Chapter 13 : พรแห่งอาร์เทมิส
“นายตั้งชื่อให้มารเหรอ” มายถามขึ้นเมื่อได้ยินสาววัยกลางคนแนะนำตัวกับเด็กสาว
“อือ ไม่ใช่แค่คุณป้านะ เสือน้อยกับพวกก็อบลินฉันก็ตั้งชื่อให้” มินตอบคำถามอีกฝ่าย
“ทำไมตั้งชื่อซะไทยเลยล่ะ” หญิงสาวถามขึ้น ก่อนที่เธอจะหยุดชะงักไปเสี้ยววินาทีแล้วกลับมาเป็เหมือนเดิม “อ่า งี้นี่เอง ละครที่แม่นายติดตอนเด็กๆ” เธอกล่าว
“หวัดดีค้าบ” เสียงของเด็กผู้ชายดังขึ้นที่ประตูหน้าร้านของพวกเขา
เมื่อมินและมายหันกลับไปมองก็ต้องพบกับเด็กหนุ่มสี่คนที่เดินเข้าสตูดิโอของพวกเขามา ทุกคนแต่งตัวในชุดไปรเวทธรรมดา เสื้อยืดกางเกงยีน ยกเว้นเพียงแค่บอยคนเดียวเท่านั้นที่เดินเข้าร้านมาอย่างเต็มยศเฉกเช่นเมื่อวาน
ข้างหลังของพวกเด็กหนุ่มมีกลุ่มชายประมาณเกือบสิบคนเดินตามเข้ามา มินไม่ต้องเดาเลยว่าพวกเขาเข้ามาทำอะไรที่นี่
“ไอ้ทศ วันนี้กูจะชนะพนันให้ได้” ชายชราคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับชี้หน้าเพื่อนของตนที่เดินมาข้างกัน
“ไม่มีปัญหาไอ้เมศ” ชายชราอีกคนหนึ่งตอบเสียงเข้ม
“ไอ้จอห์นมันไม่ยอมแพ้ว่ะ” สองร้องขึ้นเมื่อมองไปยังหน้าจอโทรทัศน์ติดผนังซึ่งกำลังฉายภาพของชายหนุ่มผมทองที่กำลังต่อสู้กับก็อบลินทั้งสามตัวอยู่
“ว่าแต่นั่นใครวะ” เขาชี้ไปที่หน้าจอโทรทัศน์อีกเครื่องที่แสดงภาพของเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ เขาจะไม่สนใจเลยหากภาพบนหน้าจอดังกล่าวเหมือนกับดันเจี้ยนที่พวกเขาเข้าไปเมื่อวาน
“ดันเจี้ยนใหม่น่ะเด็กๆ” มายตอบเสียงหวาน
“จริงดิพี่มาย งี้พวกผมก็อดได้ฉายาเลยดิ” บอยอุทานขึ้นเมื่อได้ยินประโยคของหญิงสาว
เด็กหนุ่มเรียกหญิงสาวอย่างสนิทสนมเพราะเมื่อวานนี้ตอนที่เขาอยู่ดูจอห์นเข้าดันเจี้ยนรอบที่สิบ ระหว่างนั้นเขาได้คุยกับมินและมายพอสมควร จนสามารถเรียกชื่ออีกฝ่ายได้แล้ว
“น้องบอยกะไม่ให้คนอื่นได้ฉายานั้นไปเลยรึไง” หญิงสาวถามพร้อมยิ้มให้เด็กหนุ่ม
“โหพี่ ได้พลังชีวิตเพิ่มขึ้นตั้งสิบเปอร์เซ็นต์เชียวนะ” บอยบ่น ก่อนจะพูดต่อ “รู้งี้มาั้แ่เช้าก็ดี”
“เราไม่ได้เปิดแอปฯ เลยั้แ่เช้าใช่ไหม ในแอปฯ มันแจ้งเตือนอยู่นะว่าวันนี้มีดันเจี้ยนใหม่” มายกล่าว
พวกเด็กๆ รีบเปิดแอปพลิเคชันออตเทอเรียขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคของหญิงสาว
“เชี้ย จริงด้วยวะไอ้บอย ไมั้แ่เช้าไม่มีใครเปิดแอปฯ เลยวะ” นนพูดขึ้นอย่างหัวเสีย เพราะเขาเป็คนที่มีระดับแรงก์ต่ำที่สุด เมื่อวานั้แ่เข้ารู้เื่ของฉายา เด็กหนุ่มก็ั้แ่รอให้ถึงวันที่ดันเจี้ยนสตูดิโอของมินมีดันเจี้ยนแห่งใหม่และปาร์ตี้ของเขาจะเข้าเป็ปาร์ตี้แรก
“ใจเย็นนะพวก คราวหน้าเรายังมีโอกาส” สามกล่าวกับเพื่อนสนิทของตนด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ
“ว่าแต่ดันเจี้ยนใหม่เป็ไงอ่ะพี่” สองหันไปถามมาย
“ดูในแอปฯ เลย มีรายละเอียดบอกแล้ว” หญิงสาวตอบก่อนจะกลับไปสนใจหน้าจอโทรทัศน์เบื้องหน้าต่อ
“ดันแรงก์จีวะพวกมึง อืม เหมาะสำหรับมือใหม่ แนะนำให้เข้าแบบโซโล่เหรอ” บอยอ่านข้อมูลในแอปพลิเคชันและพูดออกมา
“พี่มายผมถามหน่อยดิ บอกรายละเอียดเพิ่มให้พวกผมฟังหน่อยได้ปะ” เด็กหนุ่มถามขึ้น
“พี่มินเขาสร้างดันนี้ขึ้นมาให้พวกมือใหม่อย่างนนกับบอยน่ะ ลุยเดี่ยวได้สบายถ้าระวังตัวหน่อย ถ้าไม่ไหวก็เอาไว้ใช้ฝึกได้ มาดูนี่ เดี๋ยวพวกน้องก็จะรู้เองว่าทำไมมันเหมาะกับพวกมือใหม่และแนะนำให้ลงแบบโซโล่” มายพูดขึ้นพลางชี้ไปที่หน้าจอสเตชันของแอล
มินไม่ได้สนใจอะไร เพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังตั้งสมาธิกับภาพเบื้องหน้า ภาพของเด็กสาวที่กำลังปล่อยลูกศรอย่างบ้าคลั่ง
ย้อนกลับไปหลังจากที่วรนาถถามคำถามกับเด็กสาวตรงหน้า
“ฮะ?” แอลอุทานขึ้นเมื่อเจอคำถามที่คาดไม่ถึงจากอีกฝ่าย
“เ้า้ามาเป็ทายาทของข้าไหมแม่สาวน้อย” วรนาถถามย้ำอีกครั้ง
“ทายาทอะไร…คะ” เด็กสาวถามขึ้นอย่างสงสัย
“ทายาทของข้าไง ข้ารู้ เ้า้าความแข็งแกร่งใช่ไหมล่ะ ข้าสามารถััได้ว่าเ้า้าความแข็งแกร่ง จากก้นบึ้งหัวใจของเ้า” ประโยคดังกล่าวทำให้เด็กสาวถึงกับผงะ
หญิงวัยกลางคนขำในลำคอเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าเด็กหญิง้าความแกร่งแข็งมาก่อน มันเป็เพียงบทพูดที่เธอต้องถามอีกฝ่ายเท่านั้น และเมื่อเธอเห็นปฏิกิริยาคนตรงหน้าก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้
เธอยิ้มและกล่าวต่อ “เ้าอยากได้ความแข็งแกร่งใช่ไหมล่ะ ข้าสามารถให้เ้าได้”
“จริงเหรอคะ” แอลถามอย่างลืมตัว
“จริงสิ เพียงแค่เ้ายื่นแขนมา”
ดั่งต้องมนต์สะกด ไม่รู้อะไรดลใจให้เด็กสาวยื่นต้องสองข้างไปข้างหน้า โดยลืมตัวไปว่าเธออยู่ในมิติดันเจี้ยนและหญิงวัยกลางคนตรงหน้าของเธอก็เป็เพียงแค่มนต์ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เหล่าผู้มีพลังเข้ามาฝึกวิชากัน
“แม่สาวน้อย เ้าคือทายาทคนต่อไป” สิ้นเสียง ตะขาบตัวเล็กตัวน้อยมากมายก็พลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของหญิงวัยกลางคน มันลอยพุ่งเข้าไปหาเด็กสาวอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ด!” แอลกรีดร้องเนื่องจากใถึงการปรากฏของฝูงตะขาบอย่างไม่ทันตั้งตัว
เธอะโถอยหลังเพื่อหลีกหนีฝูงตะขาบตัวเล็กแต่ก็ช้าไปก้าวเดียว ฝูงตะขาบคืบคลานไปตามตัวของเด็กสาว เธอรีบใช้มือทั้งสองข้างปัดพวกมันออกพลางะโเหยงๆ ไปมา
“ช่างเป็ภาพที่น่าขัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเล่นเอาเด็กสาวประหลาดใจ
“คุณป้าหลอกหนูเหรอ” แอลถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์เสีย ความหวังที่มีเมื่อสักครู่ทลายลง
“ป้าเหรอ? สงสัยข้ายังคงยังสาวมากจริงๆ ขนาดลีรอยที่อายุมากกว่าเ้ายังเรียกข้าว่ายายเลย” วรนาถเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“ยาย? คุณยายที่ไหนจะยังสาวขนาดนี้” เด็กสาวเอ่ยออกมาทั้งๆ ที่ยังะโถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่างจากอีกฝ่ายพร้อมกับปัดตะขาบที่พยายามไต่อยู่ทั่วร่างกายของเธอ
“เพราะข้าดูดกลืนพลังชีวิตของคนเขลาอย่างเ้าไงล่ะ ที่นี่เ้าก็ตายได้แล้ว” เธอกล่าวพร้อมกับขยับนิ้วไปมาพลางบังคับเหล่าตะขาบ แต่แล้วมารหญิงก็ต้องประหลาดใจจนต้องถามออกมา “ทำไมเ้าไม่เป็อะไรเลยล่ะ”
เมื่อได้ยินในสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าว เด็กสาวก็พลันรู้สึกตัว ตะขาบมากมายกัดเธอไปไม่รู้กี่ครั้งต่ออีกครั้ง แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด เธอจึงหยุดยืนนิ่งก่อนจะยื่นนิ้วไปจ่อที่ปากเ้าตะขาบตัวน้อยตัวหนึ่งที่กำลังไต่หน้าแข้งของเธออยู่
งับ!
มันกัดเด็กสาวจมเขี้ยวแต่เธอกลับไม่รู้สึกอะไรเลย แถมยังััถึงพิษที่มันปล่อยผ่านเขี้ยวไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ทำไมกัน” ทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกัน ก่อนจะหันไปจ้องตากัน แอลยิ้มออกมาพร้อมกับง้างคันธนูของเธอ เด็กสาวรวบรวมมานาเอาไว้ที่ฝ่ามือก่อนจะง้างสายธนูแล้วจึงยิงไปยังทิศทางของหญิงวัยกลางคน
ฟิ้ว!
ศรมานาพุ่งใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมันใกล้จะััเป้าหมาย เปลือกสีม่วงก็ดันมากั้นการโจมตีเอาไว้ มันรับความเสียหายแทนเ้านายของมัน
วรนาถถลึงตาใส่เด็กสาว พลางะโ “ตายซะนังหนู!!”
สิ้นประโยคพลันก็มีเสียงหึ่งดังขึ้นทั่วบริเวณ มันดังมากซะจนเล่นเอาแอลหูอื้อ เธอง้างสายธนูรอพร้อมตั้งท่ายิงพลางพยายามจับััสิ่งที่ก่อให้เกิดเสียงดังกล่าว
และเมื่อเด็กสาวััได้ถึงมัน ตาของเธอก็ต้องเบิกกว้าง เ้าของเสียงหึ่งๆ ดังกล่าวก็ปรากฏตัวขึ้น มันบินลงมาจากกิ่งก้านของต้นไทรต้นใหญ่ เรียกแค่มันก็คงไม่ถูกเพราะต้องเรียกว่าพวกมัน เนื่องจากเ้าสิ่งมีชีวิตดังกล่าว บินลงมาลอยอยู่รอบข้างวรนาถหลายสิบตัว
“ไปเลยด้วงสว่าน!” มารหญิงะโ
เมื่อด้วงสว่านได้ยินคำสั่งของบอสในดันเจี้ยนตัวเอง พวกมันก็พุ่งเข้าใส่ศัตรูทันที แอลเห็นดังนั้น เธอจึงออกตัวหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่รีรอพร้อมกับหันกลับมายิงธนู
แชะ!
ร่างของเ้าด้วงสว่านหนึ่งตัวแตกกระจายกลางอากาศหลังจากมันโดนลูกศรมานาที่แอลยิงออกไป และเมื่อมันตาย พลังชีวิตก็ลอยเข้าตัวเด็กสาว
“ความรู้สึกนี้มัน…พลังชีวิต” เธอตกตะลึงอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะตั้งสติได้และหันกลับไปตั้งสมาธิในการยิงฝูงด้วงสว่านที่กำลังบินไล่ตามเธออยู่
‘พลังชีวิตล่ะ พลังชีวิต! พลังชีวิตจริงๆ ที่ไหลเข้ามาในตัวเรา!!’
แอลกรีดร้องในใจด้วยความดีใจ แม้พลังชีวิตที่ลอยเข้ามาในตัวเธอเมื่อครู่จะเล็กน้อยมากๆ ก็ตาม แต่สิ่งนี้ทำให้เธอกลับมามีความหวังอีกครั้ง ด้วยค่าเข้าหกสิบบาทแลกกับพลังชีวิตเท่านี้ถือคุ้มมากๆ
เมื่อเด็กสาวคิดได้จึงหันหน้ากลับไปมองเหล่าฝูงด้วงข้างหลังของเธอ ‘ถ้าจัดการเ้าพวกนี้หมด เราจะได้พลังชีวิตขนาดไหนกันนะ’ เธอคิดก่อนจะยิ้มออกมาอย่างคนบ้า
คันศรถูกง้างขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป เมื่อเธอหยุดวิ่งและหันหลังกลับพร้อมดึงสายธนูจนตึงและเริ่มขยับริมฝีปาก
“ข้าแต่เทพีอาร์เทมิส สาวกของท่านขอสักการบูชา ในนามของพรานแห่งรัตติกาล โปรดประทานพลังของท่าน ให้ศรของข้าเพิ่มจำนวนจนนับไม่ถ้วนเพื่อเข้ากำราบศัตรูเบื้องหน้าด้วยเถิด”
สิ้นบทร่ายคาถา ลูกศรมานาของเธอก็ถูกยิงออกไป มันพุ่งตรงไปยังรวดเร็ว และในขณะนั้นเองสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อลูกศรของเธอค่อยๆ เพิ่มจำนวนแยกออกจากกัน จากหนึ่งเป็สองจากสองเป็สี่จากสี่เป็แปดจากแปดเป็สิบหก มันพุ่งทะลวงร่างของด้วงสว่านเข้าอย่างจัง ก่อนที่ร่างของมอนสเตอร์แมลงปีกแข็งแตกกระจาย
“เสร็จไปอีกชุด” พูดขึ้นพร้อมกับออกตัววิ่งหนีฝูงด้วงอีกครั้ง
มุมปากของแอลยกยิ้มขึ้นเมื่อััได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลเข้าร่างกายของเธอ ความรู้สึกดีใจและความหวังกำลังก่อตัวขึ้น หลังจากนี้เธอจะไม่ต้องเฝ้าฝันถึงยาเวทมนตร์ต่างๆ ที่แสนจะแพงเวอร์วัง ไม่ต้องคอยอิจฉาลูกคนมีฐานะที่ไม่ต้องคอยกังวลเื่เงิน
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ลูกศรมานาถูกยิงออกไปอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของด้วงสว่านสามตัวที่บินอยู่หน้าสุดจะแตกกระจายในทันที
“รู้สึกดีจัง” เธอเอ่ยออกมาก่อนกับเตรียมตัวง้างสายธนูเพื่อที่จะยิงออกไปอีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นเอง พลันก็มีตะขาบั์พุ่งมาหาเธอโดยไม่ทันระวังตัว มันฝั่งเขี้ยวของมันลงไปที่ไหล่ของเธอ พร้อมกับฉีดพิษเข้าใส่เด็กสาวอย่างไร้ความปรานี
“แม่หนูน้อย เ้าคงไม่คิดว่าข้าจะยอมให้เ้าฆ่าด้วงน้อยที่แสนน่ารักจนเกลี้ยงหรอกนะ” เสียงผู้หญิงดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่เธออยู่
‘เข้าใกล้เราขนาดนี้ั้แ่ตอนไหนนะ’ แอลคิดในใจ
เพราะว่าเด็กสาวมัวแต่นึกถึงเื่จัดการด้วงสว่าง และมัวแต่นึกถึงพลังชีวิตที่เธอเพิ่งเคยได้รับ อีกทั้งอีกมีเื่ความหวังของเธอ ทำให้ประสาทััของเธอไม่คงที่และเปิดช่องโหว่อย่างไม่ระวังตัว
แอลดิ้นไปมาอย่างสุดกำลังเพื่อที่้าจะหนีให้รอดจากเขี้ยวของตะขาบั์ เธอใช้เท้าทั้งสองข้างะโถีบไปที่ท้องของมัน เขี้ยวของมันหลุดออกจากไหล่ของเธอ เด็กสาวมองไปที่แผลของตนเองและต้องประหลาดใจ
“ไม่มีแผล” เธออุทานออกมา “เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เราก็ไม่รู้สึกเจ็บด้วย” เมื่อตั้งสติได้แอลก็พลันนึกถึงตอนที่เขี้ยวของตะขาบั์ฝังลงไปที่ไหล่ของเธอ ไม่มีความรู้สึกเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น
“ดันเจี้ยนมีบัคเหรอ ทำไมเอไอถึงทำอะไรเราไม่ได้กัน” เธอเอ่ย
“เป็ไปไม่ได้ ข้าเห็นกับตาว่าโอมุกัดเ้า” คุณยายวรนาถเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน
“จะเป็บัคหรืออะไรก็ช่าง ขอใช้ประโยชน์จากตรงนี้ละกัน” แอลพูดขึ้นพร้อมกับะโถอยหลังพลางดึงสายธนูของเธอจนสุดแรงอีกครั้ง
“ข้าแต่เทพีอาร์เทมิส สาวกของท่านขอสักการบูชา ในนามของพรานแห่งรัตติกาล โปรดประทานพลังของท่าน ให้ศรของข้าตกเป็ห่าฝนเพื่อเข้ากำราบศัตรูเบื้องหน้าด้วยเถิด”
สิ้นคำร่าย แอลก็แหงนคันธนูของเธอขึ้น เอียงมันประมาณห้าองศา ก่อนจะปล่อยลูกศรออกไป มันพุ่งขึ้นฟ้าสูงจนสุดสายตา ก่อนจะย้อยลงมาพร้อมกับเพิ่มจำนวน พุ่งตรงดิ่งลงมาเป็วงกว้างราวกับสายฝน
วรนาถวิ่งหลบลูกธนูทันที ตะขาบั์ทั้งสองตัวของเธอหนีของคมศรมานาได้อย่างฉิวเฉียด กลับกัน เหล่าด้วงสว่านหลายสิบตัวต่างไม่สามารถหนีรอดจากลูกศรมรณะได้ ร่างของพวกมันแตกกระจายหลังจากที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของเด็กสาว
แอลใช้ประโยชน์จากจังหวะที่ศัตรูกำลังวิ่งหลบเวทย์ของเธอ ยิงลูกศรมานาไปที่ด้วงสว่านตัวที่เหลือ เพียงสิบวินาทีเท่านั้น เหล่ามอนสเตอร์แมลงปีกแข็งก็ร่วงหล่นลงพื้นหญ้าจนหมด ไม่เหลือพวกมันสักตัวที่รอดจากการโจมตีเมื่อสักครู่
“ใช้ได้หนิสาวน้อย” คุณยายวรนาถเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณยาย” แอลขอบคุณอีกฝ่ายพลางตั้งท่าเตรียมตัวปะทะ
“เด็กสมัยนี้ช่างมีหัวคิดจริงๆ อ่า ช่างต่างจากเ้าเด็กลีรอยหลานข้า” มารหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา
“ลีรอยอีกแล้ว ทำไมคุณยายถึงพูดถึงบ่อยจัง เอไอสตูนี้ประหลาดๆ แฮะ แถมมีบัคด้วย” เด็กสาวบ่นออกมา เมื่อคิดถึงคำพูดของคนตรงหน้าของเธอ อีกทั้งยังมีการโจมตีของมอนสเตอร์ที่ไม่ได้ผลกับเธออีกด้วย
“ข้าก็แค่คิดถึงหลานชายตัวแสบของข้า มีอะไรผิดหรือ” เธอกล่าวพร้อมยิ้มอ่อนๆ
“งั้นขอถามได้ไหมคะ ลีรอยคือใคร” หลังจากได้ยินชื่อดังกล่าวหลายครั้งก็ทำให้เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะสงสัย
“ลีรอยหลานข้านะเหรอ เขาก็คือเ้าเด็กตัวแสบที่ทำให้ข้าต้องมาติดอยู่ที่นี่ไงล่ะ!”
ะโออกมาด้วยความโมโห ก่อนที่ตะขาบั์สองตัวจะพุ่งตัวออกมาจากหญ้าเื้ัของเด็กสาว มันทั้งคู่พุ่งเข้ารัดร่างกายของเธอแน่น
“โดนหันเหความสนใจจนได้” แอลบ่นออกมาอย่างหัวเสีย
“เ้ายังเด็กนักสาวน้อย ประสบการณ์ยังน้อยนิด” คุณยายวรนาถกล่าว
“โอมุ! คาเดะ! จัดการ” เมื่อได้ยินคำสั่งของเ้านาย ตะขาบทั้งสองก็เริ่มรัดร่างกายของเด็กสาวแน่นขึ้น แน่นขึ้นเรื่อยๆ
แต่เมื่อผ่านไปสักพัก คุณยายวรนาถก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ สีหน้าของอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด ไม่มีความเ็ปใดๆ เลยทั้งสิ้น
“นี่สาวน้อย อย่าบอกนะว่าเ้าไม่รู้สึกอะไรเลย” เธอถามขึ้น
ใช่ แอลไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย แม้จะััได้ว่าตะขาบั์ทั้งสองตัวพยายามรัดร่างกายของเธอแน่นขนาดไหน เธอก็ไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
คุณยายวรนาถเดินเข้ามาใกล้ๆ เด็กสาว ก่อนจะเท้าคางมองอย่างสงสัย
“มีปัญหาอะไรรึเปล่านะ” เธอกล่าว “โอมุคาเดะลองกัดแม่หนูนี่อีกทีสิ”
ตะขาบั์ทั้งสองตัวฝังเขี้ยวลงไปที่ตัวของเด็กหญิงทันที ทั้งวรนาถและแอลยิ่งประหลาดใจเมื่อตะขาบั์ทั้งสองถอนเขี้ยวออกมาแต่ร่างกายของเธอกลับไม่เป็อะไรเช่นเดิม ไม่มีเื หรือแม้แต่รอยของเขี้ยวที่ฝังลงไปจากตะขาบทั้งสองเมื่อสักครู่
“อืม ไหนลองแบบนี้สิ” คุณยายวรนาถเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้าประชิดตัวของเด็กสาวที่ถูกตะขาบั์สองตัวรัดแน่นอยู่ เธอง้างหมัดขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะต่อยเข้าไปที่ท้องน้อยของอีกฝ่ายอย่างจัง
“อั้ก!” แอลร้องเสียงหลงเมื่อโดนหมัดของคนตรงหน้า ความรู้สึกจุกประดั่งเข้ามาราวกับมีคนเอาหินทุบที่ท้องของเธอ
“ก็ไม่ได้มีปัญหานี่นา แล้วทำไมตะขาบของข้าถึงทำอะไรเ้าไม่ได้” มารหญิงกล่าวอย่างสงสัย
“นี่สาวน้อย ข้าไม่อยากจะทรมานเ้าเพราะถือว่าครั้งนี้เป็ครั้งแรก ถ้ารอบหน้าเ้าเข้ามาที่นี่อีก รับรองว่าข้าไม่ยอมมือแน่”
“ฮะ?”
ไม่ทันที่แอลจะทันตั้งตัว คมมีดซึ่งโผล่มาอยู่ในมือของอีกฝ่ายั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบก็พลันปักเข้ามาที่กลางอกของเด็กสาวพร้อมกับสติของเธอที่ดับวูบไป
หลังจากร่างของเด็กสาวสลายหายไปแล้ว วรนาถก็พลันมองมีดที่เธอถืออยู่ “หลังจากฆ่าไปแล้วรู้สึกถึงพลังในตัวว่าเพิ่มขึ้นอย่างที่พ่อหนุ่มนั่นพูดจริงๆ ด้วยแฮะ” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข
“โหดฉิบ!” นนอุทานออกมาหลังจากเห็นภาพดังกล่าว
“กลางอกเลยวะ” บอยพูดเสริม
“กูว่าไม่เท่าไหร่หรอก เหอะ” สองกล่าวขึ้นด้วยท่าทางยโส
“จ้า พ่อโดนเฟิร์สคิล!” สามเอ่ยล้อแฝดของตนเื่ที่เขาโดนฆ่าคนแรกจากเซเบอร์ทูธเมื่อวาน
“เชี้ยสาม มึงเงียบๆ ไปเลย” สองตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย
“ว่าแต่พี่มิน ดันเจี้ยนพี่มีบัคปะ ทำไมมอนสเตอร์พี่ทำไรพี่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เลยอ่ะ” บอยหันไปถามเ้าของดันเจี้ยนสตูดิโอแห่งนี้ด้วยความสงสัย
“นั่นสิพี่ พวกผมก็สงสัยเหมือนกัน” สองพูดเสริม
มินที่ได้ยินคำถามของเด็กหนุ่มก็พลันหันหน้าไปที่หญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เขา พร้อมกับใช้สายตามองอีกฝ่ายเป็เชิงให้อธิบาย
ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่พวกบอยหรอกที่สงสัย ตัวของเขาเองก็สงสัยเช่นเดียวกันกับเด็กๆ เพียงแต่เขาคิดว่าหากถามต่อหน้าคนอื่นอาจจะไม่ดีเลยจะเก็บไว้ถามหญิงสาวตอนที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ พวกเขาทั้งคู่แล้ว
เมื่อมายเห็นสายตาทุกคู่ที่จ้องมายังเธออย่างคาดคั้น หญิงสาวจึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวพร้อมกับทำท่าทางเอือมระอา ราวกับว่าดูถูกกลุ่มคนตรงหน้าว่าช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
“มันไม่ใช่บัคหรอกแต่เป็ความสามารถที่ติดตัวมาของน้องผู้หญิงคนนั้นต่างหาก” เธอกล่าว
“ความสามารถอะไรเหรอพี่มาย” บอยถาม
“พรแห่งอาร์เทมิส”
“ฮะ?” มินและพวกเด็กหนุ่มอุทานขึ้น
“พรแห่งอาร์เทมิสไง อย่าบอกนะว่าไม่รู้จักกันอะ” หญิงสามถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง และเมื่อเห็นว่าทุกคนส่ายหน้า เธอก็อดไม่ได้ที่จะยกมือสวยๆ ของเธอขึ้นมาทาบกลางอกด้วยท่าทางโอเวอร์
“เวอร์ไปละ” มินกล่าวอย่างเหนื่อยหน่ายกับความขี้เล่นทีเล่นทีจริงของอีกฝ่าย
“ไม่เล่นละๆ อะๆ จะบอกให้ พรแห่งอาร์เทมิสก็ตามชื่อล่ะ มันคือพรที่เทพีอาร์เทมิสแห่งโอลิมปัสมอบให้แก่สาวกของเธอ คนที่จะได้ขึ้นพรนี้จะต้องชนะการแข่งขันยิงธนูในการแข่งกีฬาโอลิมปิกเท่านั้น” มายกล่าวอธิบาย
“สุดยอดว่ะ!” สองะโเสียงดังจนเรียกความสนใจของหลายๆ คนที่เหลือในร้าน ทั้งพวกชายชราที่กำลังพูดคุยและแลกเปลี่ยนเงินที่พนันเกี่ยวกับการต่อสู้ของแอลเมื่อสักครู่ รวมทั้งเหล่าบอดี้การ์ดที่หันหน้าไปหาสองชั่วครู่แต่ก็หันกลับไปมองหน้าจอที่กำลังฉายโทรทัศน์ภาพของเ้านายของพวกเขาอยู่
“ไม่น่าใช่นะพี่มาย ผมดูกีฬาโอลิมปิกทุกรอบทุกการแข่งนะ ไม่เคยเห็นหน้าพี่ผู้หญิงคนนี้เลย” บอยแย้งขึ้น
“อันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่พลังที่น้องคนนี้มีคือพรแห่งอาร์เทมิสไม่ผิดแน่” หญิงสาวตอบเด็กหนุ่ม
“แล้วพรอะไรนี่เกี่ยวไรกับเื่ที่มอนสเตอร์ของฉันทำไรน้องเขาไม่ได้อะ” รอบนี้เป็มินที่ถาม
“ก็ผู้ที่มีพรแห่งอาร์เทมิสน่ะ จะไม่มีทางได้รับอันตรายและาเ็จากสัตว์ทั้งปวงยังไงล่ะ!”
“โอพีสัส” นนกล่าวออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว
มินรีบขยับเข้าไปใกล้มายทันทีพร้อมกับกระซิบ “แล้วจะไม่เป็ไรเหรอ มีคนมีความสามารถงี้เข้าดันเจี้ยนอ่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอก นายก็เห็นแล้วนี่ว่าเมื่อกี้คุณป้าวรนาถฆ่าน้องคนนั้นไป ความสามารถนี้มันส่งผลแค่พวกมอนสเตอร์เท่านั้นแหละ” มายกระซิบตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็พลันถอนหายใจโล่งอกออกมาทันควัน ถือว่าเป็โชคดีสำหรับเขาที่ดันเจี้ยนของเขาในตอนนี้มีมารที่ไม่ใช่มอนสเตอร์อยู่ อย่างน้อยๆ ก็โล่งไปเปลาะหนึ่ง
“ว่าแต่วันนี้จะลงดันไหนดีบอย” มินหันไปถามเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ในชุดเกราะหนังผสมเกราะเหล็ก
“ตอนแรกก็ว่าจะลงดันก็อบลินอ่ะพี่มินแต่พอมาเจองี้ก็อยากลองดันใหม่ดู” เด็กหนุ่มตอบ
“ลองดิ หกสิบบาทเอง พี่รับรองเอ็งต้องประทับใจ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างสนิทสนมกับอีกฝ่ายหลังจากที่เมื่อวานได้พูดคุยกันพอสมควร
“เอาไงพวกมึง” เด็กหนุ่มหันไปถามเหล่าเพื่อนสนิท
“เอาดิ” สามตอบ
“จัดดิรอไร” สองตอบ
“ก็ดี” นนตอบ
เขาพยักหน้าให้เพื่อนสนิททั้งสามก่อนจะหันกลับมามองมินพร้อมกล่าว “จัดเลยพี่มิน”
“ถ้างั้นก็เปิดโทรศัพท์แล้วจ่ายในออตเทอเรียเลย หลังจากนั้นก็เปิดคิวอาร์โค้ดไปสแกนกับป้ายนากในสเตชัน ไม่ต้องใช้ด็อกแท็กแล้ว” ชายหนุ่มอธิบายฟังก์ชันของแอปพลิเคชันที่เขาจะรู้เมื่อคืนหลังจากที่เปิดแอปพลิเคชันออตเทอเรียเพื่อเช็กอะไรบางอย่าง
“เจ๋งดีว่ะพี่” นนพูดอย่างตื่นเต้น
เด็กหนุ่มทั้งสี่รีบยกสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับเปิดแอปพลิเคชันของร้าน พวกเขารีบจ่ายเงินออนไลน์ทันที และเพราะว่าครั้งนี้พวกเขาตั้งใจจะเข้าไปโซโล่ดันเจี้ยน ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสี่ต่างแยกกันเข้าห้องสเตชันกันคนละห้อง
หลังจากนั้นไม่นาน แอลก็ตื่นขึ้น เด็กสาวรีบยกมือขึ้นจับที่กลางอกของเธอทันที
“ไม่เจ็บแฮะ” เพราะความรู้สึกตอนโดนมีดแทงก่อนหน้านี้นั้นสมจริงซะจนใจของเธอหาย หล่นลงไปยังตาตุ่ม คิดว่าจะตายจริงๆ เสียแล้ว
“อ้าวตื่นแล้วเหรอน้อง” ประตูห้องพยาบาลเปิดขึ้น พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดวันพีชสีขาวที่เดินเข้ามา
“พี่คะ ดันเจี้ยนพี่สมจริงจนหนูใเลย!” แอลพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อนึกถึงความรู้สึกตอนอยู่ในมิติลวงตาก่อนหน้านี้
“ร้านนี้เป็ของพี่ชายพี่น่ะ ไม่ใช่ของพี่หรอก คนที่อยู่ข้างล่างนั่นแหละ พี่แค่มาช่วยดูเฉยๆ” เอ่ยเสียงหวาน
“อ๋อ ว่าแต่พี่ ดันร้านพี่ติดบัคปะ นอกจากบอสในดันแล้ว ม้อนตัวอื่นทำอะไรหนูไม่ได้อะ” เด็กสาวถามออกมาเมื่อนึกถึงเื่นี้ได้
“ไม่ใช่หรอก ถ้าน้องอยากรู้น้องโหลดแอปฯ ของร้านพี่มาสิ หลังจากน้องลงทะเบียนแล้วในข้อมูลของน้องจะมีรายละเอียดบอกอยู่ว่าทำไม” หญิงสาวไม่ลืมที่จะโปรโมทแอปพลิเคชันของซิสเตมออกไป
“ค่ะ” แอลตอบพร้อมกับวิ่งลงไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเอง
เธอรีบกดโหลดแอปพลิเคชันที่หญิงสาวบอกเมื่อครู่ทันที และเมื่อเด็กสาวกดยืนยันว่าชื่อที่เด้งขึ้นมาตอนเปิดแอปพลิเคชันว่าเป็ชื่อของเธอ เธอก็ต้องตกตะลึงกับข้อมูลในโปรไฟล์ของเธอ ที่มีทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลต่างๆ ที่เธอไม่แน่ใจว่าตัวแอปพลิเคชันเอามาจากไหน
มันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ที่โดนล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัว แต่เมื่อเธอเห็นข้อมูลอันหนึ่ง คิ้วของเธอก็ต้องเลิกขึ้น เมื่อเห็นข้อความบางอย่าง
[ความสามารถติดตัว]
พรแห่งอาร์เทมิส (Artemis’ s blessing)
รายละเอียด: พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ประทับอยู่ในร่างของเพลเยอร์ เป็พลังที่ได้รับมาจากเทพีอาร์เทมิสโดยตรง พลังนี้มีความสามารถในการป้องกันไม่ให้ร่างกายของเพลเยอร์ได้รับความเสียหายจากสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์หรือมอนสเตอร์
“คนในคืนนั้นเป็ท่านเทพีจริงๆ ด้วย” แอลอุทานออกมาเมื่อนึกถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่บอกกับเธอก่อนจะจากกัน ‘ไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดทำอันตรายเ้าได้’
แอลยกมือของตัวเองมาปิดปาก เนื่องจากตกตะลึงเมื่อได้รับรู้สิ่งนี้ เธอเลื่อนอ่านข้อความอีกครั้งด้วยความปีติยินดี
แต่แล้ว “เอ๋! อะไรเนี่ย”
เด็กสาวก็ต้องคิ้วขมวดเมื่อเห็นข้อมูลอีกอันที่อยู่ข้างล่าง
[ฉายา: ทายาทอสูร]
รายละเอียด: ฉายานี้มอบให้แก่เพลเยอร์ที่ได้รับมนตราตะขาบของวรนาถ บอสแห่งทุ่งราบวรนาถ โดยฉายานี้จะติดอยู่กับเพลเยอร์ 24 ชั่วโมง ก่อนจะหายไปเมื่อหมดเวลา
สถานที่: ทุ่งราบแห่งวรนาถ
เอฟเฟค: ลดความเสียหายของการโจมตีของเพลเยอร์ต่อบอสและลูกสมุนตะขาบลงครึ่งหนึ่ง ในระยะเวลาที่เพลเยอร์ได้รับฉายานี้
“ฮะ?” เด็กสาวอุทานเสียงหลง
__________________________
สวัสดีค่า ไรท์นะคะ
เนื่องจากตอนล่าสุดได้รับการตอบรับดีและมีคนคอนเม้นเยอะ
วันนี้ไรท์เลยมาลงให้อีกตอนค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเื่นี้นะคะ
เจอกันตอนหน้าค่ะ