"คัมภีร์ไท่หยาง!"
เหล่าอัจฉริยะจากเผ่ามนุษย์จำนวนมากต่างเบิกตากว้างด้วยความสนใจ
เผ่าอีกาทองคำผู้ครองดาวโบราณอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นจะมีมรดกตกทอดอันยาวนานก็มิแปลก
การครอบครองคัมภีร์โบราณที่จักรพรรดิหยางแห่งเผ่ามนุษย์ทิ้งไว้นั้นก็ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด
หลายคนต่างรู้ดีแต่เป็นเวลานานมาแล้วที่ไม่มีผู้แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ใดกล้าไปหยิบยืมคัมภีร์ ณที่แห่งนั้น
เพราะอำนาจที่เหลืออยู่ของบรรพชนอีกาทองคำยังคงอยู่และเกรงว่าอาจยังมีชีวิตอยู่ด้วย
แต่ก็คิดไม่ถึงว่ามู่เวิ่นเซียนจะแข็งแกร่งถึงขนาดกล้าจับตัวทายาทสวรรค์อีกาทองคำและสั่งให้ไปคัดลอกคัมภีร์มา
สมวลีดังว่า บิดาเป็นเช่นไรบุตรย่อมเป็นเช่นนั้น
ถ่ายทอดความแข็งแกร่งไร้เทียมทานของสายโลหิตกายาศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้แทบจะหมดจด
"ให้ข้าคัดลอกคัมภีร์สุริยัน!"
"เจ้าอย่าหวังเลย!!"
จินจวิ้นเจ๋อคำรามเสียงดังลั่นไม่ยอมจำนน
เขาคือบุตรสวรรค์จากเผ่าที่แข็งแกร่งเช่นกันไม่ว่ามองไปที่ใดก็สูงส่งเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตนับล้านในหมู่ดาว
แม้จะถูกกดข่มด้วยปราณโกลาหลอันท่วมท้นรัศมีก็มิได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย
"หึ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
บนใบหน้าอ่อนเยาว์ของมู่เวิ่นเซียนฉายแววเดือดดาลดวงตาพลันฉายแสงวิถีสองสาย
หัตถ์ที่กางอยู่กลางอากาศหดกลับไปกะทันหัน
ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นเช่นนั้นต่างก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง ในใจพลันบังเกิดความคิดขึ้นพร้อมกัน
มู่เวิ่นเซียน...ดูเหมือนจะกล้าสังหารทายาทสวรรค์ของเผ่าอีกาทองคำจริงๆ!
นี่หาใช่การข่มขู่ไม่!
"อ๊าก!!!"
ใบหน้าของจินจวิ้นเจ๋อบิดเบี้ยวส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด กระดูกทั่วร่างถูกบีบจนดังกร๊อบๆแตกหักไปไม่รู้กี่ท่อน
โลหิตสีทองสายเล็กๆไหลออกมาจากกายเนื้อที่แข็งแรงของเขาราวกับพร้อมที่จะระเบิดเป็นหมอกโลหิตได้ทุกเมื่อ!
"เด็กหนุ่มแห่งตระกูลมู่!"
"อย่าเหิมเกริมเกินไปนัก!"
"บรรพชนของข้ายังคงมีชีวิตอยู่การกระทำของเจ้าจะนำมาซึ่งภัยพิบัติอันใหญ่หลวงแก่ดาวฝังจักรพรรดิ!"
องครักษ์คนหนึ่งของเผ่าอีกาทองคำตะเบ็งเสียงสุดกำลังแต่กลับไม่กล้าเข้าไปช่วย
ผู้สืบทอดสายตรงของตระกูลมู่อยู่ที่นี่หลายคนและยังมีอาวุธจักรพรรดิติดข้างกาย
หากเผลอตัวเปิดฉากรบ พวกเขาคงเสียเปรียบตัวอย่างของราชันย์เนตรเงินทั้งสองก็มีให้เห็นแล้ว
บางทีอาจจะต้องเสียบุตรสวรรค์ไปอีกสองคน
แม้พวกเขาจะรอดชีวิตกลับไปยังดาวของตนก็คงต้องได้รับบทลงโทษอย่างสาสม!
"บรรพชนอีกาทองคำ?"
มู่เวิ่นเซียนเลิกคิ้วขึ้นเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
"ผู้ที่ฝืนมีชีวิตอยู่มาหลายภพแต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุวิถีได้ เป็นพวกขยะที่ไม่คู่ควรจะข่มขู่ข้า!"
"เขตต้องห้ามทั้งเจ็ดของตงฮวงมีสุดยอดปรมาจารย์โบราณซ่อนตัวอยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไรต่อเท่าไร"
"หากบรรพชนอีกาทองคำมีความกล้าจงมาสังหารข้าเสียสิ!"
"เจ้า!"
องครักษ์ของเผ่าอีกาทองคำโกรธจนผมตั้งชี้ขนปีกตั้งตรง ชี้มือออกไปอยู่นาน แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
เขาไม่เคยคิดเลยว่าการยกเอาบรรพชนของเผ่าอีกาทองคำมาอ้างจะมิอาจขู่เด็กหนุ่มผู้นี้ได้เลย!
ซ้ำยังถูกเยาะเย้ยกลับด้วย
สีหน้าของบุตรสวรรค์และองครักษ์อีกสองคนก็ยิ่งถมึงทึงราวกับกำลังตรึกตรองอย่างหนัก
"ข้าไม่มีความอดทนมากนัก"
"จะนับถึงสามเท่านั้น"
"หลังจากนับสาม วิญญาณดับ ร่างสลาย!"
ดวงตาเย็นเยียบของมู่เวิ่นเซียนตวัดลงมาอย่างแข็งกร้าว
ยากจะจินตนาการว่านี่คือคำพูดและการกระทำของเด็กชายอายุสิบขวบ
ไม่รู้จริงๆว่ามู่เสินฉวนแห่งทะเลไร้สิ้นสุดสอนสั่งบุตรอย่างไรถึงได้ไร้ซึ่งความเกรงกลัวเช่นนี้
"สาม"
"สอง"
"..."
เสียงนับถอยหลังราวมัจจุราชรอเกี่ยววิญญาณดังก้องไปทั่วผืนดินแห่งนี้กระตุกให้หัวใจของผู้ฝึกตนในที่แห่งนั้นเต้นระรัว
จินจวิ้นเจ๋อที่ถูกหัตถ์จับเอาไว้ยังคงส่งเสียงร้องน่าสังเวชชวนให้ขนลุกพอง
แม้แต่แสงสีทองก็ยังหม่นแสงลงไปมากจากท่าทางนั้นแล้วคงทนต่อไปอีกไม่ไหว
"หนึ่ง!"
และในขณะที่เสียงสุดท้ายดังขึ้น
บุตรสวรรค์แห่งเผ่าอีกาทองคำอีกคนจินเหยาก็พลันตะโกนเสียงดัง
"เดี๋ยวก่อน!"
"เราจะคัดลอกให้!"
"หึ"
มู่เวิ่นเซียนแค่นเสียงเย็นชาเหลือบตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ปราณโกลาหลก็หยุดบีบรัดจินจวิ้นเจ๋อจึงรอดพ้นจากความหายนะไปได้
ในขณะนั้นเองบนใบหน้าของเขาปรากฏสีหน้าสะพรึงกลัวพร้อมหายใจหอบถี่
เมื่อครู่นี้เงาแห่งความตายได้เกาะกุมหัวใจเขาเอาไว้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากลังเลไปอีกนิดเดียววิญญาณและกายเนื้อของเขาจะต้องถูกบดขยี้จนแหลก
เด็กหนุ่มตระกูลมู่แห่งดาวฝังจักรพรรดิผู้นี้ช่างบ้าบิ่นเสียเหลือเกิน!
พวกเขาเผ่าอีกาทองคำเดินทางไปทั่วจักรวาลสัมผัสกับดาวโบราณมาก็นับไม่ถ้วน
แต่ไม่เคยมีใครกล้าปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นนี้มาก่อน!
ช่างน่าอดสูนัก!
จินเหยาไม่กล้าเสียเวลาเอื้อมมือไปหยิบม้วนกระดาษเปล่าขึ้นมากัดฟันสลักตัวอักษรโบราณที่เรียงรายกันแน่นขนัดลงไป
จากนั้นก็โยนมันขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไม่เต็มใจ
มู่เวิ่นเซียนรับมันเอาไว้ดวงตาที่คมกริบกวาดมองไปบนม้วนกระดาษนั้น
เมื่อตอนที่ยังเด็กเขาเคยติดตามปรมาจารย์หยั่งกำเนิดของตระกูล มู่อวี่เซิงไปเรียนรู้อักขระโบราณมานับสิบยุคสมัย
อีกทั้งยังใกล้ชิดกับเต๋าธรรมชาติย่อมมองออกถึงความจริงแท้ของคัมภีร์นี้ได้
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหัตถ์โกลาหลที่พันธนาการจินจวิ้นเจ๋อก็สลายหายไป
ร่างเต็มไปด้วยโลหิตของจินจวิ้นเจ๋อโงนเงนบริเวณเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกระดูกซี่โครง
องครักษ์ทั้งสองเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปประคองเขาเอาไว้ นำโอสถจักรพรรดิที่มีอายุยาวนานออกมาจากแหวนมิติแล้วป้อนให้เขากินเพื่อฟื้นฟูบาดแผล
มู่เวิ่นเซียนดึงสายตากลับมาจากนั้นก็สะบัดนิ้ว แสงทิพย์นำพากระดาษม้วนนั้นไปยังเบื้องหน้าของมู่เช่อ
มู่เช่อคือผู้ที่บิดาของเขาแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดสายตรงผู้ครองกายทิพย์หยาง
ถึงแม้ฝึกฝนคัมภีร์อื่นๆจะไม่ได้มีผลเสียอะไร แต่ท้ายที่สุดแล้วคัมภีร์ที่จักรพรรดิหยางสร้างขึ้นมานั้นเหมาะสมกับเขาที่สุดและจะช่วยให้มู่เช่อหยั่งรู้พลังแห่งสายโลหิตนี้ได้อย่างรวดเร็ว
ในวันที่บรรลุความสำเร็จจนเป็นจักรพรรดิภายใต้หมู่ดาวเขาก็ขึ้นเป็นเสาหลักของตระกูลมู่ได้!
"ขอบคุณ ท่านผู้นำตระกูลน้อย!"
มู่เช่อรับมันมา สีหน้าดีใจเป็นอย่างยิ่งรีบโค้งคำนับเขา
มู่ฉิงที่อยู่ด้านข้างก็โค้งคำนับพร้อมกันดวงหน้ามนที่เริ่มปรากฏเค้าแห่งความงามเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เมื่อครั้งอดีตผู้นำตระกูลได้ใช้พลังของทั้งตระกูลตามหาวารีมายาและผลปฐพีธาตุเพื่อช่วยให้คู่แฝดขจัดเคราะห์ร้ายไปได้
วันนี้ท่านผู้นำตระกูลน้อยก็มอบคัมภีร์โบราณของมหาจักรพรรดิหยางให้อีก
พวกนางไม่รู้จริงๆ ว่าจะขอบคุณอย่างไรดี
"ไปกันเถอะ"
"ไปเยี่ยมแดนของเผ่าเนตรเงินกันสักหน่อย!"
มู่เวิ่นเซียนมองไปยังผู้สืบทอดสายตรงรุ่นก่อนของตระกูลมู่ทั้งสองคน
"ขอรับ!"
มู่ฮ่าวและมู่อู๋ซวงประสานมือคารวะจากนั้นร่างก็วูบไหว ขึ้นมาอยู่บนเรือรบม่วงทอง
ไม่กี่อึดใจต่อมาแสงสีม่วงทองสายหนึ่งก็แหวกผ่านห้วงเวหาหายลับไปจากสายตาของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนที่จับจ้อง