ้า! เอ่อ…ก็เด็กคนนี้สิคะ ไม่รู้มาจากที่ไหน อังแค่จับแก้มนิดเดียวเท่านั้นเองแต่มัน เอ่อ! แต่ดันมาชี้หน้าด่าอังว่าป้า ก้าวร้าวสุดๆ ไม่รู้ว่าพ่อแม่ปล่อยให้มาเพ่นพ่านแถวนี้ได้ยังไง” อังศุมาลินยืนเชิดหน้าชูคออย่างถือดี รอให้ผู้ใหญ่ใจดีอย่างอุษาช่วยเคลียร์ให้เด็กคนนี้ยอมมาขอโทษเธอแต่โดยดี
“หนูเป็ลูกเต้าเหล่าใครจ้ะ แล้วมาทำอะไรที่นี่” อุษาเอ่ยถามด้วยสีหน้าและท่าทางที่อ่อนโยน
“ผมมารอหม่ามี๊ฮะคุณน้า”
“ต๊าย! เด็กอะไรปากหวาน เรียกฉันว่าน้าด้วย แต่ทำไมถึงเรียกคุณน้องอังว่าป้า” อุษาและส้มโอหัวเราะร่วน พร้อมกับพนักงานคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์อีกสามถึงสี่คนที่ได้ยินเหมือนกันก็พากันส่งเสียงหัวเราะ อังศุมาลินกระแทกเท้าหนักๆ ให้อุษาและส้มโอรู้ตัว ทั้งหมดจึงหุบยิ้มลงทันที
“อืม...จะว่าไปแล้ว เด็กคนนี้ก็หน้าตาออกจะคุ้นๆ นะคะพี่อุ” ส้มโอหันมาพูดกับอุษา
“จริงด้วย! เหมือนใครกันน้า...ทำไมพี่ถึงคิดไม่ออก” อุษาทำท่าครุ่นคิด ก่อนที่พนักงานที่ยืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์และส้มโอจะพูดออกมาเสียงดังฟังชัดพร้อมเพรียงกันว่า
“คุณเค!”
คำพูดนั้น ดังไปถึงหูของคนที่กำลังเดินเข้ามาทั้งหยาดพิรุณ และ เควิ่นที่ถือแฟ้มเอกสารเดินตรงดิ่งมาหาอุษาเพื่อถามถึงเื่เงินกู้ยืมจำนวนแปดแสนบาท
“ไม่เห็นจะเหมือนตรงไหนเลย คุณเคเธอออกจะหล่อน่ารัก แถมยังสมาร์ต ถึงเด็กคนนี้จะผิวขาว จมูกโด่ง คิ้วหนาเข้ม หน้าตาฉายแววหล่อั้แ่เด็กอ่านะ แต่ก็งั้นๆ แหละ ไม่เห็นจะเหมือนคุณเคสักนิด” อังศุมาลินพูดอย่างอคติ แต่ทว่าเธอก็คิดเหมือนอย่างคนอื่นว่าเด็กคนนี้ มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเควิ่นจริงๆ พอได้ยินแบบนั้นร่างกำยำสูงใหญ่ก็หยุดชะงักทันที แล้วยืนหลบอยู่มุมเสาที่เป็จุดอับสายตา เพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะเป็อย่างไรโดยไม่ให้ใครมองเห็น
“จริงค่ะ คุณอังพูดถูก” เสียงของหยาดพิรุณดังแทรกขึ้นมา ก่อนที่เ้าตัวน้อยจะวิ่งเข้าไปหา
“หม่ามี๊!” ทุกคนพากันใเพราะไม่คิดว่าเด็กชายตัวน้อย รูปร่างหน้าตาน่ารักคนนี้จะเป็ลูกชายของหยาดพิรุณ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอจะมีสามีเป็คนต่างชาติ ลูกถึงได้ออกมาเป็เด็กลูกครึ่งออกไปทางฝรั่งขนาดนี้
“ไอคิโด้ไม่คล้าย และก็ไม่เหมือนคุณเคเลยแม้แต่นิดเดียว” เธอประกาศก้องกับทุกคน เควิ่นได้ฟังก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก เพราะถ้าหากว่าไอคิโด้หน้าเหมือนเขาจริงๆ แล้วมันจะเสียหายตรงไหน
“คิโด้ครับ สวัสดีคุณน้าๆ แล้วก็คุณป้าอุษาสิครับ”
“สวัสดีฮะคุณป้าอุษา” ไอคิโด้พูดพลางยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทักทายคนอื่นๆ แล้วหันมาหยุดอยู่ตรงหน้าของอังศุมาลิน “แล้วต้องสวัสดีคุณป้าคนนี้ด้วยหรือเปล่าฮะ”
ทุกคนตาค้าง เพราะไอคิโด้ยังคงเรียกอังศุมาลินว่าป้า ทั้งๆ ที่ควรจะต้องเรียกน้า เพราะเธออายุรุ่นราวคราวเดียวกับหยาดพิรุณ