การประชุมเริ่มขึ้น เมื่อครู่โดนมู่เฉียนซีตำหนิ พวกเขาก็ไม่กล้าพูดถึงเื่ที่มู่เฉียนซีมาสาย
นางคือผู้นำตระกูล ผู้เป็นายหญิงที่แท้จริงของตระกูลมู่
ต่อให้พวกเขาต้องรอครึ่งวันหรือรอครึ่งปีก็ไม่มีใครสามารถตำหนินางได้
ผู้เฒ่าใหญ่ส่งสายตาให้ผู้เฒ่าสี่ ผู้เฒ่าสี่จึงเอ่ยขึ้น “ท่านผู้นำตระกูล เมื่อไม่กี่วันมานี้ท่านได้ขับไล่หมอหวังออกไปจากตระกูลมู่ ช่างเป็เื่ไม่สมควรยิ่ง เขาเป็หมอปรุงยาเพียงคนเดียวของตระกูลมู่ หากไล่เขาไป... ตระกูลมู่เห็นทีต้องขาดแคลนหมอปรุงยา นี่เป็การทำลายอัจฉริยะหนุ่มสาวของตระกูลมู่เรา ทำให้การฝึกฝนของพวกเขาหยุดชะงัก”
“ความแข็งแกร่งทางทหารของพวกเราสู้ไม่ได้กับตระกูลอื่น หากเป็เช่นนี้ต่อไปเราคงถูกตระกูลอื่นกดดัน หลังจากนั้น…”
หัวข้อสนทนาที่ยาวนานของผู้เฒ่าสี่เพียงเพื่อ้าสื่อว่าความผิดของการที่ผู้นำตระกูล มู่เฉียนซีขับไล่หวังอวิ๋นเซิ่งออกจากตระกูลมู่ ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างหนักแลผลที่ตามมานั้นจักร้ายแรงเพียงใด
มู่เฉียนซีเอ่ย “โอ้! ตระกูลมู่ของข้ากำลังจะจบสิ้นหลังจากที่ขับไล่หมอปรุงยาไร้ประสิทธิภาพออกไปคนหนึ่งอย่างนั้นรึ ? ตระกูลมู่ของข้าหยั่งรากในแคว้นจื่อเยี่ยมาเนิ่นนาน เพียงขาดหมอปรุงยาไร้ประโยชน์หนึ่งคน ถึงขนาดทำให้พวกเ้าขาดการพัฒนาได้เลยหรือไร ?!”
“แล้วที่ผ่านมาพวกเ้ากำลังทำสิ่งใดกันอยู่ เดนไร้ประโยชน์เช่นพวกเ้าสมควรรับโทษด้วยความตายเสียตอนนี้เลย ดีหรือไม่ ?!”
เหล่าท่านผู้เฒ่าทั้งหลายชะงักงันไม่สามารถคาดเดาความคิดของท่านผู้นำตระกูลได้ ไม่สามารถหาคำใดมาหักล้างคำตำหนิของนาง
ผู้เฒ่าใหญ่โต้เถียงคอเป็เอ็น “ท่านผู้นำตระกูล ท่านไม่สมควรพูดเช่นนั้น พวกเราจำต้องเชิญหมอหวังกลับมา แม้การสูญเสียหมอปรุงยาไปจะไม่ทำให้ตระกูลถึงกับล้ม แต่หมอหวังก็มีบทบาทสำคัญกับเรา แม้บัดนี้หมอหวังถูกท่านผู้นำขับไล่ ฉะนั้นแล้วท่านผู้นำตระกูลโปรดจัดเตรียมสิ่งของเพื่อเชิญหมอหวังกลับมา”
“พ่นวาจากันมาเสียยืดยาว เพียงเพราะพวกเ้า้าให้ข้าเชิญคนไร้ความสามารถผู้นั้นกลับมาสินะ ท่านผู้เฒ่าทั้งหลาย ข้าว่าพวกท่านคงป่วยจิตจนเกินจะเยียวยาแล้ว!”
สิ้นเสียง ประกายเย็นเยียบปรากฏในแววตาดำขลับของผู้นำตระกูลมู่
ผู้เฒ่ารองไม่ยินยอม “หากว่าท่านผู้นำตระกูลกลัวเสียหน้า อีกทั้งไม่สามารถแก้ปัญหาการสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูลเช่นนี้ได้ พวกเราก็คงต้องขอล่วงเกินต่อท่านผู้นำ ก่อนที่ตระกูลมู่จะสามารถหาหมอปรุงยาคนใหม่ได้ เื่ราวทั้งหมดของตระกูล พวกเราพี่น้องจะคอยดูแลจัดการ จะคอยช่วยกันผลักดันตระกูลมู่ให้ถึงที่สุด”
“ถูกต้อง! พวกเราเองก็ยังต้องพึ่งพาตระกูลมู่ในการหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ หากตระกูลมู่ต้องพังพินาศเพราะความไร้เดียงสาของท่าน ครอบครัวของพวกเราจะพลอยลำบากไปด้วย เช่นนั้นเราต้องขอให้ท่านผู้นำตระกูลยอมรับ” ผู้เฒ่าสามกล่าวสำทับ
ยึดอำนาจ นี่คือการยึดอำนาจโดยแท้ มันช่างเป็คำพูดสวยหรูดูดีทว่ากลับเต็มไปด้วยความเสแสร้ง
มู่เฉียนซีมองดูพวกเขาเล่นละครราวกับมองตัวตลก นางเอ่ยขึ้น “ข้าบอกว่าข้าเป็คนไล่หมอหวังออกจากตระกูลไปเมื่อไหร่ ? เขาเป็คนยอมรับเองว่าไร้ความสามารถ ไม่เหมาะสมเป็หมอปรุงยาของตระกูลมู่จึงจากไปเอง”
“เป็ไปไม่ได้!”
“ใช่! ทักษะการปรุงยาของหมอปรุงยาหวังเลื่องลือในแคว้นจื่อเยี่ย”
“ท่านผู้นำตระกูล ข้ารู้ว่าท่านไม่้ามอบอำนาจ แต่ท่านก็ไม่ควรโป้ปดมดเท็จ”
“อะไร ? พวกเ้าไม่เชื่อข้าหรือ ?” มู่เฉียนซีเลิกคิ้ว มุมปากยกเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “เข้ามา! นำตัวหมอหวังเข้ามา”
-- ตุบ! --
ร่างหนึ่งถูกโยนเข้ามาในห้องโถง ร่างกายของเขาเน่าเปื่อยน่าสยดสยอง
ทันทีที่เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายเห็นคนผู้นั้น พวกเขาก็จำได้ นั่นคือหมอปรุงยาหวังที่เคยเป็หมอปรุงยาให้กับตระกูลมู่ของพวกเขามาก่อน
“ฮือ ๆ ๆ... ท่านผู้นำตระกูล ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดมอบยาถอนพิษให้ข้าเถิด ข้าเ็ปมิอาจทนได้อีก...” หมอหวังร้องอ้อนวอนทั้งน้ำตา
“นี่คือแหวนมิติ (แหวนที่สามารถนำสิ่งของใส่ไว้ข้างในได้) ข้างในเป็ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้า ข้าไม่สามารถหาได้มากกว่านี้แล้ว ผู้นำตระกูลมู่ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ให้เวลาข้าอีกหน่อยเถิดนะท่านนะ...”
ภายในแหวนมิติ บรรจุเต็มไปด้วยเหรียญทองและเครื่องประดับมากมาย แม้กระทั่งเหล่าชายชรายังอิจฉาประกายตาลุกวาวกับความมั่งคั่งนี้
หมอปรุงยาช่างมั่งคั่งร่ำรวยผิดหูผิดตา คนผู้นี้เข้ามาอยู่ที่ตระกูลมู่แค่สามปีก็มีเงินมากกว่าพวกเขาที่อยู่มากว่าสิบปี มันช่างทำให้ผู้คนอิจฉาเสียจริง ๆ
“ฮือ ๆ ๆ ได้โปรดเถิดท่านผู้นำตระกูล ให้ยาถอนพิษกับข้าเถิด”
มู่เฉียนซีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “อยากได้ยาถอนพิษรึ ? ได้สิ เ้าแค่บอกพวกผู้เฒ่าทั้งหลายว่าเ้าเป็นักปรุงยาไร้ประสิทธิภาพ”
“ใช่แล้ว! ข้าคือนักปรุงยาไร้ความสามารถ ข้าผู้นี้มันปรุงยายอดแย่ที่สุดในสำนักตานจี้ ถึงได้ออกมาเข้าตระกูลมู่ไง”
“เ้ายินยอมที่จะออกไปจากตระกูลมู่เองใช่หรือไม่ ?”
“ข้าไร้ความสามารถถึงเพียงนี้ ใช่... ข้าไม่เหมาะที่จะเป็นักปรุงยาของตระกูลมู่อันสูงส่ง ข้าไม่มีหน้าอยู่ต่อไปหรอก”
มู่เฉียนซีโบกมือ “ท่านผู้เฒ่า ท่านมีสิ่งใดจะกล่าวต่อหรือไม่ การจากไปของหมอหวังผู้นี้ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับข้าผู้เป็ผู้นำตระกูล”
ผู้เฒ่ารองร้อนใจ “ท่านผู้นำตระกูล ท่านใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง บังคับหมอหวังให้พูดออกมา ท่านทำให้พวกข้าผิดหวังยิ่งนัก”
มู่เฉียนซีสายตาเย็นวาบ “ข้าเป็ผู้นำตระกูล ทำสิ่งใดดูที่ผลลัพธ์ ขั้นตอนไม่สำคัญ เขาพูดออกมาเองแล้ว ถ้าพวกเ้ายังจะยุ่งเื่นี้อีก ข้ารับรองว่าพวกเ้าจะมีสภาพที่แย่กว่าเขา”
การคุกคามที่เปิดเผยอย่างไร้ยางอายทำให้ผู้เฒ่าทั้งหลายแอบก่นด่าในใจ พวกเขาพากันหันมองผู้เฒ่าใหญ่
อุบายของมู่เฉียนซีในครั้งนี้ แม้แต่ท่านผู้เฒ่าใหญ่ก็หมดหนทางทำสิ่งใดต่อ เพียงแต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างช่วยไม่ได้
“ท่านผู้นำตระกูลได้โปรด... มอบยาถอนพิษให้ข้าด้วยเถิด” หมอหวังวิงวอน เหงื่อเย็นผุดพรายทั่วหน้าผาก
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พิษนี้รักษาได้ เพียงแค่เ้าแช่น้ำเกลือเพียงสักหนึ่งวันก็จะดีขึ้น”
ดวงตาของหมอหวังพลันเบิกกว้าง ง่ายดายเพียงแค่นี้เองหรือ ? เขาลุกขึ้นท่าทางลนลาน เอ่ยวาจาทิ้งท้ายก่อนจะจากไป “ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลมู่ ขอบคุณ…”
สุดท้ายหมอหวังก็ได้อันตรธานหายไปจากห้องโถง ทุกคนต่างคิดว่านี่เป็เพียงแค่ภาพลวงตา
ผู้นำตระกูลของพวกเขา ทำอย่างไรกับหมอหวังเขาถึงหวาดกลัวได้เพียงนี้ ?
หมอหวังเห็นมู่เฉียนซีราวเห็นปีศาจ มู่เฉียนซีให้เขาทำอะไรก็ไม่กล้าขัดขืน
ผู้นำตระกูลของพวกเขา ไม่เรียบง่ายเหมือนเช่นอดีต
มู่เฉียนซีหาวอย่างเกียจคร้าน “ท่านผู้เฒ่าทั้งหลายมีสิ่งใดที่้าจะกล่าวกับข้าอีกหรือไม่ ? หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าจะกลับไปงีบกลางวันสักหน่อย”
กลับไป นางจะจากไปง่าย ๆ เช่นนี้ได้เยี่ยงไร... เด็กน้อยผู้นี้นับวันยิ่งอาจหาญขึ้นเรื่อย ๆ ขืนปล่อยไว้ต่อไปคงยากที่จะรับมือ
ผู้เฒ่าใหญ่สบตาผู้เฒ่ารอง ผู้เฒ่ารองกล่าวว่า… “ท่านผู้นำตระกูล ข้ายังมีเื่สำคัญอยู่”
เขาหยิบสมุดบัญชีขึ้นมา “เงินของตระกูลมู่เหลือน้อยลงไปมาก และมีรายจ่ายมหาศาล เติมเท่าใดก็ไม่เพียงพอ เป็เพราะผู้นำตระกูลใช้จ่ายเงินของตระกูลมู่ไปเป็จำนวนมากใน่สามปีที่ผ่านมา”
“จริงรึ ? นำมาให้ข้าดูซิ” เพียงมอง มู่เฉียนซีถึงกับตะลึง
มู่เฉียนซีรับสืบทอดตระกูลั้แ่เมื่อสามปีก่อน และนางก็ใช้จ่ายเงินในคลังไปเป็จำนวนมากจริง ๆ โชคดีที่ท่านพ่อมีฝีมือในการหาเงินและมีเงินเก็บมากมาย ไม่เช่นนั้นนางคงไม่ได้เกิดใหม่เป็ผู้นำตระกูลแต่เป็ขอทานแทน
จ่ายค่าอาหารและเครื่องประดับแพงแสนแพง...!
กินไก่ป่าตัวนับหมื่น ช่างน่าทึ่งเกินจินตนาการ...!
แม้กระทั่งซื้อปิ่นปักผมธรรมดา จ่ายไปถึงแสน…!
ในโลกเก่าของนาง นางเคยพบคนรวยใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แต่เมื่อเทียบกับเ้าของร่างคนก่อนแล้ว เพียงเท่านั้นยังนับว่าเล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังไม่ใช่เื่ใหญ่ แต่มีเื่ที่ใหญ่กว่าคือ…
.
.
.