เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 91 ดูตัว

            สือเจียงหย่วนนั่งนิ่งไม่เอ่ยอะไร พวกเจ้าหน้าที่มาเพื่อตรวจสอบประวัติของคังอิง เขาไม่สะดวกจะพูดอะไรนัก จึงทำได้เพียงนั่งสังเกตการณ์เงียบๆ อยู่ด้านข้าง

            สือเจียงหย่วนรีบกินข้าวจนหมดภายในพริบตา ระหว่างที่คังอิงกำลังพูดคุย เขาซดน้ำแกงมะเขือเทศไปอีกถ้วยหนึ่ง พอเห็นคังอิงเดินเข้ามาในครัวก็บอกเธอว่า “ผมไปต้อนรับแขกเอง คุณค่อยๆ กินข้าวไปเถอะ”

            คังอิงเห็นสือเจียงหย่วนออกไปต้อนรับแขก เธอก็รู้สึกวางใจแล้ว เขาจึงไปชงชาให้แขกใต้ต้นหอมหมื่นลี้

            หอมหมื่นลี้ต้นนี้ปลูกไว้หลายสิบปีแล้ว ลำต้นสูงใหญ่ใบหนาทึบ กิ่งก้านสาขาของมันแผ่ปกคลุมไปทั่วลานบ้านถึงสองในสามส่วน ทำให้บริเวณใต้ต้นไม้ร่มรื่น โดยทั่วไปแม้จะนั่งจิบชาใต้ต้นไม้ในตอนกลางวัน ก็ไม่ร้อนเหมือนนั่งอยู่ในบ้าน

            คังอิงค่อยๆ ปรับปรุงลานบ้านแห่งนี้ให้กลายเป็นที่ที่ตรงกับการใช้ชีวิตของเธอ สถานที่ที่เธอชื่นชอบมากที่สุดก็คือบริเวณใต้ต้นหอมหมื่นลี้ ซึ่งเหมาะสำหรับการจิบชาเป็นอย่างยิ่ง หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ วางกระจัดกระจายอยู่โดยรอบ บรรยากาศดูอบอุ่นสบายตามาก

            พอคังอิงกินข้าวเสร็จแล้วเดินออกมา พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรสองคนที่นั่งรออยู่ก็เริ่มพูดคุยกับเธออย่างเป็นทางการ พวกเขาถามถึงรายได้ อาชีพ วุฒิการศึกษา และครอบครัวของเธอ

            พอคังอิงตอบคำถามต่างๆ เรียบร้อยแล้ว พนักงานธนาคารที่เป็นคนถามก็เอ่ยขึ้น “วุฒิการศึกษาของคุณต่ำไปหน่อย น่าเสียดายจริงๆ โดยปกติแล้วสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพแบบนี้ เราจะปล่อยให้แค่นักศึกษามหาวิทยาลัยเท่านั้น ส่วนคนที่จบมัธยมปลายแบบนี้มักจะไม่ได้รับอนุมัติ”

            ก่อนหน้านี้คังอิงฟังจากน้ำเสียงของสือเจียงหย่วน จึงรู้สึกว่าการที่พวกเขามาสอบถามข้อมูลถึงที่นี่ คงเป็นแค่การดำเนินการตามขั้นตอนพอเป็นพิธี ส่วนเรื่องการปล่อยกู้สินเชื่อน่าจะไม่มีปัญหาอะไร คิดไม่ถึงว่าทั้งคนสองคนจะจริงจังขนาดนี้

            ตอนนี้นโยบายการปล่อยสินเชื่อค่อนข้างวุ่นวาย คังอิงเองก็รู้ดี ตัวอย่างเช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งมักจะซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง จากนั้นก็ใช้ที่ดินแปลงนั้นเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อจำนวนมหาศาล จากนั้นก็นำเงินไปสร้างบ้าน พอขายบ้านได้ก็ค่อยนำเงินไปใช้หนี้ธนาคาร

            ฟังดูเหมือนเป็นการจับเสือมือเปล่า แต่พวกเขากลับกู้สินเชื่อได้เสียอย่างนั้น

            คังอิงไม่ได้อธิบายอะไรมาก พนักงานคนนั้นบ่นไปสักพักก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงปิดปากเงียบ คิดว่าพวกเขาน่าจะนึกถึงสิ่งที่ผู้บังคับบัญชากำชับมา

            พอดื่มชาเสร็จ พวกเขาก็ลุกขึ้นกล่าวลาอย่างสุภาพ

            ส่วนสือเจียงหย่วนนั่งฟังบทสนทนาของพวกเขาเงียบๆ อยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

            คังอิงเดินไปส่งพวกเขาแล้วกลับมาก็แสร้งทำหน้าเศร้าพลางบอกว่า “เมื่อกี้โดนรังเกียจแล้ว”

            “ใคร? เกิดอะไรขึ้น?” สือเจียงหย่วนเลิกคิ้วขึ้น

            คังอิงกล่าวว่า “คุณไม่ได้ยินที่พวกเขาพูดเหรอคะ? ฉันจบแค่ชั้นมัธยมปลาย ถูกพวกเขารังเกียจแล้วล่ะ ครั้งก่อนคุณถามว่าฉันอยากเรียนมหาวิทยาลัยไหม ฉันยังคิดว่าไม่จำเป็น ตอนนี้ฉันกำลังคิดว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยดีไหม”

            สือเจียงหย่วนยิ้มแล้วกล่าวว่า “การเรียนมหาวิทยาลัยก็เพื่อหางานที่ดีๆ ทำ แน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการพัฒนาอุปนิสัยและวิสัยทัศน์ของคนๆ หนึ่ง ซึ่งคุณมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนอยู่แล้ว

            การใช้เวลาที่คนอื่นเรียนมหาวิทยาลัยมาเริ่มต้นธุรกิจก็เป็นเรื่องที่ใช้ได้เหมือนกัน พอคุณประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้ว การที่จะไปเรียนเพื่อเอาใบปริญญาก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

            หลังจากที่ได้รับกำลังใจจากสือเจียงหย่วน คังอิงจึงรู้สึกสบายใจขึ้น เธอจึงกล่าวว่า “งั้นฉันจะเชื่อคุณก็แล้วกัน”

            สือเจียงหย่วนยิ้มแล้วพูดว่า “แน่นอนว่าต้องเชื่อผม คุณเก่งกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยหลายคนเลยล่ะ”

            “คนตาถึงย่อมมองเห็นคนมีฝีมือ” คังอิงยกนิ้วโป้งให้

            คนทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ความรู้สึกเข้าใจกันแพร่กระจายไปทั่วหัวใจ

            หลังจากกินอาหารเที่ยงแล้ว สือเจียงหย่วนก็กลับไป

            พอเขากลับมาถึงบ้านน้ารอง ดูเหมือนทุกคนเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านเช่นกัน ร่างกายของพวกเขายังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของงานเลี้ยงอาหาร

            หนิงเชี่ยนถามสือเจียงหย่วนว่า “พี่สือ พี่ไปอยู่ไหนมาคะ? ตอนเที่ยงทุกคนนั่งรอพี่กินข้าวนะ แม่ส่งข้อความหาพี่ตั้งหลายรอบ แต่พี่ก็ไม่ติดต่อกลับเลย”

            พอสือเจียงหย่วนได้ยินแบบนั้นก็รีบหยิบวิทยุติดตามตัวออกมาจากกระเป๋าแล้วมองดู ก่อนจะกล่าวว่า “ขอโทษครับ เพจเจอร์ของผมตั้งเป็นโหมดปิดเสียง ผมเลยไม่ได้ยิน”

            หนิงเชี่ยนกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าตั้งโหมดปิดเสียงแบบนี้ แล้วพี่จะซื้อมันมาทำไมกัน”

            สือเจียงหย่วนยิ้มแล้วตอบว่า “ยายหนู พี่ไปคุยเรื่องธุรกิจมาน่ะ”

            “พี่สือ พี่ไปเดตกับสาวมาใช่ไหมคะ? พี่ถึงได้เห็นสาวๆ สำคัญกว่าเพื่อนแบบนี้?” ทันใดนั้นหนิงเชี่ยนก็โพล่งถามขึ้น

            คำถามของหนิงเชี่ยนทำให้สือเจียงหย่วนตั้งตัวไม่ทัน เขานึกถึงตอนที่ตนเองไปหาคังอิง คิดว่านั่นไม่น่าจะนับว่าเป็นการเดต แต่สีหน้าที่เขาแสดงออกมา กลับถูกหนิงเชี่ยนจับได้เสียแล้ว

            หนิงเชี่ยนเข้าใจในทันที ถึงพี่สือไม่ได้ไปเดต แต่คนที่เขาไปพบก็คงไม่ใช่คนธรรมดา แถมยังมีโอกาสมากที่จะเป็นผู้หญิง ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงมีสีหน้าลังเล?

            “ฉันเดาถูกสินะ พี่ต้องไปเดตแน่ๆ ฮ่าๆๆ ถ้าพี่ไปเดตมาจริงๆ ล่ะก็ เรื่องที่พี่ไม่มากินข้าวเมื่อตอนเที่ยง ยกโทษให้ก็แล้วกัน”

            หนิงเชี่ยนหยอกล้ออย่างจริงจัง

            “ยายหนูน้อย เลิกล้อเล่นได้แล้ว พี่ไม่ได้ไปเดต” สือเจียงหย่วนบอกอย่างจริงจัง

            “ก็ได้ค่ะ พี่ไม่ได้ไปเดตจริงๆ เหรอคะ?” หนิงเชี่ยนบอกต่อ “ถ้าอย่างนั้นการลงโทษพี่ก็คงเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะ พี่ต้องช่วยแม่ทำงานอย่างหนึ่ง”

            “งานอะไร?” สือเจียงหย่วนลูบคางของตน เขาคิดว่าหนิงเชี่ยนคงไม่ทำอะไรเกินกว่าเหตุ

            “พี่รองจะต้องไปดูตัวค่ะ คืนนี้ที่ร้านอาหารฝรั่งเศส ‘นิวปารีส’ แต่พี่รองไม่อยากไป แม่ก็เลยโมโหใหญ่ พี่ไปลากเขามาหน่อยได้ไหมคะ?” หนิงเชี่ยนกล่าวอย่างร่าเริง

            “นั่นเป็นเรื่องดีนี่ งั้นฉันไปกับเขาเอง” ถึงสือเจียงหย่วนจะไม่สนใจเรื่องการแต่งงานของตัวเอง แต่เขาก็เข้าใจความปรารถนาดีของน้ารอง มันเป็นเรื่องที่เขาปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว

            “โอเค พี่ตกลงแล้วนะ ฉันว่าที่จริงแล้วพี่รองคงจะเขินอาย ไม่ยอมรับความจริง จึงไม่อยากไปนั่นแหละ ถ้ามีพี่ไปเป็นเพื่อน เขาก็คงไม่กังวลแล้วล่ะ ต้องยอมไปแน่ๆ”

            ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้หนิงเชี่ยนจะเป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลาย แต่เธอก็หัวเราะราวกับเป็นคุณป้า

            “นัดดูตัวกับใครเหรอ?” สือเจียงหย่วนเอ่ยถาม

            “ต้องเก็บเป็นความลับสิคะ พอไปถึงแล้วก็รู้เองแหละ ยังไงก็ต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว!” หนิงเชี่ยนกล่าวพลางหัวเราะ

            พอสือเจียงหย่วนได้ยินยายเด็กน้อยทำตัวลึกลับแบบนี้ เขาก็ไม่ได้ถามอะไรอีก ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องที่ผู้หญิงชื่นชอบ แต่สือเจียงหย่วนเป็นผู้ชายแท้ๆ อย่างไรเสียพอไปถึงที่นั่นก็จะได้รู้จักเอง

            พอตกเย็น หนิงชิ่งเซิงถูกมารดาและน้องสาวตามปั่นป่วน เขาจึงเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ หวีผมแต่งตัวให้ดูดี และเปลี่ยนมาสวมชุดแบรนด์ ‘โกลด์ไลออน’ ที่ชุยซิ่วถิงเตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะ

            เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีฟ้า กางเกงขายาวสีดำคาดเข็มขัดหนังสีดำของแบรนด์เดียวกัน ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าหนังแบรนด์ ‘ฟู่กุ้ยเหนี่ยว’ [1]

            นับว่าการแต่งกายเช่นนี้หรูหราและทันสมัยมากแล้วสำหรับชายหนุ่มในอำเภอเล็กๆ

            รองเท้าหนังแบรนด์ ‘ฟู่กุ้ยเหนี่ยว’ คู่หนึ่งราคาห้าร้อยกว่าหยวน ส่วนกางเกงแบรนด์ ‘โกลด์ไลออน’ ก็เจ็ดร้อยกว่าหยวน เสื้อเชิ้ตแบรนด์เดียวกันสี่ร้อยกว่าหยวน การแต่งตัวแบบนี้ราคาปาเข้าไปครึ่งปีของเงินเดือนคนอื่นแล้ว

            ชุยซิ่วถิงยังรู้สึกไม่พอใจ เธอหยิบนาฬิกา ‘TITONI’ ให้ลูกชายใส่ จากนั้นค่อยรู้สึกพอใจขึ้นมา

            หนิงเชี่ยนผู้เป็นน้องสาวยืนมองพี่ชายของตนพลางกล่าวว่า “พี่รอง ยังขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง”

            “อะไรเหรอ?” ถึงแม้ว่าหนิงชิ่งเซิงจะต้องไปดูตัวอย่างเสียไม่ได้ แต่หลังจากที่ถูกมารดากับน้องสาวรบเร้า อีกทั้งลูกพี่ลูกน้องชายจะไปเป็นเพื่อน เขาก็เลยต้องเตรียมตัวให้ดี

            “เพจเจอร์ พี่ลืมเอาเพจเจอร์ติดตัวไปด้วย” หนิงเชี่ยนมองพี่ชายของตนอย่างละเอียด ในที่สุดเธอก็พบความผิดปกติ

            ถึงแม้ว่าหนิงเชี่ยนจะยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่เธอไม่ใช่เด็กสาวที่ถูกขังอยู่ในหอคอยงาช้าง เธอรู้ว่าตอนนี้ถ้าจะจีบผู้หญิงโดยที่ไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ฮอนด้ากับเพจเจอร์ติดตัวล่ะก็ อย่าหวังจะจีบใครติดเลย

            เชิงอรรถ

            [1] ‘ฟู่กุ้ยเหนี่ยว’ (富贵鸟) แบรนด์รองเท้าและเสื้อผ้าในประเทศจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1990 ซึ่งโด่งดังมากในช่วงยุค 80 – 90s  

    คล้ายกับเรื่องเปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592