“ อัลตรอน นายคือเอไอ “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ครับผมเป็เอไอที่คอยวิเคราะห์ข้อมูลของสัตว์อสูร และทำงานตามคำสั่งหลายอย่าง “ อันตอนเอ่ย
“ เกราะนี่มีดียังไง “ ปราบเอ่ยถาม
“ เกราะแรกเริ่มนี้เป็เกราะสำหรับเด็กฝึกหัดที่มีฐานพลังมิเกินดาราสามดวง เพื่อใช้ในการฝึกฝนในสถานการณ์จริง “ อัลตอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ทำไมจึงจำกัดแค่พลังสามดารา “ ปราบเอ่ยถาม
“ เพราะว่าวัสดุที่สร้างเกราะนี้มิได้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรองรับพลังระดับสูง “ อัลตอนเอ่ย
“ ทำไมต้องสวมเกราะต่อสู้ “ ปราบเอ่ยถาม
“ ก่อนนี้ใน่ฝึกยุทธเริ่มแรกของโลกยังไม่มีเกราะให้สวมใส่ ปรากฏว่าเหล่าจอมยุทธในยุคเริ่มแรกของโลกนั้นต่างก็าเ็ล้มตายลงมาก เพราะร่างกายไม้ได้แข็งแกร่งเท่ากับอสูรเ่าั้ มนุษย์ทั้งหลายจึงพัฒนาเกราะมาสวมใส่เพื่อให้ต่อสู้กับอสูรได้ “ อัลตอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ อัลตอนมีจอมยุทธคนไหนบ้างที่ไม่สวมเกราะขณะต่อสู้ “ ปราบเอ่ยถาม
“ ตามข้อมูลที่มีมีเพียงสองคน คนแรกอยู่ที่ประเทศจีน อีกคนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา “ อัลตอนเอ่ย
“ เวลาต่อสู้พวกเขาต่อสู้ยังไง “ ปราบเอ่ยถาม
“ พวกเขาทั้งสองนั้นสู้ด้วยพลังกายผสมกับพลังดารา “ อัลตอนเอ่ย
“ พลังกาย “ ปราบพึมพำ
“ พลังกายเป็แบบไหน “ ปราบเอ่ยถาม
“ พลังกายนั้นเป็พลังภายนอกที่เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายระดับ การต่อสู้โดยทั่วไปแล้วนิยมใช้พลังภายในหรือพลังปราณในการต่อสู้ แต่หากมีพลังกายเข้ามาเสริมในการต่อสู้ก็จะทำให้ได้เปรียบในการต่อสู้ “ อัลตอนเอ่ย
“ การฝึกพลังกายยากเย็นขนาดไหน “ ปราบเอ่ยถาม
“ อย่างแรกต้องใช้โอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูก แต่ขั้นตอนนี้หากจิตใจไม่แข็งแกร่งพอไม่ขอแนะนำ “ อัลตอนเอ่ย
“ ทำไม “ ปราบเอ่ยถาม
“ เพราะฤทธิ์ของโอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกนั้นมันทรมานมาก อวัยวะภายในแทบจะหลอมละลายไปกับฤทธิ์ที่ร้อนแรงของโอสถ ร่างกายเหมือนกับถูกแผดเผาด้วยไฟบัลลัยกัลป์ หากไม่สามารถทนได้ก็จะตายเพราะความร้อนทั่วร่าง แต่หากสามารถผ่านมันไปได้ก็จะได้รับร่างใหม่ที่เหนือระดับกว่าฐานพลังเดียวกันหนึ่งขั้น “ อัลตอนเอ่ย
“ ข้าจะหาโอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกไดจากที่ไหน “ ปราบเอ่ยถาม
“ ร้านค้าโอสถทุกที่ล้วนมี แต่ราคาค่อนข้างสูง “ อัลตอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
ปราบมองดูนาฬิกาแลพยักหน้า “ ยังมีเวลา “ เขาพึมพำ
เด็กหนุ่มเร่งเก็บของแลออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
เมือมาถึงย่านการค้าของเมืองเขตกลาง เด็กหนุ่มเดินสำรวจทั่วย่านการค้าอย่างมิเร่งรีบ
ตลอดเส้นทางย่านการค้านั้นปรากฏว่าเป็ร้านค้าของจอมยุทธโดยเฉพาะ มีทั้งร้านที่ซอมซ่อแลยิ่งใหญ่ร่ำรวย
เขามายังร้านค้าที่ซอมซ่อ “ ไอ้หนูเ้ามาที่นี่เพื่ออะไร “ ชายแก่เอ่ย
“ ลุงผมอยากได้โอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูก “ ปราบเอ่ยถาม
“ หือ “ ชายแก่คิ้วขมวดในทันใด
“ เอ็งเป็จอมยุทธ “ ชายแก่เอ่ย
ปราบไม้ได้พูดอะไรเพียงยกแขนของเขาขึ้นแสดงกำไลจอมยุทธให้ชายแก่เห็น
เมื่อชายแก่เห็นกำไลจอมยุทธท่าทางของเขาพลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สองมือของเขาประกบกันแล้วถูไปมา “ จอมยุทธน้อยโอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกขั้นแรกนั้นร้านของข้ามี แต่ราคานี่สิไม่รู้ว่าจอมยุทธน้อยจะพอสู้ราคาไหวหรือไม่ “ ชายแก่เอ่ย
“ แล้วมันเท่าไร “ ปราบเอ่ยถาม
“ ด้วยความยากของขั้นตอนการหลอม ด้วยความยากของหาสมุนไพรต่างๆ ทั้งด้วยความยากของเวลาที่รอคอย “ ชายแก่พลันหยุดเมื่อเด็กหนุ่มวางแก่นิญญาอสูรลงยังโต๊ะของเขา
“ แก่นิญญาอสูรระดับสอง “ เขาพึมพำ
“ โอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกนี้ข้าได้มาในราดาห้าแสนเหรียญโลกา ไอ้หนูนี่ให้มาสองแก่นิญญาอสูร ก็เท่ากับหนึ่งล้านเหรียญโลกา กำไรครึ่งๆเห็นๆ “ เขาพูดในใจ
“ ไอ้หนู มันยากมากกว่าที่จะได้มา ข้าต้องเสียลูกน้องไปหลายคน เอ็งจะ “ ยังมิทันที่ชายแก่จะพูดจบ
ปราบได้หยิบแก่นิญญาอสูรแลเดินออกจากร้าน
“ น้องชาย น้องชายประเดี๋ยวก่อน “ ชายแก่ร้องลั่นแลเร่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว
“ เอาล่ะข้ายอมแล้ว ข้าตกลงตามที่เอ็ง้า “ ชายแก่เอ่ย
“ หึ “ ปราบแค่นเสียงใส่
หลังจากที่แลกเปลี่ยนกันแล้วเสร็จ ตามคำแนะนำของชายแก่เขาจำต้องใช้หยาดนภาหรือหยาดพาราในระหว่างที่ผ่านกระบวนการ
ปราบใช้เวลาอยู่นานหลายชั่วโมงกว่าที่จะแล้วเสร็จ เขากลับมาถึงบ้านก็มืดค่ำแล้ว
“ พ่อนี่เงิน เก็บไว้ใช้ “ ปราบเอ่ย
“ ขอบใจลูก “ สมชายผู้บิดาเอ่ยแลลูบศีรษะของบุตรชายตน
หลังจากพูดคุยแล้วเสร็จ เด็กหนุ่มไปยังลานกว้างหลังบ้าน เขาเลือกที่เป็พื้นปูนซีเมนต์แล้วทิ้งร่างลงนั่ง
สองตาของเด็กหนุ่มมองยังโอสถสีชาดที่อยู่ในกล่องไม้ เขาสูดหายใจเข้าลึก แลพ่นออกอย่างแรง
“ อึก “ โอสถสีชาดถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว
มินานนักเมื่อเม็ดโอสถละลาย “ อ้ากกก “ เด็กหนุ่มกรีดร้องลั่น
“ ปราบ “ อิงอรที่เฝ้ามองพลันพุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่ก็มิเร็วเท่ากับสมชายผู้บิดาที่คว้าแขนของนางไว้ “ อย่าเพิ่งไปวุ่นวายกับการฝึกของลูก “ สมชายเอ่ย
“ แต่ “ อิงอรเอ่ย
“ แม่ ที่น้องทำในเวลานี้ก็คือการผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูก กระบวนการนี้มันเ็ปแสนสาหัสและที่สำคัญห้ามให้มีผู้ใดรบกวน “ พีมพี่สาวใหญ่เอ่ย
พีมเธอนั้นเป็นักศึกษาฝ่ายวิจัยสมุนไพรของมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย หรือพูดอีกอย่างก็คือเป็นักหลอมโอสถ มันเป็ความตั้งใจของเธอเองเพราะความที่เธอไม่สามารถเป็จอมยุทธได้ เธอจึงเลือกเส้นทางสายนี้
“ อั้ก “ เด็กหนุ่มกระอักโลหิตออกกองโต
เขานำเอาหยาดพาราขึ้นมาจากพื้นแลกรอกมันเข้าปากสามหยดเพื่อฟื้นฟูร่างกายของเขา เพื่อให้เขามีพลังต้านทานความบ้าระห่ำของโอสถ
“ กระบวนการสุดท้ายแล้ว ผิวของน้องจะถูกเผาด้วยเพลิงที่ร้อนแรงเพื่อสร้างผิวใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม “ พีมเอ่ย
แพมมองยังน้องชายของตนเธอก็ได้แต่สูดหายใจเข้าลึก แพมนั้นเป็นักศึกษาฝ่ายอาวุธโบราณหรือนักหลอมอาวุธ เธอนั้นคิดอยู่เสมอว่าอาวุธโบราณนั้นทรงพลังกว่าอาวุธสมัยใหม่ เพราะมันถูกสร้างขึ้นจากสมบัติล้ำค่ามากมาย
อาวุธสมัยใหม่นั้นต้องพึ่งพาพลังจากแบตเตอรี่ชนิดพิเศษที่คิดค้นโดยบริษัทข้ามชาติั์ใหญ่ อาวุธสมัยใหม่นั้นหากปราศจากแบตเตอรี่มันก็ไม่ต่างอันใดกับมีดทำครัวราคาแพง เพราะตัวมันเองไม่มีพลังงาน
อาวุธโบราณนั้นจะมีพลังงานเป็ของตนเองทั้งยังสามารถเสริมพลังงานได้ตลอด ทั้งยังสามารถประหยัดพลังงานได้เมื่อจอมยุทธใช้ปราณพลังของเขา แม้นยามที่จอมยุทธสิ้นปราณก็ยังสามารถใช้พลังของอาวุธฟาดฟันได้ใน่เวลาหนึ่งหรือจนพลังของมันอ่อนแรง
“ ตูมมม “ ปราณพลังของเด็กหนุ่มะเิออกอย่างรุนแรง
“ ครืนน “ แรงะเิซัดสาดออกราวกับลมวายุ
“ ครึก ครัก “ บ้านเรือนหลายหลังพลันสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินขนาดเจ็ดริกเตอร์
“ สำเร็จแล้ว “ พีมร้องออกแลวิ่งหอบผ้าเช็ดตัวไปยังน้องชายอย่างรวดเร็ว
“ ปราบแกนี่เก่งเอาเื่สามารถฝืนสู้กับโอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกได้ “ พีมเอ่ย
“ จ๊อก “ ท้องของเด็กหนุ่มพลันร้องออก
“ ปราบไปอาบน้ำ เดี๋ยวแม่จะทำอาหารไว้รอ “ อิงอรเอ่ย
“ ครับ “ ปราบพยักหน้า
เด็กหนุ่มขยับผ้าเช็ดตัวปกปิดความเป็ชายไว้แลเดินไปยังห้องของตน
สมชายมองยังพื้นปูนที่แตกร้าวจากการะเิของพลังปราณ
“ พรุ่งนี้ค่อยหาช่างมาซ่อม “ เขาเอ่ย
“ พีมเวลานี้น้องควรมีกี่ดารา “ สมชายเอ่ย
“ น่าจะสามดาราแล้ว “ พีมเอ่ย
“ รวดเร็วจริง แค่วันเดียวปราบก็มีถึงสามดาราแล้ว “ สมชายเอ่ย
“ อะ “ สองสาวพลันอ้าปากค้างมองยังบิดาของตน
“ พ่อ จริงรึ “ พีมเอ่ยถาม
“ ใช่ “ สมชายพยักหน้าแลเล่าเื่ราวของบุตรชายให้ฟัง