บรรยากาศของนครแห่งราชันย์เรียกได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียว มันให้ความรู้สึกว่าเป็นเมืองแห่งจิตวิญญาณของทวีปชิงหลง ผู้คนมากมายรวมถึงผู้ฝึกฝนยุทธที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนบินว่อนไปทั่วท้องฟ้า แต่ถึงกระนั่นมันก็แทบจะไม่มีความวุ่นวายเลยซักนิด คงจะเป็นเพราะทหารของราชวงศ์ชิงหลงที่บินตรวจตราอย่างขยันขันแข็ง พวกเขาแต่ละคนสวมชุดเกราะสีทองอร่ามที่น่าเกรงขามและหมวกเกราะที่บดบังไปทั่วทั้งหน้า มันยิ่งทำให้แต่ละคนต้องเคราพยำเกรงในตัวของพวกเขา
แต่ที่พวกเขาหวาดกลัวนั่นไม่ใช่ในเรื่องของพลังแต่ก็คือขุมพลังของพวกเขานั่นเอง เลยทำให้นครราชันย์แห่งนี้เต็มไปด้วยความปลอดภัยที่มากมายเลยก็ว่าได้ ฝูงชนทุกคนได้แต่สบายใจเมื่ออยู่ใต้ร่มเงาของพวกเขา บางคนถึงกับแต่งบทวีที่เชิดชูราชวงศ์ชิงหลงขึ้นมา เด็กๆหลายคนก็ห้อมล้อมนั่งฟังอย่างตื่นเต้น ถึงเรื่องราวที่เป็นตำนานของผู้ปกครองพวกเขา
ที่ด้านล่างชายชราคนนึงกำลังเล่าเรื่องราวของเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างโอ้อวด
"ราชวงศ์ชิงหลงเมื่อหนึ่งปีก่อนได้พบเจอกับฐานลับของขุมพลังที่ชั่วร้าย พวกมันถูกเรียกว่านิกายเทียนตี้แต่ถึงจะเป็นแบบนั่น พวกมันก็ไม่คนามือท่านราชองค์รักษ์ทั้งสองเลยซักนิด พวกท่านทั้งสองใช้พลังของตนสยบเทพวิญญาณยุทธแห่งความชั่วร้ายจากอดีตและพวกมันก็ถูกกวาดล้างจนสิ้น ส่วนหัวหน้าสูงสุดของพวกมันที่มีพลังมหาศาลก็ถูกจับไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอยู่ภายในหอคอยมังกรทมิฬโน่น"
ชายชราส่งเสียงกระแฮ่มออกมาอย่างผู้อวดรู้และเมื่อเขาเล่ามันจบก็ทำให้เด็กๆหลายคนส่งเสียงออกมาอย่างตื่นเต้น พวกเขาถึงตาลุกวาวเมื่อได้ยินถึงวีรกรรมของผู้แข็งแกร่ง ทุกคนอยากจะเป็นแบบพวกเขาเลยทีเดียว
ภาพที่เขาได้เห็นมันยิ่งทำให้เห็นได้ว่าสถานการณ์ของทวีปชิงหลงในตอนนี้มันเป็นยังไง ฝูงชนทั้งหมดไม่ได้รับรู้ความจริงเลย
"หึ? ราชวงศ์จอมปลอมคงจะล้างสมองพวกเขาแล้วสิน่ะ ถึงได้ไปเชิดชูพวกมันอย่างออกหน้าออกหน้าเช่นนี้ เบื้องหน้าแสแสร้งเป็นคนดีแต่เบื้องหลังของพวกมันกลับเต็มไปด้วยความชั่วร้ายที่มากยิ่งกว่าสิ่งใด นิกายเทียนตี้นะหรอขุมพลังที่ชั่วร้าย ไอ้พวกสารเลวคงจะเขียนมันขึ้นมาเนิ่นนานแล้วสิน่ะ..!!"
หลินตงจ้องมองลงมาจากเบื้องบนก็ส่งเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ยิ่ง ท่านปู่ของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นเทพวิญญาณยุทธที่ชั่วร้ายสังหารผู้คนหลายล้านชีวิต มันยิ่งทำให้เขายอมรับไม่ได้เข้าไปอีก
ต้องบอกเลยว่าราชวงศ์ที่ปกครองทวีปชิงหลงแห่งนี้แทบจะทุกคนไม่รู้เรื่องราวส่วนลึกเลยทั้งนั่น พวกเขาเห็นเพียงแค่ด้านหน้าที่ถูกเปิดออกมา ลองคิดดูสิถ้าเรื่องราวทั้งหมดจากเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนถูกเปิดเผยละก็ ราชวงศ์ชิงหลงคงจะได้จบสิ้นอย่างแน่นอน เพราะว่าไม่ใครที่จะยอมรับเรื่องแบบนั่นได้แน่ แต่มันก็คงจะเป็นเพียงเรื่องที่เพ้อฝัน พวกมันจะไม่ยอมให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้ามีใครได้รับรู้ความจริงจุดจบก็คงจะมีเพียงแค่ความตายเท่านั่น
"หอคอยมังกรทมิฬยังงั้นเหรอ? ต้องหาข้อมูลหน่อยแล้ว..!!"
ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมาพลางมองไปยังนิ้วกลางที่สาม ที่ตั้งของหอคอยจะต้องอยู่ภายในอาณาเขตนิ้วที่สามเป็นแน่ หอคอยมังกรทมิฬแห่งนี้อาจจะเป็นที่ไว้ใช้กักขังศัตรูของพวกราชวงศ์ชิงหลงและเมื่อเขาเห็นว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอก็ไม่รอช้าที่จะไปหามันต่อ เขาบินว่อนไปทั่วเพื่อรับฟังสิ่งต่างๆที่เล็ดลอดเข้ามา
แต่ทว่าในขณะนั่นเขาก็ไปเห็นแผ่นป้ายกระดาษที่ถูกติดไว้ตามกำแพงกระจายไปทั่ว ชายหนุ่มร่อนลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับมองไปยังมันด้วยท่าทางที่แปลกประหลาด ภายในภาพนั่นคือชายหนุ่มคนนึงที่มีใบหน้าหล่อเหลาและมีเส้นผมสีเงินยาว เขานั่นถูกออกประกาศจับตามล่าจากราชวงศ์ชิงหลงและสี่ตระกูลใหญ่
"หึหึ ออกประการจับตัวข้า ฝันไปก่อนเถอะพวกไอ้แก่เอ้ย คิดหรอว่าจะหาข้าเจอง่ายๆน่ะ"
"อยากจะจับตัวข้ามากนักหรอ? เดียวข้าจะมอบของขวัญให้กับพวกแกเอง..!! ฮ่าฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยันดังขึ้นออกมาจากความว่างเปล่า ฝูงชนที่เดินผ่านไปมาถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงปริศนาที่ดังขึ้น พวกเขามองหากันให้ควักแต่ก็ไม่พบเจออะไร มันยิ่งทำให้แต่ละคนต้องขนลุกซู่ ในใจได้คิดไปไกลหรือว่านี่คือผีกันแน่นะ
มันก็ไม่แปลกหลินตงตอนนี้ได้ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับห้วงมิติและกลมกลืนไปกับพวกมัน ตอนนี้ต่อให้จะเป็นเทพวิญญาณยุทธที่ทรงพลังมากมายเพียงใดพวกเขาก็ไม่สามารถสัมผัสถึงชายหนุ่มได้ เผลอๆเทพวิญญาณยุทธโบราณอย่างเช่นราชองค์รักษ์มือซ้ายมือขวาก็ไม่สัมผัสได้เช่นเดียวกัน
วิชามังกรเซียนของชิงหลงเซียนนั่นถือว่าเป็นทักษะวิชาระดับไร้เทียมทาน พลังของมันจะปรากฏออกมาก็ต่อเมื่อมีคลื่นพลังที่อยู่ในระดับสูงเท่านั้นและตอนนี้หลินตงก็ได้บรรลุเงื่อนไขของพวกมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้วิชามังกรเซียนจะแสดงพลังที่แท้จริงของมันและประจักษ์แก่โลกหล้าอย่างแน่นอน
เวลาผ่านไปชายหนุ่มก็ออกสำรวจลู่ทางต่างๆอย่างจริงจังจนกระทั่งไปถึงใจกลางของนครแห่งราชันย์ ในตอนนี้เหมือนกับว่ามันจะมีเทศกาลอะไรบางอย่าง ฝูงชนมากมายหรือแม้แต่ผู้ฝึกยุทธที่ทรงพลังหลายหมื่นหลายแสนคนกำลังออกันอยู่ภายในบริเวณนั่น
"ลานประลอง หือ? เดียวก่อน เจ้าพวกนี้มัน..!!"
หลินตงที่สัมผัสได้ก็จ้องมองอย่างแปลกประหลาด คนที่กำลังประลองกันอยู่ตอนนี้คือรุ่นเยาว์ที่ทรงพลังของตระกูลใหญ่ทั้งสี่แถมยังมีคนของราชวงศ์ชิงหลงที่เข้าร่วมการประลองด้วย ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ดูสง่างามพร้อมกับสวมชุดคลุมมังกรทองบินขึ้นไปยังลานประลองอย่างมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลา เส้นผมสีเงินยาวอร่ามที่เปล่งประกายทำให้ผู้หญิงหลายคนที่เห็นต้องกรี๊ดกราดออกมา
"ท่านองค์ชายลำดับที่หนึ่ง พวกข้าเชียร์ท่านน้า"
เสียงตะโกนเชียร์ของหญิงสาวดังก้องไปทั่ว มันเลยทำให้รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา
บนลานประลองผู้ที่ถูกกล่าวขานว่าองค์ชายนั่นไม่ได้สนใจถึงเสียงเชียร์เลยซักนิด เพราะว่าเบื้องหน้าของเขาตอนนี้คือศัตรูตัวฉกาจที่ใครหลายๆคนก็ไม่คาดคิด ชายหนุ่มคนนึงที่มีใบหน้าธรรมดาและยังมีเส้นผมสีดำตัดสั้น ใบหน้าทะเล้นพร้อมกับมีท่าทางที่ติดเล่น หญิงสาวคนอื่นๆที่เห็นเขาต้องทำหน้ายี้ในทันที แต่ทว่าไม่ใช่กับผู้ฝึกยุทธหลายคน พวกเขาตาลุกวาวเมื่อเห็นถึงชายหนุ่มที่ปรากฏออกมา
"โอ้ๆ รอบนี้ข้าเจอองค์ชายลำดับที่หนึ่งหรอเนี่ย ท่านชิงหลงหยาง ก็ออมมือให้ข้าด้วยละ ข้าคือคนที่อ่อนแอเพียงเท่านั้น อิอิ"
ชายหนุ่มส่งเสียงยียวนอยู่นิดๆจนทำให้ชายร่างใหญ่ต้องคิ้วกระตุก
"ซวนหยวน!! อย่าปากดีให้มากนัก ข้าจะบดขยี้เจ้าเป็นชิ้นๆเหมือนกับมดปลวกที่ข้าเหยียบย่ำในทุกๆวัน..!!"
สิ้นคำพูดของเขาพลังมหาศาลก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรงจนก่อเกิดเป็นวังวนพลังที่น่าสะพรึง คลื่นพลังมหาศาลทำให้ลานประลองที่มีขนาดใหญ่หลายพันกิโลเมตรต้องสั่นไหวพร้อมกับมีเสียงมังกรคำรามดังกึกก้องสะท้านภพ
ชายที่มีนามว่าซวนหยวนเมื่อเห็นก็ยกยิ้มขึ้นอยู่นิดๆ เขาที่เห็นมันก็ไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด ชายหนุ่มค่อยๆยกแขนของตนพร้อมกับดีดนิ้วขึ้น ทุกคนที่เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขาก็ส่งเสียงกระหึ่มออกมาดังลั่น มาแล้ว นี้คือท่าประจำตัวของเขาก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้
เมื่อทำท่าทางเสร็จเขาก็ชี้นิ้วไปยังชิงหลงหยางพร้อมกับพูดขึ้น
"ได้เวลาเริ่มการแสดงแล้ว Is show time..!!"