หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ ฟางซื่อก็พาฉินหนิงจือกับเหวินเกอร์ไปคารวะไท่ไท่ผู้เฒ่าฉิน
จวนตระกูลฉินเป็จวนขนาดใหญ่แบบซานจิ้นซานชู23 ดั้งเดิม เรือนในจวนตรงตามหลักเหมือนเรือนของผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองหลวง เรือนหรงโซ่วถังของไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินกับเรือนเทียนเซียงย่วนของไท่ไท่ใหญ่เฉินซื่อล้วนอยู่ด้วยกันตรงกลางจวน
เรือนของฟางซื่ออยู่ทางด้านทิศตะวันตกของจวน ปกติจะเดินไปถึงช้านิดหน่อย วันนี้พอมาถึงเรือนหรงโซ่วถังก็บังเอิญพบไท่ไท่ใหญ่เฉินซื่อกับคุณหนูรองฉินอวี้จือที่มาคารวะเช่นกัน
ฉินอวี้จือยังดูชมดชม้อยอ่อนหวานเหมือนเดิม นางสวมชุดเอ๋าตุ้ยจินคอปิดสีหยก ทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีเขียวครามทะเลสาบ ปักลายดวงจันทร์กับดอกเหมย ท่อนล่างเป็กระโปรงยาวลายตรงสีขาว เกล้าผมเป็ทรงซวงเตาจี้24 และปักปิ่นหยกขาวอย่างง่ายๆ งดงามราวกับนาง์ชนิดไม่มีผู้ใดเทียบเทียม
สาวงามเช่นนี้ มิน่าล่ะถึงได้สมรสเข้าจวนเฉิงเอินโหว ทว่าภายหลังนั้นถูกเลี้ยงดูเสียตัวกลมราวกับไข่มุก และเปล่งปลั่งราวกับหินหยก ไม่เหลือเค้าความสง่าเหมือนแต่ก่อน คงอยู่ดีกินดีมากสินะ! ฉินหนิงจือคิดพลางยิ้มประชดที่มุมปาก
การมีความสุขบนความทุกข์คนอื่นมักจะได้รับผลกรรมเสมอ!
“หนิงจือดีขึ้นแล้วหรือ ยังมีตรงไหนไม่สบายอยู่หรือไม่จ๊ะ”
น้ำเสียงแหลมแสบแก้วหูดึงฉินหนิงจือออกจากภวังค์คิด
“ป้าใหญ่เพิ่งได้รังนกสีเืชั้นดีมา มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย เ้าเพิ่งหายป่วย ต้องรักษาตัวเองดีๆ อย่าได้ปล่อยให้เป็เรื้อรัง”
ความจริงเสียงนี้นุ่มนวลและอบอุ่น แต่สำหรับฉินหนิงจือนั้นกลับรู้สึกว่าแสบแก้วหูเหลือเกิน! เมื่อครู่อุตส่าห์ไม่หันไปมองนาง แต่กลับหลบนางไม่พ้นเสียนี่
ไท่ไท่ใหญ่เฉินซื่อ...ตัวการของหายนะที่บีบบังคับให้ท่านแม่ต้องตายในภพก่อน ฉินหนิงจือหรี่ตามองนาง เห็นแววตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความกังวล แต่นางกลับรู้สึกว่าแววตานั้นราวกับเคลือบยาพิษไว้ ต่อไปอาจทำให้เธอเ็ปจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ราวกับตายทั้งเป็
นางนึกถึงคำพูดที่แอบฟังจากห้องหนังสือของท่านลุงใหญ่ เฉินซื่อเอ่ยว่า
“เรียนหนังสือมีประโยชน์อะไร หากท่านมีสมองก็ควรจะใช้ในทางที่ควรใช้ น้องรองของท่านแหกกฎั้แ่เด็ก ตอนนี้จวนตระกูลฉินกลับต้องเกรงอกเกรงใจเขา นังเด็กสี่นั่นเป็เด็กเกเรน่าระอา แต่กลับเป็เพราะน้องรองของท่าน ทุกคนเลยได้แต่ปล่อยนางไป ซ้ำข้ายังต้องปั้นหน้าทำดีกับนาง
“ข้าทนมามากพอแล้วนะ! ปากก็ว่าบ้านใหญ่เป็คนดูแลจวน แต่ท่านกลับสู้ฉินหยินไม่ได้ เรือนใหญ่ของพวกเรา อีกไม่นานก็คงโดนพวกเขาเหยียบจนพลิกตัวไม่ได้เป็แน่!”
ผ่านไปไม่นาน ท่านพ่อสู้จนตัวตายในสนามรบ ข่าวการตรอมใจตายเพราะความรักอย่างหมองเศร้าเหมือนเป็การผลักให้ฉินหนิงจือตกลงไปในเหวที่ไร้ก้น
นางไม่ได้คิดอะไรมาก แม้ต่อมาจะได้ยินเฉินซื่อวางแผนกับท่านลุงใหญ่ว่าจะชิงบรรดาศักดิ์จากเหวินเกอร์อย่างถูกต้องได้อย่างไร นางรู้สึกเพียงแค่ว่าบ้านใหญ่้าอาศัยจังหวะที่พวกนางกำลังล้มเพื่อรังแกเหวินเกอร์ที่อายุยังน้อย นอกจากนั้นนางก็ไม่ได้คิดในแง่อื่นอีก จวบจนต่อมา...
ฉินหนิงจือกำมือแน่น เืภายในกายเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
เฉินซื่ออสรพิษในคราบคนดีกับท่านลุงที่อ่อนแอไร้ความสามารถเป็ฆาตกรที่ฆ่าบิดามารดา!
เพราะผลประโยชน์ส่วนตัว พวกเขาจึงร่วมมือกันนำภัยร้ายเข้าบ้าน ทำให้ท่านพ่อต้องรบจนตัวตาย และท่านแม่ต้องตรอมใจ ทำให้นางต้องพบเจอกับความอัปยศและเสียชื่อเสียง ไม่มีหนทางให้ยืนยัดต่อไปได้
นางเกลียดเฉินซื่อเข้ากระดูกดำ
ภพที่แล้วหากไม่ใช่เพราะนาง้าควานหาคนร้ายตัวจริงที่อยู่เื้ัเื่ทั้งหมด คงจัดการเฉินซื่อไปนานแล้ว
ภพนี้นางจะทำให้เฉินซื่อลิ้มรสชาติการไร้ญาติขาดมิตรอย่างเ็ปจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ!
อาจเพราะฉินหนิงจือที่มีความแค้นมากเกินไป เฉินซื่อกับฉินอวี้จือจึงต่างใอย่างเห็นได้ชัด
“น้องสี่เป็อะไรไปหรือ ทำไม...ทำไมถึงมองราวกับพบเจอศัตรูคู่อาฆาตเช่นนั้นล่ะ” ฉินอวี้จือแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่ในใจนั้นสงสัยเต็มทน
นี่มันศัตรูชัดๆ ซ้ำยังเป็ศัตรูคู่อาฆาตเสียด้วย
“ข้ารู้ว่าหมอหลี่ว์เป็คนของท่านป้าใหญ่” ฉินหนิงจือเก็บอารมณ์พลางเอ่ยเสียงเรียบ
ที่แท้ก็เื่นี้นี่เอง ทำไมถึงทำราวกับอาฆาตแค้นก็มิปาน ความร้ายกาจของคุณหนูสี่นี่นับวันจะยิ่งมีแต่เพิ่มขึ้น
เฉินซื่อรู้สึกไม่พอใจ แต่ภายนอกกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หมอหลี่ว์ไม่รู้ว่าหนิงจือของเรารู้วิชาหมอ เลยคิดว่าไม่อยากพูดอะไรต่อหน้าคนป่วยเยอะ เดี๋ยวจะผิดตำราไป ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองกำลังสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ ป้าได้สั่งสอนเขาไปแล้ว แต่ถ้าหนิงจือไม่ชอบ เดี๋ยวป้าไปไล่เขาออกให้ก็ได้”
เฉินซื่ออธิบายเื่หมอหลี่ว์เสียยาว ทั้งยังเหน็บเื่วิชาหมอของนาง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือหากเื่นี้แพร่ออกไป ยิ่งเป็การตอกย้ำเื่ความหยาบคายไร้เหตุผลและหยิ่งทะนงของนาง
ดูเหมือนเฉินซื่อกำลังปกป้องนาง แต่ที่จริงแล้วกำลังทำร้ายนางต่างหาก!
แม้แต่มารดาที่ตามใจก็ยังรู้สึกว่าไม่เหมาะสม
ต่อมาก็ได้ยินฟางซื่อเอ่ยขึ้น “พี่สะใภ้จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะเ้าคะ หนิงจือพูดไปตามประสาเด็ก อย่าทำตามคำของนางเลย”
ฟางซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงปรึกษา แม้ว่านางจะมีสถานะไม่ด้อยกว่าหยวนซื่อ แต่ก็เคารพพี่สะใภ้ของตน คิดว่าการดูแลจวนไม่ใช่เื่ง่าย อีกอย่าง นางยังเมตตาต่อหนิงจือกับเหวินเกอร์ ถือว่าหาได้ยากยิ่ง
“ใช่เ้าค่ะ ข้าก็แค่ล้อเล่น ท่านป้าอย่าได้ทำเป็เื่จริงเลย หมอหลี่ว์เองก็เหนื่อยไม่เบา” ฉินหนิงจือยักไหล่แล้วยิ้ม
เฉินซื่อตะลึง เมื่อก่อนหากนางเอ่ยเช่นนี้ คุณหนูสี่คงเห็นด้วยไปนานแล้ว และยังอาจจะพูดต่ออีกด้วยว่าไม่ให้ลงโทษโดยการหักเงินหมอหลี่ว์สองเดือนก็เป็บุญเท่าไรแล้ว แต่ทำไมวันนี้ ไม่เพียงแต่พูดแทนหมอหลี่ว์ หนำซ้ำยังพูดเสียเหมือนนางเป็คนใจไม้ไส้ระกำ
เฉินซื่อมีสีหน้าไม่ค่อยดี หรือจะเป็เช่นที่ลูกอวี้พูดจริงๆ ที่บอกว่าสมองฉินหนิงจือมีปัญหาไปแล้ว
“แต่อย่างไรเสีย ตอนนี้ร่างกายข้ายังคงอ่อนแออยู่ ท่านป้าบอกว่าจะให้รังนกสีเืแก่ข้าจริงหรือเ้าคะ ถ้าเช่นนั้นหนิงจือขอคารวะขอบคุณท่านป้าอย่างสุดซึ้ง” ฉินหนิงจือเอ่ยพลางยกมือคารวะด้วยความนอบน้อม
สีหน้าของเฉินซื่อหม่นไปในทันที นังเด็กผีสางนี่! ไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะหลอกเอาหยกมงคลของลูกอวี้ ที่ตอนนี้ยังห้อยที่คอเหวินเกอร์อยู่เลย น่าโมโหเสียจริง!
ฟางซื่อรีบกระตุกปลายแขนเสื้อฉินหนิงจือ “หนิงจือ...”
คำสุภาพพวกนี้ฟังไว้ก็พอ จริงจังด้วยได้ซะที่ไหน!
“ทำไมเ้าคะ ท่านป้าพูดเองนี่นา พวกนางก็ได้ยิน” ฉินหนิงจือชี้ไปยังเหล่าสาวใช้ด้วยความมั่นใจ
พวกนางพากันก้มศีรษะลงทันที เป็การบอกว่าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น วันนี้คุณหนูสี่ไม่อาละวาด แต่กลับแลดูมีรัศมีสีดำปกคลุมไปทั่ว! แต่อย่างไรเสีย ไท่ไท่ใหญ่ก็พูดจริงๆ ว่าจะให้รังนกสีเื หรือจะเป็เื่หลอกกันอย่างนั้นรึ
“ใช่ขอรับ ท่านป้าพูดเองจริงๆ ข้าจำได้ว่าจริงแท้แน่นอน!” แม้เหวินเกอร์ตัวน้อยจะไม่รู้เื่ของผู้ใหญ่ แต่ก็รู้ว่าท่านป้าใหญ่นั้นได้พูดจริงๆ แม้ว่าเขาจะชื่นชอบท่านป้าใหญ่และไม่ชอบพี่สาวก็ตาม อย่างไรก็ต้องยอมรับ
“เป็อย่างนั้นจริงแท้” เฉินซื่อเอ่ยราวกับกัดฟันพูด แต่นางนั้นควบคุมอารมณ์ได้ดี สีหน้าเต็มไปด้วยความใจกว้าง “เดี๋ยวคารวะไท่ไท่ผู้เฒ่าเสร็จ ป้าจะให้คนเอาไปส่งหนิงจือนะ”
“ท่านแม่!” ฉินอวี้จือที่ยังเด็กเริ่มอยู่เฉยไม่ได้ รังนกสีเืนั้นเป็ของที่ท่านยายส่งมาให้ นางเองยังไม่ได้ชิมเลยสักคำ! หากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้นางจะเอาหน้าไปทำไมกัน! หยกมงคลของนางก็ยังไม่ได้คืน!
เฉินซื่อแอบจิกตาใส่นางแวบหนึ่ง โกรธมากแล้วอย่างไร ต่อให้โกรธก็ต้องอดทนไว้ หน้าตานั้นใหญ่กว่าผืนฟ้าอีกนะ!
“ในเมื่อท่านป้ายืนยันเช่นนี้ เช่นนั้นหนิงจือคงไม่ปฏิเสธให้เสียน้ำใจนะเ้าคะ” ฉินหนิงจือยิ้มร่าด้วยท่าทางไม่รู้ประสา
นี่มันอะไรกัน! หลังจากคุณหนูสี่ป่วย เล่ห์เหลี่ยมของนางก็มากขึ้น!
ทว่าอย่าเพิ่งได้ใจไป สักวันบ้านรองจะได้รับรู้ว่าการเคารพผู้ใหญ่หมายถึงอะไร แล้วอะไรคือกฎเกณฑ์!
ในตอนนั้น จู่ๆ ในห้องของไท่ไท่ผู้เฒ่าก็มีเสียงดังลอดออกมา ตอนแรกเป็เสียงชามกระเบื้องกระทบพื้น แต่ต่อมาเป็เสียงไท่ไท่ผู้เฒ่าะโด้วยความโมโห
“นี่มันอะไรกัน! เ้าจะให้ข้าโมโหตายเลยใช่ไหม คิดจะให้ข้าโมโหตายใช่หรือไม่!”
“เกิดอะไรขึ้น!” ฟางซื่อที่กำลังคิดจะขอโทษเฉินซื่ออยู่นั้น เมื่อได้ยินเสียงที่ดังก็ถึงกับใ คำพูดที่คิดไว้ก่อนหน้าหายวับไปในอากาศทันที
ฉินหนิงจือเองก็ใไม่แพ้กัน ภพที่แล้วเนื่องจากหมอหลี่ว์ทำให้นางนอนป่วยอยู่เป็เดือนๆ แม้แต่โคมลอยในเทศกาลหยวนเซียวเจี๋ย25 นางก็ไม่ได้ไปดู เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย
นางรู้ว่าไท่ไท่สามผูกคอตายหลังสิ้นสุดเทศกาลหยวนเซียวเจี๋ยไม่กี่วัน หรือจะเกี่ยวข้องกับเื่ในวันนี้ นางรีบเอียงหูฟังทันที
เสียงไท่ไท่สามร้องไห้เสียใจดังลอดออกมาจากในเรือน ฟางซื่อได้ยินเสียงหยวนซื่อก็ถึงกับหน้าถอดสีทันที นางบอกน้องสะใภ้สามให้กลับไปตรวจให้เรียบร้อยก่อนแล้วไม่ใช่รึ! ทำไมนางถึงอดกลั้นไม่ไหว เอาเื่มาพูดกับไท่ไท่ผู้เฒ่าเสียแล้วล่ะ เยี่ยงนี้จะทำเช่นไรดี
ไท่ไท่ผู้เฒ่าไม่ชอบน้องชายสามทายาทสายรองคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร จึงยิ่งไม่ชอบสะใภ้สามที่เกิดจากครอบครัวเล็กๆ คนนี้ แล้วจะไปออกหน้าแทนนางได้เช่นไร!
กลัวก็แต่ถึงตอนนั้นจะถูกห้ามไม่ให้ตรวจสอบ แล้วรับเอาคนเข้ามาในจวนเลย! ทว่าเฉินซื่อกลับนิ่งแล้วเอ่ย “น้องหญิงรอง เราเข้าไปห้ามท่านแม่กันเถอะ”
ดูนางไม่ใเลยสักนิด เหมือนกับว่ารู้เื่มาก่อนแล้ว
ฉินหนิงจือเพียงหลุบตาลง มิน่าล่ะ วันนี้เฉินซื่อถึงมาสายขนาดนี้ คงเพราะรู้แต่แรกแล้วว่าอาสะใภ้สามจะมาคุยกับท่านย่า แล้วเกรงว่าตัวเองจะซวยด้วย เลยตั้งใจมาสาย รอให้ท่านแม่เข้าไปรับหน้า
“ลูกอวี้ เ้าพาหนิงจือกับเหวินเกอร์ไปรอที่ห้องข้างๆ นะ” เฉินซื่อเอ่ยกำชับแล้วพาฟางซื่อที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลเดินเข้าห้องไป
ฉินหนิงจืออยากเข้าไปข้างในด้วย แต่กลับโดนฉินอวี้จือดึงมือไว้
“น้องสี่ เราไปที่ห้องข้างๆ กันเถอะ”
ท่าทางที่ดูสนิทสนมนี้ของนางราวกับว่าไม่ได้เพิ่งปะทะอารมณ์กันไปเมื่อครู่ ฉินหนิงจือคิดว่าภพก่อนนางนอนป่วยอยู่ แต่มารดาก็ไม่ได้เป็อะไร หากนางบุกเข้าไปอาจทำให้เื่พลิกกลับได้ ส่วนเื่ของอาสะใภ้สามนั้นไว้ค่อยกลับไปถามมารดาก็ได้! จึงพยักหน้ารับ
“เ้าค่ะ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e
23 โครงสร้างแบบเฉพาะตัวของเรือนสี่ประสานของจีนโบราณ ซึ่งมีด้านข้างต่อกันสามชั้น และมีผนังกั้นจากด้านหน้าไปด้านหลังสามชั้น
24 ทรงผมแบบหนึ่งของสตรีจีนสมัยโบราณ ทำเป็ทรงคล้ายด้ามมีดสองด้าม
25 เทศกาลโคมไฟ จัดขึ้นใน่วันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนหนึ่ง