ทั้งโรงยิมเงียบกริบราวกับมีน้ำเย็นราดลงมา
คำพูดแฝงเจตนาร้ายพุ่งตรงเข้าหาฉัน
“นึกว่าได้การ์ดไอเท็มสามร้อยใบเพราะเก่ง ที่แท้ก็สกิลเส็งเคร็งเลเวลหนึ่ง”
ผู้พูดคือนักเรียนปีหนึ่งห้องสองเมื่อได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ฉันก็รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย
ตัวประกอบที่กำลังจะถูกจูซูฮยอกอัดจนหมดสภาพนี่…?
ใน่ท้ายของปีหนึ่งเขานึกทบทวนและปรับปรุงตัวเองจนกลายเป็เพื่อนกับจูซูฮยอกแต่สุดท้ายก็ถูกเอเนมีสายพันธุ์ปีศาจเข้าสิงเหตุการณ์ที่ทำให้จิตใจของจูซูฮยอกต้องพังทลาย
ตัวประกอบคนนั้นกำลังหาเื่ฉันในตอนนี้
[เรียกดูข้อมูลตัวละคร: ‘บังยุนซอบ’]
[ชื่อ: บังยุนซอบ]
[ฉายา: นักเรียนโรงเรียน ม.ปลายอึนกวังปีหนึ่งห้องสอง]
[พรคุ้มครอง: คนโปรดของบางคนในเผ่างู ‘เสน่ห์ของเ้าคือความโง่เขลา’]
[แสงประทับ: (ปิดใช้งาน)]
[สถานะ]
[ค่าศักยภาพโดยรวม] Lv.13]
[สกิล]
[กระบองสองท่อน Lv.3]
[เสียงพิศวง Lv.1]
…
…
…
ตรงตามข้อมูลNPCที่เห็นจากในหนังสือเซตติ้งทุกอย่าง
หลังเกิดเหตุการณ์‘ยุคมืด’ กับจูซูฮยอกบังยุนซอบจึงฉวยโอกาสหาเื่พระเอกของเราทันทีแต่ตอนนั้นจูซูฮยอกกำลังสติหลุดเพราะเพิ่งอับอายต่อหน้าธารกำนัลจึงไม่แยแสบังยุนซอบแม้แต่น้อย
ภายในเกมผู้เล่นจะได้ควบคุมจูซูฮยอกเพื่อเอาชนะบังยุนซอบ
เขาพ่ายแพ้ให้กับพระเอกอย่างไม่เป็ท่าทั้งร่างกายและิญญาต่างพังยับเยินไม่เหลือชิ้นดีแต่นั่นคือเื่ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์ถัดไปในคาบเรียนต่อสู้ที่ปีหนึ่งห้องสองฝึกซ้อมกันเอง
แต่ยุคมืดของจูซูฮยอกดันไม่เกิดขึ้นเขาจึงไม่มีที่ระบาย ดังนั้นเลยเบนเข็มมาลงกับซูเปอร์โนว่าไร้นามแทน
ตัวฉันโจอึยชิน เป็ที่รู้จักกันดีในฐานะซูเปอร์โนว่าไร้นามแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกมองว่าเป็เด็กห้องศูนย์—แหล่งรวมตัวปัญหาแม้แต่สกิลสายต่อสู้ก็ยังเป็เลเวล 1 ถึงจะเป็คนดังแต่ก็พอจะมีช่องว่างให้ข่มเหงได้
หมอนั่นคิดว่าถ้าชิงข่มเราก่อนคนอื่นจะมองว่าแข็งแกร่ง เพราะกล้าพูดจาดูถูกซูเปอร์โนว่าไร้นาม
ฉันเพิ่งเข้าเรียนในฐานะนักเรียนห้องศูนย์เป็วันแรกถ้าจะเล็งฉัน วันนี้คือวันดี นี่คือเหตุผลที่เปลี่ยนเป้าหมายจากจูซูฮยอกมาเป็ฉัน
“บังยุนซอบ นายพูดกับฉันเหรอ”
เมื่อได้ยินฉันเรียกเขาด้วยชื่อเต็มบังยุนซอบถึงกับผงะ ลมหายใจเริ่มติดขัด สีหน้าดูลำบากใจดูท่าคงแค่อยากจะข่มเหงฝ่ายเดียว แต่คิดไม่ถึงว่าฉันจะรู้จักชื่อ ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจจะตีมึนกลืนหายไปกับฝูงชนแท้ๆ
แต่บังยุนซอบยังทำใจดีสู้เสือ
“ก็ใช่น่ะสิ! ฉันพูดผิดตรงไหน!”
ทั้งโรงยิมเริ่มปั่นป่วนทุกคนคงคาดไม่ถึงมาก่อนว่าจะมีสวะสังคมแบบนี้ปะปนอยู่กับนักเรียนของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังอันทรงเกียรติแต่โลกนี้มีกฎการอนุรักษ์สวะอยู่ ไม่ว่าจะเป็ที่ใดในโลกล้วนมีคนโง่แฝงตัวอยู่เสมอขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรฉันก็สังเกตเห็นสีหน้าอันเคร่งเครียดของครูฮัมกึนฮยอง
เอายังไงดีนะ…
บังยุนซอบ
จูซูฮยอก
คาบเรียนฝึกการต่อสู้
สารพันศัสตรา
พัฒนาการในอนาคต
ฉันคิดวิธีดีๆออกแล้ว ก่อนที่ฮัมกึนฮยองจะได้พูดอะไร ฉันก็ยกมือขึ้น
“วันนี้นักเรียนต้องจับคู่ฝึกกันเองใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นในคู่แรกผมจะฝึกกับบังยุนซอบเอง”
คำพูดของฉันเรียกเสียงฮือฮาจากทั่วทั้งโรงยิมได้เป็อย่างดีก่อนที่ฉันจะแอบเสริมด้วยบางคำพูดเบาๆ ซึ่งมีเพียงฮัมกึนฮยองเท่านั้นที่ได้ยิน
“การต่อสู้ของผมกับบังยุนซบ น่าจะเป็ตัวอย่างที่ดีได้นะครับ”
ฮัมกึนฮยองมองฉันด้วยสายตาครุ่นคิด
“โจอึยชิน เธอเข้าใจความหมายของวิชานี้ใช่ไหม”
“ครับ”
ฮัมกึนฮยองจ้องฉันอย่างตั้งใจราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างก่อนจะอมยิ้มออกมาภายในไม่กี่วินาที
“ฝากด้วยนะ โจอึยชิน”
คิมชินรกและโนยองมีที่เห็นฉันกระซิบคุยกับฮัมกึนฮยองต่างพยักหน้ารับหลังจากคาดเดาสถานการณ์ได้คร่าวๆเมื่อครูทั้งสามอนุญาตให้มีการประลองทันใดนั้นเสียงฮือฮาระลอกสองก็เริ่มดังไปทั่วโรงยิม
“นั่นซูเปอร์โนว่าไร้นาม โจอึยชินไม่ใช่เหรอ”
“ครูฮัมกึนฮยองบอกว่า โจอึยชินมีสกิลสารพันศัสตรา”
“ฉันได้ยินจากทีวีว่า มันคือท็อปไฟฟ์ สกิลหายากที่เพลเยอร์้าดูจากจำนวนการ์ดก็น่าจะเป็แบบนั้น”
พวกนักเรียนพากันวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนานตามด้วยการทำนายผลการประลองระหว่างฉันกับบังยุนซอบ
“ถึงบังยุนซอบจะเป็ไอ้งั่ง แต่ฝีมือก็ค่อนข้างดี…เดาไม่ถูกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“สกิลของซูเปอร์โนว่าไร้นามแค่เลเวล 1 เอง ค่าศักยภาพโดยรวมก็ใกล้เคียงกันต่อให้เขาจะใช้อาวุธได้หลากหลายแค่ไหนแต่ฝ่ายที่ได้เปรียบยังไงก็เป็ฝั่งที่เลเวลสกิลสูงกว่าอยู่แล้วรึเปล่า”
“ฉันขอเดิมพันข้างบังยุนซอบหนึ่งหมื่นวอน!”
ฉันไม่รู้ว่าใครเป็คนต้นคิดเื่การเดิมพันแต่ตอนนี้มีคนฉายโค้ดผ่านโฮโลแกรมพร้อมเปิดโต๊ะรับพนันด้วยแอปพลิเคชันสำหรับเดิมพันโดยเฉพาะแล้วเรียบร้อย
“สามพันวอน แทงบังยุนซอบ!”
“หนึ่งหมื่นห้าพันวอน แทงบังยุนซอบ!”
“สี่หมื่นวอน แทงโจอึยชิน”
“บังยุนซอบหนึ่งแสนวอน! สู้เค้านะโว้ย!”
ทุกคนเชื่อมต่อโต๊ะพนันผ่านโค้ดเพื่อวางเงินเดิมพันแม้แต่ตอนที่จูซูฮยอกกับอันดาอินดวลกันครั้งแรก บรรยากาศก็ยังไม่ดุเดือดเท่านี้แม้คณะครูจะไม่ข้องเกี่ยวกับกับการเดิมพันในครั้งนี้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ห้ามเพราะทั้งสามรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็อย่างไร
ถ้าอย่างนั้นพวกเขา้าสิ่งใดจากผลลัพธ์ แล้วจะนำมันไปใช้กับคาบเรียนอย่างไรกัน
แล้วเงินเดิมพันแค่นี้ยังอยู่ในระดับที่เรียกว่าเป็แค่ความบันเทิง ไม่ใช่การพนัน ถึงจะเสียไปก็ไม่เดือดร้อนอะไรและยังเป็บทเรียนที่ดีสำหรับนักเรียนอีกด้วย
ยอดเงินรวมของวงพนันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆถึงส่วนใหญ่จะเดิมพันข้างบังยุนซอบจนวงเงินเริ่มไม่สมดุล แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา
จนกระทั่ง...
“โจอึยชินชนะ หนึ่งล้านวอน”
เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กหยุดลงแทบจะทันทีเมื่อใครบางคนกำลังวางเดิมพันรวดเดียวด้วยเงินก้อนโต
ยูซังฮุน
ยูซังฮุนเรียนอยู่ปีหนึ่งห้องหนึ่งก็จริงแต่เขามาถึงโรงยิมช้าจึงไม่มีโอกาสได้ทักทาย เพราะตอนนั้นฉันกำลังคุยกับจูซูฮยอก
“ไม่เห็นสีหน้าของโจอึยชินกันรึไง ถ้าพวกนายไม่อยากหมดตัวก็อย่าเดิมพันข้างบังยุนซอบเยอะนักล่ะ”
ยูซังฮุนมองหน้าฉันพลางส่งยิ้มมีเลศนัยจากนั้นก็ฉายโฮโลแกรมเพื่อโอนเงินท่าทีอันแน่วแน่ของเขาทำเอาบรรยากาศกลับสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง
“เขาคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากการสอบเข้า…ทีมเดียวกับซูเปอร์โนว่าไร้นาม!”
“หนึ่งในผู้เกี่ยวข้องกับคดีซนมีกี…”
“ถ้าอย่างนั้น เขาก็ต้องรู้จักฝีมือของซูเปอร์โนว่าไร้นามเป็อย่างดี…ชักกังวลแล้วสิ”
ขณะเดียวกันฮวังจีโฮที่กำลังยืนครุ่นคิดพลางมองโฮโลแกรมที่แสดงยอดเงินในบัญชีที่เต็มไปด้วยเลขศูนย์ยาวเหยียดแล้วเริ่มทำหน้าราวกับคันไม้คันมือ
“ใส่สักสิบล้านวอนดีไหม”
“…ถ้าจำนวนเงินสูงเกินไป นายจะถูกตั้งข้อหาเล่นพนัน ระวังตัวด้วย”
“แล้วไงต่อ”
ตาแก่นี่พูดว่า‘แล้วไงต่อ’ อีกแล้ว ฉันหมดคำจะกล่าวกับฮวังจีโฮแม้เขาจะพึมพำด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมปิดปากสนิทหลังจากฟังคำเตือนของฉัน
วงเงินเดิมพันกำลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็จริง แต่ฉันไม่อยากให้ยอดเงินก้าวะโเกินไปนักแม้เพลเยอร์จะได้รับการผ่อนปรนเป็กรณีพิเศษภายใต้กฎหมายคุ้มครองเพลเยอร์วงเงินระดับนี้จึงไม่ก่อปัญหาใดๆ ก็ตาม
“อะไรกัน…ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ…”
บังยุนซอบเริ่มตื่นตระหนกแค่เื่ที่เขาหาเื่คนดังเพื่อคลายเครียดกับยกระดับสถานะทางสังคมให้ตัวเองนิดหน่อยกลับกลายเป็เื่บานปลายได้ถึงขนาดนี้
หน้าซีดเป็ไก่ต้มเลยแฮะ…งั้นก็ไม่ควรทำปากเก่งแต่แรกเซ่
ทันใดนั้นราวกับบังยุนซอบจะคิดแผนเด็ดได้ เขาเปลี่ยนสีหน้าพร้อมกันะโขึงขัง
“การดวลครั้งนี้จะจำกัดให้ใช้อาวุธได้แค่คนละหนึ่งชนิด! แล้วก็ห้ามใช้แสงประทับด้วย!”
เสียงถอนหายใจดังระงมจากทุกสารทิศเมื่อได้ยินข้อเสนออันน่ารังเกียจจากปากบังยุนซอบ
ลูกไม้ตื้นๆ
สกิลกระบองสองท่อนของบังยุนซอบอยู่ที่เลเวล3 ส่วนสกิลสารพันศัสตราของฉันคือเลเวล 1 ค่าศักยภาพโดยรวมเลเวล 13 เท่ากันถ้ามองแค่เลเวลสกิล ฉันแทบไม่มีโอกาสชนะเลย แล้วยังห้ามใช้แสงประทับเรียกได้ว่าเสียเปรียบเต็มประตู
แต่ก็ไม่มีปัญหา
ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกังวล
“ตกลง”
หลังจากตอบตกลงบังยุนซอบก็ทำหน้าราวกับตนคว้าชัยชนะได้แล้ว แววตาเต็มไปด้วยความฮึกเหิมส่วนบรรดานักเรียนที่แทงข้างฉันแทบจะพร้อมใจกันถอนเดิมพันเดี๋ยวนั้น
ฉันนำการ์ดใบหนึ่งออกจากหน้าต่างไอเท็มแล้วเปลี่ยนให้เป็วัตถุ
“ในเมื่อฉันรับคำท้าตามเงื่อนไขของนาย ดังนั้นคนที่แพ้ต้องเป็เบ๊รับใช้ของอีกฝ่ายหนึ่งปีเต็ม…ตกลงไหม”
ไอเท็มที่ฉันนำออกมาคือ‘แหนบแห่งคำสัญญา’ ซึ่งมีระดับความหายากระดับ R หนึ่งในการ์ดไอเท็มที่ฉันซื้อเตรียมไว้ก่อนโรงเรียนเปิด
หากผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อหน้าแหนบแห่งคำสัญญาเล็บทั้งหมดจะถูกแหนบร้อนๆ ถอนออกมา ไม่ว่าคำสัญญาจะเป็อะไร หรือสำคัญแค่ไหนบทลงโทษก็เหมือนกัน ระดับความหายากของมันจึงไม่สูงมาก แต่ก็เ็ปทรมานใช้ได้อีกทั้งยังรักษาได้ด้วยไอเท็มฟื้นฟูอีกด้วย
สำหรับคนขี้ขลาดอย่างบังยุนซอบแค่นี้ก็พอแล้ว
การถูกถอนเล็บด้วยแหนบร้อนๆคงไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเผชิญ
“ศึกดวลตัดสินเบ๊ส่งของ?”
“ซูเปอร์โนว่าไร้นามเอาจริงแฮะ”
ข้อเสนอของฉันทำเอาเด็กปีหนึ่งที่ตื่นเต้นเพราะการเดิมพันอยู่แล้วยิ่งตื่นเต้นเป็ทวีคูณ
“แหนบแห่งคำสัญญา…!”
บังยุนซอบพึมพำด้วยสีหน้ากระวนกระวายเพราะเป็ไอเท็มที่ใครๆ ก็รู้จัก เขาจึงจดจำมันได้ในทันที
“คิดว่าฉันจะกลัวจนถอนตัวไปเองสินะ? ก็เอาเซ่!”
ซ่า!
ทันทีที่บังยุนซอบรับปากอย่างห้าวหาญแหนบแห่งคำสัญญาพลันลุกไหม้ แล้วสลายไปในอากาศเล็บทั้งหมดของฉันกับบังยุนซอบเปลี่ยนเป็สีแดงครู่หนึ่ง แล้วจึงกลับเป็สีเดิม
ศึกดวลตัดสินเบ๊รับใช้กำลังจะเริ่มขึ้น
มีเพียงสามคนที่เดิมพันข้างฉัน
ยูซังฮุนจูซูฮยอก และคิมยูรี
ยูซังฮุนนั้นเข้าใจได้แต่จูซูฮยอกและคิมยูรีสร้างความประหลาดใจให้กับฉันได้พอสมควร
จูซูฮยอกเห็นว่ายูซังฮุนพนันด้วยเงินหนึ่งล้านวอนเขาจึงใส่ตัวเลขเดียวกัน
พระเอกของเราเป็เหลนของประธานใหญ่แห่งกลุ่มทุนจูโอกรุ๊ปหนึ่งในสี่แชโบลใหญ่ของเกาหลีใต้เขาจึงเดิมพันตามยูซังฮุนได้โดยไม่ต้องคิดให้มากความ
ส่วนยูซังฮุนนั้นเคยเล่าให้ฟังว่าพ่อกับแม่ให้พกเงินค่าขนมติดตัวไว้พอสมควรจะได้เลี้ยงข้าวจางนัมอุกกับฉันทุกครั้งที่มีโอกาสหนึ่งล้านวอนจึงไม่ใช่จำนวนเงินที่ทำให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัว
คิดไม่ถึงว่าคิมยูรีจะเอาด้วย
คิมยูรีดูไม่เหมือนผีพนันตรงกันข้าม บุคลิกของเธอค่อนไปทางหัวหน้าห้องผู้เข้มงวด
ยอดเดิมพันฝั่งฉันคือ2,050,000วอน
ส่วนฝั่งบังยุนซอบคือ2,478,000วอน
เป็จำนวนเงินที่ค่อนข้างสูงทั้งที่ยังมีอีกหลายคนไม่ได้ลงเดิมพัน เช่น ฮวังจีโฮ ฮันอี และอันดาอิน
“เอาล่ะ พวกเธอสองคนเข้าประจำที่”
“วู้ว—!”
นักเรียนกว่าร้อยคนที่รวมตัวกันในโรงยิมของเด็กปีหนึ่งพร้อมใจกันส่งเสียงโห่ฮาอย่างมีความสุขในขณะที่เ้ามือโต๊ะพนันจัดแจงใช้ดีไวซ์เปิดโหมดขยายภาพโฮโลแกรมก่อนที่จะฉายข้อความขึ้นไปในอากาศ
[ศึกดวลตัดสินเบ๊ส่งของ]
[ซูเปอร์โนว่าไร้นาม โจอึยชิน VS ผู้ท้าชิงปริศนาบังยุนซอบ]
ฉันชักอยากรู้แล้วว่าใครเป็คนเขียนข้อความพวกนี้
นอกจากนั้นยังมีการเปิดเพลงประกอบอย่าง ‘โกอิ้ง เดอะ ดิสแทนซ์’ จากภาพยนตร์เื่‘ร็อคกี้’ เพื่อสร้างบรรยากาศอีกด้วย
งานประพันธ์ชั้นครูแบบนั้นแต่กลับนำมาใช้กับการต่อสู้เดิมพันโง่ๆ ในศึกดวลตัดสินเบ๊รับใช้เนี่ยนะ?
“เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้เริ่มเปลี่ยนการ์ดเป็วัตถุแล้วลงมือได้ทันที”
กรรมการคือคิมชินรกครูประจำชั้นปีหนึ่งห้องหนึ่ง ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย
ฉันเลือกการ์ดหนึ่งใบจากกล่องสามร้อยใบได้แล้วจึงไปยืนประจำที่
กึกกึก กึก!
บังยุนซอบกับฉันยืนเผชิญหน้ากันโดยรักษาระยะห่างราวๆ สิบเมตร พร้อมกับเสียงเพลงประกอบที่เปลี่ยนเป็ ‘Gonna Fly Now’ แล้วเรียบร้อย
“ถ้าอย่างนั้น เตรียมตัว”
“วี๊ดวิ๊ว~!”
“ลุยเลยบังยุนซอบ!”
“บังยุนซอบ! จงเป็ไอ้งั่งที่คว้าชัยชนะให้ได้นะ!”
บังยุนซอบแสดงสีหน้ายินดีปรีดาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อจินตนาการว่าตนกำลังจะเป็คนดังในหมู่เพื่อนร่วมรุ่น
คิมชินรกส่งสัญญาณด้วยการยกมือ
“เริ่ม!”
การ์ดไอเท็มในมือบังยุนซอบเปลี่ยนเป็กระบองสองท่อน
“ย๊ากกกก!”
บังยุนซอบผู้ถือกระบองสองท่อนปรี่เข้าใส่ฉันพร้อมกับแหกปากะโส่วนฉันก็เปลี่ยนการ์ดให้เป็วัตถุและกำอาวุธแน่น เสียงของระบบดังขึ้น
[สกิล ‘สารพันศัสตรา’ ทำงาน]
“เดี๋ยวนะ บ้าน่า…! นั่นมันอาวุธเวทมนตร์!”
เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังมาจากกลุ่มผู้ชม
ใช่แล้วพวก
สิ่งที่อยู่ในมือของฉันคืออาวุธเวทมนตร์พื้นฐานธาตุดินระดับความหายาก R ‘ไม้เท้าธรณีของจอมเวทฝึกหัด’
ด้วยความช่วยเหลือจากสกิลสารพันศัสตราคาถาของเวทมนตร์ สูตรการคุมมานาและผลลัพธ์ของเวทมนตร์ต่างพากันแล่นเข้ามาในหัวฉันทันที
“เวทมนตร์ล่ะ!”
“โว้วโว้ว!”
เวทมนตร์นั้นแตกต่างจากศาสตร์แห่งเพลิงของยอมจุนยอลหรือศาสตร์แห่งวายุของซาวอลเซอึม การใช้เวทมนตร์ต้องพึ่งพาอาวุธเวทมนตร์ต้องร่ายคาถาในภาษาที่ถูกกำหนดไว้ ต้องควบคุมมานาผ่านสูตรเวทมนตร์จึงมีเพลเยอร์เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้เวทมนตร์
เวทมนตร์ไม่ใช่พร์ติดตัวโดยกำเนิดแต่เป็ผลจากการวิจัยเชิงตรรกศาสตร์ที่เข้มงวด มันจึงแตกต่างจากพลังประเภทอื่นและใกล้เคียงกับคณิตศาสตร์มากกว่าพลังพิเศษ
ไม่เพียงเท่านั้นสกิลที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ส่วนใหญ่ ล้วนหามาได้ยากและเลเวลก็อัปได้ยากยิ่งกว่า ผู้คนเชื่อกันว่า เวทมนตร์คือสิ่งที่ไร้ประโยชน์หากไม่ถูกใช้งานโดยบรรพตระกูลหรือเบื้องบนที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์โดยตรง
สำหรับโลกฝั่งนี้เวทมนตร์มักถูกกล่าวถึงในฐานะภาคผนวกเชิงลึกหรือไม่ก็ปรากฏในข้อสอบเฉพาะทางที่มีความยากสูง แถมยังพบเห็นได้ไม่บ่อยแต่ในทางกลับกัน สวะติดเกมที่ควบคุมตัวละครบนหน้าจอมือถือมาตลอดอย่างฉันยังจะมีโอกาสเข้าถึงเวทมนตร์ได้มากกว่าซะอีก เพราะเคยควบคุมเวทมนตร์ผ่านตัวละครสายเวทมาแล้ว
และอาวุธเวทมนตร์ก็ถือเป็อาวุธ
ตัวฉันที่มีสกิลสารพันศัสตราสามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิด แน่นอนว่านับรวมอาวุธเวทมนตร์ด้วย
“เทราเซีย·อีโค่!”
ครึ่ก! ครึ่ก!ครึ่ก!
หลังจากการร่ายคาถาสั้นๆจบลง เวทมนตร์ธาตุดินก็พุ่งเข้าใส่ดวงตาบังยุนซอบอย่างแม่นยำแม้บังยุนซอบจะพยายามเหวี่ยงกระบองสองท่อนเพื่อปัดป้องแต่ก็ไม่มีทางไล่ตามความเร็วของเวทมนตร์ได้ทัน
เวทมนตร์เลเวล1 ไม่ได้ทรงอานุภาพสักเท่าใดนัก แต่มันก็เพียงพอที่จะบดบังทัศนวิสัยทัศน์ไปพร้อมกับสร้างความเสียหายให้แก่ดวงตาได้
“อ๊าก! ตาฉัน…! ตาฉัน!!”
หลังจากถูกก้อนดินพุ่งเข้าใส่ใบหน้าและดวงตาบังยุนซอบก็ดิ้นรนด้วยความเ็ป ฉันถลันเข้าประชิดตัวทันทีพร้อมกับซัดไม้เท้าใส่ท้ายทอยเขา
ผัวะ!
บังยุนซอบร้องเสียงหลงตามแรงกระแทกอันหนักหน่วงเพียงเท่านี้ การต่อสู้ก็ถือเป็อันสิ้นสุด
ทว่า…
แค่ครั้งเดียวมันยังไม่สาแก่ใจ
ก่อนที่เขาจะหมดสติไปบนพื้นโรงยิมฉันก็กระแทกไม้เท้าใส่บังยุนซอบอีกรอบ หากถามว่า จำเป็ต้องลงมือกับพวกกุ๊ยแบบเกินกว่าเหตุด้วยไหมก็ไม่ แต่พอดีมันเป็รสนิยมของฉัน ที่จะอัดไอ้พวกกุ๊ยให้เกินกว่าเหตุเข้าไว้
ผัวะ!
“อ๊ากกก!”
ไม้เท้ากระแทกเข้าที่ตำแหน่งเดิมอีกครั้งอย่างแม่นยำบังยุนซอบจึงหมดสติไปในคราวเดียวฉันใช้เท้าเหยียบแผ่นหลังของเขาที่กำลังนอนคว่ำหน้า พลางเล็งไม้เท้าใส่ก่อนหันไปมองกรรมการคิมชินรก
คิมชินรกยกมือขึ้นสูงพร้อมกับะโ
“โจอึยชินชนะ!”
สิ้นคำประกาศของคิมชินรกทั้งโรงยิมก็เต็มไปด้วยเสียงโห่ฮา
“เฮ—!”
“สุดยอด! เป็ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเวทมนตร์ของจริง!”
“อา…อาวุธเวทมนตร์…เป็แบบนี้เองเหรอ”
“สกิลขี้โกงชะมัด!”
“อ๊า! หนึ่งแสนวอนของฉัน!”
ชื่อของบังยุนซอบถูกลบออกจากหน้าจอแอปฯเดิมพัน โดยมีข้อความ ‘ซูเปอร์โนว่าไร้นาม โจอึยชิน ได้รับชัยชนะ!’ ปรากฏขึ้นแทน
“ระยำ…ใช้เวทมนตร์…แกมันไอ้ขี้ขลาด!”
บังยุนซอบะโด้วยน้ำตาคลอเบ้าดวงตาแดงก่ำคล้ายกับกำลังถูกไฟเผา ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร ครูฮัมกึนฮยองก็ชิงพูดตัดหน้า
“บังยุนซอบ เธอคิดว่าโจอึยชินเป็ไอ้ขี้ขลาดจริงเหรอ”
เขาเงียบทันทีที่ได้ยินคำถามจากฮัมกึนฮยอง
“ไม่คิดบ้างเหรอ ว่าการกระทำที่ขี้ขลาดคือการะโดูถูกผู้อื่นขณะหลบอยู่หลังกลุ่มเพื่อนการตั้งกฎห้ามเพลเยอร์ที่มีสกิลสารพันศัสตราเปลี่ยนอาวุธก็ด้วย”
ฮัมกึนฮยองดูไม่โกรธหรือโมโหท่าทีของเขาเป็ท่าทีของครูที่กำลังอธิบายให้นักเรียนฟัง
“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ว่าเพราะอะไรพวกครูถึงยอมให้มีการต่อสู้”
ฮัมกึนฮยองยังคงพูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้แทรก
บังยุนซอบอ้ำๆอึ้งๆ สักพักก่อนที่จะนิ่งไป และทำได้เพียงขยี้ตาพลางก้มหน้าในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ ยังคงปิดปากเงียบ แม้แต่เ้ามือโต๊ะพนันที่เปิดแอปฯเดิมพันก็เริ่มฉุกใจคิด ก่อนจะรีบปิดเพลงกับโฮโลแกรมทันที
“พวกเธอที่สอบเข้าโรงเรียน ม.ปลายอึนกวังได้ล้วนเป็เพลเยอร์ที่เก่งกาจและพากเพียร แต่ละคนจึงมีความทะนงตนและเชื่อมั่นในฝีมือตัวเอง แต่บางครั้งสิ่งเ่าั้ก็กลายเป็ยาพิษเพลเยอร์ที่ดีจำเป็ต้องหวาดระแวง จำเป็ต้องถ่อมตนเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้จัก”
หวาดระแวงและถ่อมตนต่อสิ่งที่ไม่รู้จักนี่คือหลักคิดที่คณะครูอยากถ่ายทอดแก่เด็กปีหนึ่งของโรงเรียนที่ดีที่สุดในคาบแรกของการเรียน
หากไม่มีฉันกับบังยุนซอบพวกเขาคงสนใจแต่ข้อคิดที่ได้จากการดวลระหว่างอันดาอินกับจูซูฮยอกที่ระดับต่างจากตนเองลิบลับ
แต่จูซูฮยอกในตอนนั้นกำลังเผชิญยุคมืดทั้งยังต้องเผยด้านที่น่าสมเพชให้อันดาอินได้เห็นอีก
ฮัมกึนฮยองพูดต่อไป
“ทั้ง ‘โศกนาฏกรรมวัดแนจัง ณอุทยานแห่งชาติูเาแนจัง’ และ ‘โศกนาฏกรรมทะเลสาบซอกชน’ ล้วนเป็คดีใหญ่ที่ทุกคนทราบกันดีว่าทีมเพลเยอร์มืออาชีพต่างถูกกวาดล้างโดยเหล่าเอเนมีที่มีระดับและเลเวลไม่สูงนัก”
ความเงียบงันอันหนักอึ้งแผ่ปกคลุมบรรยากาศรอบๆกลุ่มนักเรียนที่เริ่มสังเกตเห็นความตั้งใจของครู
“ความหย่อนยานหมายถึงชีวิต หมายถึงความตายของเพลเยอร์…บังยุนซอบย่ามใจขณะเผชิญหน้ากับซูเปอร์โนว่าไร้นามเ้าของสกิลสารพันศัสตราระดับความหายาก SSR ผู้พิชิตเอเนมีติดค่าหัวระดับความหายากR+ ได้โดยที่เขาแทบจะไร้เครื่องมือ”
เดิมทีบรรยากาศรอบตัวฮัมกึนฮยองก็ดูน่าเกรงขามอยู่แล้วยิ่งเขาพูดด้วยเสียงน้ำเสียงจริงจัง จึงพาให้บรรยากาศเคร่งเครียดเข้าไปใหญ่ เหล่านักเรียนจึงพากันกลืนน้ำลาย
ครูประจำชั้นห้องศูนย์ค่อยๆกวาดสายตาไปทั่วกลุ่มนักเรียนที่กำลังตื่นเต้น หลายคนหลบตา บางคนก้มศีรษะเพราะการวางเดิมพันข้างบังยุนซอบด้วยเงินก้อนใหญ่ก็ถือเป็การดูถูกโจอึยชินเช่นกันจึงเป็ธรรมดาที่พวกเขาจะสำนึกผิด
ฮัมกึนฮยองพูดปิดท้าย
“บังยุนซอบ การต่อสู้เมื่อครู่เป็ไปอย่างยุติธรรม…ไม่สิเธอแพ้ทั้งที่ตั้งข้อจำกัดให้ตัวเองได้เปรียบ ดังนั้น รับผิดชอบคำพูดด้วยจงทำตามที่โจอึยชินบอกเป็เวลาหนึ่งปี”
ความเงียบยังคงดำเนินต่อไป
เปลี่ยนบรรยากาศดีไหมนะ
ขณะที่คิดแบบนั้น
แปะ! แปะ!แปะ!
“อึยชิน ทำได้เยี่ยม!”
ยูซังฮุนะโพร้อมกับปรบมือถัดจากยูซังฮุนเป็จูซูฮยอก รวมถึงนักเรียนห้องศูนย์อีกสามคน ในท้ายที่สุดนักเรียนคนอื่นก็ตัดสินใจทำตาม
วี๊ดวิ๊ว!
รู้ตัวอีกทีเสียงเชียร์และเสียงปรบมือให้กำลังใจฉันก็ดังก้องกังวานไปทั่วโรงยิมและมีหลายคนเดินมาคุยด้วย
“ฉันแพ้พนันก็จริง แต่ถือเป็ค่าเรียนที่คุ้มค่ามาก ได้เห็นเวทมนตร์เชียวนะ!เจ๋งมากพ่อซูเปอร์โนว่าไร้นาม!”
“โจอึยชิน ไว้แสดงเวทมนตร์เราให้ดูอีกนะ!”
จนกระทั่งเสียงเชียร์และเสียงปรบมือหยุดลงบังยุนซอบที่นอนคว่ำหน้าบนพื้นอยู่นานหยุดสะอื้นไห้แล้วลุกขึ้นยืนบ้างเขามองสลับไปมาระหว่างเล็บมือตัวเองกับใบหน้าของฉัน ด้วยสายตาขุ่นเคือง
ในที่สุดฉันก็ได้รับเบ๊ส่งของหนึ่งอัตรา