ตอนที่ 12 ผู้เฒ่าเถียนร้องว่าจน (1)
ผู้เฒ่าเถียนหลับตาราวกับว่าจบสิ้นแล้ว ในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาให้กำเนิดบุตรที่ขุดหลุมฝังบิดาตนเองได้อย่างไร เสียงของบุตรสาวสุดที่รักที่พูดคำว่า ‘หญิงชั้นต่ำ’ ราวกับเข็มเดียวเห็นเื[1] แสดงให้เห็นว่าตระกูลเถียนไม่เห็นหลินซื่อสามแม่ลูกเป็คน จึงไม่แปลกใจที่จะรังแกพวกนาง
ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มมองผู้เฒ่าเถียน “คิดไม่ถึงว่าไม่ต้องโบยก็น้ำลดหินผุด[2]แล้ว บุตรสาวแท้ๆ ของเ้าสารภาพเอง เ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่”
ผู้เฒ่าเถียนหน้าเจื่อนก้มหน้าไม่พูดไม่จา
ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าเคร่งขรึมพลางเอ่ยเสียงเข้ม “ข้าขอเตือนเ้าอย่างจริงจัง ว่านับแต่นี้ไปห้ามรังแกหลินซื่อสามแม่ลูกอีก ข้าวก็ต้องให้พวกนางกินอิ่ม เสื้อผ้าก็ต้องให้พวกนางได้สวมใส่อย่างอบอุ่น หากเกิดเื่ราวเช่นนี้อีก ข้าจะรายงานต่อนายอำเภอ ให้นายอำเภอสำเร็จโทษเ้า”
ผู้เฒ่าเถียนรู้ว่าผู้ใหญ่บ้านทำเช่นนี้เพราะเห็นแก่หน้าบุตรชายคนรองที่เป็หัวหน้ามือปราบจึงผ่อนปรนการลงโทษให้แล้ว สีหน้าเขาพลันผ่อนคลายลงแล้วเอ่ยขึ้น “ต่อไปจะไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก วันนี้ต้องขอโทษใต้เท้าผู้ใหญ่บ้านที่ตั้งใจมาด้วยเื่ของบ้านพวกเราโดยเฉพาะ”
ผู้ใหญ่บ้านเห็นผู้เฒ่าเถียนแสดงออกอย่างจริงใจก็มีสีหน้าดีขึ้น พอเห็นว่าหมออู่เอายามาให้ก็พูดกับผู้เฒ่าเถียน “เช่นนั้นก็ดี เมื่อครู่หมออู่ตรวจชีพจรให้สะใภ้รองของเ้าแล้ว ตอนนี้ยังส่งยามาให้อีก เ้าจ่ายเงินค่ารักษากับค่ายาเถอะ”
ผู้เฒ่าเถียนรู้ว่าเงินนี้ไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ทำได้เพียงยิ้มแล้วถามท่านหมอ “ค่ารักษากับค่ายารวมกันเป็เท่าไรหรือ”
หมอครุ่นคิด คนตระกูลเถียนต่างก็เลวร้าย เขาต้องเรียกเอามากๆ หน่อย จึงเอ่ยว่า “ทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ[3]”
ผู้เฒ่าเถียนรู้สึกปวดใจมาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าชาวบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านจึงไม่อาจแสดงอาการได้ ทำได้เพียงเรียกให้เว่ยซื่อไปหยิบเงินในห้องมา
หมออู่มอบยาให้ไฉ่เวยแล้วพูดแฝงความนัย “ให้แม่เ้าใช้เท่านั้น”
ไฉ่เวยขอบคุณแล้วมอบยาให้เสี่ยวหม่าน “เ้าพยุงท่านแม่กลับห้องไปนอนพัก จากนั้นก็เอายาไปต้มให้ท่านแม่ดื่ม”
หลินซื่อไม่วางใจให้นางอยู่ที่นี่คนเดียว “เ้าตามพวกเรากลับห้องเถอะ”
ไฉ่เวยส่ายหน้า “ข้าต้องอยู่ที่นี่ เกรงว่าผู้ใหญ่บ้านยังมีเื่อะไรอยากถามข้า”
หลินซื่อเห็นนางพูดมีเหตุผลจึงยอม เพียงแต่ก่อนไปยังเป็กังวลมากเดินไปก้าวหนึ่งก็หันกลับมามองนางครั้งหนึ่ง
ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยกับผู้เฒ่าเถียน “เ้ามอบเงินหนึ่งตำลึงให้ไฉ่เวย ให้นางสามคนแม่ลูกไปซื้อยามารักษาาแบนร่างกาย”
ผู้เฒ่าเถียนพูดด้วยความแปลกใจ “เมื่อครู่ก็จ่ายเงินค่ารักษากับค่ายาไปแล้ว เหตุใดจึงต้องเอาเงินให้อีก”
ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจขึ้นมาทันใด เขาเอ่ยเสียงเ็า “พวกสะใภ้รองสามแม่ลูกถูกแม่สามีลูกสะใภ้และบุตรสาวรวมสามคนทุบตี เ้าก็ต้องออกเงินหนึ่งตำลึงให้พวกนางไปรักษาาแบนร่างกายด้วย สะใภ้รองของเ้าตั้งครรภ์ ข้าไม่เรียกร้องเอาค่าอาหารบำรุงกับเ้าก็ถือว่าเ้าได้กำไรแล้ว เ้ายังจะลังเลอีก”
ผู้เฒ่าเถียนได้ยินคำพูดนี้ของผู้ใหญ่บ้าน ก็รู้ว่าจำต้องออกเงินหนึ่งตำลึงนี้จึงอดแสดงสีหน้าลำบากใจไม่ได้ เขาเป็คนตระหนี่ถี่เหนียว ปีที่จินจวี๋เกิด ตนป่วยหนักถึงขั้นต้องกินยาที่ใช้โสม แม้โสมนั้นแพงเพียงใดแต่ผู้เฒ่าเถียนทำได้เพียงกัดฟันซื้อมาเพื่อให้มีชีวิตรอด
หลังจากกินยาที่ต้มกับโสม ผู้เฒ่าเถียนก็ฟื้นกลับมาจากความตายดังคาด อาการพ้นวิกฤต เขาไม่ได้ขอบคุณหมอที่ช่วยชีวิตเขาให้หวนคืนมา แต่กลับสั่งให้เว่ยซื่อเอาโสมที่ต้มแล้วชิ้นนั้นออกจากหม้อยาไปตากแห้ง แล้วส่งคืนให้หมอ บอกว่าอาการป่วยเขาดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องใช้โสมนี้แล้ว ทำเอาหมอโมโหจนแทบเป็ลมสลบไป ด่าผู้เฒ่าเถียนถึงขั้นสุนัขกับหมูยังไม่อาจเทียบ เอาโสมที่ต้มผสมยาแล้วคืนให้เหมือนยังไม่ได้ใช้ ช่างน่าเกลียดไร้มโนธรรมเกินไปแล้ว!
เชิงอรรถ
^ เจาะตรงเข้าใจกลางของเรื่อง ในที่นี้หมายถึงเปิดเผยทุกอย่างในคำพูดประโยคเดียว^ ความจริงปรากฏออกมา ความหมายเดียวกับสำนวนไทย ‘น้ำลดตอผุด’^ หน่วยเงินของจีนโบราณ