วิลลี่กับแอนน์ยืนอยู่ด้วยกันตรงหน้าต่างห้องใต้หลังคาทอดสายตามองทัศนียภาพของอ่าวแนนทัคเกทเบื้องล่างด้วยความชื่นชม
“ถนนสายนี้นะ”วิลลี่เอ่ยขึ้น “ปัจจุบันมันชื่อออเรนจ์สตรีท แต่สมัยก่อนเขาเรียกว่าซอยกัปตัน สมัยที่ชาวเกาะยังมีอาชีพล่าปลาวาฬคือภรรยาของพวกกัปตันเรือล่าปลาวาฬทั้งหลายจะออกไปยืนตรงระเบียงที่เรียกว่าระเบียงแม่ม่ายรอดูว่าเมื่อไหร่เรือจะเข้าเทียบท่า..”
“ส่วนถนนสายต่อไปที่ลงจากเนินเขานั้นสมัยก่อนเขาเรียกว่าซอยต้นหนคือบางครั้งคนที่เป็สามีก็จากบ้านเรือนไปครั้งละ3-4ปีคิดดูก็แล้วกันว่ามันจะเป็ยังไงบ้าง แล้วพอเดินทางกลับมาบางครั้งก็ยังต้องติดอยู่ที่สันดอนถ้าน้ำไม่สูงพอที่จะเอาเรือผ่านเข้ามาได้พวกภรรยาก็จะขึ้นไปยืนรอกันอยู่ที่ระเบียบแม่ม่ายนั่นแหละหรือไม่ก็จะยืนอยู่ที่หน้าต่างแบบนี้รอคอยเรือที่จะแล่นเข้าฝั่ง”
“ถ้าเป็ฉันเห็นจะรอไม่ไหวแน่”แอนน์ร้องออกมามือทั้งสองประคองอยู่ตรงหน้าท้องเนื่องจากขณะนี้ครรภ์แก่ถึง 7 เดือนแล้วไม่อาจเข้าไปยืนชิดหน้าต่างเหมือนวิลลี่ได้ “ฉันอยากรู้จังว่าผู้หญิงพวกนั้นเขาทนกันได้ยังไงถ้าเป็ฉันคงบ้าแน่”
“ถ้าพวกเธอไม่บ้าก็อาจมีความสัมพันธ์กับคนสวนบ้างก็ได้นี่”วิลลี่พูดปนหัวเราะ
“นั่นสิหรือไม่ก็อาจมีกันเองไปเลยอะไรทำนองนั้น” แอนน์หัวเราะคิกคัก
“พวกนี้..เท่าที่ฉันได้ยินมาเขาต้องอาศัยยาเสพย์ติดชนิดหนึ่งที่เข้าฝิ่นด้วยนะ”วิลลี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เ้าของบ้านเป็คนเล่าให้ฉันฟังซึ่งฉันก็ว่ามันเป็เื่ธรรมดาของคนที่หาทางแก้กลุ้มแต่พอสามีกลับมาก็เอาทรัพย์สินเงินทองติดตัวมาด้วยแล้วก็ยังพวกสมบัติที่มีค่าอย่างพวกเครื่องเงิน เครื่องลายคราม งาช้างผ้าไหมและอะไรอีกมากมาย”
“โอยลืมเื่นั้นไปได้เลย” แอนน์ว่า “ฉัน้าตัวมาร์กมานอนอยู่ข้างตัวทุกคืนอย่างเดียวก็พอแล้วนั่นแหละสมบัติที่มีค่าของฉัน”
“ก็ไม่เชิงนะ”วิลลี่ยิ้มราวมีเลศนัย พร้อมกับเหลือตามองท้องของแอนน์
“แล้วเธอล่ะ?”แอนน์เบือนจากหน้าต่างมาพิงผนังบ้านแทนเพื่อจะได้มองเพื่อนสาวได้เต็มตา แต่แล้วก็ต้องถอนใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อนยิ่งครรภ์แก่ขึ้นเท่าไร อาการเช่นนี้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก “วิลลี่ เวลานี้เธอก็อายุตั้ง 30แล้วนะถ้าเธอจะมีลูก..”
“ยังมีเวลาอีกถมไป”วิลลี่แนบใบหน้าอยู่กับกรอบหน้าต่างทอดสายตาเหม่อมองพื้นน้ำสีครามในเวิ้งอ่าวที่ขณะนี้ปะดับอยู่ด้วยใบเรือสีขาว “จอห์นเขาขอเวลาทำงานอย่างเต็มที่สัก 5 ปีมันเป็เื่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของเขานะแอนน์และเป็จุดประสงค์ใหญ่ที่ทำให้เราย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยเธอก็รู้นี่”
“ตั้ง 5ปี” แอนน์ทอดถอนใจออกมาอีกครั้ง “ตอนนั้นเธอก็อายุตั้ง 35 เข้าไปแล้ว”
“สมัยนี้ใครๆเขาก็มีลูกช้ากันทั้งนั้นละน่า เพราะฉะนั้นฉันไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยที่ฉันจะลงมือตั้งท้องเมื่ออายุ 35”
“ก็คงจริงละมัง”แอนน์พูดอย่างอ่อนใจ
“โธ่เอ๊ยที่เธออยากเห็นใครๆ เขาท้องก็เพราะเธอกำลังท้องเท่านั้นละน่า” วิลลี่หัวเราะออกมาเบาๆ “อย่าคิดมากไปหน่อยเลยแอนน์ “ถึงยังไงฉันกับจอห์นก็ต้องมีลูกแน่ เพราะฉันอยากมีและเขาก็อยากมีเหมือนกันแต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าตอนนี้เขาอยากทำงานก่อนและเธอก็รู้นี่วาฉันต้องเลือกอะไรก่อน” เธอหยุดเว้นระยะ ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ฉันอยากเห็นจอห์นมีความสุขนะแอนน์อยากให้ชีวิตแต่งงานของเราราบรื่นมีความสุข ซึ่งเราก็มีความสุขด้วยกันมากตลอด 8ปีที่ผ่านมา คิดดูสิแอนน์ว่าฉันโชคดีมากแค่ไหนที่ถึงจะแต่งงานมาตั้ง 8 ปีแล้วก็ยังมีความสุขกับจอห์นขนาดนี้ก็เหมือนเธอกับมาร์กนั่นแหละ เธอแต่งงานมา 6 ปีแล้วใช่ไหมเออ..พูดถึงเื่สมบัติล้ำค่าอะไรนั่นฉันว่าชีวิตแต่งงานที่มีความสุขมันก็เป็สมบัติล้ำค่าในชีวิตผู้หญิงเราเหมือนกันนะ”
“ใช่เธอพูดถูกแล้วละ เราสองคนโชคดีมาก โชคดีมากจริงๆ”
“แล้วเธอมองดูบ้านหลังนี้สิ”วิลลี่เดินกางแขนไปรอบๆ ห้อง “นี่น่ะมันเป็์สำหรับจอห์นทีเดียวนะแอนน์เขาเหมาะที่จะนั่งทำงานในบ้านหลังนี้อย่างที่สุดตรงผนังนั่นเขาบอกว่าจะต้องเพิ่มไฟแสงสว่างซึ่งก็เป็ธรรมดาแต่ทั้งพื้นที่ทั้งวิวทิวทัศน์นั่น..”
แอนน์ประคองครรภ์ไว้จับตามองตามวิลลี่ขณะที่เธอเคลื่อนร่างไปรอบๆ ห้องใต้หลังคาที่มีพื้นที่กว้างขวางด้วยสายตาพิจารณา
วิลลี่เป็ผู้หญิงร่างใหญ่แต่ท่าทางสง่างามและมีความเป็ผู้หญิงเต็มตัวรูปร่างที่ได้รับการบริหารสม่ำเสมอทั้งจากการเล่นเทนนิส ว่ายน้ำทำให้สมสัดส่วนอย่างยิ่ง ท่าทางที่เดินเหินกรีดกรายราวมองไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องทำอะไรรีบร้อนเลยในชีวิตนี้
แอนน์อดคิดไม่ได้ว่าวิลลี่มีใบหน้าเหมือนพวกมิดเวสเทิร์น คือเปิดเผย จริงใจ ประกอบด้วยดวงตาสีฟ้าใสผิวขาวผ่องแกมชมพู เป็ใบหน้าแบบที่เครื่องสำอางไม่อาจช่วยเพิ่มความสวยได้แต่ขณะเดียวกันแม้จะไร้เครื่องสำอางก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าลดความสวยลงเช่นกันไม่ว่าจะเป็ยามไหนวิลลี่ก็ยังคงความสวยสดชื่นอยู่ได้ตลอดเวลา เรือนผมสีทองสยายยาวแต่วันนี้วิลลี่รวบเกล้าเป็มวยไว้ตรงท้ายทอยแอนน์ยอมรับว่าเธอมีความชื่นชมในตัวเพื่อนสาวยิ่งนัก
แอนน์กับวิลลี่รู้จักกันเมื่อ 8ปีก่อนก็จริงแต่มาร์กสามีของเธอนั้นเป็เพื่อนกับวิลลี่มาั้แ่วัยเด็กและยังเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมกันอีกด้วย ความสนิทสนมระหว่างเธอกับเพื่อนสาวเริ่มขึ้นเมื่อไปพบกันที่น้ำพุร้อนในบอสตัน
ตอนนั้นสองสาวเช่าห้องอบไอน้ำร่วมกันโดยผลัดเปลี่ยนกันใช้เมื่อเธอกลับเข้ามาเตรียมตัวอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งตัววิลลี่ก็เดินเข้ามาด้วยเรือนร่างเปลือยเปล่าเป็สีชมพูไปทั้งตัวสดชื่นจากการอบไอน้ำ
“คุณพระช่วย..!”แอนน์ถึงกับอุทานออกมา “เดี๋ยวนี้ฉันไม่แปลกใจแล้วละว่าทำไมจอห์นเขาถึงรักเธอนักเธอเหมือน..เหมือนนางไม้..อะไรทำนองนั้นแหละ”
ซึ่งวิลลี่ก็เหมือนนางไม้จริงๆเสียด้วย เวลาที่มีเสื้อผ้าสวมปิดบังเรือนกาย เธอก็เป็ผู้หญิงที่สวยเรียบๆคนหนึ่ง แต่ในยามนี้ทุกสัดส่วนบนเนื้อตัววิลลี่ บ่งบอกถึงความเป็สาวพริ้งเต็มตัวคำพูดของแอนน์ทำให้วิลลี่อดยิ้มไม่ได้ สีหน้าของเธอดูขัดเขินอยู่บ้างแต่ก็น่ารัก
“ฉันอยากให้จอห์นแค่ชอบฉันเท่านั้นก็พอแล้ว”
“แต่..แต่..ทำไมเธอถึงได้มีท่าทางสบายอกสบายใจมากมายขนาดนี้ล่ะ..ฉันหมายถึงว่าสำหรับตัวเองแล้วฉันมักจะเป็ห่วง ว่าฉันอ้วนไปหรือว่าผอมไปหรือเปล่าอะไรทำนองนั้น”
“แหม..แต่เธอก็สวยมากนะแอนน์”วิลลี่พูดขณะเดินเข้าไปใต้ฝักบัว
“เอ้อ..เื่นั้นฉันก็พอจะรู้อยู่หรอกนะ..”แอนน์จำได้ว่าเธอตอบออกไปอย่างนั้น “แต่ถึงยังไงมันก็มักจะห่วงโน่นกังวลนี่อยู่ดีนั่นแหละเธอไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นบ้างเลยหรือไง?”
“ก็เคยห่วงอยู่เหมือนกัน”วิลลี่ตอบหลังจากใช้ความคิดอยู่เป็ครู่ “แต่ตอนนั้นมันก็สมัยยังเป็วัยรุ่นอยู่ ตอนนั้นนะแอนน์ฉันรูปร่างทั้งสูงทั้งใหญ่น่าจะเป็ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ แถมยังชื่อวิลเฮมมิน่าอีกด้วยกว่าฉันจะทำใจให้ชินกับรูปร่างและชื่อตัวเองได้ก็หลายปีอยู่เหมือนกันแต่มาถึงตอนนี้ฉันไม่คิดถึงเื่นั้นอีกแล้วนับแต่วันที่ฉันแต่งงานกับจอห์นเป็ต้นมา ฉันพอใจกับความเป็ตัวของฉันเองมากแล้วจอห์นเองเขาก็..พอใจในตัวฉันด้วย” วิลลี่พูดปนหัวเราะ
นั่นคือความลับประการแรกที่วิลลี่เปิดเผยให้แอนน์ฟังด้วยน้ำเสียงที่สงบราบเรียบอย่างผู้มีความสุขแท้จริงไม่ได้เดือดร้อนกับความคิดเห็นของใครอื่นแม้แต่น้อย
ส่วนความลับประการที่ 2ของวิลลี่ที่แอนน์มารู้ในภายหลังก็คือเธอเป็ผู้หญิงที่มีฝีมือในงานเย็บปักถักร้อยอย่างหาใครเปรียบได้ยาก
แอนน์แทบจะมองไม่เห็นภาพที่ผู้หญิงร่างใหญ่มือไม้ดูใหญ่โตเช่นวิลลี่จะจับเข็มด้ายและทำงานฝีมือได้อย่างละเอียดประณีตถึงเพียงนั้นมันน่าตลกสำหรับสายตาของผู้อื่น แต่วิลลี่ไม่เคยแคร์ความคิดหรือความรู้สึกของใครที่มีต่อเธอในเื่นี้
หลายครั้งที่แอนน์แวะไปเยี่ยมเยียนและได้พบวิลลี่หมกมุ่นอยู่กับงานฝีมือที่เธอรักแอนน์มักจะต้องยืนคอยอยู่ตรงหน้าประตูครั้งละนานๆเพราะวิลลี่นอกจากจะเพลิดเพลินกับงานในมือแล้ว ก็ยังฟังเพลงไปพร้อมกันอย่างมีความสุขและเพลงที่เธอเลือกฟังก็มักจะเข้ากับลวดลายที่เธอออกแบบปักดังนั้นวิลลี่จึงแทบไม่เคยสังเกตเห็นใครที่เข้ามายืนอยู่ใกล้ตัวแม้แต่แอนน์ก็ตามจนเมื่อแอนน์กระแอมให้เสียง นั่นแหละวิลลี่จึงจะเงยหน้าขึ้นจากสะดึง
“แอนน์..” วิลลี่จะร้องทักทายด้วยน้ำเสียงปราโมทย์ “ต๊าย..ดีใจจังที่เธอมาเยี่ยมฉันน่ะนั่งหลังขดหลังแข็งมานานแล้ว เข้ามาเลย มากินน้ำชากันก่อน”