หลังจากเสร็จธุระกับหัวหน้าหวัง หลินเฉียงก็รีบปั่นจักรยานไปที่ร้านขายจักรยานอย่างอารมณ์ดี เขาจอดรถจักรยานอยู่ที่หน้าร้านได้สักพักก็มองเห็นจางเมี่ยวเจินเดินออกมา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เข้าไปทัก เขาก็เห็นเธอวิ่งออกไปยังทิศทางตรงกันข้ามด้วยท่าทางรีบร้อน
หลินเฉียงรีบปั่นจักรยานไปขวางหน้าเธอไว้ “คุณเมี่ยวเจิน! คุณกำลังจะไปที่ไหน ทำไมถึงได้ดูร้อนใจขนาดนั้นครับ”
“คุณหลิน!” จางเมี่ยวเจินมองเห็นว่าเป็หลินเฉียง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร น้ำตาที่เคยกลั้นไว้ก็กลั้นไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก “ฉันกำลังจะไปที่โรงพยาบาลค่ะ คุณแม่...คุณแม่ของฉันอาการไม่ค่อยดี”
หลินเฉียงได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มคำนวณเส้นทาง จากจุดที่พวกเขายืนอยู่ ต่อให้จางเมี่ยวเจินจะสวมิญญานักวิ่งหนึ่งร้อยเมตร เธอก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยยี่สิบนาทีกว่าจะวิ่งไปถึงโรงพยาบาล ยิ่งมองสำรวจไปที่เสื้อผ้าและรองเท้าที่เธอสวม เวลายี่สิบนาทีคงเป็ไปไม่ได้ เขาจึงเสนอ “คุณขึ้นนั่งซ้อนท้ายจักรยานของผมเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง”
“จะไม่ทำให้คุณเสียเวลาในการไปทำธุระสำคัญใช่ไหมคะ” ถึงแม้จางเมี่ยวเจินจะร้อนใจและอยากไปให้ถึงโรงพยาบาลเร็วๆ แต่การรบกวนคนอื่นเพื่อธุระของตนเองก็ทำให้เธอรู้สึกเกรงใจ อีกอย่างเธอจำได้ว่าหมู่บ้านชุนหลิ่งที่หลินเฉียงอาศัยอยู่ก็อยู่ไกลจากตัวอำเภอพอสมควร ดังนั้นที่เขาเดินทางเข้ามาในอำเภอคงเพราะมีธุระที่ต้องจัดการ เธอไม่อยากให้เื่ของเธอต้องทำให้เขาเสียเวลา
หลินเฉียงยิ้มอย่างเข้าใจ เขาจึงอธิบายให้เธอฟัง “ผมทำธุระของผมเสร็จแล้ว แต่ที่มาอยู่ตรงนี้เพราะผมตั้งใจมาหาคุณ”
“คุณตั้งใจมาหาฉัน? คุณจะมาหาฉันทำไมเหรอคะ” คำตอบของหลินเฉียงทำให้จางเมี่ยวเจินรู้สึกผิดคาด
“เื่นั้นเอาไว้เราค่อยคุยกันทีหลังดีไหมครับ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการของคุณแม่เหรอ อย่ามัวมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลยครับ”
แม้จางเมี่ยวเจินมีคำถามที่อยากจะถามเขามากมาย แต่ก็เป็อย่างที่หลินเฉียงบอก ตอนนี้เธอต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรีบไปดูอาการของคุณแม่ เธอมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะตัดสินใจขึ้นนั่งซ้อนท้ายจักรยานของเขา
หลินเฉียงพาจางเมี่ยวเจินปั่นจักรยานไปโรงพยาบาล โดยไม่รู้เลยว่าด้านหลังมีคนกำลังยืนมองพวกเขาอยู่อย่างไม่พอใจ
“ฉันให้แกคอยจับตาดูหลินเฉียงแล้วได้ความว่ายังไงบ้าง ตกลงมันขายของป่าได้เงินมามากมายจริงเหรอ” หวงเจ๋อถามเสียงเข้ม
“เป็เื่จริงครับพี่เจ๋อ หัวหน้าหมู่บ้านกับลูกชายของเขาเห็นตอนที่หลินเฉียงขุดเจอโสมป่าจริงๆ ครั้งหลังสุดก็มีชาวบ้านที่เห็นว่ามันขุดเจอทั้งโสมป่าทั้งเห็ดหลินจือ มันได้เงินจากการขายของป่าเยอะมากจริงๆ ครับ” หม่าต้าหนิวบอกในสิ่งที่ตัวเองรู้
“นอกจากขายของป่า แล้วตอนนี้มันยังทำอะไรอีกไหม”
“มันกำลังปรับปรุงโรงเลี้ยงไก่ครับ”
“หืม...หลินเฉียงจะเลี้ยงไก่ขายเหรอ”
“เห็นชาวบ้านพูดกันว่าอย่างนั้นนะครับ”
หวงเจ๋อยิ้มอย่างมีแผนการ “คราวนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าจะให้พ่อทำกิจการอะไร”
“พี่อยากให้เถ้าแก่หวงทำโรงเลี้ยงไก่เหมือนกันเหรอครับ” หม่าต้าหนิวขมวดคิ้ว “แต่เลี้ยงไก่มันเหนื่อยมากเลยนะครับ ไหนจะให้อาหาร ไหนจะทำความสะอาด แค่คิดว่าต้องมีคนเข้าไปกวาดขี้ไก่ ผมก็ทนไม่ไหวแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของหม่าต้าหนิว หวงเจ๋อก็เริ่มคิดตาม ยิ่งนึกไปถึงภาพที่พื้นดินมีแต่ขี้ไก่อยู่เต็มลาน เขาก็ส่ายหัวอย่างแรงเหมือนพยายามจะสะบัดภาพสกปรกนั้นออกไปจากความคิด “ที่แกพูดมาก็ถูก ที่สกปรกๆ แบบนั้น แค่คิดฉันก็ทนความขยะแขยงไม่ไหวแล้ว”
หม่าต้าหนิวก็ไม่อยากนึกไปถึงภาพน่ารังเกียจแบบนั้นแล้วเหมือนกัน อีกอย่างที่เขาพยายามคัดค้านก็เพราะกลัวว่าถ้าหวงเจ๋อสร้างโรงเลี้ยงไก่ขึ้นมาจริงๆ คงเป็เขาที่ต้องถูกส่งให้ไปคุมงาน แม้ครอบครัวของเขาจะยากจน แต่งานสกปรกแบบนั้นเขาไม่เคยทำมาก่อน แล้วเขาจะทนได้อย่างไรหากเ้านายสั่งให้เขาไปดูแลโรงเลี้ยงไก่ แค่คิดหม่าต้าหนิวก็อยากจะอาเจียนออกมาแล้ว
“พี่เจ๋อ แล้วตอนนี้เราจะไม่ตามสองคนนั้นไปเหรอครับ” หม่าต้าหนิวรีบเปลี่ยนเื่ เขากลัวว่าถ้ายังพูดถึงเื่เดิม เ้านายจะเปลี่ยนใจแล้วคิดจะกลับไปสร้างโรงเลี้ยงไก่
“ไม่จำเป็หรอก” หวงเจ๋อตอบ
“ทำไมล่ะครับ” หม่าต้าหนิวถามเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ “พี่มารอคุณเมี่ยวเจินั้แ่เช้า แต่ตอนนี้หลินเฉียงกลับมาตัดหน้าแล้วพาเธอไปต่อหน้าต่อหน้า พี่ไม่อยากรู้เหรอว่าพวกเขาจะไปที่ไหนกัน”
“ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันอยากกลับไปอาบน้ำสักหน่อย” หวงเจ๋อมองหม่าต้าหนิวอย่างไม่พอใจ “ใครใช้ให้แกพูดถึงโรงเลี้ยงไก่ขึ้นมาล่ะ แค่ได้ยินฉันก็รู้สึกว่ารอบตัวมีแต่ไก่เดินอยู่เต็มไปหมด”
“เป็ความผิดของผมเอง ผมขอโทษนะครับ” หม่าต้าหนิวรับความผิดอย่างว่าง่าย แม้จะทำงานกับหวงเจ๋อได้ไม่นาน แต่เขาก็พอจะรู้แล้วว่าหวงเจ๋อเป็คนประเภทที่ไม่ชอบให้ใครพูดจาขัดใจ เพราะฉะนั้นถ้าอยากทำงานกับเ้านายไปนานๆ เขาก็แค่ยอมพูดเอาใจเ้านายก็พอ แค่ให้เ้านายระบายอารมณ์ใส่นิดหน่อยจะเป็ไรไป เมื่อเทียบกับเงินเดือนตั้งเดือนละยี่สิบหยวน แถมเ้านายยังพาไปดื่มไปเที่ยวอยู่ตลอด งานสบายๆ แบบนี้เขาไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปเป็อันขาด
ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอ
“เมี่ยวเจิน! ในที่สุดเธอก็มาเสียที”
จางเมี่ยวเจินเดินเข้าไปหาคุณหมอซูอย่างร้อนใจ “อาการของคุณแม่เป็ยังไงบ้างคะคุณหมอ”
คุณหมอซูจับมือจางเมี่ยวเจินไว้แล้วพูดเสียงเครียด “ถ้าวันนี้ไม่ส่งตัวคุณแม่ของเธอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด เห็นทีว่า...”
จางเมี่ยวเจินได้ยินก็ร้องไห้ คุณแม่ของเธอถูกวินิจฉันว่าเป็โรคปอดบวม แต่โรงพยาบาลประจำอำเภอยังขาดยาที่มีประสิทธิภาพ หนทางเดียวคือต้องส่งตัวแม่ของเธอเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด แต่เงินที่เธอมีอยู่ไม่เพียงพอกับค่ารักษา คุณหมอซูที่เป็หมอเ้าของไข้ก็พยายามรักษาเพื่อประคองอาการอย่างเต็มที่แล้ว แต่มาถึงตอนนี้อาการของคุณแม่จางกลับยิ่งแย่ลง
“เธออย่าเอาแต่ร้องไห้ ตอนนี้เธอต้องรีบส่งตัวแม่ของเธอไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ส่วนเื่ค่าใช้จ่าย...” คุณหมอซูไม่พูดต่อ แม้เธออยากให้คนไข้รักษาตัวให้หาย แต่เื่ค่าใช้จ่ายอย่างไรก็เป็เื่ของครอบครัวคนไข้ เธอเข้าไปก้าวก่ายเื่นี้ไม่ได้
หลินเฉียงพอจะเข้าใจเหตุการณ์แล้ว อาการป่วยของคุณแม่จางมีโอกาสที่จะรักษาหาย แต่จางเมี่ยวเจินคงติดปัญหาเื่ค่าใช้จ่าย “ถ้าเป็เื่ค่าใช้จ่าย ผมสำรองจ่ายให้ก่อนได้นะครับ”
คุณหมอซูหันไปมองหลินเฉียง “คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับคนไข้เหรอคะ”
“ผมเป็เพื่อนกับคุณเมี่ยวเจินน่ะครับ” หลินเฉียงตอบ
“แต่การรักษาโรคปอดบวมของคนไข้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง คุณจะรับผิดชอบเื่นี้แทนเมี่ยวเจินได้จริงเหรอคะ” คุณหมอซูยังถามต่อ
“ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ผมก็สำรองจ่ายให้ได้ ขอแค่คุณเมี่ยวเจินไม่ปฏิเสธก็พอครับ”
คุณหมอซูหันไปมองจางเมี่ยวเจิน “เมี่ยวเจิน ในเมื่อเพื่อนของเธอเสนอความช่วยเหลือมาขนาดนี้แล้ว เธอก็รีบตัดสินใจเถอะนะ เธอก็รู้ว่าโรงพยาบาลของเรายื้อการรักษาคุณแม่ของเธอต่อไม่ไหวแล้ว”
“แต่ว่า...” จางเมี่ยวเจินหันไปมองหลินเฉียง
“คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของผมเถอะ” หลินเฉียงหันไปยิ้มให้คุณหมอซู “รบกวนคุณหมอซูพาผมไปจัดการเื่ค่าใช้จ่ายที่ค้างไว้ทีนะครับ แล้วก็ทำเื่ส่งตัวคุณแม่ไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดตอนนี้เลย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นให้มาเรียกเก็บจากผมได้เลย”
“ขอบคุณนะคะคุณหลิน ฉันไม่รู้ว่าจะขอบคุณคุณยังไงแล้ว” จางเมี่ยวเจินไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ เธอได้แต่มองชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ
หลินเฉียงช่วยจางเมี่ยวเจินทำเื่ส่งตัวคุณแม่จางไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดจนเรียบร้อย จางเมี่ยวเจินไม่มีเวลาแม้แต่จะกลับมากล่าวคำขอบคุณชายหนุ่ม เพราะเธอต้องตามไปดูแลคุณแม่ของเธอที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดต่อ
หลินเฉียงได้แต่ยืนมองตามรถพยาบาลที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม การที่คุณพ่อของเขาต้องจากไปก่อนเวลาอันควรก็เพราะเขากับแม่ไม่มีเงินที่จะมาจ่ายค่ารักษา เ้าของร่างเดิมรู้สึกผิดกับเื่นี้เป็อย่างมาก ดังนั้นการที่เขายื่นมือช่วยเหลือหญิงสาวไม่ใช่เพราะเขา้าทำคะแนนเพื่อให้ได้รับความรักจากเธอ แต่เพราะเขาไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเหมือนเ้าของร่างเดิม
หลินเฉียงกลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาใกล้ค่ำแล้ว เขาคิดว่าทุกคนคงรอเขาเพื่อทานอาหารเย็น แต่เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป เขากลับไม่พบใครอยู่ในบ้านเลย เขาขมวดคิ้วแล้วรีบเดินออกจากประตู
“เสี่ยวเฉียง! ในที่สุดนายก็กลับมาสักที” ถังเจี้ยนกั๋วพูดกับหลินเฉียงด้วยท่าทางร้อนใจ “วันนี้อยู่ดีๆ คนงานก็บอกว่าจะไม่มาทำงานให้เราแล้ว เห็นทีว่าบ้านกับโรงเลี้ยงไก่ของนายคงจะเสร็จไม่ทันเวลาแล้วล่ะ”
“ทำไมอยู่ดีๆ พวกเขาถึงจะไม่มาทำงานแล้วล่ะครับ” หลินเฉียงขมวดคิ้วถาม
“ก็หม่าต้าหนิวน่ะสิ เขามาขู่ว่าถ้ามีใครกล้ามาทำงานให้นาย เถ้าแก่หวงกับหวงเจ๋อจะเรียกคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยทั้งหมด นายก็รู้ว่าคนงานส่วนใหญ่ต่างก็เป็ลูกหนี้ของเถ้าแก่หวงทั้งนั้น แถมสัญญาเงินกู้ของแต่ละคนก็ไม่ใช่น้อยๆ” ถังเจี้ยนกั๋วถอนหายใจ “เห็นทีเราต้องไปจ้างคนงานจากหมู่บ้านอื่นกันแล้ว แต่ก็อย่างว่า...ถ้าคนงานใหม่ก็เป็ลูกหนี้ของเถ้าแก่หวง ปัญหาเดิมก็ยังจะตามมาอยู่ดี”
“เดี๋ยวเราค่อยพูดเื่นี้กัน แต่ตอนนี้คนที่บ้านของผมไปไหนกันหมดแล้วล่ะครับ”
“พวกเขาไปอยู่ที่โรงเลี้ยงไก่กันหมดแล้วน่ะสิ”
“ถ้าที่นั่นไม่มีคนงาน แล้วแม่กับอาสะใภ้ของผมยังจะไปที่นั่นอีกทำไม พี่เจี้ยนกั๋ว...ตกลงว่ายังมีเื่อะไรอีกหรือเปล่าครับ”
“ตอนนี้หม่าต้าหนิวกับคุณป้าหม่าก็อยู่ที่นั่นด้วยน่ะสิ สองแม่ลูกคู่นั้นปลุกปั่นคนงานว่าค่าแรงที่นายให้มันน้อยเกินไป ถ้าวันนี้นายไม่จ่ายค่าแรงให้คนงานเพิ่มอีกคนละสิบหยวน พวกเขาจะให้คนงานขนวัสดุก่อสร้างของนายไปแทนค่าแรง คุณอาสะใภ้ทั้งสองกับฉีหนิงก็เลยต้องไปเฝ้าของไว้”
“พี่เจี้ยนกั๋ว คนงานพวกนั้นมีปฏิกิริยายังไงบ้างครับ”
“ความจริงพวกเขาก็ไม่ได้อยากได้ค่าแรงสิบหยวนอะไรนั่นหรอก แต่หม่าต้าหนิวเป็คนของหวงเจ๋อ แล้วพวกเขาจะกล้าขัดใจได้ยังไง อีกอย่างพวกเขาต่างก็อยากทำงานกับนายต่อทั้งนั้น แต่พอพูดถึงสัญญากู้ยืม พวกเขาก็เลยไม่มีทางเลือก ทำได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งของสองแม่ลูกคู่นั้น” ถังเจี้ยนกั๋วถอนหายใจอีกครั้ง “พวกเขาไม่อยากเป็เหมือนนายที่ต้องถูกยึดที่ดินไปยังไงล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นปัญหานี้ก็แก้ไม่ยากหรอกครับ” หลินเฉียงยิ้ม