หลังจากนั่งรถม้าจากจวนเพียง 1 เค่อ ก็มาถึงเหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมืองหลวง จะว่าไปที่นี่ก็เป็หนึ่งในกิจการของตระกูลเซี่ยเช่นกัน แน่นอนว่าราคาของอาหารที่นี่ก็สูงเสียจนน่าใ
ทั้งสามคนมักจะออกมาทานอาหารที่นี่อยู่เสมอ ในแต่ละครั้งนางก็ไม่เคยคิดที่จะจ่ายเงินเลยแม้แต่ครั้งเดียว มู่อี้หานเองก็ไม่เคยเสนอตัวจ่ายเงินเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“อี้หาน”
“พี่อี้หาน”
เสียงเรียกของสตรีสองนางทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าร้านหันมามอง การแต่งกายราวกับบัณฑิตสูงศักดิ์ที่ทำให้นางตกหลุมรักครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ครั้งนี้กลับมีความรู้สึกใเข้ามาแทนที่ความรู้สึกนั้น
ทั้งเสื้อผ้า ท่าทาง รวมไปถึงสิ่งต่างๆรอบกายของมู่อี้หานเป็สิ่งที่นางเคยบได้เห็นมาแล้วครั้งหนึ่งทั้งสิ้น นี่มันบังเอิญเกินไป จนนางมีความคิดที่ว่าความฝันนั้นเป็เื่จริง!!
หากไม่ใช่นางสามารถทำนายอนคตจากความฝันได้ ก็มีเพียงนางตายแล้วย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ แต่เื่นี้คงจะมีเพียงเทพเ้าเท่านั้นที่สามารถให้คำตอบแก่นางได้
“เหยาฮวา เหตุใดวันนี้เ้าถึงแต่งตัวเช่นนี้กัน” แม้ว่าจะตกตะลึงในความงดงามของคู่หมั้น แต่เขาก็ไม่คิดที่จะชื่นชมออกมาแม้แต่คำเดียว เพราะการแต่งกายเช่นนี้จะบดบังความงดงามของหญิงในดวงใจของเขา
“เหตุใดจะไม่ได้ ข้าเซี่ยเหยาฮวาจะทำสิ่งใดเคยต้องขออนุญาตใครด้วยหรือ”
ชื่อของนางคือเซี่ยเหยาฮวา บุตรสาวที่ขึ้นชื่อเื่ความเอาแต่ใจและมั่นใจในตนเองจนไม่มีใครสามารถตักเตือนได้ ของเซี่ยเหยาเฉิง คหบดีผู้ร่ำรวยแห่งเมืองหลวง ความร่ำรวยของเซี่ยเหยาฮวานั้นเป็ที่เื่ลือในเมืองหลวงจากการแต่งตัวที่มักจะประโคมสิ่งของมีค่าทุกอย่างเอาไว้บนร่างกายนั่นเอง
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เราเข้าไปด้านในกันเถิด ข้าสั่งอาหารที่เ้าชอบเอาไว้ให้แล้ว”
“เ้าค่ะ”
หลังจากเข้ามานั่งในห้องรับรองตำแหน่งที่นั่งก็ทำให้นางรู้สึกสะดุดอีกครั้งนางนั่งทางด้านซ้ายของมู่อี้หาน ส่วนเยว่ซินกลับนั่งลงด้านขวาของเขาออกจะใกล้ชิดเสียยิ่งกว่านางด้วยซ้ำ หากเป็ที่ลับตาคนเช่นนี้เยว่ซินมักจะมีความใกล้ชิดกับเขาเทียบเท่ากับนางที่เป็คู่หมั้น บางครั้งออกจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
เหตุใดในอดีตนางถึงไม่เคยมองเห็นความผิดปกติเช่นนี้กัน มาถึงตอนนี้ที่นางตาสว่างขึ้นก็รู้สึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก
แม้กระทั่งอาหารบนโต๊ะเองก็มีอาหารที่นางชื่นชอบเพียงไม่กี่อย่าง น่าเสียดายที่ในอดีตนางโง่งมกับความรักมากเกินไป ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าเพียงแค่วันเดียวก็ทำให้นางสามารถเปลี่ยนมุมมองได้ถึงขนาดนี้ ไม่ว่าทุกอย่างมันคือความฝันหรือว่าเป็ตัวนางสามารถย้อนเวลากลับมาได้แต่นางก็ต้องขอบคุณมันจริงๆ
“เยว่ซิน วันนี้เ้ากลับไปก่อนเถิด ข้าจะไปเลือกซื้อผ้าเสียหน่อย” หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้วนางก็พูดขึ้นมาทันที เพราะไม่สามารถทนเห็นทั้งสองคนได้อีกต่อไป นางต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยในการทำใจกับเื่ทั้งหมด
“แต่ว่า….หากข้าไม่ไปด้วยแล้วใครจะช่วยท่านเลือกละเ้าคะ”
“ไม่เป็ไร แค่เลือกผ้า ไม่ใช่เื่ยากอะไร”
“อย่างนั้นก็ได้เ้าค่ะ”
คิดว่านางไม่รู้ความคิดของเยว่ซินหรอกหรือที่อยากจะไปกับนางด้วย นอกจากจะคอยเป่าหูให้นางซื้อผ้าล้าสมัยแล้วทุกๆครั้งที่นางไปเลือกซื้อผ้าน้องสาวคนนี้ก็มักจะทำท่าทีคับข้องใจ เต็มไปด้วยความรู้สึกต้อยต่ำ ทุกครั้งนางมักจะซื้อผ้าไหมเนื้อดีให้ไปเสียหลายพับ
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสามคนจะได้ล่ำลากัน มู่อี้หานก็พูดขึ้นมาเสียก่อน “หากเป็เช่นนั้นข้าอาสาไปส่งเยว่ซินเองก็แล้วกัน ถึงอย่างไรนางก็ไม่มีรถม้า”
“ฮ่าๆๆๆ ข้าเองก็พึ่งรู้ว่าท่านเลือกที่จะไปส่งน้องสาวของข้า แทนที่จะไปเลือกผ้ากับคู่หมั้นของตนเอง”
“นี่…ไม่ใช่แบบนั้น เ้ากำลังเข้าใจข้าผิด”
“ช่างเถิด ข้าขอตัวก่อน”
ตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างมันเป็เพราะนางมันโง่เอง นี่ทำให้นางรู้สึกบอบช้ำไม่น้อย นอกเหนือจากความแค้น ความโกรธ ความเกลียดชังของนางแล้ว ตอนนี้ในใจของนางก็เต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจ ถึงอย่างไรนางก็ยึดมั่นกับผู้ชายคนนี้มาเกือบสิบปี
แม้ว่าการหักหลังครั้งใหญ่ของทั้งสองจะเป็เหตุผลมากพอให้นางรู้สึกเกลียดชัง แต่นางก็ไม่สามารถหักห้ามใจของตนเองได้เด็ดขาดจริงๆ
“คุณหนู ท่านเป็อะไรหรือไม่เ้าคะ” ลี่ถังที่เห็นว่าคุณหนูของตนสีหน้าไม่ดีก็ถามขึ้น
“ไม่เป็ไรหรอก พวกเรารีบไปกันเถิด”
“เ้าค่ะ”
ร้านขายผ้าขนาดใหญ่เป็อันดับต้นๆของเมืองก็เป็หนึ่งในกิจการของตระกูลเซี่ย นั่นทำให้เหยาฮวาไม่จำเป็ต้องไปแย่งชิงซื้อผ้าดีๆจากผู้อื่น ไม่ว่า้าผ้าชนิดใด สีใด ก็สามารถเลือกหามาได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นว่ากิจการของครอบครัวดำเนินไปได้ด้วยดีก็ทำให้นางรู้สึกถึงไฟในตัว ถึงอย่างไรนางก็เป็บุตรสาวพ่อค้า ทั้งชีวิตมองเห็นการค้าขายมามากมาย บิดาก็มอบความรู้ด้านการค้าให้นางมาตลอดสิบกว่าปี
แม้ว่าใน่หลังๆนี้นางกับบิดาไม่ค่อยเข้าใจกันสักเท่าไหร่ แต่ความรู้ความสามารถทั้งหลายก็ยังคงอยู่กับนางเสมอ จะว่าไปเหยาฮวาเองก็เป็คนที่ฉลาดไม่น้อย มีเพียงแค่เื่ของความรักเท่านั้นที่ทำให้นางเชื่ออย่างหน้ามืดตาบอด
“ท่านพ่อ ข้าผิดต่อท่านมากจริงๆ”
“คุณหนูว่าอย่างไรนะเ้าคะ บ่าวได้ยินไม่ชัด”
“เปล่าหรอก ข้าแค่คิดว่าท่านพ่อนั้นเก่งกาจจริงๆที่สามารถสร้างกิจการได้มากมายขนาดนี้”
“จริงด้วยเ้าค่ะ นายท่านนั้นเก่งกาจเป็อย่างมาก แม้ว่าในอดีตนายท่านจะมั่งคั่งแต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับตอนนี้” ตัวนางนั้นเป็สาวใช้ที่ได้รับการเลี้ยงดูมาคู่กับเหยาฮวา ดังนั้นเื่ราวในอดีตของตระกูลเซี่ย นางล้วนผ่านมาด้วยทั้งสิ้น
“เอาเถิด เ้าไปเลือกผ้าสักหลายๆผืน เอาสีอ่อนให้มากหน่อย”
“เ้าค่ะ”
หลังจากซื้อผ้าแล้วนางก็ยังเลือกเครื่องประดับอีกหลายชิ้น เครื่องประดับที่มีอยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็เครื่องประดับจำพวกทอง ซึ่งไม่เข้ากับเสื้อผ้าใหม่ของนาง
“จริงสิ กลับไปเ้าก็ไปเลือกเสื้อผ้าเก่าๆของข้าที่เ้าเห็นว่าไม่เหมาะกับข้าส่งไปให้เยว่ซินสักหน่อยเถิด”
“เ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะเลือกอย่างสุดความสามารถ”
เหยาฮวานั้นรู้ดีว่าลี่ถังนั้นไม่ได้ชื่นชอบในตัวเยว่ซินมากนักเพราะอีกฝ่ายมักสร้างความขับข้องใจให้แก่ลี่ถังอยู่เสมอ คราวนี้นางคงจะเอาความคับข้องใจส่งกลับไปอย่างสาสม
“คุณหนูเ้าคะ บ่าวขอส่งรองเท้าไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ บ่าวเกรงว่าจะไม่เข้าชุดกัน”
“ฮ่าๆๆ เอาเถอะ เ้าอยากส่งอะไรก็ส่งไปเถอะ”
หลังกลับถึงจวนลี่ถังก็รีบกลับไปที่เรือนของนางเพื่อคัดแยกของทันที ส่วนตัวนางนั้นแยกตัวออกมาเพื่อมุ่งหน้าไปยังเรือนหลัก เพื่อเข้าพบบิดาที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเป็กว่า 2 เดือนแล้ว
โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งของที่ลี่ถังส่งไปทำให้เ้าของเรือนด้านข้างจวนรู้สึกคับข้องใจจนอยากจะกรีดร้องมากแค่ไหน ความคับข้องใจนั้นทำให้เยว่ซฺนขาดสติถึงขั้นเผาเสื้อผ้าเ่าั้ไปเสียหลายชุด หากไม่ได้มารดาของตนกล่าวเตือนก็คงจะไม่สามารถตอบคำถามเหยาฮวาได้ว่าของหายไปไหน
“เซี่ยเหยาฮวา คราวนี้ฝากไว้ก่อนเถิด รอให้ถึงคราวของข้าเยว่ซินคนนี้เมื่อไหร่ ข้าจะทำให้เ้ารู้สึกถึงความผิดหวังจนขาดใจตาย” เยว่ซินพูดออกมาด้วยความเคียดแค้น