..ย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีก่อน..
“นี่มันก็ 20 นาทีแล้วนะ ทำไมพี่ช้าจังล่ะ..” ฟางอดที่จะกล่าวบ่นไม่ได้ แม้ว่าจะมีมือถือใหม่ให้เล่น แต่ว่าเน็ตของเธอก็ช้าอย่างกับเต่าคลาน จะดูยูทงยูทูปอะไรก็ไม่ได้ เธอได้แต่นั่งเซ็งๆรอพี่ชายทำธุระให้เสร็จ
“เอาน่าลูกรัก.. พ่อว่าพี่แกคงจะมีธุระสำคัญอะไรบางอย่างแหละ ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบร้อนลากพวกเรามาด้วยหรอก” ผู้เป็พ่อที่นอนพิงเบาะนุ่มๆกล่าวให้เหตุผลกับลูกสาว แต่ว่าในเมื่อเป็วัยรุ่นก็มักจะมีอะไรให้ขัดใจอยู่เสมอ และในระหว่างที่กำลังเซ็นอยู่นั้นเอง ข้อความของฟางก็ดังขึ้นมา..
‘แกแอบหนีไปเที่ยวผับแถวไหนกันนะ แกแอบแซ่บั้แ่เมื่อไหร่กันห๊ะยัยฟาง’ ข้อความดังมาในกลุ่มไลน์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ระหว่างทางเธอลองถ่ายวิดีโอเล่นๆในซอยผับชั้นสูงเหล่านี้ดูประสิทธิภาพของกล้อง จากนั้นเธอก็นึกสนุกอะไรได้ขึ้นมา ส่งวิดีโอตัวนี้ลงในกลุ่มแกล้งเพื่อนเล่นๆ
‘หึหึ ไม่อยากจะโม้เลย แต่ว่ามันสนุกมาก..’
ฟางพิมพ์ตอบกลับกับเพื่อนๆในกลุ่มของเธอ แต่แล้วหลังจากคุยไปคุยมาสักสองถึงสามประโยคเท่านั้น เพื่อนก็คะยั้นคะยอให้เธอถ่ายรูปภายในผับมาอวดเพิ่ม แต่เธอก็ไม่ได้เข้าผับไปจริงๆสักหน่อย พี่ชายก็สั่งห้ามไม่ให้ลงจากรถอีก แล้วเธอจะทำยังไงดีล่ะ..
‘เอาไงดีน้า.. จริงสิ! เรานี่มัน 200 ไอคิวจริงๆ..’ จนในที่สุดเธอก็คิดอะไรบางอย่างออกด้วยความคิดอันฉลาดแกมโกง เธอเพียงแค่ถ่ายรูปหน้าร้าน แล้วก็บอกกับเพื่อนไปก่อนว่าพี่ชายของเธอกำลังเจรจาต่อรองให้เธอเข้าผับ เพราะตอนนี้อายุของเธอยังไม่ถึง แค่นี้ก็จบแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็ไม่รอช้า หันหามุมดีๆเพื่อที่จะถ่ายร้านที่ใกล้ที่สุดเพื่อนำไปอวดเพื่อน แต่ด้วยความที่รถจอดอยู่ในตรอกซอยถนน และร้านที่เห็นชัดที่สุดมันอยู่ด้านหลังรถ ประกอบกับการที่มีกระจกหลังรถบดบังวิสัยทัศน์อยู่ทำให้เธอจำเป็จะต้องเปิดหน้าต่างเพื่อไปถ่ายรูปให้มันชัดเจน
“ลูกจะทำอะไร?.. พี่ของลูกก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าทำอะไรแผลงๆน่ะ” ผู้เป็แม่ที่เห็นลูกสาวตัวแสบกำลังจะทำอะไรบางอย่าง เธอจึงกล่าวเตือนเล็กน้อย..
“เอาน่าแม่! หนูแค่เปิดหน้าต่างไปถ่ายรูปแป๊บเดียวเอง ไม่ได้ลงจากรถเลยสักนิด”
ฟางกล่าวตอบ และเธอก็ไม่สนใจคำเตือนอะไรของแม่อีกเลยสักนิด กระจกหน้าต่างรถถูกเปิดออกก่อนที่เธอจะชะโงกลำตัวหันกล้องไปถ่ายรูปผับที่อยู่ด้านหลังรถ ในระหว่างที่เธอกำลังเก๊กท่าโพสถ่ายรูปอยู่นั้นเอง เธอกลับไม่รู้เลยว่าตัวของเธอกำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาของนักเลงผู้หื่นกระหาย..
“ลูกพี่!.. ผู้หญิงคนนั้นหุ่นดีเป็บ้าเลยครับ..” สายตาของลูกน้องคนหนึ่งเลือบมองไปเห็นฟางที่กำลังลุกตัวขึ้นยืนถ่ายรูปที่รถคันหนึ่ง เขาเห็นเพียงแค่ครึ่งตัวของเธอเท่านั้นเขาก็สามารถกล่าวได้เลยว่าเธอจะต้องมีหุ่นที่ดีมากอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเอ่ยกล่าวกับลูกพี่ของเขา
“เฮ้ย! หน้าตาดีนี่หว่า.. เข้าไปทักทายกับเธอหน่อยดีกว่าไหม ป๊ะ! พวกเราไปกัน..”
คนที่ถูกเรียกขานว่าลูกพี่หันมองไปตามที่ลูกน้องเอ่ยบอก ซึ่งก็เป็อย่างที่มันกล่าวมา เพียงแค่ดูไกลๆก็รู้ได้เลยว่าเธอหุ่นดีแค่ไหน แถมยังตัวเล็กน่าอุ้มอย่างนี้นี่สเปคของเขาเลย ไหนๆก็จะต้องรอลูกพี่ไปทำธุระอะไรบางอย่างแล้ว คนมันว่างๆเข้าไปทักเธอสักหน่อยจะเป็อะไรไป
“ว่าไงจ๊ะน้องสาว.. สวยขนาดนี้มีแฟนหรือยังจ๊ะ” ชายคนนั้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้กับรถคันที่หญิงสาวหุ่นดีอยู่ เขาก็รีบเอ่ยทักทายในทันที พร้อมกับเก๊กท่าหล่อไปอีกหนึ่งที ฟางที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองด้วยความใ ในใจของเธอมันร้องเตือนแล้วว่าตอนนี้เธอกำลังงานเข้าอย่างจัง ฟางไม่รอช้ารีบมุดกลับไปภายในรถก่อนจะรีบเลื่อนกระจกขึ้นด้วยความเร็วจี๋
“ว้าววว ขี้อายซะด้วย! อย่างนี้สเปคพี่เลยน้อง.. แต่จะรีบไปไหนกันล่ะจ๊ะ ไม่อยู่กับสักคืนก่อนล่ะ ฮ่าๆ” ชายคนเดิมกล่าวพร้อมกับพยายามดันกระจกที่ยังปิดไม่สนิทลง ก่อนที่มันจะหัวเราะเสียงดังลั่น ซึ่งเมื่อลูกน้องของมันเห็นว่าลูกพี่ของมันหัวเราะออกมา พวกมันก็หัวเราะตามกันลั่นซอยเลยทีเดียว
“ปล่อยนะไอ้หน้าบาก!..”
ฟางกล่าวพร้อมกับพยายามทุบที่มือของเ้าผู้ชายคนนี้ เพราะไม่ว่าเธอจะเลื่อนกระจกขึ้นยังไง แม้ว่ามันจะเป็อัตโนมัติแต่ด้วยแรงของเ้าผู้ชายคนนี้มันกลับไม่ยอมขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
ส่วนเ้าลูกน้องของพิทักษ์คนเดิมที่มันได้ยินอีกฝ่ายด่าตน มันก็เริ่มหน้าเสีย ที่ผ่านมาสาวๆไม่ว่าจะบาร์จะผับไหนก็ไม่เคยด่าเขาได้แรงถึงขนาดนี้ มีหรือที่เขาจะยอมทน มีแต่จะต้องจับนางนี่มาสั่งสอนให้รู้ว่าเขาเป็ใคร และทำอะไรได้บ้าง
“นางนี่! กูพูดกับมึงดีๆแล้ว มึงยังมาเล่นตัวอีก.. อยากจะเจ็บตัวมากนักใช่ไหม ได้ดิ๊” นักเลงคนเดิมเริ่มทุบกระจกรถด้วยมือเปล่า แน่นอนว่าเหล่าลูกน้องของมันเห็นว่าลูกพี่เริ่มจะของขึ้นแล้ว พวกมันก็ไม่รอช้าเริ่มทุบรถทั้งคันทันที ผู้เป็พ่อเป็แม่ที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งใเข้าไปใหญ่..
“แม่บอกลูกแล้วใช่ไหมว่าพี่เขาเตือนห้ามทำอะไรแผลงๆน่ะ เมื่อไหร่จะเชื่อฟังพี่เขาบ้าง” แม่ไหมกล่าวบ่นกับลูกสาวของตนต่อในทันที ส่วนทางด้านของฟางที่พยายามจะทุบมือของฝ่ายนั้นให้หลุดจากขอบกระจกก็รีบหันมาตอบกลับกับแม่อย่างรีบร้อนในทันที
“มันใช่เวลามาด่าหนูที่ไหนกันเล่าแม่.. มาช่วยกันก่อนไหม ปล่อยนะ!”
ฟางกล่าว ผู้เป็พ่อจะตั้งสติได้ก่อนผู้เป็แม่ เขาหันไปก่อนจะใช้วิชาที่ดูมาจากในภาพยนตร์ นั่นก็คือการบิดนิ้วก้อยของอีกฝ่ายนั่นเอง ซึ่งมันก็ได้ผลเป็อย่างดี จนเ้านักเลงนั้นร้องโอ๊ย! ออกมาก่อนจะปล่อยมือหลุดจากขอบหน้าต่าง และหน้าต่างเ้าปัญหาก็ถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์..
“เวรเอ้ย! พวกแกไปหาหิน หรืออะไรก็ได้แถวนี้มาทุบดิ๊.. เร็วเข้า! ข้าจะสั่งสอนนางผู้หญิงเวรนี่สักหน่อย” ชายหน้าบากกล่าวสั่งลูกน้องของมัน ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้คนภายในรถร้อนรนกับสถานการณ์นี้เป็อย่างมาก ตอนนี้ฟางเข้าใจความหวังดี และคำเตือนของพี่ชายเธอแล้ว เธอไม่น่าหาเื่ใส่ตัวเลยจริงๆ
“เอายังไงดีคะคุณ เราควรทำยังไงดี” แม่ไหมกล่าวออกมาเหมือนกับคนสติแตก แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันซ้อนทับกับตอนที่สามีของเธอถูกตีที่ศีรษะ ตอนนี้เธอกลัวเป็อย่างมาก
“คุณรีบโทรแจ้งตำรวจก่อนเร็วเข้า!..” พ่อภูมิกล่าวกับภรรยาของตนพลางมองสถานการณ์รอบๆ
“ได้ค่ะ.. อ๊ะ! มือถือของฉันแบตหมด!.. ลูก! แล้วจะถือมือถือไว้ทำไม ทำไมไม่โทรหาตำรวจล่ะ” ในสถานการณ์เช่นนี้มีบ้างที่แม่ไหมจะหลงลืมว่าตัวของลูกสาวกำลังถือโทรศัพท์เอาไว้อยู่ ทางด้านของฟางที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมาตอบด้วยสีหน้าเครียดๆ
“ตังค์หมดน่ะแม่.. หนูโทรหาใครไม่ได้เลย ได้แต่พิมพ์แชทบอกกับเพื่อนเท่านั้น”
ฟางตอบกลับพร้อมกับสถานการณ์สิ้นหวัง เพราะตอนนี้เ้านักเลงพวกนั้นมันย้อนกลับมาพร้อมกับขวดแก้วที่อยู่ในมือ ซึ่งพวกมันก็ไม่รอช้าฟาดขวดลงที่กระจกอย่างรุนแรง ทำให้เศษขวดกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่ว นอกจากขวดแก้วในมือของพวกมันจะแตกแล้ว กระจกของรถคันใหม่นี้ก็แตกไปด้วย..
เสียงร้องอย่างใของแม่ไหมดังขึ้น และนั่นมันก็เป็จังหวะเดียวกันกับที่เฟยได้ออกมาจากเดอร์คอยน์พอดี...
“หึหึ.. ไปลากตัวของผู้หญิงคนนั้นออกมาจากรถ.. ถ้าฉันจัดการหล่อนเสร็จ จะให้พวกแกจัดต่อ”
นักเลงคนเดิมกล่าวก่อนที่เหล่าลูกน้องของมันจะเริ่มเดินเข้าไปใกล้ตัวรถพร้อมกับกำลังใจที่จะได้ทำเื่อย่างว่า ตอนนี้น้ำตาของฟางเริ่มที่จะไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ผู้เป็พ่อที่เห็นอย่างนั้นก็คิดที่จะเปิดประตูรถหวังที่จะช่วยเหลือลูกสาว แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงของชายคนหนึ่งที่วิ่งมาแต่ไกลดังขึ้นสั่งกับพวกนักเลง..
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ยพวกแก..” ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือพิทักษ์ลูกพี่ใหญ่ของพวกมันนั่นเอง ลูกน้องที่เห็นเป็หัวโจกหันมาเห็นนายของมันท่าทีก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้ามาพูดประจบประแจงอย่างนอบน้อม..
“นายครับ.. น้องสาวคนนั้นมีหุ่นที่ไม่เลว... ฟั้ววว!” นักเลงคนดังกล่าวยังไม่ทันได้กล่าวอะไรให้จบ มันก็โดนพิทักษ์ตบเข้าไปที่ใบหน้าอย่างจัง พิทักษ์แสดงสีหน้าโกรธจัด เขาไม่เคยโกรธอะไรได้มากเท่านี้มาก่อน และสิ่งที่มันกำลังจะกระทำ มันก็หมายถึงความเป็ความตายของเขาด้วยเช่นกัน..
“แกรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่.. แก้าให้ฉันคนนี้ตายก่อนหรือยังไงวะ” พิทักษ์กล่าวตะคอกใส่มัน ซึ่งมันก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำผิดอะไร มันหันกลับมาถามกับนายอย่างคนไม่รู้ความ..
“นายครับ.. ผมผิดอะไรครับนาย ผมก็แค่จะเอาตัวของผู้หญิงคนนั้นมาให้นายเสพสมเท่านั้นเอง… ฟั้ววว!..” ชายหน้าบากกล่าวก่อนจะโดนตบเข้าไปอีกข้างหนึ่งอย่างจัง มันช่างไม่รู้อะไรเลย ต่อให้เป็เขา เขาก็ยังไม่กล้าคิดที่จะทำอย่างนั้นเลย เขาไม่เคยรู้เลยว่ามันจะโง่คิดเองไม่ได้จนถึงตอนนี้ ตบไปครั้งแรกแทนที่จะคิดได้ แต่สิ่งที่มันตอบกลับมา มันน่าตบสั่งสอนอีกสักหลายๆสิบที
“ไอ้โง่!.. แกไม่รู้แล้วยังจะอวดฉลาดอีก ถ้าแกอยากตายก็ตายไปคนเดียวเถอะ! อย่าลากฉันไปตายด้วยสิวะ.. แกรู้ไหมว่าบุคคลตรงนั้นเป็ใคร.. พวกเขาคือครอบครัวของบอสใหญ่ของเรา และดูสิ่งที่แกทำกับพวกเขาสิ! แกคิดว่าแกทำดีแล้วอย่างนั้นเหรอวะ.. มันน่านัก ฮุ้ย!.”