ตอนที่56 ผมคิดถึงคุณจังเลย
ด้านสุนทรแฮ็กเกอร์ชื่อดังของประเทศไทยที่รับค่าจ้างราคาแพงสูงลิ่วจากสุพิชชาในการตามหาชายหนุ่มปริศนาเขาพบภาพน่าสงสัยจากกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งของห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงกับโรงแรมห้าดาวหลายแห่งในละแวกนั้น
ภาพที่เขาแฮ็กเพื่อตรวจสอบทั่วเมืองหลวงนั้นเขาเขียนโปรแกรมเพื่อเทียบเคียงใบหน้าที่ใกล้เคียงกัน จนกระทั่งมีเสียงแจ้งเตือนพบการเทียบเคียงในระดับสูงซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดลำลองพร้อมผู้คุ้มกันหล่อเหลาสองคนทั้งสามคนล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่โดยเฉพาะฝ่ายชายในชุดลำลองซึ่งมีใบหน้าตรงกับภาพจากเจ้านายสาว
“โอ้โฮ! คุณเมย์นี่ตาถึงจริงๆ แฮะหล่อแบบนี้นี่เองถึงสนใจนักหนา ดูดีกว่านายธีรภาพเยอะเชียวแสดงว่าเขาอยู่ในประเทศไทยเองหรือนี่?งั้นเป็นใครกัน? เดี๋ยวค้นดูสักหน่อย”
หน้าจอแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ที่สุนทรทำงานอยู่พลันเกิดเป็นจอดำพร้อมกับประกายไฟพวยพุ่งขึ้นมาทันที
“เฮ้ย! อย่าทำแบบนี้สิ เจ๊งหมดเลยใครเล่นแรงแบบนี้วะเนี่ย?”
สุนทรอุทานด้วยความตื่นตกใจเขารีบปิดสวิตไฟพร้อมปลดสายไฟในทันทีพลางบ่นอุบด้วยความเสียดายเพราะเชื่อว่าฮาร์ดดิสก์คงไหม้ไม่เหลือแน่นอน
“ซวยฉิบหาย! แบบนี้จะกู้ฮาร์ดดิสก์คืนได้หรือเปล่า? มีแต่ข้อมูลสำคัญของลูกค้าทั้งนั้นเลยใครกันที่เก่งขนาดนี้?”
สุนทรขยุ้มหัวตัวเองพลางสบถด้วยความโมโหให้กับอีกฝ่ายเนื่องด้วยเขาสร้างศัตรูไว้มากเพราะล้วงข้อมูลลับจากใครหลายคนจึงไม่กล้าบ่นเจาะจงให้กับใครโดยเฉพาะ
“เงินค่าจ้างเพิ่งได้มาต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่หรือวะเนี่ย?” สุนทรบ่นขณะเก็บกวาดคอมพิวเตอร์ที่เสียหายจากการถูกโจมตี
ด้านลูกน้องทหารคนหนึ่งที่เก่งกาจซึ่งหยางเจียอีว่าจ้างให้ตามสืบค้นข้อมูลของจ้าวหลงก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกับสุนทรนั่นคือเครื่องคอมพิวเตอร์เสียหายจนไหม้หมดเช่นกัน
“บัดซบ! อะไรกันวะ?กำลังจะตามหาข้อมูลเจออยู่แล้วเชียว เขาต้องอยู่ในประเทศไทยแน่ๆแจ้งคุณเจนนี่ไปแค่นี้ก่อนละกัน”
ขณะที่คังเส้าชิงหยิบโทรศัพท์เตรียมส่งข้อความแจ้งหยางเจียอีพลันมีสัญญาณเตือนพร้อมข้อความระบุบนหน้าจอเขาทันทีว่า
“หากไม่ต้องการเกิดภัยพิบัติมากกว่านี้หยุดสืบค้นข้อมูลจ้าวหลง รวมทั้งหยุดให้ข้อมูลกับใครทั้งสิ้น มิเช่นนั้นจะถูกดูดเงินจากบัญชีหนึ่งเป็นการเตือนล่วงหน้า”
“ติ๊ง!”
“เงินในบัญชีของท่านจำนวน......หยวนถูกโอนให้มูลนิธิโรงเรียนในชนบทเรียบร้อยขอบคุณน้ำใจจากท่านเป็นอย่างยิ่ง”
“ฮะ! อะไรกันวะ?อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่โทรหรือส่งข้อความบอกแล้ว หยุดทำบ้ากับฉันเสียที!”
คังเส้าชิงขนลุกด้วยความหวาดกลัวในการตอบโต้จากคนของจ้าวหลงเขาไม่คาดคิดว่าการอาจหาญสืบค้นข้อมูลเจ้าหน้าที่ทางการทหารคนหนึ่งจะได้รับผลตอบแทนอันแสนเจ็บปวดเช่นนี้ทำให้เขาบล็อกหมายเลขติดต่อของหยางเจียอีทันทีเนื่องด้วยเขารับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นได้อย่างง่ายดาย
“นี่ฉันไปยุ่งเกี่ยวกับเทพหรือมารกันแน่? ผู้พันจ้าวมีความลับซ่อนอยู่มากเสียจริงแต่ฉันไม่กล้าล้วงคองูเห่าอีกแล้ว ซวยฉิบหาย เงินค่าจ้างได้มาไม่คุ้มกับที่เสียไปเลย มารดามันเถอะ!”
คังเส้าชิงสบถอย่างหัวเสียที่จู่ๆต้องมาเสียเงินจำนวนมากไปจากบัญชีธนาคารถึงแม้ว่าเขาจะเหลือเงินอีกบัญชีหนึ่งในจำนวนใกล้เคียงกันทว่าการที่เงินหายไปกึ่งหนึ่งย่อมสร้างความเจ็บปวดใจให้กับเขามากทีเดียว
จากสถานการณ์ตอบโต้ของหยวนลี่หยางที่ส่งตรงถึงสองแฮ็กเกอร์ปลายแถวทำให้หยางเจียอีและสุพิชชายังไม่ล่วงรู้ข้อมูลของจ้าวหลงที่นอนป่วยอยู่ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลฟิวเจอร์แต่อย่างใด
..........
กันตภัทรเขมาสรณ์ ชายหนุ่มที่เคยยกหนังสือเรียนรู้ภาษาจีนให้ณิชาเขาฝึกงานและทำหน้าที่ได้ดีจนได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่ดูแลสินค้าและติดต่อกับลูกค้ารายใหญ่เจ้าหนึ่งซึ่งเขาอาสาไปทำหน้าที่ผู้ประสานงานในฐานะตัวแทนบริษัทอย่างกระตือรือร้น
“คุณแน่ใจนะเสี่ยวกันเมืองซีอานอยู่ไกล หรือว่าอยากไปท่องเที่ยวสุสานจักรพรรดิด้วย”หัวหน้างานถามเขาด้วยความแปลกใจ
“ผมแน่ใจครับผมรับรองว่าส่งของเสร็จเรียบร้อย หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะรีบกลับมาทันฝึกงานในสัปดาห์หน้าแน่นอนครับ”
กันตภัทรรับคำหัวหน้างานอย่างยินดีเขาคิดถึงใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ในหัวใจเขาตลอดเวลาพอได้ยินหัวหน้าถามถึงคนที่ต้องการไปเรียนรู้งานนอกสถานที่ โดยเป็นการส่งมอบและสาธิตสินค้าที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้นให้กับบริษัทเปิดใหม่ในเมืองซีอานทำให้เขาอาสาหัวหน้างานทันทีอย่างมีความหวัง
“โอเคถ้ามั่นใจก็เตรียมตัวให้พร้อม ออกเดินทางไปพร้อมรถพรุ่งนี้เช้าเลย”
หัวหน้างานมองเห็นความตั้งใจของลูกน้องจึงอนุญาตอย่างผ่อนคลาย
“ขอบคุณมากครับ”กันตภัทรยิ้มกว้างอย่างยินดี
ระหว่างเดินกลับที่ทำงานเพื่อตรวจสอบสินค้าอีกครั้งเขาพึมพำอย่างมีความสุขเป็นครั้งแรกที่เริ่มต้นฝึกงานที่นี่ว่า
“ผมคิดถึงคุณจังเลยไม่รู้ว่าไปเมืองซีอานคราวนี้ ผมจะมีโอกาสพบคุณอีกไหม?สาธุ!ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบันดาลให้ผมพบกับเหยาเหยาด้วยเถิด เพี้ยง!”
กันตภัทรถือโอกาสเรียกหาสิ่งพึ่งพาทางจิตใจเพื่อเสริมความมั่นใจกับตัวเองถึงแม้ว่าเขาจะมีความหวังน้อยนิด ทว่าเขาก็หวังที่จะได้พบหญิงในดวงใจผู้ที่ทำให้เขานอนหลับและเพ้อฝันอย่างมีความสุขในทุกคืนวัน
..........
ฝ่ายณิชาที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากนั้นหลายชั่วโมงซึ่งเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดีเธอเหลือบมองเห็นไป๋มี่และลูกชายนั่งดูแลเธออยู่ โดยพบว่าสภาพแวดล้อมยังคงเป็นสถานที่พักค้างแรมแห่งเดิมแสดงว่าทีมเสือขาวไม่ได้โยกย้ายสถานที่พักไปที่อื่นแต่อย่างใด
ไป๋มี่เหลือบมองเห็นณิชาลืมตาและกำลังดันตัวเองลุกขึ้นนั่งพอดีจึงปราดเข้ามาช่วยและถามอย่างห่วงใยว่า
“เป็นยังไงบ้างเหยาเหยา? ดีนะที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร โชคดีจริงๆฉันละใจหายใจคว่ำหมดเลย”
“จริงด้วยแม่นั่งอยู่ไม่เป็นสุขเลย คงกลัวว่าน้องสาวจะช็อกจนไม่ตื่นขึ้นมาอีก”จงลู่จิวพูดเสริมท่าทางของแม่ตามจริง
“ขอบคุณมากค่ะฉันไม่เป็นอะไรแล้ว พวกพี่ชายทีมเสือขาวละคะ?”
ณิชากล่าวขอบคุณสองแม่ลูกด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเธอสอบถามถึงทีมเสือขาวด้วยความกังวลเพราะไม่แน่ใจว่าเสียงร้องห้ามของตนนั้นสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้หรือไม่
“ทุกคนปลอดภัยดีแน่ะ! พูดถึงก็มาพอดีเลย”ไป๋มี่ตอบณิชาพร้อมกับได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคนเดินตรงมาที่เต็นท์ของณิชา
ไป๋มี่ลุกออกไปจากเต็นท์ณิชาอย่างรู้งานเพราะเข้าใจสัญญาณจากหนึ่งในสี่คนที่ส่งสัญลักษณ์ให้เธอหลบออกไปชั่วคราว
เมื่อไป๋มี่และจงลู่จิวลุกออกไปแล้วโดยทิ้งณิชาไว้กับทีมเสือขาวทั้งสี่คนกวางคุนเริ่มต้นสอบถามณิชาด้วยความประหลาดใจว่า
“คุณเหยารู้ได้ยังไงครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตรงนั้น?”
“แค่พวกคุณปลอดภัยก็ดีแล้วทำไมไม่คิดกลับกันบ้างละคะ ว่าทำไมฉันถึงต้องไปรับการสอบสวนจากพวกคุณที่นั่นด้วยฉันไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าพวกคุณจะเลือกสถานที่แห่งนั้นตลอดเวลาฉันเคยย่างกรายไปที่นั่นหรือคะ?หรือว่าฉันส่งสัญญาณแจ้งใคร?ถ้าฉันบอกว่ามันรู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณของฉันเอง พวกคุณเชื่อฉันไหมคะ?”
ณิชารู้สึกหงุดหงิดใจที่พบว่าความหวังดีของตนที่เอ่ยปากตะโกนเตือนพวกเขาไปโดยเธอต้องทุ่มเทใช้พลังจิตตรวจสอบสถานที่รอบข้างทั้งอาคารอย่างกังวลนั้นจะได้รับท่าทางหวาดระแวงจากพวกเขาเช่นนี้ จึงโพล่งความรู้สึกออกมาโดยไม่ต้องการแสดงท่าทางเกรงกลัวพวกเขาอีกต่อไปเพราะเธอมั่นใจแล้วว่าตนเองสามารถตามหาเส้นทางสู่สุสานปริศนาได้อย่างแน่นอน
“ใจเย็นก่อนครับเหยาเหยาพวกเรายังไม่ได้ต่อว่าอะไรคุณเลย อย่าเพิ่งคิดไปก่อนยังงั้นสิครับ”
เจียงเว่ยถิงเป็นคนพูดปลอบใจณิชาด้วยความรู้สึกเห็นใจเธอเนื่องด้วยเขาสัมผัสได้ว่าการแจ้งเตือนของเธอนั้นเกิดจากสัญชาตญาณอย่างแท้จริงไม่ใช่การเสแสร้งเพื่อให้พวกเขาเชื่อมั่นจนหลงกลเธอแต่อย่างใด
“ใช่ครับพวกเราแค่แปลกใจก็เลยอยากรู้ แต่พวกเราตั้งใจมาขอบคุณที่เตือน อย่าคิดมากเลยครับถึงยังไงพวกเราก็ต้องเดินทางร่วมกันอีกไกลอย่าให้เรื่องแค่นี้บั่นทอนความเชื่อมั่นในทีมด้วยกันสิครับ”
กวางคุนเปลี่ยนท่าที่และคำพูดของตนใหม่เมื่อพบท่าทางต่อต้านและไม่พึงพอใจจากหญิงสาวเขาพบว่าอารมณ์เธอแปรปรวนมากขึ้นซึ่งตรงกับที่เพื่อนเคยเตือนก่อนหน้าที่จะมาพบเธอ
“จริงด้วยครับคุณเหยาอย่าโกรธพวกเราเลย ควรเป็นพวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณมิเช่นนั้นพวกเราคงหลบระเบิดไม่ทัน”
เยียนตันเข้าใจอารมณ์ร้อนเย็นของหญิงสาวเป็นอย่างดีซึ่งเขาคิดว่าเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์แน่นอนจึงช่วยเพื่อนอธิบายให้ณิชาเข้าใจ
ณิชาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ท่าทางเคร่งเครียดเกินเหตุของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดจึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ไม่โกรธก็ได้ค่ะถ้ามีอะไรให้ถามฉันตรงๆ เลย แล้วพวกคุณตรวจสอบพื้นที่แห่งนั้นแล้วหรือคะ?”
ณิชาสอบถามเรื่องการตรวจสอบอาคารที่ถูกฝังระเบิดไว้จนทำให้เธอต้องเค้นพลังจิตออกมามากเช่นนี้ด้วยความสงสัย
“ตรวจสอบแล้วน่าจะเป็นฝีมือของพวกคาซัคสถานนั่นแหละพวกมันคงล่วงรู้ข้อมูลบางอย่างของสุสานเหมือนพวกเราไม่งั้นจะเลือกพื้นที่สูงที่มองเห็นดวงดาวชัดเจนแบบนั้นหรือครับ?”
โหวเส้าเฟิงคนพูดน้อยเปิดปากบอกความจริงให้ณิชารับรู้เนื่องด้วยที่ผ่านมานั้นทีมเสือขาวพบประโยชน์จากนิทานของหญิงสาวจนสามารถถอดรหัสได้บางส่วนทว่านิทานเรื่องนั้นยังไม่จบจึงไม่สามารถระบุเส้นทางที่แน่ชัดได้ทุกคนจึงพร้อมใจกันมาเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าต่อ จนเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกันเช่นนี้
“มิน่าเล่าฉันถึงรู้สึกแปลกๆ” ณิชาพยักหน้ารับและพูดความรู้สึกตนเองออกมาอีกครั้ง
อนึ่งเธอมีสัญชาตญาณที่แม่นยำจึงกล้าที่จะเสี่ยงใช้พลังเอสเปอร์โดยตรงซึ่งเธอรู้สึกโล่งอกที่ทุกคนปลอดภัย
“พวกมันคงฝังระเบิดเพื่อสังหารพวกเราที่ขึ้นไปค้นหาเส้นทางแต่พวกเรากำจัดพวกมันได้ก่อน ตอนนี้จึงยังไม่ต้องกังวลครับ”
เยียนตันบอกข้อมูลเพิ่มเติมให้หญิงสาวรับรู้เพราะถึงอย่างไรตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นพวกเดียวกันที่จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้บรรลุเป้าหมายสำคัญ
ณิชาพยักหน้าเข้าใจซึ่งเธอรู้สึกโล่งใจส่วนหนึ่งที่ทีมสามารถกำจัดศัตรูได้แต่เธอเข้าใจเป็นอย่างดีว่าศัตรูจะต้องเข้ามาเสริมอีกอย่างแน่นอนฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องรีบค้นหาสุสานให้พบโดยเร็วที่สำคัญคือต้องค้นพบและไปถึงสุสานก่อนศัตรู
“เหยาเหยาบอกเส้นทางที่เหลืออีกได้ไหมครับ?”
เจียงเว่ยถิงเหลือบมองเห็นณิชาอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วจึงบอกเธอโดยตรงให้ช่วยพูดถึงนิทานอีกครั้งเพื่อที่พวกเขาจะได้ช่วยกันถอดรหัสเส้นทางสู่สุสานได้ครบถ้วนเนื่องด้วยเขารับรู้แล้วว่าหญิงสาวชอบการพูดอย่างตรงไปตรงมามากกว่าอ้อมค้อมเหมือนหญิงสาวทั่วไป
ณิชาพยักหน้าเข้าใจพลางร้องขอพวกเขาให้ช่วยจัดมุมเต็นท์ใหม่ว่า
“รบกวนเปิดหลังคาเต็นท์บางส่วนฉันต้องการมองเห็นดวงดาวสักหน่อย ได้ไหมคะ?”
เธอไม่ต้องการออกไปนอนดูดาวด้านนอกเพราะสามารถเล่านิทานพร้อมกับให้ทุกคนสังเกตเส้นทางที่จะปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่พักได้อย่างง่ายดาย
เยียนตันและโหวเส้าเฟิงช่วยกันรื้อหลังคาเต็นท์บางส่วนออกเพื่ออำนวยความสะดวกให้หญิงสาวจากนั้นทั้งสี่คนกระจายตัวกันเอนกายข้างที่นอนณิชา โดยที่หญิงสาวเอนกายลงนอนอย่างสบายใจพร้อมกับเริ่มเล่านิทานดวงดาวแห่งสันติภาพต่อจากเดิม
“ฝ่ายดีที่ต้องการสันติสุขมีสมาชิกอยู่5 ดวงดาว ฝ่ายต้องการครอบครองทุกสิ่งมีอยู่ 3 ดวงดาวสุดท้ายหนึ่งในสามดวงดาวที่มีชื่อว่า ดาวเจอรัลพวกมันบุกทำลายล้างดาวเคราะห์ที่อุดมด้วยทรัพยากรและพลังงานโดยไม่สนใจกติกาของสมาพันธ์”