ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 7 บทที่ 195 คัมภีร์ไท่หยาง!

            "คัมภีร์ไท่หยาง!"

            เหล่าอัจฉริยะจากเผ่ามนุษย์จำนวนมากต่างเบิกตากว้างด้วยความสนใจ

            เผ่าอีกาทองคำผู้ครองดาวโบราณอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นจะมีมรดกตกทอดอันยาวนานก็มิแปลก

            การครอบครองคัมภีร์โบราณที่จักรพรรดิหยางแห่งเผ่ามนุษย์ทิ้งไว้นั้นก็ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด

            หลายคนต่างรู้ดีแต่เป็นเวลานานมาแล้วที่ไม่มีผู้แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ใดกล้าไปหยิบยืมคัมภีร์ ณที่แห่งนั้น

            เพราะอำนาจที่เหลืออยู่ของบรรพชนอีกาทองคำยังคงอยู่และเกรงว่าอาจยังมีชีวิตอยู่ด้วย

            แต่ก็คิดไม่ถึงว่ามู่เวิ่นเซียนจะแข็งแกร่งถึงขนาดกล้าจับตัวทายาทสวรรค์อีกาทองคำและสั่งให้ไปคัดลอกคัมภีร์มา

            สมวลีดังว่า บิดาเป็นเช่นไรบุตรย่อมเป็นเช่นนั้น

            ถ่ายทอดความแข็งแกร่งไร้เทียมทานของสายโลหิตกายาศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้แทบจะหมดจด

            "ให้ข้าคัดลอกคัมภีร์สุริยัน!"

            "เจ้าอย่าหวังเลย!!"

            จินจวิ้นเจ๋อคำรามเสียงดังลั่นไม่ยอมจำนน

            เขาคือบุตรสวรรค์จากเผ่าที่แข็งแกร่งเช่นกันไม่ว่ามองไปที่ใดก็สูงส่งเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตนับล้านในหมู่ดาว

            แม้จะถูกกดข่มด้วยปราณโกลาหลอันท่วมท้นรัศมีก็มิได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย

            "หึ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"

            บนใบหน้าอ่อนเยาว์ของมู่เวิ่นเซียนฉายแววเดือดดาลดวงตาพลันฉายแสงวิถีสองสาย

            หัตถ์ที่กางอยู่กลางอากาศหดกลับไปกะทันหัน

            ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นเช่นนั้นต่างก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง ในใจพลันบังเกิดความคิดขึ้นพร้อมกัน

            มู่เวิ่นเซียน...ดูเหมือนจะกล้าสังหารทายาทสวรรค์ของเผ่าอีกาทองคำจริงๆ!

            นี่หาใช่การข่มขู่ไม่!

            "อ๊าก!!!"

            ใบหน้าของจินจวิ้นเจ๋อบิดเบี้ยวส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด กระดูกทั่วร่างถูกบีบจนดังกร๊อบๆแตกหักไปไม่รู้กี่ท่อน

            โลหิตสีทองสายเล็กๆไหลออกมาจากกายเนื้อที่แข็งแรงของเขาราวกับพร้อมที่จะระเบิดเป็นหมอกโลหิตได้ทุกเมื่อ!

            "เด็กหนุ่มแห่งตระกูลมู่!"

            "อย่าเหิมเกริมเกินไปนัก!"

            "บรรพชนของข้ายังคงมีชีวิตอยู่การกระทำของเจ้าจะนำมาซึ่งภัยพิบัติอันใหญ่หลวงแก่ดาวฝังจักรพรรดิ!"

            องครักษ์คนหนึ่งของเผ่าอีกาทองคำตะเบ็งเสียงสุดกำลังแต่กลับไม่กล้าเข้าไปช่วย

            ผู้สืบทอดสายตรงของตระกูลมู่อยู่ที่นี่หลายคนและยังมีอาวุธจักรพรรดิติดข้างกาย

            หากเผลอตัวเปิดฉากรบ พวกเขาคงเสียเปรียบตัวอย่างของราชันย์เนตรเงินทั้งสองก็มีให้เห็นแล้ว

            บางทีอาจจะต้องเสียบุตรสวรรค์ไปอีกสองคน

            แม้พวกเขาจะรอดชีวิตกลับไปยังดาวของตนก็คงต้องได้รับบทลงโทษอย่างสาสม!

            "บรรพชนอีกาทองคำ?"

            มู่เวิ่นเซียนเลิกคิ้วขึ้นเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ

            "ผู้ที่ฝืนมีชีวิตอยู่มาหลายภพแต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุวิถีได้ เป็นพวกขยะที่ไม่คู่ควรจะข่มขู่ข้า!"

            "เขตต้องห้ามทั้งเจ็ดของตงฮวงมีสุดยอดปรมาจารย์โบราณซ่อนตัวอยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไรต่อเท่าไร"

            "หากบรรพชนอีกาทองคำมีความกล้าจงมาสังหารข้าเสียสิ!"

            "เจ้า!"

            องครักษ์ของเผ่าอีกาทองคำโกรธจนผมตั้งชี้ขนปีกตั้งตรง ชี้มือออกไปอยู่นาน แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

            เขาไม่เคยคิดเลยว่าการยกเอาบรรพชนของเผ่าอีกาทองคำมาอ้างจะมิอาจขู่เด็กหนุ่มผู้นี้ได้เลย!

            ซ้ำยังถูกเยาะเย้ยกลับด้วย

            สีหน้าของบุตรสวรรค์และองครักษ์อีกสองคนก็ยิ่งถมึงทึงราวกับกำลังตรึกตรองอย่างหนัก

            "ข้าไม่มีความอดทนมากนัก"

            "จะนับถึงสามเท่านั้น"

            "หลังจากนับสาม วิญญาณดับ ร่างสลาย!"

            ดวงตาเย็นเยียบของมู่เวิ่นเซียนตวัดลงมาอย่างแข็งกร้าว

            ยากจะจินตนาการว่านี่คือคำพูดและการกระทำของเด็กชายอายุสิบขวบ

            ไม่รู้จริงๆว่ามู่เสินฉวนแห่งทะเลไร้สิ้นสุดสอนสั่งบุตรอย่างไรถึงได้ไร้ซึ่งความเกรงกลัวเช่นนี้

            "สาม"

            "สอง"

            "..."

            เสียงนับถอยหลังราวมัจจุราชรอเกี่ยววิญญาณดังก้องไปทั่วผืนดินแห่งนี้กระตุกให้หัวใจของผู้ฝึกตนในที่แห่งนั้นเต้นระรัว

            จินจวิ้นเจ๋อที่ถูกหัตถ์จับเอาไว้ยังคงส่งเสียงร้องน่าสังเวชชวนให้ขนลุกพอง

            แม้แต่แสงสีทองก็ยังหม่นแสงลงไปมากจากท่าทางนั้นแล้วคงทนต่อไปอีกไม่ไหว

            "หนึ่ง!"

            และในขณะที่เสียงสุดท้ายดังขึ้น

            บุตรสวรรค์แห่งเผ่าอีกาทองคำอีกคนจินเหยาก็พลันตะโกนเสียงดัง

            "เดี๋ยวก่อน!"

            "เราจะคัดลอกให้!"

            "หึ"

            มู่เวิ่นเซียนแค่นเสียงเย็นชาเหลือบตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ปราณโกลาหลก็หยุดบีบรัดจินจวิ้นเจ๋อจึงรอดพ้นจากความหายนะไปได้

            ในขณะนั้นเองบนใบหน้าของเขาปรากฏสีหน้าสะพรึงกลัวพร้อมหายใจหอบถี่

            เมื่อครู่นี้เงาแห่งความตายได้เกาะกุมหัวใจเขาเอาไว้

            ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากลังเลไปอีกนิดเดียววิญญาณและกายเนื้อของเขาจะต้องถูกบดขยี้จนแหลก

            เด็กหนุ่มตระกูลมู่แห่งดาวฝังจักรพรรดิผู้นี้ช่างบ้าบิ่นเสียเหลือเกิน!

            พวกเขาเผ่าอีกาทองคำเดินทางไปทั่วจักรวาลสัมผัสกับดาวโบราณมาก็นับไม่ถ้วน

            แต่ไม่เคยมีใครกล้าปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นนี้มาก่อน!

            ช่างน่าอดสูนัก!

            จินเหยาไม่กล้าเสียเวลาเอื้อมมือไปหยิบม้วนกระดาษเปล่าขึ้นมากัดฟันสลักตัวอักษรโบราณที่เรียงรายกันแน่นขนัดลงไป

            จากนั้นก็โยนมันขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไม่เต็มใจ

            มู่เวิ่นเซียนรับมันเอาไว้ดวงตาที่คมกริบกวาดมองไปบนม้วนกระดาษนั้น

            เมื่อตอนที่ยังเด็กเขาเคยติดตามปรมาจารย์หยั่งกำเนิดของตระกูล มู่อวี่เซิงไปเรียนรู้อักขระโบราณมานับสิบยุคสมัย

            อีกทั้งยังใกล้ชิดกับเต๋าธรรมชาติย่อมมองออกถึงความจริงแท้ของคัมภีร์นี้ได้

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหัตถ์โกลาหลที่พันธนาการจินจวิ้นเจ๋อก็สลายหายไป

            ร่างเต็มไปด้วยโลหิตของจินจวิ้นเจ๋อโงนเงนบริเวณเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกระดูกซี่โครง

            องครักษ์ทั้งสองเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปประคองเขาเอาไว้ นำโอสถจักรพรรดิที่มีอายุยาวนานออกมาจากแหวนมิติแล้วป้อนให้เขากินเพื่อฟื้นฟูบาดแผล

            มู่เวิ่นเซียนดึงสายตากลับมาจากนั้นก็สะบัดนิ้ว แสงทิพย์นำพากระดาษม้วนนั้นไปยังเบื้องหน้าของมู่เช่อ

            มู่เช่อคือผู้ที่บิดาของเขาแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดสายตรงผู้ครองกายทิพย์หยาง

            ถึงแม้ฝึกฝนคัมภีร์อื่นๆจะไม่ได้มีผลเสียอะไร แต่ท้ายที่สุดแล้วคัมภีร์ที่จักรพรรดิหยางสร้างขึ้นมานั้นเหมาะสมกับเขาที่สุดและจะช่วยให้มู่เช่อหยั่งรู้พลังแห่งสายโลหิตนี้ได้อย่างรวดเร็ว

            ในวันที่บรรลุความสำเร็จจนเป็นจักรพรรดิภายใต้หมู่ดาวเขาก็ขึ้นเป็นเสาหลักของตระกูลมู่ได้!

            "ขอบคุณ ท่านผู้นำตระกูลน้อย!"

            มู่เช่อรับมันมา สีหน้าดีใจเป็นอย่างยิ่งรีบโค้งคำนับเขา

            มู่ฉิงที่อยู่ด้านข้างก็โค้งคำนับพร้อมกันดวงหน้ามนที่เริ่มปรากฏเค้าแห่งความงามเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

            เมื่อครั้งอดีตผู้นำตระกูลได้ใช้พลังของทั้งตระกูลตามหาวารีมายาและผลปฐพีธาตุเพื่อช่วยให้คู่แฝดขจัดเคราะห์ร้ายไปได้

            วันนี้ท่านผู้นำตระกูลน้อยก็มอบคัมภีร์โบราณของมหาจักรพรรดิหยางให้อีก

            พวกนางไม่รู้จริงๆ ว่าจะขอบคุณอย่างไรดี

            "ไปกันเถอะ"

            "ไปเยี่ยมแดนของเผ่าเนตรเงินกันสักหน่อย!"

            มู่เวิ่นเซียนมองไปยังผู้สืบทอดสายตรงรุ่นก่อนของตระกูลมู่ทั้งสองคน

            "ขอรับ!"

            มู่ฮ่าวและมู่อู๋ซวงประสานมือคารวะจากนั้นร่างก็วูบไหว ขึ้นมาอยู่บนเรือรบม่วงทอง

            ไม่กี่อึดใจต่อมาแสงสีม่วงทองสายหนึ่งก็แหวกผ่านห้วงเวหาหายลับไปจากสายตาของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนที่จับจ้อง

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน