สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 64 เข้าโลก Diablo อีกครั้ง

            ซุนเฟยชะงัก ไม่ช้าเขาก็เข้าใจความหมายที่บรู๊คจะสื่อได้อย่างรวดเร็ว

            เหตุการณ์แบบนี้เหมือนกับประวัติศาสตร์โลกเก่าของเขา ในสมัยวสันตสารท1ราชวงศ์โจวได้แต่งตั้งจูโหว2ให้ไปปกครองตามหัวเมืองต่างๆแม้ว่าเทียนจื่อ3จะมอบอำนาจมากมายให้แก่จูโหว แต่ขนาดที่ดิน จำนวนทหาร และระบบการจัดการในงานพิธีต่างๆทั้งหมดที่จูโหวทุกเมืองได้รับ จะต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดจากโจวเทียนจื่อ4 จูโหวจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งจากโจวเทียนจื่ออย่างเคร่งครัดและคอยมอบของบรรณาการให้ บนแผ่นดินอาเซรอท ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรบริวารและราชอาณาจักรดูเหมือนจะตัดกันไม่ขาดเพื่อปกป้องอธิปไตยของระบอบราชอาณาจักร จักรพรรดิแห่งเซนิทจึงต้องจำกัดขนาดพื้นที่และกองกำลังของอาณาจักรบริวารอย่างเข้มงวด

            ซุนเฟยพยักหน้าแสดงท่าทางว่าเข้าใจแล้วถามว่า “เจ้าพูดต่อสิรูปแบบซ้อมรบระหว่างอาณาจักรบริวารมันเป็นอย่างไร?”

            “ฝ่าบาท ตามธรรมเนียมปฏิบัติของราชอาณาจักรเซนิท รูปแบบการซ้อมรบระหว่างอาณาจักรบริวารแบ่งเป็นสองรูปแบบรูปแบบแรกจะเป็นการประลองระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของแต่ละอาณาจักรทุกอาณาจักรที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องส่งนักรบหรือนักเวทที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดหกคนเข้าร่วมการประลองเพื่อหาผู้ชนะและรูปแบบที่สองก็คือการซ้อมรบ โดยจะกำหนดจำนวนกองกำลังทหารไว้ซึ่งทุกอาณาจักรจะคัดเลือกทหารชั้นยอดหนึ่งร้อยนายเพื่อสร้างกองทัพในการแข่งขันการต่อสู้ระหว่างกองทัพสี่รอบ ทั้งสองรูปแบบรวมกันแล้วแข่งขันกันสิบรอบอาณาจักรที่คว้าชัยชนะหลายครั้งในการแข่งขัน จะสามารถรักษาตำแหน่งระดับอาณาจักรบริวารไว้ได้นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะท้าทายอาณาจักรที่มีระดับสูงกว่า และหากเอาชนะอาณาจักรที่มีระดับสูงกว่าได้ก็จะได้เลื่อนระดับไปแทนที่อาณาจักรนั้น” บรู๊คกลัวว่าองค์ราชาอเล็กซานเดอร์จะฟังไม่เข้าใจจึงอธิบายอย่างละเอียดยิบ

            “ที่แท้ก็แบบนี้เอง ถ้างั้นการซ้อมรบระหว่างอาณาจักรของเมืองแซมบอร์ดก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร?”

            บรู๊คได้ยินดังนั้นสีหน้าก็พลันคล้ำไปคนอื่นๆ ในห้องโถงว่าราชการก็พลันก้มหน้าลง บรรยากาศกลายเป็นเงียบสงัดขึ้นมาวินาทีต่อมา บรู๊คจึงตอบกลับไปว่า “ฝ่าบาท ความจริงแล้วเมืองแซมบอร์ดเป็นอาณาจักรบริวารระดับสี่ ทั้งยังครอบครองพื้นที่ในอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักรของราชอาณาจักรเซนิทไว้มากแต่การซ้อมรบระหว่างอาณาจักรเมื่อสามปีก่อนถูกเมืองฮัลล์ซิตีและแบล็กสโตนเอาชนะติดต่อกันทำให้ร่วงลงมาที่ระดับหก ในการซ้อมรบระหว่างอาณาจักรบริวารอีกหกเดือนหลังจากนี้หากพวกเราเอาชนะไม่ได้เมืองแซมบอร์ดจะไม่มีสถานะเป็นอาณาจักรอีกต่อไปและเมืองจะถูกราชอาณาจักรเซนิทยกให้เป็นของรางวัลให้แก่อาณาจักรอื่นที่ได้ชัยชนะขอรับ”

            “แค่การแข่งขันเพียงครั้งเดียวถึงกลับร่วงมาสองระดับเลยหรือ?” ซุนเฟยถามอย่างแปลกใจ “ในเมื่อเป็นถึงอาณาจักรระดับสี่ ความแข็งแกร่งก็ไม่น่าจะอ่อนแอ แล้วทำไมถึงพ่ายแพ้ล่ะ?”

            เมื่อซุนเฟยพูดประโยคนี้บรรยากาศในห้องโถงก็กลายเป็นหดหู่

            บรู๊คกระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ฝ่าบาท...ครั้งที่แล้ว...ในการซ้อมรบระหว่างอาณาจักรบริวารเมื่อสองปีก่อน โชคร้ายที่องค์ราชาองค์ก่อนได้สวรรคต ท่าน...เป็นผู้บัญชาการกองทัพด้วยตัวเอง...เอ่อ ตอนนั้นท่านยังสติไม่แจ่มชัดนัก...ไม่เหมือนท่านในตอนนี้...ดังนั้น...อ่า...นอกจากท่านแลมพาร์ดที่ได้รับชัยชนะหนึ่งครั้งนอกนั้นพวกเราก็พ่ายแพ้รวดเลยขอรับ ดังนั้น...ดังนั้นพวกเราจึงร่วงลงมาเป็นอาณาจักรบริวารระดับหกขอรับ”

            ซุนเฟยพลันนิ่งค้าง

            นิ่งค้างไปครู่หนึ่งเลย

            เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนในห้องโถงว่าราชการถึงได้ทำสายตาแปลกๆที่แท้ก็แพ้ก็เพราะตัวเขาเองล้วนๆการซ้อมรบระหว่างอาณาจักรครั้งที่แล้วทำให้เมืองแซมบอร์ดตกต่ำลง นั่นก็เป็นเพราะตัวตนของเขาเมื่อก่อนมันน่าผิดหวังแต่มันก็ไม่แปลกเท่าไร ให้เด็กปัญญาอ่อนที่มีสมองเท่าเด็กสามสี่ขวบนำทหารออกรบแล้วจะไม่ให้แพ้ได้อย่างไร?

            “แค่กๆ ที่แท้เป็นแบบนี้เอง...อืมหากเจ้ากล่าวไม่ผิด เมืองฮัลล์ซิตีและเมืองแบล็กสโตนจะต้องเป็นพวกน่ารังเกียจครั้งนี้พวกเราจะต้องไม่อับอายเหมือนครั้งก่อนแน่...บรู๊ค เรื่องนี้คงมอบให้เจ้าดูแลรีบเริ่มเตรียมตัวเถอะ...แฮ่มๆๆ วันนี้แยกย้าย แยกย้าย!”

            ซุนเฟยไม่อาจทนอับอายได้อีก เขารีบจบการประชุม

            ทุกคนในห้องโถงมองเห็นอาการเขินอายของราชาพวกขุนนางโค้งกายทำความเคารพแล้วรีบออกไปจากห้องโถงทันทีดร็อกบาและเพียร์ซแอบหัวเราะกับท่าทางแปลกๆ ของราชาสายตาพวกเขามองไปที่ซุนเฟย ขณะที่โค้งกายแล้วเดินออกไป ซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วกลางไล่หลังพวกนั้นไป

            เมื่อทุกคนออกไป เหลือเพียงบรู๊คที่ยังอยู่

            “ผู้บัญชาการทหารของข้า เจ้ายังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?” ซุนเฟยถามอย่างสงสัย

            ทันใดนั้นบรู๊คก็คุกเข่าลง ดวงตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอนพลางพูดว่า“ฝ่าบาท ข้ามีเรื่องจะขอร้อง ข้าหวังว่าท่านจะจัดระเบียบเรือนจำใหม่น่ะขอรับ โดยเฉพาะท่านแปเตอร์ แช็ค เขาเป็นคนที่จงรักภักดีต่ออาณาจักรไม่เป็นสองรองใคร เพียงเพราะว่าไม่ยอมร่วมมือคนสารเลวอย่างบาร์เซิล เขาจึงถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏและถูกกดขี่ข่มเหงท่านแม็คเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกข่มเหงและยังมีผู้คนจำนวนมากที่ถูกส่งเข้าไปในเรือนจำโดยไร้ซึ่งความผิด ข้าขอร้องท่าน ฝ่าบาท โปรดช่วยล้างมนทินให้แก่พวกเขาด้วยนะขอรับ โปรดช่วยผู้คนที่บริสุทธิ์ด้วย”

            “แปเตอร์ แช็ค?”

            ชื่อนี้ฟังดูคุ้นเคยนัก ซุนเฟยขบคิดอยู่สักพักไม่ช้าก็จำได้ก่อนหน้านี้ในตอนที่ตัวเองกำลังสนทนากับบรู๊คบนกำแพงเมืองก็เคยได้ยินชื่อนี้ เมื่อก่อนแปเตอร์ แช็คเป็นผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์มีตำแหน่งที่สูงกว่าบรู๊คหนึ่งขั้นแต่เพราะทำให้บาร์เซิลไม่พอใจจึงถูกใส่ร้ายและคุมขังอยู่ในคุกดังนั้นซุนเฟยจึงไม่เคยพบคนคนนี้มาก่อน

            เห็นบรู๊คดูกังวลมาก ดูท่าว่าคนที่ชื่อแปเตอร์ แช็คน่าจะเป็นนักรบที่ดีคนหนึ่งและยังทำให้ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์บรู๊คที่เป็นนักรบหนึ่งดาวนับถือได้พลังของแช็คก็ควรจะมากกว่าหนึ่งดาวยอดฝีมือแบบนี้เป็นบุคลากรที่เมืองแซมบอร์ดต้องการในปัจจุบัน

            “เจ้ารีบไปที่เรือนจำ ถ่ายทอดคำสั่งของข้าให้พัศดีโอเลเกร์จัดระเบียบเรือนจำให้ดี หยุดการทรมานทุกอย่างบ่ายนี้ข้าจะนำองครักษ์ไปเยือนที่เรือนจำด้วยตัวเองเพื่อตรวจสอบคดีความทุกคนที่อยู่ในเรื่อนจำ”

            บรู๊คชะงัก ก่อนจะรีบโค้งคำนับด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องโถง

            ซุนเฟยนั่งเงียบๆ อยู่บนบัลลังก์ เหม่อมองไปที่ห้องโถงที่กว้างขวางพลางครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำหน้าที่ในฐานะราชาคอยออกคำสั่งบัญชาการ ความรู้สึกที่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือแบบนี้ทำให้เขารู้สึกดีมากนับจากนี้เป็นต้นไป เขาจะเป็นผู้ปกครองสูงสุดของอาณาจักรนี้แม้ว่าเมืองแซมบอร์ดตอนนี้จะอ่อนแอราวกับเด็กแรกเกิดที่เพิ่งหัดเดินแต่สำหรับซุนเฟยที่มีไม้ตายเป็นโลก Diablo แล้วกลับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุด สักวันหนึ่งเขาจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้งัดข้อกับแผ่นดินอาเซรอททั้งหมด

            “หวังว่าเจ้าภูตตูดม้าอย่างพัศดีโอเลเกร์จะไม่โง่หากเข้าใจความหมายที่ข้าสื่อได้ภายในครึ่งวันนี้ก็ควรจะเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเรือนจำแก้ไขความผิดพลาดที่เขาเคยทำไว้ก่อนหน้านี้เสีย”

            ซุนเฟยเผยรอยยิ้มเลศนัย

            เหตุผลที่เขาไม่ได้ไปเรือนจำกับบรู๊คในทันทีนอกจากอยากจะเข้าไปเพิ่มความแข็งแกร่งใน ‘โลก Diablo’ แล้วก็ยังคิดจะให้เวลาพัศดีโอเลเกร์เตรียมตัวก่อนหน้านี้โอเลเกร์เป็นสุนัขรับใช้ให้กับบาร์เซิล และแม้ว่าจะทำผิดพลาดมากมายก็ตาม ทั้งยังเป็นนกที่รักตัวกลัวตายขี้ขลาดตาขาวแต่ว่าเขาก็ยังเป็นนักรบหนึ่งดาว อีกทั้งเมื่อวานก็มีความดีความชอบในการต่อสู้บนสะพานหินไม่น้อยซุนเฟยจึงตัดสินใจให้โอกาสเขาอีกครั้งเวลาเพียงครึ่งวันก็คงเพียงพอที่จะทำให้เขาจัดการแก้ไขความผิดพลาดก่อนหน้านี้ของตัวเองแล้วซุนเฟยจะปล่อยชีวิตสุนัขของมันให้มีชีวิตต่อ

            “เฟร์นันโด เจ้าไปหาท่านอาเบสท์ ให้เขาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรือนจำให้ข้าก่อนบ่ายนี้หากมีรายละเอียดของนักโทษทุกคนได้ยิ่งดี” ซุนเฟยหันไปพูดกับเฟร์นันโด ตอร์เรสองครักษ์ตัวเอง

            “รับพระบัญชาขอรับฝ่าบาท! แต่ท่านเบสท์ไม่เคยควบคุมเรือนจำมาก่อนเกรงว่าคงไม่มีข้อมูลที่ละเอียดมากนัก...”

            ซุนเฟยหัวเราะพลางพยักหน้า “เฟร์นันโด ไม่ต้องถามมากเจ้าไปแจ้งให้เขาทราบก็พอ”

            มองแผ่นหลังเด็กหนุ่มผมทองเดินจากไป ซุนเฟยก็ลูบคางตัวเองเบาๆ

            ทำไมเบสท์จะไม่รู้สภาพการณ์ในเรือนจำ? ซุนเฟนกล้าเอาน้องชายตัวเองเป็นเดิมพันเมืองแซมบอร์ดไม่ว่าจะบนลงล่างนอกใน ไม่มีเรื่องไหนที่ตาเฒ่าจิ้งจอกจะไม่รู้พ่อตาในอนาคตตัวเองไม่ธรรมดาขนาดนั้นหรอก บางทีอาจจะรอวันนี้มานานแล้วเขากับยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่างแฟรงก์ แลมพาร์ดคงเตรียมการไว้ตั้งนานแล้ว!

            ……

            ……

            โลก Diablo

            ชายแดน ‘โคลด์เพลส’ ท่ามกลางท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม หยาดฝนเม็ดเล็กๆ ก็ค่อยๆ โปรยปรายลงสู่พื้นดิน

            เสียงเปาะแปะดังขึ้น ‘เนโครแมนเซอร์ซุนเฟย’ ก็ตกมาจากฟากฟ้า ร่วงลงมาบนพื้นดินสีดำที่มาจากเลือดของเหล่ามอนสเตอร์ที่แห้งกรัง บนพื้นเต็มไปด้วยซากศพและเศษอวัยวะมอนเตอร์กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นฝูงแมลงวันที่ตอมศพก็พาแตกหือเมื่อจู่ๆ ซุนเฟยตกลงมาเป็นเวลานานแล้วที่ไม่ได้เข้ามาโลก Diablo ดังนั้นมอนสเตอร์ดุร้ายที่ไล่ตามเขามาก่อนหน้านั้นจึงพากันแยกย้ายไป

            ซุนเฟยหยิบไอเทมดีๆ ที่ตกบนพื้นขึ้นมาใส่กระเป๋า จากนั้นก็ใช้ ‘ม้วนคัมภีร์กลับเมือง’ เพื่อกลับไปที่ ‘ค่ายโร้ก’ จากนั้นก็ไปหา NPC ช่างตีเหล็กชาร์ซีเพื่อขายไอเทมที่ไม่ใช้ให้กับช่างตีเหล็กสาวที่ทำหน้าเศร้าคนนี้

            เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยซุนเฟยก็ไม่ได้ไปไล่ฆ่ามอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวล

            เขาออกจากตัวละคร ‘เนโครแมนเซอร์’ กลับมาที่หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติแบบเต็มหน้าจอ ซุนเฟยเลือก ‘โหมดคนเถื่อน’ อีกครั้ง แล้วเข้าไปเล่นเกมเพื่ออัพเลเวล

            ครั้งนี้ ‘คนเถื่อนซุนเฟย’ ได้ปรากฏตัวขึ้นมาใน ‘ค่ายโร้ก’

            เนื่องจากครั้งก่อนตอนที่ไปช่วยตาเฒ่าเคนก็เริ่มมีแรงบันดาลใจที่จะรับเควสอันที่4 ‘หอคอยที่ถูกลืม’ แต่ซุนเฟยยังไม่ไปหา NPC ที่ให้เควสทันที เขากลับไปที่เต็นท์ของคาเชีย เพื่อมาหาทหารรับจ้างสาวเอเลน่า

            “ท่านซุนเฟย ในที่สุดท่านก็มา!”

            เมื่อเห็นซุนเฟยมา เอเลน่าก็พลันดีใจอย่างมาก  ใบหน้างามเผยรอยยิ้มที่ไม่เคยมีมาก่อนร่างบางวิ่งออกมาจากเต็นท์อย่างรวดเร็วแล้วไปยืนตรงหน้าซุนเฟย

            ด้านหลังของเอเลน่าก็มีโร้กสาวสวยๆ อีกสามสี่คนเดินตามมาในดวงตาของพวกเธอมีร่องรอยอิจฉาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหัวเราะคิกคักยามมองมาที่ซุนเฟย

            ------------------------

            1 ภาษาจีนเรียกยุคชุนชิว

            2 อาจจะเป็นญาติหรือขุนนางที่วางใจ

            3 บุตรแห่งสวรรค์หรือฮ่องเต้

            4 ฮ่องเต้ราชวงศ์โจว

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน