ARC I: Sand and Grass
บทที่ 4: ล่า
ณ ร้านอาหาร The Copper Bowl หลังความโกลาหล
และความตายที่เกิดขึ้น
จากเสียงที่ดูครึกครื้นของร้านอาหารที่มีลูกค้าแน่นร้าน
เสียงของช้อนกระทบจาน เสียงพูดคุยที่ดังโหวกเหวก
มันถูกแทนที่ด้วยความเงียบอย่างเปล่าเปลี่ยว แม้ว่าฝูงชนยังมุงดูเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอยู่ก็ตาม
กลิ่นของอาหารหลากหลายชนิด ที่เคยหอมโชยคละคลุ้งไปทั่ว
บริเวณร้าน ถูกแทนที่ไปด้วยกลิ่นคาวเื ของศพนับสิบที่นอนแน่นิ่งที่
กลางร้าน The Copper Bowl
สำหรับ Edrin ที่ใช้ชีวิตด้วยการฆ่าท่ามกลางความเงียบ มันควรจะเป็สิ่งที่เขาชินชา แต่ในครั้งนี้ความเงียบนั้น กลับทำให้เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม...
"ข้าคิดว่า เราต้องไปจากที่นี่แล้ว"
Rowan กล่าว พร้อมเดินเข้าหา Liora และ Edrin
เขาอุ้ม Liora ขึ้นไหล่ และย้ำกับ Edrin อีกครั้ง
"ไปกันได้แล้ว Edrin ไปจากตรงนี้"
พวกเขาทั้งสาม วิ่งฝ่าฝูงชนที่จ้องมองเหตุการณ์นี้ออกไป
Rowan พยายามหลีกเลี่ยงถนนใหญ่ และสถานที่เปิดโล่ง สถานการณ์ในตอนนี้ แม้จะยังไม่มีพวกมันคนไหนออกล่าพวกเขา แต่การหนีออกจากตรงนั้น คือสิ่งที่ฉลาดที่สุดแล้ว
"ขอบคุณนะคะ...ที่ช่วยหนูออกมาจากคนใจร้าย"
Liora กล่าวกับ Rowan
“ไม่เป็ไรหรอกเด็กน้อย...ข้าเองก็...”
“ขอโทษที่ไม่ทำอะไรเลยในตอนนั้น...”
Rowan นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
"ข้าชื่อ Rowan ส่วนเ้านักดาบนั่นชื่อ Edrin"
Rowan กล่าวพลางรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
"แต่ครั้งนี้ ลุง Rowan ได้ช่วยหนูแล้ว..."
Liora พูด ก่อนจะหยุดคิดนิดหนึ่ง
"หนูไม่โกรธค่ะ แล้วก็...ขอบคุณอีกครั้งค่ะพี่ Edrin"
หลังพูดจบ Liora ก็มองไปทาง Edrin พร้อมรอยยิ้มอันอ่อนโยน
"ฮ่าๆๆๆๆ..... ทำไมข้าถึงโดนเรียกว่าลุง Rowan ส่วนเ้า Edrin กลายเป็พี่ซะได้"
"ก็ลุง Rowan ตัวใหญ่กว่า...แล้วก็ดูแก่กว่าพี่ Edrin หนูคิดว่า
ต้องเรียกลุงค่ะ"
"Rowan ข้าคิดว่ามีที่หนึ่งที่เหมาะจะซ่อนตัว"
Edrin พูดขึ้นมา หลังจากที่เขานิ่งไปอยู่นาน
"ดี งั้นเ้านำ"
เขาลดความเร็วในการวิ่งลง และขยับให้ Edrin ขึ้นไปนำ
สิ่งที่ Rowan เข้าใจในตอนนี้ คือ ปล่อยให้สัญชาตญาณของ Edrin
พาพวกเขาไปสู่ที่ๆ ปลอดภัยจริงๆ
ซึ่งมันเป็ความสามารถอย่างหนึ่งของเขา จากสิ่งที่เขาเคยเป็
และอดีตของเขา
ทั้งสามคน วิ่งผ่านตรอกที่คตเคี้ยว ราวกับว่าวิ่งวนอยู่ในเขาวงกต อาคารที่เบียดเสียด และถนนที่ดูไม่เป็ระเบียบเรียบร้อยของเมือง Zharet นั้น
มันชวนให้น่าสับสน รวมถึงง่ายต่อการหลงทาง
"หยุดก่อน ข้ารู้สึกว่า...มันไม่ปกติ"
ทั้งสามคนหยุดอยู่ที่ตรอกๆ หนึ่งของเมือง
"ทางก็สะดวก ก็แค่วิ่งไปข้างหน้า ข้าไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย Edrin"
Rowan กล่าว และหลังพูดจบไม่กี่อึดใจ Edrin ก็พูดขึ้นมาว่า
"ถอยหลังกลับไป หลบที่หัวมุม เร็วเข้า!"
Rowan ทำตามแบบไม่ค่อยเข้าใจนัก...
และสิ่งที่ปรากฏคือ กลุ่มของพวกผู้คุม แต่งตัวคล้ายกันกับพวกที่ Edrin สังหารนั้น วิ่งผ่านตรอกข้างหน้านี้ หาก Edrin ไม่บอกให้ถอยกลับมา พวกเขาคงโดนเจอตัวไปแล้ว
"เฮ้ออ...เกือบไปแล้วไหมล่ะ...ว่าแต่ Edrin เ้ารู้ได้ยังไงกัน?"
Rowan มองเพื่อนของเขาด้วยความฉงน
"Rowan ข้าคิดว่าเราควรจะเลี่ยงทางข้างหน้านี้"
“และอ้อมไปทางที่ไกลกว่า ตัดเข้าย่านที่ผู้คนหนาแน่น”
“และไปที่...ย่านโคมแดง”
Edrin อธิบายแผนของเขา
"มันใช่เวลามาหาความสุขไหม Edrin!!"
Rowan ตอบด้วยความแปลกใจ และใที่เพื่อนของเขา
พูดมากกว่าปกติ
"ย่านโคมแดง คืออะไรหรอคะ?"
Liora ถามด้วยความสงสัยแบบเด็กที่ไม่รู้ประสา
พร้อมเอียงคอมองผู้ใหญ่ทั้งสอง
"มันเป็ที่ๆ เด็กไม่ควรไป...แล้ว...แล้วก็....เอ่ออออ"
Rowan พยายามจะอธิบาย โดยไม่ทำลายความเข้าใจที่ใสซื่อของเธอ
"มันคือทางที่เราจะซ่อนตัวจากพวกมันได้ อาจะไม่ตลอดไป
แต่น่าจะปลอดภัยสำหรับคืนนี้"
Edrin ตอบกลับเด็กสาว ด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง และจริงจัง
“ข้ารู้จักคนๆหนึ่ง นางอาจพอช่วยให้ที่หลบซ่อนกับเราได้....”
“ครั้งหนึ่งข้าเคยช่วยนางไว้ และนางยังติดค้างข้า...”
เขาอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ Rowan เข้าใจแผนของเขา
"เ้าเนี่ยนะ รู้จักคนอื่นด้วย...นอกจากข้า?"
Rowan ถามด้วยน้ำเสียงที่ดูแปลกใจ
“นางเป็คนที่คุมย่านนั้น...และจากที่ข้ารู้”
“ย่านโคมแดง ไม่เกี่ยวข้องกับพวกค้าทาส...”
"ไปกันได้แล้ว เร็วเข้า"
Edrin ว่าจบก็ลุกขึ้น วิ่งนำ Rowan ที่อุ้ม Liora ตามมา
“เ้าไม่คิดจะเปลี่ยนเวรการแบก Liora กับข้าหน่อยหรอ....”
“อีกอย่างข้ายังไม่เข้าใจว่ามันเื่อะไรกันแน่...”
Rowan บ่นขึ้นมาหลังจากลุกขึ้นวิ่ง
"ลุง Rowan ใจร้าย...หนูไม่ได้ตัวใหญ่ซะหน่อยนะ"
เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มงอน
.
.
.
เมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ความมืดเข้าปกคลุมทั่วทั้งเมือง แต่ทว่าแสงของย่านเริงรมย์ยังคงสว่างไสวไปตามแนวถนนยามค่ำคืนอย่างไม่หยุดพัก
ณ ย่านโคมแดง เมือง Zharet ที่เนืองแน่นไปด้วยเหล่าชายหนุ่ม
ผู้มองหาความสุขทางกายเพียงชั่วครู่ และเหล่าโสเภณี ที่เย้ายวนชวนให้หลงเคลิ้มไปกับพวกนาง
Edrin เดินนำ Rowan และ Liora มาหยุดอยู่หน้าสถานเริงรมย์แห่งหนึ่ง นามว่า Verdant Rose
เป็อาคารที่แปลกตา และเด่นที่สุดในเมือง Zharet เลยก็ว่าได้
เพราะเป็อาคาร 4 ชั้น ที่ทำด้วยไม้ทั้งหลัง ซึ่งเป็อาคารแห่งเดียวที่สร้างจากไม้ ตามแบบฉบับของชาวอาณาจักรตอนเหนือ ของทะเลทราย
มีหลังคาทรงแหลมชัดเจน แตกต่างจากอาคารโดยรอบ ด้านนอกประดับด้วยผ้าสีแดงทอดยาวจากหน้าต่างลงมาถึงพื้น
รอบตัวอาคารมีการปลูกซุ้มต้นกุหลาบสีแดง บานสะพรั่งสะดุดตา
ทั้งสามเดินเข้าไปยังประตูทางเข้า โดยมี Edrin ที่เดินนำอยู่ด้านหน้า
"หยุด !"
เสียงของผู้เฝ้าประตูพูดขึ้นมาอย่างขึงขัง
"ที่นี่ไม่อนุญาตให้เด็กเข้า ไสหัวไปซะ"
ผู้คุมประตูกล่าว พร้อมยืนขวาง Edrin ไว้ ไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไป
Edrin หยุดอยู่เบื้องหน้าผู้เฝ้าประตู
ไม่ใช่ด้วยความกลัว เพียงแต่เขา้าจะพูดบางอย่าง
“บอกนายหญิงของเ้า...”
“the Death's Whisper”
“มาทวงหนี้ที่นางติดค้าง”
Edrin กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุขุม และจริงจัง จากนั้นจึงได้พูดต่ออีกว่า
"Calthea"
ทันทีที่กล่าวจบสีหน้าของผู้เฝ้าประตูก็เปลี่ยนไปในทันที เหงื่อตก
ที่ขมับเล็กน้อย และใบหน้าเริ่มถอดสี
ในไม่กี่วินาทีต่อมา ผู้เฝ้าประตูจึงยอมถอย พร้อมสั่งให้คนของเขาพาพวก Edrin ขึ้นไปพบเ้านาย
ลูกน้องของผู้เฝ้าประตู พาพวก Edrin ขึ้นไปยังชั้นที่สาม
ของอาคารหลังนี้
ภายในห้องปรากฏภาพของ สตรีผู้หนึ่ง นั่งสูบยาสูบบนเก้าอี้ไม้ พนักพิงสูงกว่าเก้าอี้ปกติ มีสีเข้ม หนาและหนัก ราวกับว่ามันคือบัลลังก์ของจักรพรรดินีแห่งย่านโคมแดง
ด้านหน้าของนางมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ปิดทึบตรงด้านหน้า
จนไม่สามารถมองเห็น่ล่างของเก้าอี้ได้
ภายในห้องนี้นั้น มีเพดานที่สูงกว่าปกติ ถูกตกแต่งด้วยโคมไฟแขวนเพดานที่ผ่านการใช้งานมานาน พอให้มีแสงไฟสลัว
ด้านหลังของบัลลังก์ปรากฏเป็หน้าต่างบานเล็ก บานหนึ่งที่มีแสงจันทร์ยามค่ำคืนลอดผ่านได้เล็กน้อย
ผนังของห้องนั้นทำจากไม้โอ๊กสีเข้ม ที่ให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด พร้อมทั้งชั้นหนังสือขนาดใหญ่ทำจากไม้เนื้อแข็งวางเรียงต่อกันกับ
ชั้นวางของที่วางงานปั้นสำริด ลมดำรูปทรงต่างๆ ที่ดูมีราคา และงานหินสีดำเข้ม แกะสลักเป็รูปสัตว์
"Madam Serayne พวกเขามาขอพบท่านขอรับ"
หลังพูดจบ นายหญิงของเขาก็สั่งให้ออกไปจากห้อง และเหลือเพียง Edrin Rowan และ Liora ก่อนเธอจะพูดขึ้นมาว่า
“the Death's Whisper...”
“้าสิ่งใดเป็การตอบแทนอย่างงั้นหรือ เงินทอง ของมีค่า หรือว่าสตรีผู้เลอโฉมที่สุดในที่แห่งนี้ ?”
เธอเอ่ยถาม พลางสูบยาสูบในมือ
นางเป็ผู้หญิงอายุราวๆ 40-45 ปี ผมสีดำเข้มถูกรวบมัดอย่างเป็ระเบียบ สวมชุดเดรสลูกไม้สีม่วงเข้มพอดีตัว และไม่สวมเครื่องประดับใดๆ
"พวกเราแค่...้าที่ซ่อน"
Edrin ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สุขุม
"หึๆ เ้าช่วยข้าสร้างอาณาจักรแห่งนี้ จนข้าเป็ Madam Serayne
ผู้ที่ส่งอิทธิพลที่สุดแห่งย่านโคมแดง”
“แต่เ้ากลับ้าให้ข้า จ่ายหนี้ที่ติดค้างเพียงแค่ให้ที่ซ่อน และ
ที่พักพิงแก่เ้าเพียงเท่านั้น...ช่างถ่อมตัวเสียจริง”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจเล็กน้อย และจู่ๆ Liora ก็พูดขึ้นมาว่า
"หนูจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ท่านเลยค่ะ...เพียงแค่ขอหลบ
พวกคนใจร้ายสักพัก ได้ไหมคะ"
เป็คำถามจากเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ถึงสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุด
ณ ที่แห่งนี้ ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะกล้าถามคำถามนั้นออกไป
จนทำเอา Madam Serayne เงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้นเธอจึงลุกจากบัลลังก์ของเธอ เดินมาหาเด็กสาวพร้อมย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกันกับเธอ
“แม่หนูน้อย ดูจากสภาพที่มอมแมมของเ้าแล้วนั้น”
“คงผ่านอะไรมามากเลยสินะ....”
หลังกล่าวจบ เธอลูบหัวเด็กสาวด้วยความเอ็นดู
“ก่อนอื่นข้าคิดว่าเ้าจะต้องล้างเนื้อล้างตัว...เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้า
ที่สะอาดเสียก่อน...”
“Helena พานางไปล้างตัว แล้วหาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้นางเปลี่ยน”
Madam Serayne เรียกสาวรับใช้ของนาง มาพาตัวเด็กสาวไป ก่อนที่เด็กสาวจะออกจากห้อง เธอถามกับ Madam Serayne อีกครั้งว่า
“คุณมาดามใจดีคะ หนูและพวกพี่ Edrin ขอซ่อนพวกคนใจร้ายที่นี่...”
“ได้ใช่ไหมคะ”
Liora ถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“เด็กน้อย...เ้าไม่ต้องห่วงเื่นั้น”
“ไปล้างตัวแล้วใส่เสื้อผ้าสวยๆกับ Helena ก่อนเถอะ ตรงนี้ข้าขอพูดคุยแบบผู้ใหญ่ก่อนนะจ๊ะ”
Madam Serayne กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
"ขอบคุณนะคะ คุณมาดามใจดี"
Liora ยิ้มให้เธอด้วยความดีใจ ก่อนจะออกจากห้องไปพร้อมกับสาว
รับใช้ที่ชื่อ Helena
หลังเด็กสาวก้าวออกจากห้อง บรรยากาศที่เคยดูสงบและอ่อนโยน
ได้เลือนหายไป แปลเปลี่ยนเป็ความเงียบ และอึดอัดอย่างน่าประหลาด
"เอ่ออ...ข้าคิดว่ามันเงียบเกินไปแล้วนะ...เ้าว่างั้นไหม Edrin"
Rowan พยายามพูดกลบเกลื่อน เพื่อกลบบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้
"ตอบข้ามาซิ พวกเ้าไปฆ่าใครมา ?"
Madam Serayne มองไปที่ Edrin พร้อมยิงคำถามที่เธอสงสัย
“ข้าไม่รู้ว่าพวกมันเป็ใคร...พวกมันคุมเด็กคนนั้น...Liora”
“มาจากเมืองหนึ่งกลางทะเลทราย ข้าพบนางเข้าระหว่างงานคุ้มกันขบวนคาราวานที่เดินทางมายัง Zharet”
Edrin กล่าว จากนั้น Rowan ได้พูดเสริมขึ้นมาว่า
“เมื่อ่เย็นวันนี้ ก่อนเกิดเื่... ข้าได้ยินมาว่า Liora สำคัญ
ต่อเ้านายของพวกมัน”
“เหนือนเธอจะเป็กุญแจสำคัญสำหรับบางอย่างที่พวกมันกำลังทำอยู่ ซึ่งข้าไม่รู้รายละเอียดหลังจากนั้น เพราะ...”
“เพื่อนรักของข้า เล่นฆ่าพวกมันซะไม่เหลือให้ถามต่อเลย”
Rowan กล่าวอย่างติดตลกในตอนท้าย แต่ทว่าแววตาของเขาไม่ได้หัวเราะไปด้วย
Madam Serayne หลังจากได้ฟังเื่ราว เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูบยาสูบของเธอยกใหญ่ และพ่นออกมาราวกับว่ากำลังถอนหายใจ ให้กับหายนะ
ที่กำลังจะตามมา
"พวกที่เ้าฆ่า...พวกมันแค่ลิ่วล้อ...เป็พวกสวะชั้นล่างที่ถือดาบและทำตามคำสั่งนายของมัน"
Madam Serayne ถอดหายใจครั้งหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ
“พวกเ้ายังโชคดีที่รอดมาได้ถึงที่นี่....แต่หลังจากนี้”
“พวกมันจะไม่ใช้สวะระดับนั้นออกล่าพวกเ้าอีก”
หลังกล่าวจบนางสูบยาสูบของนางอีกครั้ง
"ครั้งหน้ามันจะเป็...ฝันร้ายของพวกเ้า"
"...the Chain Tracker"
ทันทีที่ชื่อถูกเอ่ยออกมา บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป
แม้แต่ Edrin เองก็เงียบลงกว่าที่เคย...
“พวกมันปล่อยให้ข้าหายใจมาจนถึงตอนนี้...”
“มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้ Chain Tracker ออกล่า”
Edrin แย้งขึ้นมา
พร้อมทิ้งให้ Rowan สงสัยว่ากำลังพูดเื่อะไรกันอยู่
“ข้าสังหรณ์ใจว่า...”
“เด็กสาวคนนั้นจะเป็สิ่งที่พวกมันยอมทุ่มหมดหน้าตัก”
Madam Serayne ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เดี๋ยวก่อนนะ...ข้าหัวหมุนไปหมดแล้ว.... อะไรคือ Chain Tracker”
“แล้วเ้า Edrin ไปเกี่ยวอะไรกับพวกมัน แล้วทำไมท่านถึงสังหรณ์ใจ
ไม่ดีแบบนั้น ช่วยอธิบายให้ข้าฟังทีได้ไหม”
Rowan ตัดบทสนทนาอันน่าสังสัยทั้งหมด เพราะตัวเขาตามทั้งคู่ไม่ทัน
“ข้าเคยเป็หนึ่งในพวกมัน...และข้าก็เดินออกมา...”
“จากนั้นไม่กี่ปี เราก็ทำงานด้วยกัน”
Edrin กล่าวอย่างไร้อารมณ์ พร้อมหันไปหา Rowan
“และหลังจากที่เขาจะเดินออกมา...เขาช่วยข้าสร้างที่นี่”
“อาณาจักรโคมแดงแห่งนี้”
"และพวกมันก็ไม่ยุ่งกับที่นี่อีก ส่วนหนึ่งก็เพราะผลประโยชน์ระหว่างข้ากับ the Syndicate of Chain"
Modam Serayne กล่าวเสริม
"แล้วไอ้ the Syndicate of Chain นี่มันอะไรอีก"
Rowan กล่าวด้วยความงุนงง
“พวกเ้าจะต้องออกไปจากที่นี่ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น...”
“นั่นคือเวลาทั้งหมดของพวกเ้า”
Madam Serayne กล่าวจบและลุกออกไปจากห้องทันที
ทิ้งเอาไว้เพียงความสงสัยของ Rowan และความเงียบที่เข้ามาแทนที่
หลังจากบทสนทนาอันตึงเครียด พวกเขาทั้งคู่เลือกที่จะพักกัน
ณ ชั้นบนสุดของอาคาร
เสียงครึกโครม และเสียงของผู้คนในย่านโคมแดงที่ไม่มีวันหลับไหล ยังคงส่งเสียงดังอย่างไม่เคยหยุดพัก
แต่สำหรับสิ่งที่ Edrin และ Rowan เผชิญอยู่ ในตอนนี้มันมีแค่เพียงความเงียบระหว่างคนสองคน
"ข้าไม่เข้าใจว่า พวกเรากำลังเจอกับอะไร และเ้าก็ไม่ยอมปริปาก
อะไรเลยหลังจากคุยกับ Madam Serayne จบ"
Rowan กล่าวพลางตัดพ้อกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ข้าจะไม่ฟื้นฟอยหาอดีตของเ้า...”
“แต่เ้ามีแผนอะไรต่อหลังจากนี้ เราจะหนีไปที่ใดกัน?”
“เราจะขึ้นเหนือ”
“ที่นั่นอำนาจของ the Syndicate of Chain ยังไปไม่ถึง...”
"และอย่างน้อยจะปลอดภัยกว่าที่ Zharet หรือที่ไหนๆในทะเลทราย"
Edrin ตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง และไร้อารมณ์
"และจากนั้นล่ะ...ยังไงต่อ?"
Rowan ถามกลับ
"ข้าไม่รู้..."
Edrin เงียบและไม่พูดอะไรอีก
"ลุง Rowan คะ พี่ Edrin คะ หนูดูเป็ไงมั่ง"
Liora พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น
เธอสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ที่ดูสะอาดตา เนื้อตัวถูกทำให้สะอาด พร้อมทั้งใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม และผมสีน้ำตาลอ่อนเป็ประกายที่ถูกหวีให้เข้าทรง
"ฮ่าฮ่า ฮ่า ฮ่าๆ..."
Rowan หัวเราะอย่างไม่มีเหตุผล
"เอ๋...ลุง Rowan หัวเราะหนูทำไมคะ ชุดมันแปลกหรอคะ?"
หนูน้อยถามเขาด้วยความฉงน
“เปล่าจ้า เปล่าจ้า ข้าก็แค่...ปรับอารมณ์ไม่ทันหน่ะ”
“แต่เอาเป็ว่าเ้าดูน่ารักมากนะ Liora”
Rowan กล่าวอย่างอบอุ่น และยิ้มให้กับเด็กสาวอย่างอ่อนโยน
"จริงหรอคะ... แล้วพี่ Edrin คิดว่ายังไงบ้างคะ?"
เด็กสาวถามต่อ พร้อมมองไปทาง Edrin
เธอเอียงคอมองเขาด้วยสายตาที่ดูใสซื่อ
"เ้าดูดีมากเลยล่ะ Liora"
Edrin ตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง และแฝงไปด้วยความสบายใจ อย่างที่เขาไม่เคยเป็มาก่อน
Liora ได้ยินคำตอบดังนั้น เธอยิ้มจนแก้มปริด้วยความดีใจ
พร้อมกล่าวต่อว่า
"ขอบคุณค่ะ พี่ Edrin ลุง Rowan"
หลังคำขอบคุณ และรอยยิ้มที่อ่อนโยนของ Liora
บรรยากาศที่ดูสิ้นหวังก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นเล็กๆ ที่ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของผู้ใหญ่ทั้งสองคนตรงนั้นได้
แม้แต่ Edrin เองก็ยังเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย
โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ...
"หนูขอนั่งด้วยได้ไหม..."
Liora กล่าวกับทั้งสอง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆพวกเขา
"แน่นอนหนูน้อย"
Rowan กล่าวด้วยรอยยิ้ม
Liora เดินเข้ามานั่งลงตรงกลาง ระหว่าง Rowan และ Edrin
ด้วยท่านั่งชันเข่า หลังพิงกำแพง มือเล็กๆประสานที่หัวเข่าของเธอ
"พรุ่งนี้เราจะยังอยู่ที่นี่ไหมคะ"
เด็กสาวกล่าวขึ้นมาพร้อมหันมองผู้ใหญ่ทั้งสอง ทางซ้ายที ทางขวาที
"เราจะออกจากที่นี่ก่อนฟ้าสาง...ขึ้นไปทางเหนือ"
Edrin กล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง และผ่อนคลาย
“น่าเสียดายนะคะ...หนูว่าหนูชอบที่นี่...”
“พวกพี่สาวใจดี...แล้วก็มาดามใจดีมากๆเลย”
Liora กล่าวตอบ ด้วยความรู้สึกเสียดาย โดยไม่รู้ถึงความหมายของสถานที่แห่งนี้เลย
"ไม่เป็ไรหรอกหนูน้อย เพราะว่าพวกเราจะขึ้นเหนือไปพร้อมกันหมดทุกคน เ้าต้องไม่เชื่อแน่ว่าที่ทางเหนือ มีป่าไม้ มีทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม แล้วก็...”
“มีเค้กแสนอร่อยด้วยยังไงล่ะ”
Rowan กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น และมีหวัง
"โหวว...จริงหรอคะ...หนูจะได้กินเค้กใช่ไหมคะ"
เธอตอบรับด้วยความตื่นเต้น
"ใช่แล้ว...ข้าสัญญา...ถ้าเราผ่านเมืองที่มีเค้ก ข้าจะซื้อให้"
Edrin กล่าวตอบด้วยความจริงใจอย่างที่ไม่เคยเป็
"แม้ว่าเงินส่วนใหญ่จะเป็ข้า ที่จ่ายก็เถอะ...แต่ข้าไม่มีปัญหา"
Rowan กล่าวแซวเพื่อนของเขา
และพูดตอบรับคำสัญญาเล็กๆกับเด็กสาว
"งั้นหนูคิดว่า...หนูอยากขึ้นเหนือแล้วค่ะ...แต่ว่าตอนนี้.....หนู....."
เด็กสาวพูดพร้อมทั้งอ้าปากหาวหวอดใหญ่
“ง่วงงงง.....นอนแล้วค่าาา”
“ลุง Rowan กับพี่ Edrin ก็นอนด้วยนะคะ...ฝันดีค่ะ”
Liora พูดจบเธอก็นั่งพิงผนังแล้วนอนหลับอยู่ตรงกลางระหว่าง Edrin และ Rowan
"เ้านอนก่อนก็ได้ ข้าว่าจะอยู่เฝ้าระวังอีกสักพัก"
Edrin บอกกับ Rowan ในขณะที่สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่าง
"ก็ได้...เ้าเองก็อย่าฝืนนักล่ะ"
Rowan กล่าวตอบ และพิงผนังนั่งหลับไปอีกคน
ในค่ำคืนที่มืดมิด และอากาศที่โหดร้ายของทะเลทราย Ash Desert ยามราตรี ยังคงมีหัวใจดวงเล็กๆดวงหนึ่ง ที่ยังมอบความอบอุ่นให้กับสองหัวใจที่เกือบจะลืมเลือนมันไปแล้ว
Edrin ถอดผ้าคลุมของตน มาห่มให้ Liora แล้วนั่งคิดอะไรคนเดียว
อยู่ข้างๆเธอครู่หนึ่ง
จู่ๆหัวของเด็กสาวก็เผลออิงซบที่แขนของ Edrin ในขณะที่เธอหลับ
ไปแล้ว พร้อมเสียงละเมอเบาๆขึ้นมาว่า
"ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งหนูนะคะ"
Edrin ได้ยินดังนั้นแล้ว เขานั่งนิ่งไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยต่อเบาๆ
.
.
.
"ข้าต่างหากที่ต้อง...ขอบคุณเ้า...Liora"
เมื่อพูดจบ เขาลูบหัวเธออย่างนิ่มนวลและเบามือที่สุด เพราะเกรงว่าเธอจะใตื่นขึ้นมา
แต่ไม่ทันไร ก็มีเสียงกรนดังสนั่นจาก Rowan ที่หลับไปแล้ว
ดังแทรกขึ้นมาเช่นกัน
Edrin หันไปมอง และนั่งเงียบๆอยู่ในความมืด
เขาเผลอหัวเราะออกมาเบาๆครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะปล่อยให้ร่างกายของเขาได้พักผ่อนโดยไม่คิดถึงเื่ของวันพรุ่งนี้ หรือเื่ของ Chain Tracker
มันมีเพียงแค่ ตัวเขา เพื่อน และเด็กสาวคนหนึ่ง
จนกระทั่งเขาเผลอหลับไป...