เมื่อสิ้นเสียงประกาศของอาวุโสเหลียงจบลง ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบก็มารวมตัวที่หน้าเวทีกันอย่างพร้อมเพรียง
หลังจากผ่านการต่อสู้ในช่วงเช้าไปแล้ว มีผู้เข้าแข่งขันถูกคัดออกไปครึ่งหนึ่ง จึงเหลือเพียงแค่ห้าสิบคนเท่านั้นที่ยืนอยู่หน้าเวที ส่วนคนอื่นๆก็กลับไปนั่งที่อัฒจันทร์ตามเดิม
"การประลองในรอบที่สองนี้ยังเป็นการประลองแบบคัดออกอีกเช่นเคย เพียงแต่จะมีการยุบรวมเวทีให้เหลือเพียงห้าเวทีเท่านั้น!"
"ซึ่งการยุบเวทีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแค่จับรวมเวทีที่หนึ่งกับเวทีที่สองเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ไล่เรียงไปตามลำดับหมายเลขจนได้ครบห้าเวทีแล้ว จะทำการสุ่มหมายเลขเพื่อต่อสู้กันเหมือนเดิม"
"เมื่อพวกเจ้าเข้าใจกันดีแล้ว จงเดินไปรวมตัวกันด้านหน้าเวทีของเจ้าเสีย!"
อาวุโสเหลียงเอ่ยออกมาให้ทุกคนได้ยินอย่างเสียงดัง
เทียนฉินเดินมาถึงบริเวณลานประลองที่สามซึ่งเป็นเวทีใหม่ของเขา ก่อนจะหาที่ว่างแล้วยืนสังเกตดูผู้คนอย่างเงียบๆ
และหลังจากเริ่มประลองได้ไม่นาน การต่อสู้ระหว่างศิษย์ระดับผันแปรขั้นกลางกับขั้นปลายก็ดุเดือดกว่าตอนเช้ามากมาย จนในที่สุดก็ถึงตาเทียนฉินได้ขึ้นไปต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง
"รอบต่อไปหมายเลขหกสิบสี่ต่อสู้กับหมายเลขเก้าสิบสอง อาวุโสแผนกคุมกฎกล่าวออกมาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
เทียนฉินที่ได้ยินเสียงขานเรียกหมายเลขตนเอง ก็เดินออกมาก่อนกระโดดขึ้นไปบนลานประลองอย่างว่องไว
เมื่อทั้งสองคนได้ขึ้นเวทีกันแล้ว อาวุโสแผนกคุมกฎคนนั้นก็ประกาศให้เริ่มการต่อสู้ทันที เมื่อสิ้นเสียงอาวุโสคนนั้นชายฝั่งตรงข้ามก็เรียกดาบออกมา พร้อมกับก้าวเดินไปทางไปทางเทียนฉินอย่างไม่เกรงกลัว
เทียนฉินยืนดูชายคนนั้นเดินเข้ามาโดยไม่ขยับเขยื้อน แต่ภายในก็คอยขับเคลื่อนลมปราณไว้ตลอดเวลา
เมื่อชายคนนั้นพุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับเหวี่ยงดาบในมือออกมา เทียนฉินก็ไม่ยืนรอให้เป็นเป้าอย่างแน่นอน รีบใช้ท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราหลบคมดาบนั้นอย่างว่องไว ก่อนจะซัดหมัดโต้กลับออกไปอย่างไม่ออมแรง
มังกรสีส้มปรากฎอยู่ด้านหลังของเทียนฉินก่อน กงเล็บอันแหลมคมจะแหวกอากาศเข้าตะปปชายคนนั้นอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
กงเล็บสีส้มปะทะกับดาบของชายคนนั้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สีหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากการปะทะกันครั้งแรก ก่อนจะพุ่งมาอยู่ตรงหน้าเทียนฉินจากนั้นก็ฟาดฟันดาบลงมาพร้อมกับเปลวเพลิงสีแดงเข้มอย่างฉับไว
เทียนฉินที่เตรียมตัวพร้อมอยู่เสมอตั้งแต่แรกแล้ว ในจังหวะที่ดาบฟาดลงมาเขาก็ง้างแขนเหวี่ยงหมัดเข้าปะทะกับดาบพร้อมกับปลดปล่อยเปลวเพลิงอัคนีออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
เปรี้ยง!
ชายคนนั้นคาดไม่ถึงว่าเทียนฉินจะไม่หลบหลีกเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังใช้หมัดออกมารับกับดาบเขาโดยตรงอีกด้วย ต้องบอกก่อนว่าแม้ชายคนนี้จะมีระดับพลังเท่าเทียมกับเทียนฉินคือระดับผันแปรขั้นกลาง แต่ชายคนนั้นก็เคยติดอยู่ในกระดานเกียรติยศมาแล้ว
ทั้งสองต่างถอยร่นออกมาทั้งคู่ ก่อนที่ชายคนนั้นจะพุ่งเข้าหาเทียนฉินอีกครั้งด้วยท่วงท่าที่แตกต่างไปจากเดิม
คลื่นยักษ์สีแดงพุ่งขึ้นฟ้าก่อนกลายร่างเป็นกระทิงสีแดงขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ก่อนจะกระโจนไปทางเทียนฉินพร้อมกับเขาแหลมคมคู่หนึ่ง
เทียนฉินเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมามุมปาก เขาคิดว่านี่คงเป็นท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของชายคนนี้แล้วแน่นอน จากนั้นจึงใช้ท่วงท่ากงเล็บมังกรผสานกับเปลวเพลิงอัคนี ก่อนจะเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างเต็มกำลัง
ที่เขาไม่ได้ใช้ดาบออกมาต่อสู้นั้น ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกคู่ต่อสู้หรืออย่างไร เพียงแต่เขาอยากเคี่ยวกรำกายเนื้อของเขาดูว่ามันมีความสำเร็จเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนกับทักษะดาบหรือไม่นั่นเอง
ตู้ม!
กระทิงสีแดงเพลิงขนาดใหญ่ปะทะกับมังกรสีส้มของเพลิงอัคนี จนคลื่นจากการปะทะขยายออกมาเป็นวงกว้าง กระทั่งผู้อาวุโสฝ่ายคุมกฎคนนั้นต้องกางม่านพลังออกมาครอบคลุมลานประลองไว้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากคลื่นพลังนี้
ชายคนนั้นตกตะลึงเล็กน้อยก่อนหรี่ตาทั้งคู่มองมายังเทียนฉินไม่วางตา เทียนฉินไม่รอช้าเป็นฝ่ายบุกกลับไปบ้าง มังกรเพลิงอัคนีปรากฏออกมาอีกครั้งแต่คราวนี้มีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว มังกรเพลิงอัคนีสองตัวอ้าปากร้องคำรามออกมาก่อนพุ่งเข้าหาชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
ชายคนนั้นไม่เกรงกลัวเหมือนกัน ฟาดดาบปลดปล่อยกระบวนท่าออกมาเป็นกระทิงตัวใหญ่สีแดงเพลิงอีกครั้ง
เปรี้ยง!
มังกรเพลิงอัคนีเข้าปะทะกับกระทิงสีแดงเพลิงนั้นอีกครั้ง แต่มีหรือที่มังกรสองตัวจะพ่ายแพ้กระทิงตัวเดียวได้
หลังจากที่ทำลายกระทิงสีแดงเพลิงตัวนั้นได้แล้ว มังกรเพลิงอัคนีที่เหลืออยู่อีกตัวก็พุ่งเข้าใส่ชายคนนั้นอย่างไม่ปราณี
ตู้ม!
มังกรเพลิงอัคนีเข้ากระแทกกับดาบของชายคนนั้นอย่างรุนแรง จนทำให้เขาปลิวกระเด็นไปไกล
พื้นที่ลานประลองตอนนี้ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงและมีเสียงดังตูมตามออกมาอย่างไม่ขาดสาย การต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้ทำให้ผู้ชมที่อยู่บนอัฒจันทร์ต่างพากันมองมาอย่างตื่นเต้น
ชายคนนั้นใช้ดาบยันตัวเองขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนใช้มืออีกข้างเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างไม่สนใจ เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ชายคนนี้ได้สิ้นเปลืองพลังปราณไปมากและคงไม่อาจยืนหยัดต้านทานได้นานแน่
ชายชุดฟ้าส่งเสียงคำรามออกมา ก่อนจะมีเส้นเอ็นปูดโปนอยู่ตามแขนของเขา เห็นได้ชัดว่าคงจะเตรียมตัวใช้ท่าไม้ตายออกมาแน่นอน
เทียนฉินไม่ได้ให้โอกาสเขามากนัก พุ่งทะยานเข้าหาก่อนปลดปล่อยมังกรเพลิงอัคนีสองตัวออกมาอีกครั้ง
กระทิงเพลิงสีแดงปรากฏตัวด้านบนเหนือร่างของชายคนนั้น ส่วนที่แตกต่างไปจากเดิมคือเงาร่างอีกร่างที่เกิดมา แม้ว่ายังไม่ชัดเจนมากนักแต่ก็พอมองออกว่าเป็นเงาร่างของกระทิงอีกตัวแน่นอน
เดิมทีกระทิงเพลิงตัวเดียวก็สิ้นเปลืองพลังปราณของชายคนนั้นมากอยู่แล้ว พอถูกมังกรเพลิงอัคนีโจมตีมาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ก็ไม่อาจต้านทานไหวได้ก่อนจะถูกซัดกระเด็นไปอีกรอบ
ตุ้ม!
คลื่นเปลวเพลิงสีส้มกับสีแดงกระจายออกไปรอบเวที ก่อนที่พลังของมังกรเพลิงอัคนีที่ยังหลงเหลืออยู่ จะพุ่งกลับเขามาในตัวของเทียนฉิน
หลังจากเสียงการต่อสู้เงียบสงบลงแล้ว ชายคนนั้นก็เดินออกมาจากเปลวอย่างเชื่องช้า เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งไม่มีชิ้นดี ตามเนื้อตัวต่างมีบาดแผลขนาดต่างๆให้เห็นอยู่เต็มไปหมด
"ข้ายอมแพ้" ชายคนนั้นมองเทียนฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทั้งๆที่ตัวเขาเองมีสภาพสะบักสะบอมขนาดนี้ แต่ตัวเทียนฉินกลับที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย
"ขอบคุณที่ออมมือ" เทียนฉินประสานมือคารวะ จากนั้นก็เดินลงเวทีโดยไม่กล่าวอะไรออกมาอีกครั้งนี้เขาสิ้นเปลืองพลังงานไปมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่เขายอมรับได้เนื่องจากเขาอยากขัดเกลาฝีมือของตนนั่นเอง
เมื่อหาที่สงบๆได้เทียนฉินก็มองออกไปดูการต่อสู้ของเวทีอื่น สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ตรงลานประลองที่สี่ ผู้ที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดบนลานประลองนี้ไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือเซียงปิงหยวนศิษย์พี่ของเขานั่นเอง เห็นได้ชัดเลยว่าการต่อสู้ของเซียงปิงหยวนนั้นก็ได้พบกับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นกัน
คู่ต่อสู้ของเขาเป็นชายรูปร่างใหญ่ใช่กระบี่เหมือนกันกับศิษย์พี่ของเขา ในขณะนี้เซียวปิงหยวนกำลังกระตุ้นกระบี่ยาวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พอฟันมันลงมา ปราณกระบี่สีแดงจำนวนมากจำนวนมากก็พุ่งยิงออกไปด้วยเสียงอันดัง อานุภาพของมันน่าตกใจเป็นอย่างมาก
"นี่คงเป็นเคล็ดวิชาที่อาจารย์ถ่ายทอดให้เป็นแน่!"เทียนฉินคิดอยู่ในใจหลังจากเห็นเซียวปิงหยวนปลดปล่อยกระบวนท่าออกมา เพราะอาจารย์เคยบอกไว้ว่าเขามีเคล็ดวิชากระบี่ซึ่งไม่เหมาะกับเทียนฉินที่ใช้ดาบในการต่อสู้
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือเมื่อปราณกระบี่ที่ทะลักออกมาราวกับสายน้ำ ชายร่างใหญ่คนนั้นปล่อยพลังออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกัน ก่อนปลดปล่อยกระบวนท่าออกมาต้านทานไว้ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อปราณกระบี่จำนวนมากปะทะกับกระบี่ของชายร่างใหญ่คนนั้นก็มีเสียงดังราวกับฟ้าผ่า ก่อนคลื่นพลังปราณจะกระจายหายไปอย่างไร้ร่องเลย
เซียวปิงหยวนมีแววตาเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ก่อนฟาดกระบี่ยาวออกไปอีกครั้ง ปราณกระบี่ผสานกับเปลวเพลิงสีแดงหลายสายพุ่งเข้าใส่ชายร่างใหญ่คนนั้นราวกับงูที่พุ่งเข้าหาเหยื่อ
ชายร่างใหญ่เห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้า ปลดปล่อยเปลวเพลิงสีแดงออกมาหุ้มกระบี่ไว้เหมือนกันก่อนฟาดกระบี่ในมือสวนออกไป
เปรี้ยง!
คลื่นพลังรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้แตกต่างจากที่เทียนฉินต่อสู้มากนัก จนอาวุโสที่ดูแลอยู่บนเวทีต่องรีบกางม่านพลังขึ้นมาป้องกันอย่างเร่งด่วน
จบตอนที่ 64