ผมรู้สึกตัวขยับตื่นขึ้น แต่ต้องสะดุ้งโหยง ดีดตัวเองลุกขึ้นนั่งด้วยความใ เมื่อหันมองไปบริเวณโดยรอบๆของห้อง
"โธ่เอ้ยย! ฮันเตอร์! เผลอหลับไปได้ไงกัน! อุตส่าห์วางแผนมาเป็ดิบดี ซ้อมบทเป็ชายน้อยผู้น่าสงสารก็ตั้งเยอะ ไหง กินแห้วจบเห่แบบนี้ละ ไม่น่าหลับใส่หมอนั้น เลย หนีไปจนได้ เสียทั้งตัวและน้ำตา แถมยังเจ็บ...ไอ้ตรงก้นอีก บ้าชะมัด แล้วที่นี่จะต้องทำไงละคราวนี้ หมอนั้นต้องไม่ยอมให้เราไปหาอีกแน่ๆ" ขณะที่ฮันเตอร์โวยวายเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นฮันเตอร์จึงหันไปหยิบโทรศัพท์ข้างเตียงขึ้นมาเปิดดูเบอร์ที่โทรเข้ามา
"พะพ่อ!" ฮันเตอร์ะโเสียงหลงดวงตาเบิกโพลงด้วยความใทันที เขาลนลานจนมือที่ถือโทรศัพท์อยู่ หล่นลงไปกับเตียง ฮันเตอร์รีบคว้าหยิบขึ้นมาใหม่
"พ่อ! ทะโทรมามีอะไรหรือครับ"
"โทร! มามีอะไรงั้นรึ นี่!แกกล้าถามฉัน โทร! มามีอะไรงั้นหรือ!? ไอ้ลูกเวร! แกอยู่ที่ไหน? บ้านช่องทำไมถึงไม่กลับ แกแอบไปนอนเอากับไอ้อัลฟ่าคนนั้นอีกแล้วใช่ไหม?ห๊ะ ไอ้ฮันเตอร์! แกนี้มันทำไม ถึงได้ ไม่รู้จักโตสักที กลับมาบ้านเดี๋ยวนี้นะ! ฉันจะให้พี่แกตรวจร่างกายใหม่ แกรู้ตัวไหมว่าแกกำลังอยู่ใน่ฮีท ถ้าแกท้องลูก ไม่มีพ่อขึ้นมาจะทำไง ห๊ะ! ไอ้เด็กเวรเอ๊ย!"
พ่อผมร่ายยาวด่า จนผมต้องเอาโทรศัพท์ ยื่นให้ห่างพ้นจากหูของตัวเอง เพื่อจะได้ไม่รู้สึกหูชาเมื่อถูกพ่อด่า ขณะที่กำลังโกรธจัดๆอยู่ในตอนนี้ สักพักเสียงปลายสายก็ตัดลง ผมจึงรีบวางโทรศัพท์ลงไปยังเตียงนอน ทิ้งตัวลงไปนอนหงายขึ้น เอามือเกยหน้าผากไว้ด้วยความกังวล และปวดหัวยิ่งนัก "แผนการล้มเหลว!"
ฮันเตอร์ขับรถเข้าไปจอดอยู่ด้านข้างของรั้วบ้าน เพราะยังไม่กล้าที่จะขับเข้าไปในตัวบ้าน เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งไลน์กลับไปหาเลขาคิม
ฮันเตอร์:เลขาคิมครับ เส้นทางเข้าบ้านตอนนี้เป็อย่างไรบ้างครับ
เลขาคิม :คุณหนูครับ ตอนนี้ เส้นทางคงจะมีอุปสรรคแล้วละครับ เพราะทุกคนนั่งรอคุณหนูอยู่ที่ห้องนั่งเล่นทั้งหมดเลยครับ
ฮันเตอร์ : ห๊ะ ห๊า ทั้งหมดเลยหรือครับ
เลขาคิม : ครับ ผมว่าคุณหนูไม่ต้องพยายามหาทางไหน ที่จะเข้าบ้านแล้วละครับ เพราะฝั่งทางด้านหลัง ที่คุณหนูตั้งบันไดเชือกหนีไฟไว้ ท่านประธานให้คนสวนนำไปเก็บไว้ที่อื่นแล้วครับ
ฮันเตอร์ : อะไรนะ! เอ๊ยบ้าชะมัด! แล้วพ่อรู้ได้อย่างไรว่า มีบันไดเชือกหนีไฟอยู่ตรงนั้น ผมให้เงินคนสวนไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว นี่เล่นคิดไม่ซื่อบอกพ่อผมงั้นรึ หน็อย!
เลขาคิม : ไม่ใช่หรอกครับ คนสวนไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อคืนท่านประธานเข้าไปในห้องของคุณหนูและคุณหนูไม่ได้ปิดหน้าตา บันไดเชือกหนีไฟยังคงแขวนอยู่ที่ตรงหน้าต่างคุณหนูลืมเก็บ ท่านก็เลยเห็นอย่างไรละครับ
ฮันเตอร์ : จริงด้วย เฮ้ยย! งั้นผมคงไม่รอดแล้วซินะครับ
เลขาคิม : ครับแบบนั้นละครับ รีบเข้าบ้านเถอะครับ ขืนชักช้าท่านจะยิ่งกิ้วเอานะครับ เอะ!คุณหนูครับ ท่านประธานเรียกผมแล้วผมหยุดพิมพ์แล้วนะครับ
"เลขาคิม! ทำอะไรนะ! ทำไมถึงกดแต่โทรศัพท์ไม่ได้หยุด มีงานหรือไง" พ่อของฮันเตอร์ะโเรียกเลขาคิม ด้วยสีหน้าเข้มขึมและมองอย่างสงสัย
"คะครับท่าน นักลงทุนใหม่ติดต่อมานะครับ" เลขาคิมรีบกล่าวก่อนวางโทรศัพท์ลงเอาเก็บใส่ไปในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว
"นักลงทุนใหม่ไหน? เอามาให้ฉันดูซิทำไมไม่โทรมาที่ฉัน" พ่อของฮันเตอร์เอื้อมมือขึ้นขอดูโทรศัพท์จากเลขาคิมที่ตอนนี้มีสีหน้าตื่นจนซีด
"อะเอ่อ" เลขาคิมสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง
"พ่อครับ ผมแค่ให้เลขาคิมส่งข้อมูลแผนงานการตลาดที่เราเปิดใหม่ที่จีนให้นักลงทุนดูเท่านั้นครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ ใช่ไหมเลขาคิมคุณลืมส่งไปหรือ? ที่ผมส่งไปให้คุณนะ" ไททามรีบเอ่ยขึ้นทันทีเขาหันไปหยิบตาให้กับเลขาคิม
"คะครับ ผมลืมส่งไป เพิ่งจะได้ส่งไปเมื่อกี้นี้เอง"
"พวกนายทำงานกันยังไง ไม่รอบคอบเอาเสียเลยนะ นายเป็ถึงรองประธานของบริษัทนะไททาม แล้วฮันเตอร์ละจะมากี่โมงพี่จะต้องรีบไปที่โรงพยาบาลแล้ว มีเคสผ่าตัดตอนบ่าย นายโทรตามฮันเตอร์แล้วหรือยัง"หมอนาทีกล่าวขึ้น
"ผมกำลังจะโทรนะ" ไททามรีบหันไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดโทรหาฮันเตอร์
"ไม่ต้องโทรไปหรอก ฉันโทรไปบอกให้มันรีบกลับมาแล้ว เดี๋ยวมันก็คงมาเองแหละ ดูซิว่ามันจะคิดหาวิธีหนีเข้าบ้านทางไหนให้มันรู้ไป ไอ้บันไดนั้น ฉันก็เก็บไว้หมดแล้ว มันจะเข้าทางหน้าหรือปีนหลังคา ก็ให้มันเข้ามา วันนี้ฉันจะต้องพูดกับมันให้รู้เื่ ไอ้เด็กคนนี้" ผู้เป็พ่อกล่าว
"ใจเย็นๆเถอะค่ะคุณ ลูกยังเด็กอยู่นะวัยรุ่นก็แบบนี้ละ"
"ใจเย็นๆ กี่ครั้งแล้ว! คุณก็เหมือนกัน ให้ท้ายลูกตลอด ก็เพราะมันเป็น้องคนสุดท้องไงถึงได้ถูกตามใจจนเสียคน"
"นี่คุณ! กล้าขึ้นเสียงกับฉันงั้นรึ" สายตาพิคาดของผู้เป็แม่ะโออกมาทันทีด้วยความโมโห จนทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นสะดุ้งโหยง ไม่ต่างจากพ่อของฮันเตอร์ก็พลอยสะดุ้งเช่นกัน
"คุณก็เห็นว่าลูกเรียนจนจะจบมหาลัยแล้ว อีกอย่าง 22 ปีแล้วนะไม่ใช่เด็กๆแล้ว" ผู้เป็พ่อกล่าวน้ำเสียงแ่เบาและซอฟลงทันที มองก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่
ฮันเตอร์เดินเข้ามาในบ้านในท่า คู้ตัวลงก้มหน้าก้มตาเมื่อเดินตรงมายังโซฟาที่มีพ่อแม่และพี่ๆ นั่งรอเขาอยู่
"ไง ไอ้ตัวแสบ สร้างเื่อะไรไว้อีก พ่อถึงต้องตามตัวพวกพี่มาคุยกับนาย แล้วทำไมเพิ่งมาเอาป่านี้ รู้ไหมว่าทุกคนเขารอแค่นายเพียงคนเดียว" หมอนาทีกล่าวขึ้นทันที
"พี่ก็อย่าเพิ่งดุน้องซิครับ ฟังฮันเตอร์พูดก่อน ฮันเตอร์มานั่งข้างๆพี่ตรงนี้มา"ไททามกล่าว
"ผมติดธุระครับ" สายตาของผมมองไปที่ พี่ไททามและแม่ทันที ด้วยแววตาอ้อนวอน
"ติดธุระอะไรของแก! คนอย่างแก รู้จักมีธุระด้วยหรือ เมื่อคืนแกก็ไม่กลับบ้าน แล้วตอนนี้ ก็กลับมาเอาป่านี้ แกนี้มันเหลวไหลจริงๆ ฉันเลี้ยงแกตามใจเกิดไปซินะ ถึงได้กล้าสร้างเื่ไม่เว้นแต่ละวัน ห๊า ฮันเตอร์"ผู้เป็พ่อตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความโมโห
"ฮันเตอร์ นายไปไหนมา รู้ไหมว่าพ่อแม่และพี่ๆเป็ห่วงนายแค่ไหน บอกมาซิว่าเมื่อคืน นายไปนอนที่ไหนหรือ" นาทีถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง เมื่อมองไปยังคนน้องที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ตอบอะไร
"มันจะไปนอนไหน ก็ไปนอนกับไอ้อัลฟ่าคนนั้นนะซิ คอยดูเถอะแกจะท้องไม่มีพ่อ" ผู้เป็พ่อกล่าวขึ้นมาอย่างหัวเสีย ในขณะที่ฮันเตอร์ได้แต่ผงกศีรษะสะดุ้งขึ้นลงด้วยความกลัว
"คุณหยุดพูดก่อนซิคะ ให้ฮันเตอร์อธิบายให้ฟังก่อน" ผู้เป็แม่ขัดขึ้นมาทันที
"ผะผม ไม่ได้ไปนอนกับฮัลฟ่าคนนั้นหรอกครับ" ผมเงียบไปแป๊บหนึ่ง "จะให้บอกได้ไงว่าเป็พี่ไซม่อน ถ้ารู้พ่อเอาตายแน่" ขณะที่ฮันเตอร์คิด
"แล้วนายไปไหนกัน" หมอนาทีกล่าวถามและมองหน้าฮันเตอร์
"ฮันเตอร์! ถ้านายโกหกพี่ พี่ก็จะช่วยอะไรนายไม่ได้นะ พี่เคยบอกไปแล้วไง ว่าตอนนี้นายยังอยู่ในอาการฮีทอยู่"หมอนาทีกล่าวมองหน้าฮันเตอร์ที่ตอนนี้ดูลนลาน
"ผมยังไม่เจอฮัลฟ่าคนนั้นเลยครับ ผมไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วเมา ผมจึงไปเปิดโรงแรมนอนครับเพราะไม่อยากขับรถมันอันตราย ก็แค่นั้นครับ" ฮันเตอร์กล่าว ขณะที่มือก็จิกเล็บของตัวเองไปมา
"ฉันเข้าใจละ ไม่ว่าจะยังไง พ่อครับ ที่ผมจะพูดในวันนี้ เื่ที่ฮอร์โมนของอันเตอร์ที่เปลี่ยนไป นั้นมาจากฮัลฟ่าคนนั้น หากฮันเตอร์อยากจะให้ฮอร์โมนกลับมาคงที่เหมือนเดินก็ต้องหาฮัลฟ่าคนนั้นให้พบ เขาจะต้องเป็คนที่ทำให้ฮอร์โมนของฮันเตอร์กลับมาเป็ปกติครับ จะเป็ฮัลฟ่าคนอื่นไม่ได้ หากเป็คนอื่น ฮอร์โมนของฮันเตอร์ก็จะผิดเพี้ยนไป เืที่อยู่ในกายของฮันเตอร์ก็อาจจะเป็พิษได้ครับ โดยเฉพาะอาจเกิดสภาภาวะที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง และเกิดการตอบสนองต่อการติดเชื้อ ที่รุนแรงและรุกล้ำเข้าไปในระบบไหลเวียนของเืได้ มันอันตรายมากครับ เพราะฮันเตอร์ได้รับยีนด้อยของโอเมก้าที่ไม่แข็งแรง" หมอนาทีกล่าว เมื่อมองไปยังฮันเตอร์ที่ตอนนี้แสดงสีหน้าเป็กังวลยิ่ง
"เอ๊ยย เอาเถอะยังไงแกก็ต้องไปหา อัลฟ่าคนนั้นให้เจอแล้วกัน และก็เลิกทำตัวเหลวไหล กลับไปตั้งใจเรียนได้แล้ว อีกแค่เทอมเดียวก็จะจบอยู่แล้วจะได้รีบจบออกมาช่วยงานพี่ไททามแก" ผู้เป็พ่อกล่าว ขณะที่ฮันเตอร์เองก็ได้แต่พยักหน้าหงิกๆ เหมือนจะเข้าใจ แต่ดูยังไงเขาก็เหมือนจะไม่ได้ยินคำว่า เรียนต่อ! อยู่ดี เพราะในสมองของฮันเตอร์ตอนนี้มีแต่ ไซม่อน และสิ่งที่พี่นาทีบอกเท่านั้น
"เอาละพี่จะไปทำงานแล้วมีเคสผ่าตัดบ่ายโมง ฮันเตอร์!" หมอนาทีหันไปเรียกฮันเตอร์ สะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองทันที
"หากเจอแล้วก็ไปหาฉันที่โรงพยาบาลแล้วกัน ยังไงก็ดูแลตัวเองให้ดี อย่าคิดไปนอนกับใครใน่เวลานี้ เพราะนายไม่รู้จะเกิดอาการฮีทตอนไหนอีก อย่างน้อยก็ควรจะอยู่บ้าน หากจำเป็จะต้องออกไปข้างนอกหรือไปเรียน ก็ช่วยใส่ปลอกคอและกินยาระงับฮีทเอาไว้ด้วย เพราะพี่ไม่อยากให้นายฉีด มันจะดื้อยา เข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม"
"ครับ ผมเข้าใจครับ" ฮันเตอร์กล่าว เมื่อหมอนาทีออกไปแล้ว ฮันเตอร์จึงหันไปที่ผู้เป็พ่อทันที
"พ่อครับผมไปได้ยังครับ" ฮันเตอร์กล่าวขึ้น
"พรุ่งนี้แกต้องไปดูงานที่บริษัทกับพี่ไททาม"
"พรุ่งนี้ผมมีเรียนครับ คาบแรกมีสอบด้วยต้องไปแต่เช้ามืดเลยครับ" ฮันเตอร์รีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ไม่เป็ไรครับพ่อให้น้องไปเรียนเถอะครับ อีกแค่เทอมเดียวก็จะจบแล้ว อย่าให้น้องต้องเสียการเรียนเลยนะครับ" ไททามกล่าว
"แกก็เหมือนกัน ตามใจมันจน มันติดเป็นิสัยแล้วนะ ไททาม" ผู้เป็พ่อหันไปเอะใส่ไททาม
"เอ่อ ถ้าแกคิดว่าจะไปเรียนฉันก็ไม่ห้าม"
"งั้นผมไปนะครับ" ผมรีบขยับตัวลุกเดินออกไปจากตรงนั้นทันที อย่างรวดเร็ว
ปัง!
"จะบอกได้อย่างไร ว่าเขาเป็ ลูกชายของบียองกรุ๊ป เฮ้ย! เครียดชะมัด! แผนการก็ล้มเหลวไม่เป็ท่า อุตส่าห์เอาตัวเข้าแลกแล้วเชียว นายยังไม่มีวี่แววจะสนใจโอเมก้าเลยหรือไง โธ่โว้ย นี่! ร่างกายฉันนะ เป็เบต้าอยู่ดีดี! แต่ต้องกายมาเป็โอเมก้าก็เพราะนายนะ ไอ้พี่ไซม่อน คนทุเรศ!"
ปัง ปัง ปัง!
ผมสะดุ้งโหยง! ด้วยความใเอามือปิดปาก! อย่างรวดเร็ว
"คะใครครับ!"
"พี่เอง"
"พี่ไททาม!" ผมรีบวิ่งไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว
"ฮันเตอร์ พี่จะไม่คาดคั้น หากนายไม่ไว้ใจพี่ แต่ถ้านายเชื่อใจพี่ ก็พูดความจริงกับพี่ อัลฟ่าคนนั้นคือ ลูกชายของตระกูลบียองกรุ๊ปใช่มั้ย"
ผมสะดุ้กดวงตาเบิกโพลง ลนลาน
"พะพี่......"
"จะถามพี่ใช่ไหมว่าพี่รู้ได้อย่างไร นายไม่ต้องไปโกรธเลขาคิมหรอกนะ พี่เป็คนบังคับให้เลขาคิมพูดกับพี่เอง และเื่ของ อัลฟ่าลูกชายของบียองกรุ๊ปนั้นก็ไม่มีใครรู้นอกจากพี่กับเลขาคิมเท่านั้น ตกลงเื่ราวมันเป็อย่างไรไหนเล่าให้พี่ฟังซิ" ไททามเดินไปนั่งที่โซฟาทันทีด้วยท่าไข่วห้างมือกอดอก มองไปยังฮันเตอร์ที่เดินตัวงอ มานั่งข้างๆเขา
"ครับ เื่ มันมีอยู่ว่า......"
"อะไรนะ! วันที่ พี่ให้นายไปงานแทนพี่งั้นรึ แล้วทำไมนายถึงได้ดื่มให้เมาจนไม่รู้ตัวแบบนั้นเล่า" ไททามเอามือกุมขมับไว้ด้วยความปวดหัวเมื่อมองไปยังคนน้อง
"จะให้ผมทำอย่างไรละครับ ก็มันพลาดไปแล้ว อีกอย่างผมไม่ได้เมาจนไม่มีสตินะครับ ถ้าให้พูดตามตรง เขาต่างหากที่ช่วยผมจากพวกอัลฟ่าพวกนั้นไม่งั้นผมคงได้ผัว หาลูกของพ่อไม่ได้ไปแล้ว" ฮันเตอร์กล่าว
"ไม่ใช่ว่าอาการฮีทของนายมันเกิดจาก อัลฟ่าคนอื่นที่มาเกาะแกะนายหรอกหรือ"ไททามถามขึ้น
"ไม่ใช่หรอกครับ เพราะผมเหม็นกลิ่นพวกนั้นจะตายไป และไม่รู้สึกมีอารมณ์กับพวกนั้นสักนิด แต่เขาต่างหาก ที่ทำให้ผมมีอาการและมีอารมณ์" ฮันเตอร์เงียบไปแป๊บหนึ่ง หน้าแดงขึ้น เมื่อมองคนพี่ ทำสายตากะพริบไปมา ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ "อยากทำแบบนั้นกับเขานะ ก็ร่างกายมันควบคุมไม่ได้เมื่อเจอเขา เพราะงี้ไงฮอร์โมนผมเลยเปลี่ยนไป"
"นายนี้อะนะ แรดจริงๆแม้แต่คำพูดคำจา ถ้าพี่เป็หมอนั้นพี่ก็ไม่เอานายทำเมียหรอก"
"เอ้าพี่ ไงพูดแบบนั้นละ ไม่เข้าข้างน้องแล้วมาถามทำไม ฮึ!" ฮันเตอร์เบี่ยงหน้าหนีอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกพี่ชายตำหนิ
"ที่พี่พูดเพราะอยากจะเตือนนาย ผู้ชายที่ชื่อ ไซม่อน เกตส์ นะเขาไม่เคยที่จะคบใครจริงจังหรอกนะ และก็เปลี่ยนคู่นอนเป็ว่าเล่น แล้วที่สำคัญไปกว่านั้น เขาไม่เคยคิดที่จะชอบโอเมก้าสักนิด นายก็รู้ ว่าบริษัทเรากับเขาเป็คู่แข่งกันแล้วคิดหรือว่าพ่อจะตกลงให้พวกนายคบกันอุปสรรคที่นายจะต้องเจอ ไม่ใช่แค่คู่แข่งทางธุรกิจ แต่เป็ตัวเขาต่างหากว่าเขาจะยอมคบกับนายหรือไม่ต่างหากละฮันเตอร์" ไททามกล่าวมองหน้าคนน้องที่ตอนนี้ก็มีความกังวลเช่นกับเพราะแผนการที่เขาทำมาทั้งหมดมันได้ล้มเหลวไปหมดแล้ว
"ผมรู้พี่ก็อย่าตอกย้ำซิครับ ไม่รู้ละผมจะทำทุกทางให้เขายอมคบกับผมให้ได้ ให้เขาคบกับผมให้ได้ก่อนเถอะ ส่วนเื่พ่อนะไม่ยากหรอกถ้าผมท้อง พ่อจะปล่อยให้ผมท้องไม่มีพ่อหรือ มันจะน่าอาย มากกว่า ถ้ารู้ว่าคนที่ผมตั้งท้องคือพี่ไซม่อน คู่แข่งทางธุรกิจของเรา" ฮันเตอร์กล่าว
"นายคิดจะเอาตัวเองเข้าแรกหรือไง แล้วคิดว่าเขาจะยอมมีลูกกับนายงั้นรึ คนอย่างไซม่อนนะฉลาดออก ไม่งั้นเขาคงถูกพวกโอเมก้าจับทำพ่อพันธุ์ไปนานแล้วละ คงไม่มีทางรอดมาถึงนายหรอก อย่าลืมซิว่านายนะเป็โอเมก้าก็จริง แต่เป็โอเมก้ายีนด้อยที่ไม่มีใครอยากได้มาทำพันธุ์หรอก"
"พี่ไททาม! ปากเสีย ให้กำลังใจน้องบ้างซิ ผมเสียใจนะ!
"ที่พี่ต้องพูดตรงๆเพราะพี่เป็ห่วงนายไง เข้าใจไหม อยากให้นายคิดจะทำอะไร คิดให้ดีดีและคิดให้รอบคอบ การเอาตัวเข้าแลกกับคนแบบนั้นมันไม่มีประโยชน์หรอก เข้าใจที่พี่พูดมั้ย?"
ฮันเตอร์เงียบสีหน้าเปลี่ยนทันที อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา ทำให้ไททามต้องเข้าไปโอมกอด ศีรษะคนน้องด้วยความเป็ห่วง
"ไม่ต้องร้อง พี่จะหาวิธีช่วยนายเอง นายนะต้องเป็เด็กดี ทำตัวดีดี พี่เชื่อว่าหมอนั้นก็คงไม่ใจดำขนาดนั้นหรอก" ไททามกล่าวเอามือลูบไปยังศีรษะของฮันเตอร์เบาๆ ในขณะที่ฮันเตอร์พยักหน้าหงิกๆเหมือนจะเข้าใจ แต่......ไม่เลยเพราะในสมองของเขาในตอนนี้คือ
"ไม่เอาตัวเข้าแลก ไม่ท้อง ก็ไม่ได้ผัวซิ ยังไงก็ต้องทำให้พี่ไซม่อนเป็ของเราให้ได้ เราไม่ยอมปล่อยหรอก คอยดูซิ จะทนเราไปได้สักกี่น้ำ" ขณะที่ฮันเตอร์คิด และไม่สนใจในสิ่งที่พี่ชายกล่าวเลยสักนิด