บิดาเสนอทางออกทั้งสองทางนี้ ไม่ว่าเลือกทางไหนฮูหยินก็ต้องเข้าอบรมมารยาทเรียนรู้การเข้าสังคมชั้นสูงและหน้าที่ฮูหยินใหม่ทั้งหมด เื่มีอนุภรรยาเขาไม่ค่อยเห็นด้วยมากนัก มันดูไม่ยุติธรรมสำหรับผู้หญิงเลย หากจำเป็ต้องทำจริงๆ เขาก็คงต้องเลือกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม่ทัพหวงไม่เจอมารดาเพราะนางเข้าวังหลวง เขาคิดว่าจะฝากหลินเฟยหลิงไว้กับมารดาน่าจะดีกว่า ใน่ที่เขาไปราชการบ่อยๆ มีผู้ใหญ่คอยสอดส่องดูแลอย่างไรเสียก็อุ่นใจได้มากกว่า
เขาสบายใจขึ้นมาหน่อยที่ได้รับคำแนะนำจากผู้เป็บิดา เหลือแต่ไปตกลงกับหลินเฟยหลิง หากนางไม่ยินยอมคงต้องมีการบังคับกันเกิดขึ้น
เมื่อกลับมาถึงจวนพบเจอแต่ความเงียบชวนให้สงสัยอย่างยิ่ง ชายหนุ่มผลักประตูเข้ามาในจวน สาวใช้รีบเข้ามารายงาน
“เรียนท่านแม่ทัพ นายหญิงจับพิษไข้เ้าค่ะ” เขารีบรุดเข้าไปดูนางทันที หลินเฟยหลิงนอนตะแคงซมด้วยพิษไข้จากรอยช้ำห้อเืนั้น นางเซื่องซึม ใบหน้าซีดเซียวจนเขาใจอ่อน หย่อนก้นนั่งลงข้างๆ ตัวนาง มือแตะหน้าผากดูยังร้อนๆ เขาจึงขอผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้ด้วยตัวเอง ชายหนุ่มเงอะงะนิดหน่อย รู้สึกอุ่นๆ ที่ใบหน้า เขาเองก็ไม่เคยชินกับการดูแลผู้หญิงมาก่อน จึงรู้สึกเก้อเขิน แต่เขาก็อยากเอาใจนางบ้าง เผื่อความสัมพันธ์จะดีขึ้นกว่านี้ หลินเฟยหลิงอ่อนแรง นางได้แต่หันหน้าหนีซ้ายทีขวาทีมือเรียวเล็กคอยปัดป้องมือหนาใหญ่นั้นอยู่ร่ำไป
“เอาออกไป อย่าแตะต้องข้า” นางเบือนหน้าหนีพูดจากับเขาไม่ค่อยดีเหมือนรังเกียจ ชายหนุ่มไม่ยินยอม เขาจับรวบสองมือเล็กไว้ได้ด้วยมือใหญ่ข้างเดียว จากนั้นค่อยๆ ใช้ผ้าแตะใบหน้า ตามลำคอและต้นแขน ไล่ไปเรียวแขนอย่างค่อยเป็ค่อยไป เช็ดตัวเสร็จแล้วเขาสั่งสาวรับใช้เข้ามาทายาให้ โดยที่เขาเป็คนจับนางเอาไว้กลัวดิ้น เดี๋ยวทายาไม่ได้ หลินเฟยหลิงเจ็บใจตัวเองที่อ่อนแอเกินไป นางเจ็บจนสะดุ้งหลายครั้งแต่ก็กัดฟันทน ก็นางเคยเป็นักกีฬานี่นา ถูกฝึกความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจมาแล้วหลายรูปแบบ แม่ทัพหวงมองสำรวจนางจนทั่วทั้งตัว สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจคือนางกัดฟันโดยไม่ร้องสักแอะ ความอดทนสูงเกินกว่าหญิงสาวบอบบางเช่นนี้จะทำได้
เมื่อทายาเสร็จแล้วเขาจัดการปิดเสื้อคลุมให้มิดชิด แต่ไม่ยอมปล่อยเพราะเขาจะต้องจัดแจงให้นางนอนท่าที่สบาย จะได้ไม่เป็เหน็บ หลินเฟยหลิงดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด
“อยู่นิ่งๆ” เขาออกคำสั่งพลางรีบจัดการให้เสร็จเร็วๆ นางมองตามการกระทำของเขาไปเรื่อยๆ อย่างงงๆ ชายหนุ่มเมื่อรู้ตัวว่าถูกต้องมองเขาจึงหันมายิ้มบางๆ ให้ ยามเขาอารมณ์ดีก็ดูน่ารักเหมือนกันนี่ แต่จะทำดีได้ถึงห้านาทีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่น่าไว้ใจเลย
“เอาล่ะ ตอนนี้เ้าก็พักผ่อนให้มาก ข้าจะทำงานในจวนนี้ แล้วจะแวะมาดูอีกเรื่อยๆ”
เขากล่าวขึ้นเป็งานเป็การ หลินเฟยหลิงไม่พูดจากับเขา รีบหลับตาลง แม่ทัพหวงมองแวบหนึ่งแล้วจึงออกไปยังห้องทำงานต่อ
เขาเข้ามาดูอาการของนางเป็ระยะ ทุกอย่างยังเป็ปกติดีก็เบาใจขึ้น นางคงหายแสบไปอีกหลายวัน หลินเฟยหลิงนอนพักอยูหลายวัน รอยฟกช้ำค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ นางจึงออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก ขณะที่นั่งเล่นหย่อนขาแกว่งไปมาบนสะพานอย่างสบายอารมณ์ แม่ทัพหวงก็เข้ามาลองคุยด้วย เขานั่งชันเข่าลงข้างๆ นาง
“เ้าเบื่อหรือไม่” เขาถามพลางจ้องมองใบหน้างาม
“หือ?” หลินเฟยฟลิงหันหน้ามองเขาอย่างสงสัย เขายิ้มให้รอคอยคำตอบ นางเข้าใจไปเองว่าเขายอมรับสิ่งที่นางเป็ได้แล้ว นั่นแปลว่าเขาจะปล่อยให้นางเล่นต่อได้ตามใจ้า หลินเฟยหลิงอมยิ้มและแววตาเป็ประกาย
“ข้าเบื่อมาก ท่านมีอะไรให้ข้าเล่นหรือ?” นางทำเสียงใสถามเขา ชายหนุ่มหุบยิ้มแทบไม่ทัน
"เ้าเป็ฮูหยินแล้ว จะเล่นเป็เด็กๆ ไม่ได้อีก ข้าคิดว่าเ้าอาจจะความทรงจำหายไปเสร็จงานชิ้นนี้ข้าจะเข้าวังเพื่อทำเื่ให้เ้าเข้าอบรม
“อบรมอะไร ไม่เอาหรอก ข้าอยากกลับบ้าน” นางหน้าตึงถอยร่นจากเขา เริ่มงอแง
“ไม่ได้ อย่างน้อยๆ เ้าจะได้รู้หน้าที่และการวางตัวให้เหมาะสม ต่อไปภายหน้าจะต้องทำงานสำคัญคู่กับข้า ต้องรู้มารยาทการต้อนรับแขก รวมถึงพิธีการในวังด้วย” เขาอธิบายสีหน้าเรียบเฉย
“ห้ะ! ทำไมมากมายอย่างนี้ล่ะ ข้าแค่หลงเข้ามาชั่วคราว เดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว”
นางลืมตัวพูดความในใจ ชายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้ว ทั้งไม่เข้าใจทั้งไม่พอใจปะปนกัน
“หลงเข้ามาหรือ? บ้านอะไรกัน?” เขายืนขึ้นสงสัยในตัวนางทันที แม่ทัพหวงรีบดึงแขนของนางลุกขึ้นมาด้วยกัน หลินเฟยหลิงทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ
“เ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่งงานกับข้ามีสิ่งใดแอบแฝง รีบบอกข้ามา!” เขาเริ่มระแวงด้วยสัญชาตญาณนักรบ นางทำหน้าบู้บี้จากแรงบีบแขนของเขา
“เบาสิๆ ข้าไม่ใช่หุ่นยนต์นะ เป็คนมีเืเนื้อมีความรู้สึก ท่านมือหนักพลังเยอะเหมือนวัวเหมือนควาย”
เขาถลึงตาถมึงทึง รังสีแห่งความโกรธเกรี้ยวเป็ฟืนเป็ไฟเริ่มแผ่ซ่าน
“เ้า…” เขาพยายามยั้งอารมณ์ทุกครั้งที่พูดคุยกับนาง
“อ่า…อะไรอีกล่ะ ก็มันเป็ความจริงนี่” นางท้วงติงทำตาค้อน เขายอมปล่อยแขนให้เป็อิสระ หลินเฟยหลิงตีแขนตัวเองคลายความเจ็บ สะบัดไปมาไล่ความมึนชา
“บอกได้หรือยัง” หัวฟู่เฉินยังไม่ลืมคำพูดเมื่อสักครู่
“ข้า…พูดเล่นน่ะ” นางไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เอานิ้วแหย่หู กลอกตามองไปทางอื่น
“บอกข้า!!” เสียงเขาเริ่มตวาด คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ หลินเฟยหลิงสะดุ้งโหยงปกตินางไม่ได้ใง่ายขนาดนี้นะ โค้ชก็ตะคอกตอนฝึกบ่อยๆ แต่เสียงของเขาทุ้ม ห้าวมีพลังอำนาจผสมผสานกับร่างกายสูงใหญ่ บุคลิกจึงน่าเกรงขาม ทำให้นางหวั่นกลัวบ่อยๆ แต่นางก็แค่พูดขึ้นลอยๆ เขาจะจริงจังไปถึงไหนกัน
หัวฟู่เฉินไม่รอช้ารีบดึงแขนนางเข้าไปคุยกันในห้องทำงานส่วนตัวอย่างรวดเร็ว นางตั้งตัวไม่ทันถูกดึงกะทันหัน แทบหงายหลังตัวปลิวเดินตามเขาไป เขาจ้องหน้านิ่งกดไหล่ให้นั่งลงกับพื้นแล้วเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งลงตรงข้าม คล้ายสอบสวนผู้ต้องหาท่าทางขึงขัง
“เ้าพูดเมื่อครู่เื่ใดกันแน่” เขาเริ่มสอบสวนค้นหา หลินเฟยหลิงไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เขาเข้าใจจึงตัดสินใจบอกความจริง
“ฟังนะ ข้ากำลังกินไอติมอยู่ดีๆ แล้วก็หลับไป พอตื่นขึ้นมาก็มาอยู่ที่นี่ ข้าหลงเข้ามาในนี้ หาทางกลับบ้านก็ไม่เจอ แล้วตอนนี้ข้ามีแข่งบาสเกตบอลแมตซ์สำคัญ ป่านนี้เขาคงแข่งเสร็จตัดข้าออกจากทีมไปแล้ว ถ้ากลับไปไม่ได้จะอยู่ที่นี่อย่างไร ข้าต้องตายแน่ๆ”
นางพูดออกไปมือก็กุมขมับด้วยความเครียด แม่ทัพหวงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“เ้าพูดถึงเื่อะไร พูดความจริง ข้าไม่อยากฟังเื่เลวไหลปลิ้นปล้อน”
หลินเฟยหลิงเบิกตาโพลง
“นี่แหละความจริง ก่อนที่ท่านจะสอบสวนข้า หาทางช่วยให้ข้าตายไวๆ ไม่ดีกว่าหรือข้าจะได้รีบกลับร่างตัวเอง ออกจากชีวิตท่านไป ไม่ต้องมาทนอยู่กับความไมใช่อย่างนี้” นางเริ่มอารมณ์ขึ้น หลุดปากออกมาจนหมด
“เ้านี่ก็แปลก อยากจะตายตลอดเวลา มันแย่มากนักหรือที่ต้องแต่งงานกับข้า”
เขาทำเสียงแข็ง ที่นางทำเหมือนเขาเป็ผู้ชายไม่ได้เื่ ไม่เหมาะสมกัน
“เดี๋ยวๆ เราพูดกันคนละเื่หรือเปล่า” นางโบกไม้โบกมือที่เริ่มพูดกันไม่รู้เื่
“บ้านเ้าอยู่ไม่ไกล ข้าไปส่งก็ได้หากอยากไปเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่”
หลินเฟยหลิงถอนหายใจ เหนื่อยใจ
“มันไม่ใช่ที่นี่ บ้านข้าน่าจะอยู่ไกลจากที่นี่เป็ร้อยปีหรือพันปี หรือไม่ก็คนละโลก”
นางเบิกตาโต อธิบายช้าๆ เน้นคำ เขาจ้องหน้าเม้มปากแน่น สิ่งที่ผู้คนต่างเดากันว่านางเลอะเลือนคงจะเป็ความจริงแน่
“ก่อนอื่นข้าต้องหาหมอมารักษาเ้า” เขาสรุปง่ายๆ ถอนหายใจเบาๆ หลินเฟยหลิงกุมหน้าผากอุทานอย่างอ่อนใจ
“โอ้มายก๊อด!” เขามองท่าทางและคำพูดแปลกประหลาดยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นคิดถึงคำพูดของบิดาขึ้นมาทันที นางอาจจะเลอะเลือนจนไร้ความสามารถจริงๆ หลินเฟยหลิงยันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง ศอกเท้าแขนวางบนเข่า มือทาบขมับทำปากจู๋เหม่อลอยมองต่ำ เขามองท่าทางนั้นอย่างหนักใจเป็ที่สุด