บทแรก
ดรุณีน้อยนั่งทำตาละห้อยเศร้าสร้อยโศกศัลย์ในมือเรียวบางสวยข้างหนึ่งถือไว้ซึ่งผ้าเช็ดหน้างามผืนบางสีดอกพิกุลสดปักลายวิหคเคียงคู่ ด้วยฝีมือปราณีตยิ่งเส้นด้ายแต่ละเส้นลงน้ำหนักมือเท่ากันไม่เว้นแม้แต่จุดเล็ก ๆ บริเวณปลายปีกบาง แสดงให้เห็นว่าผู้ที่เป็เ้าของฝีปักนี้ มีความใส่ใจในทุก ๆ รายละเอียดเพียงใด….
"ตู้ม!"
เสียงน้ำแตกกระจายเสียงสุดท้ายที่องค์หญิงเหม่ยเหยาได้ยิน คือเสียงของนางกำนัล และขันทีที่วิ่งวุ่นออกตามหาตัวนาง ร้องกรีดดังลั่นด้วยความตะหนกใ
ร่างเพรียวบางที่สวมคลุมทับด้วยอาภรณ์สีสดใส ลอยล่องจมดิ่งลงสู่กลางบ่อน้ำลึก แห่งวังหลวงดูราวกับว่านางจมลงไปได้อย่างง่ายดาย อาจจะเพราะเสื้อผ้าเนื้อดีที่นางสวมใส่สามารถซึมซับน้ำได้เป็อย่างดีนั้นเอง
…..
เหตุใดเท้าของข้าจึงยังไม่แตะโดนพื้นตมใต้น้ำนี้เสียทีเล่า…
'ปึก!'
ความรู้สึกราวกับปลายเท้ากระทบเข้ากับเหล็กกล้าไม่ทันที่นางจะได้คิดหาคำตอบให้กับความช่างสงสัยของตน สติสุดท้ายก็ขาดห้วงลง พร้อมๆ กับภาพเลือนลางของใครบางคนที่กำลังแหวกว่ายเข้ามาใกล้ร่างของนาง ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะขาดลง…
…….
เหตุจูงใจก่อนหน้า….
'เหม่ยเหยา' องค์หญิงใหญ่ แห่งราชวงศ์เทียนผิง นางยังอยู่ดีบนตำหนักสีชมพู ที่รายรอบไปด้วยดงดอกเหมย ที่นางชื่นชอบนัก สองมือเรียงร้อยเส้นไหมอบหอมกลิ่นรัญจวนแห่งพฤกษานานาพันธุ์ก่อนที่จะนำลงปักลงบนผ้าเช็ดหน้าผืนบางด้วยความใส่ใจลงไปในทุกฝีเข็มรูปวิหคเคียงคู่อยู่บนกิ่งดอกเหมยสีหวาน เพื่อใช้เป็ของรอรับขวัญผู้นำกองทัพนับหมื่นผู้นั้น…
องค์หญิงผู้นี้มีชื่อเสียงเื่ความเอาแต่ใจตนเป็เลิศอีกทั้งยังเป็คนเกรี้ยวกราดไม่ยอมคนด้วยเพราะนางเป็ธิดาเพียงองค์เดียวขององค์ฮ่องเต้ต้าเถิงทำให้นางสามารถเลือกที่จะครองตัวอยู่เป็โสด ไม่ยอมออกเรือน และไม่ยอมเลือกคู่แม้จะล่วงเลยวัยแต่งงาน ในอีกไม่ถึงครึ่งปีข้างหน้า
**ยามเฉิน คือเวลาที่นางเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นหน้าบุรุษนักรบผู้นั้น 'แม่ทัพหานซิน'เขาจากไปทำการรบที่ชายแดนตอนเหนือเป็ระยะเวลา กว่าห้าปี และยังไม่มีสตรีใดข้างกาย ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองเคยมีความรู้สึกดีต่อกันจนถึงขั้น องค์หญิงเหม่ยเหยาเองต้องทำสัญญาลับว่าจะรอเขากลับมาสู่ขอนางอย่างเป็ทางการ
**ยามเฉิน (辰:chén) คือ 07.00 - 08.59 น.
และแล้วแม่ทัพหานซินผู้นี้ก็มาแล้วจริงๆ หากแต่ข้างกายของบุรุษที่องค์หญิงใหญ่เหม่ยเหยาเฝ้ารอนั้นกลับมีอิสตรีรูปร่างเย้ายวนชวนให้น่ามอง เดินเคียงข้างคู่กันมาด้วยความสง่างาม
ฮ่องเต้ซึ่งก็คือพระบิดาของนาง แม้จะรู้ว่าธิดาองค์ใหญ่ของตนจะมีใจให้กับแม่ทัพหานซินผู้นี้ แต่เขาก็มิอาจหักใจให้นางกลายเป็ชายารองของใครได้
ในคืนวันที่พระจันทร์สุกสกาวพราวฟ้าทั่วท้องถนนเต็มไปด้วยงานรื่นเริง ทั้งยังเป็วันที่แม่ทัพหานซินคล้องแขนกับหญิงงามผู้นั้น ดื่มเหล้ามงคลครองคู่และเป็วันเดียวกันกับองค์หญิงเหม่ยเหยาควรจะต้อง…สิ้นใจ
…..
เวลาปัจจุบันปี คส.2023
รถยนต์แบรนด์หรูแล่นทะยานด้วยความเร็วสูง บนท้องถนนขาขึ้นสะพานต่างระดับ เป็ทางที่ 'เขา' ผู้นี้คุ้นชิน จนแทบจะหลับตาขับได้ ... แต่วันนี้กลับเกิดเหตุประหลาดที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับชีวิตในวัยสามสิบขวบปีบริบูรณ์ของตน
เสียงบีบแตรไล่ขอทางดัง จนแสบแก้วหู เมื่อต้าเถิงมองผ่านกระจกหลัง เขากลับไม่เห็นว่าเป็เสียงของเ้าของรถคันใดเมื่อเบี่ยงสายตากลับมามองถนนด้านหน้าตามเดิม ชายหนุ่มกลับพบกับแสงปริศนา ที่ส่องจ้าสาดเข้ามากลบวิสัยทัศน์ของการมองเห็นไปจนหมดสิ้น
"แปร๊น ๆ"
"เอี๊ยดดด!!"
"ตู๊มมมม!!"
รถยนต์สี่ประตูสีสั่งทำเฉพาะโดดเด่นด้วยระบบนิรภัยรอบคัน แม้ว่าจะมีความพิเศษมากมายเพียงใด บนท้องถนน แต่ในน้ำรถยนต์คันนี้ ก็กลายเป็เพียงเหล็กไร้ค่าเท่านั้น ลอยไม่ได้ บินไม่ได้และที่สำคัญประตูหน้าต่างที่ล็อคเพื่อความปลอดภัยโดยอัตโนมัติก็เปิดออกมาไม่ได้เช่นกัน…
"โอ๊ะ! แย่แล้ว"
สีหน้าของนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลเปลี่ยนเป็สีซีดไร้เืฝาดเมื่อเขาพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดจากอุบัติเหตุในครั้งนี้แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันทุบกระจกรถยนต์คันงาม
วงแสงประหลาดก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทั้งยังเเปล่งประกายแวววาวราวกับล้อมรอบด้วยมรกตหลายกระรัต
แสงสว่างวาบจ้าขึ้นต้าเถิง จึงจำจะต้องปิดเปลือกตาหนาของตนลง ด้วยเพราะนัยตาสีเหล็กของเขาไม่อาจต้านทานไหวต่อให้เป็ผู้กล้ากว่าใครก็ต้องเกิดความขลาดกลัว เมื่อมีภัยกล้ำกรายถึงชีวิตชายหนุ่มนึกภาวนาด้วยจิตศรัทธาอันแรงกล้า...
'บุญกุศลที่ข้าเคยช่วยชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลายมา ขอให้บุญนั้นช่วยชีวิตของข้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ" ทันทีที่กล่าวจบเสียงสิ่งของบางอย่างได้กระทบเข้ากับตัวถังของรถยนต์ที่เขาติดอยู่ด้านในคล้ายรถของเขาชนเข้ากับบางสิ่งใต้น้ำ
“ปึกกก”