บทที่ 6
ผนึกตันเถียน
ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าที่เข้าทาง เหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นภายในสุสานนอกเมือง มันก็ราวกับว่าเป็เื่ราวที่ผ่านพ้นไปภายในชีวิต
จางหยุนแทบจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเอง เขาเริ่มฝึกฝนอยู่ภายในห้องของตนเอง จากนั้นก็ใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองไป
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งเดือน จางหยุนใช้เวลาส่วนใหญ่ของตนเองในการฝึกฝน และในที่สุดหลังจากที่ฝึกฝนมาจนเกือบจะเดือนนึง
จางหยุนก็เริ่มััถึงการเปลี่ยนแปลง บางอย่างภายในร่างกายของตนเองได้
ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี แสงไฟจากตะเกียงที่ส่องแสงสว่างไสว จางหยุนนั่งอยู่บนเตียงนอนของตนเอง อยู่ในท่านั่งสมาธิปราณิญญาฟ้าดินบริเวณรอบร่างกายของเขากำลังเคลื่อนไหวไปมา มันกำลังโดนบางอย่างภายในร่างกายของเขาดึงดูดเข้าไป
บรรยากาศภายในห้องนอนในยามนี้ เต็มไปด้วยปราณิญญาที่ถูกดึงดูดเข้ามา จำนวนปราณิญญาที่ถูกดึงดูดเข้ามาภายในห้องยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ตะเกียงที่ถูกจุดให้แสงสว่างภายในห้องสั่นไหวราวกับว่ามันกำลังจะดับลง สายลมที่บ้าคลั่งบังเกิดขึ้นบริเวณรอบร่างกายของจางหยุน
จางหยุนััได้ถึงโอกาสที่มาถึงตนเอง เขาเร่งสมาธิโคจรวิชากลืนมรณะ นั่นทำให้พลังที่ถูกควบรวมเข้ามาภายในร่างกายของเขามีมากขึ้นเรื่อยๆ
รากปราณภายในส่วนลึกของจิติญญา ในยามนี้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปราณิญญาทั่วทั้งร่างกายของเขาที่เพิ่งถูกรวบรวมเข้ามาแล้วก็ถูกสะสมเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในตอนนี้พวกมันไหลย้อนกลับพุ่งตรงไปยังรากปราณที่อยู่บริเวณกลางหน้าอกของเขา
จากนั้นปราณิญญาพวกนั้นก็อัดแน่น ทำให้รากปราณมันเกิดการเปลี่ยนแปลง
จางหยุนที่กำลังตั้งสมาธิ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น พลังทั่วทั้งร่างกายของเขาในยามนี้ถูกควบรวมมาอยู่ในจุดเดียว
“มา!” จางหยุนส่งเสียงคำรามในลำคอ
ปราณิญญาที่ถูกดึงดูดเข้ามาภายในห้อง ในตอนนี้พวกมันถูกดูดเข้าไปภายในร่างกายของเขามากขึ้นกว่าเดิม
รากิญญาเกิดการเปลี่ยนแปลง บัดนี้มันเริ่มค่อยๆเปลี่ยนแปลงรูปร่างไป ก่อกำเนิดกลายเป็ผนึกตันเถียนภายในร่างกาย
การเปลี่ยนแปลงภายในห้องค่อยๆยุติลง จางหยุนกลับเข้าสู่สภาพสงบนิ่ง เขาผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนที่จะสำรวจร่างกายของตนเอง
จางหยุนยกฝ่ามือขึ้นมา จากนั้นก็ใช้จิติญญาในการสั่งการ ปราณิญญาค่อยๆถูกรวบรวมขึ้นบนฝ่ามือ
ปราณิญญาที่ถูกรวบรวมขึ้นบนฝ่ามือ มันคล้ายก้อนพลังงานโปร่งใสที่ไหลเวียนอยู่บนฝ่ามือ
จางหยุนเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “สำเร็จแล้ว”
“นี่คงจะเป็ขอบเขตผนึกตันเถียน ที่ปรมาจารย์ยุทธ์ผู้นั้นบอกสินะ”
ก่อนหน้านี้ภายในสุสานแห่งนั้น การต่อสู้ที่เกิดขึ้นระหว่างปรมาจารย์ผู้นั้นแล้วก็ผู้บำเพ็ญเพียร คำพูดที่ทั้งสองคนพูดออกมา มีข้อมูลหลายอย่างถูกซ่อนเอาไว้ภายในนั้น
ผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้นบอกว่าอีกฝ่ายเป็เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม แต่ปรมาจารย์ผู้นั้นก็บอกว่าอีกฝ่ายเป็เพียงแค่ขอบเขตผนึกตันเถียนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้เท่านั้น
แล้วเพราะคำพูดพวกนั้นก็ทำให้ จางหยุนรู้ว่าสำหรับผู้บำเพ็ญเพียร ขอบเขตแรกน่าจะเป็ขอบเขตที่ชื่อว่าผนึกตันเถียน
ในตอนแรกจางหยุนขบคิดเกี่ยวกับเื่นี้มาตลอด เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงชื่อว่าผนึกตันเถียน เพราะว่าเขาไม่มีหนังสือคู่มือการฝึกตน หรือไม่มีความรู้เบื้องต้นในเส้นทางนี้ นั่นจึงทำให้เขาไม่รู้ได้แต่โคจรวิชากลืนมรณะไปเรื่อยๆ
แต่ในตอนนี้หลังจากที่เขาสำเร็จ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่ชื่อว่าผนึกตันเถียน มันก็ทำให้เขากระจ่างแจ้งในทันทีว่าทำไมถึงชื่อนี้
ผนึกตันเถียนเป็ขอบเขตแรกของการบำเพ็ญเพียร แล้วที่มันชื่อว่าผนึกตันเถียนก็เป็เพราะว่าการเปลี่ยนแปลง
ภายในร่างของผู้ฝึกตนมีรากปราณ หรือว่ารากิญญา พวกมันเป็เหมือนกับสิ่งที่ทำให้รองรับปราณิญญาได้
แต่กระนั้นการที่สามารถรองรับและกักเก็บปราณิญญาได้ ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถควบคุมมันได้
การที่จะสามารถควบคุมมันได้มีแต่เพียงแค่ ต้องเปลี่ยนแปลงร่างิญญาหรือว่ารากปราณนั้นให้กลายเป็ตันเถียน
เมื่อมันเปลี่ยนแปลงกลายเป็ตันเถียน เขาจะสามารถควบคุมปราณิญญาผ่านตันเถียนได้
เพราะแบบนั้นขอบเขตแรกของผู้ฝึกตน ถึงเรียกว่าขอบเขตผนึกตันเถียน เพราะถ้าเกิดว่าสามารถผนึกรวมตัวตันเถียนได้สำเร็จและสามารถใช้ปราณิญญาได้ คนพวกนั้นก็ถือว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนและสามารถเรียกว่าได้ว่าเป็ผู้ฝึกตนแล้ว
จางหยุนในยามนี้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกได้ว่าพละกำลังภายในร่างกายของตนเองเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่จากภายนอกแต่ว่าเป็พลังที่หนุนส่งอยู่ภายใน
เป็ปราณิญญาที่หนุนส่งพลังภายในร่างกายของเขา น่าทำให้เขารู้สึกถึงพละกำลังร่างกายที่เพิ่มขึ้น แถมยังรู้สึกเหมือนว่าตนเองนั้นมีกำลังวังชามากขึ้น
จางหยุนอายุถือว่าไม่น้อยแล้ว นับจากอายุจริงๆเขาเองก็เกือบจะใกล้จะห้าสิบปีแล้ว ต่อให้ฝึกฝนร่างกายแข็งแรงขนาดไหน ทั้งพละกำลังและร่างกายก็ต้องโรยราไปตาม่อายุอยู่ดี
แต่กระนั้นการที่เขาเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนได้ ในตอนนี้เขาััได้ว่าพละกำลังร่างกายของตนเองนั้นเพิ่มขึ้น เป็เหมือนกับว่าเขานั้นหนุ่มขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
“น่าจะเป็เพราะว่าอายุขัยเพิ่มขึ้น”
“ตามที่ผู้คนพูดกันบอกว่าผู้ฝึกตนจะมีอายุขัยยืนยาวกว่ามนุษย์”
จางหยุนรู้ว่าการที่ตัวเองนั้นรู้สึกหนุ่มขึ้น มันเองก็อาจจะเป็เพราะว่าอายุขัยที่เพิ่มมากขึ้น ในตอนนี้จางหยุนรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองนั้นกลับไปชั่วอายุสามสิบอีกครั้ง แน่นอนว่าเป็ความรู้สึกที่ดีมาก
จางหยุนเริ่มกดความตื่นเต้นภายในใจของตนเอง จากนั้นเขาก็เริ่มนั่งลงแล้วก็เริ่มโคจรวิชากลืนมรณะอีกครั้ง
ในตอนนี้เขาเพิ่งสำเร็จแล้วก็ก้าวเข้าสู่ขั้นผนึกตันเถียน เพราะแบบนั้นสิ่งที่เขาควรจะทำก็คือการทำให้ขอบเขตที่เขาเพิ่งได้รับมามั่นคงเสียก่อน
จางหยุนไม่มีความรู้ในด้านการฝึกตน แต่กระนั้นก็ััได้ว่าพลังภายในร่างกายยังคงไม่เสถียร นั้นจึงทำให้เขารู้ว่าตนเองต้องทำอันใด
จางหยุนใช้เวลาอยู่กว่าชั่วยาม จึงทำให้ปราณิญญาภายในร่างกายสงบลงได้ หลังจากที่ปราณิญญาภายในร่างกายเสถียรแล้ว
จางหยุนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
“สำเร็จขั้นแรกแล้ว”
“ต่อไปก็เคล็ดวิชาซากเทวะ” จางหยุนมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง
ในยามนี้เขาสำเร็จก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตน ต่อไปก็เป็วิชาอีกวิชาหนึ่งที่เขาได้รับมาจากโลงศพปริศนา
เคล็ดวิชานี้คือเคล็ดวิชาที่ชื่อว่าซากเทวะ วิชานี้แตกต่างจากวิชากลืนมรณะ มันไม่ใช่วิชาการฝึกฝน เพราะการที่จะสามารถใช้วิชานี้ได้ต้องเป็ผู้ฝึกตนแล้วเท่านั้น
แล้วคนที่สามารถใช้วิชานี้ได้จำเป็จะต้อง ฝึกฝนวิชากลืนมรณะมาก่อน เพราะว่าวิชาทั้งสองนั้นเชื่อมโยงกัน
ไม่เพียงแค่นั้นเคล็ดวิชาทั้งสอง ยังเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งกับโลงศพกลืนมรณะอีกด้วย
“ในตอนนี้ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว ปรมาจารย์ยุทธผู้นั้นเองก็น่าจะไม่อยู่ภายในเมืองนี้”
“ได้เวลาเดินทางออกไปนอกเมืองอีกครั้ง”
…
วันต่อมา
่ยามเย็นก่อนที่ประตูเมืองเป่ยอันจะปิดลง จางหยุนใช้โอกาสนี้ในการเดินทางออกมาจากเมือง
เมื่อเดินทางออกจากเมืองได้สำเร็จแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการเดินทางมุ่งตรงไปยัง บริเวณสุสานนอกเมืองเพียงแต่ว่าเขาไม่ได้มุ่งตรงไปยังสุสานแห่งนั้น เขากลับเลือกไปยังสถานที่ที่เขาฝังศพของผู้ฝึกตนผู้นั้นเอาไว้
จางหยุนเดินทางมุ่งตรงมาจนถึง บริเวณใต้ต้นไม้ที่เขาฝังศพชายชราผู้นั้นเอาไว้
ตรงจุดนี้แม้ว่าจะไม่ทำสัญลักษณ์อะไร แต่เขาก็จดจำตำแหน่งของมันเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ เป็เพราะว่าั้แ่ที่เห็นศพผู้ฝึกตนผู้นั้น จางหยุนก็รู้แล้วว่าตนเอง ต้องใช้ศพของชายชราผู้นี้ในการฝึกฝนวิชาซากเทวะ
เพราะแบบนั้นั้แ่ฝังศพชายชราเอาไว้ เขาก็จดจำตำแหน่งมันไว้ได้อย่างแม่นยำ
จางหยุนเริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว ทำการขุดหลุมตรงตำแหน่งเดิม จากนั้นก็นำร่างของชายชราขึ้นมา