Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ประลอง 4

    ประลอง 4


                       บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม!!! 


                       เสียงระเบิดดังก้อง ราวกับไม่ใช่การโจมตีของระดับนักเรียนเวท ความรุนแรงทำลายพื้นผิวเวที ที่ทำจากหินแกร่งเป็นรอยร้าว ฝุ่นผงปลิวจนกลบร่างของวิโอล่าจนมิด


     


                    ไอรีนยืนหอบหายใจหนัก ๆ แต่ยังคงมีรอยยิ้มที่ภาคภูมิบนใบหน้า หล่อนมั่นใจว่าการโจมตีแบบสุดกำลังของตัวเอง คงไม่มีนักเรียนคนไหน ในระดับพลังนักเรียนเวท ที่จะต้านทานได้ หรือแม้แต่ระดับนักเวทฝึกหัด ก็อาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ หากประมาทในการป้องกัน ผู้ชมต่างมองดูการโจมตีนี้ด้วยความตื่นตะลึง และชื่นชม


     


                    มีเพียงแมกนัสที่มือสั่นเหงื่อไหล ออกมาจนชุ่มหลัง เพราะเขาคิดว่าการฝึกหลักมาร่วมปี บวกกับคิดหาวิธีการต่าง ๆ ในการรับมือกับไอรีน หลังจากที่พลาดท่ายกตำแหน่งผู้ชนะในการประลองเมื่อปีก่อนให้กับหล่อน แต่เมื่อเห็นการโจมตีนี้แล้ว ก็จำต้องยอมรับว่า ตัวเขาในตอนนี้ ยังคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอรีน ความกลัวเปลี่ยนเป็นความกดดัน และความกดดันที่หนักหน่วงก็กลายเป็นหมอกอันดำมืดของความเกลียดชัง สายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความเคียดขึง เปลี่ยนเป้าหมายจากไอรีน ไปยังนักเรียนร่วมสาขาศาสตร์มืด "ยัยหนูคนสวย เห็นทีข้าคงต้องทำให้เจ้าอับอายต่อหน้าผู้คนเสียบ้าง จะได้ลดทอนความโอหังของพวกศาสตร์มืดลงบ้าง" เส้นเลือดสีแดงกล้ำแตกพล่าอยู่ในดวงตาที่จ้องมองไปยังจงลั่ว


     


                    ฝุ่นควันจางลงแล้ว แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตา กลับไม่ได้เป็นเช่นที่ทุกคนคาดคิด แถบพลังบนชุดของวิโอล่ายังคงเต็มเปี่ยม หล่อนไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย สีหน้าอันตื่นตระหนกปรากฏบนใบหน้าหวานของไอรีน ดวงตาที่กลมโตเบิกกว้างขึ้นกว่าปกติจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า หล่อนกัดริมฝีปากล่างอย่างลืมตัว ความภาคภูมิก่อนหน้าถูกสั่นคลอนอย่างหาที่สุดมิได้ มือขวาที่เคยร่ายเวทอย่างมั่นใจ บัดนี้กลับสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม


     


                    "แง แง...!!!"เสียงร้องของวิโอล่าเรียกสติของผู้ชมรอบ ๆ กลับคืนมา มีเพียงไอรีนที่ยังคงเหม่อลอย และจมอยู่ในภวังค์แห่งความผิดหวัง วิโอล่าในสภาพที่ไร้รอยขีดข่วนกลับร้องไห้ และขอยอมแพ้ด้วยอาการของเด็กสาวที่ตื่นกลัว ซึ่งทุกคนล้วนเข้าใจดี ว่าหากเป็นตนที่ถูกโจมตีเช่นนี้บ้างก็คง ทำอะไรไม่ถูก แต่ที่แปลกประหลาดก็คือเหตุใดศรมืดที่ทรงพลังเช่นนี้ จึงพลาดเป้าในระยะใกล้เช่นนี้ บางคนก็ให้เหตุผลว่าเพราะเด็กสาวโชคดี บ้างก็ว่าเพราะไอรีนใช้พลังที่มากเกินไป ทำให้ขาดความแม่นยำในการจู่โจม มีเพียงจงลั่วคนเดียวเท่านั้นที่คิดต่างออกไป


     


                    วิโอล่าที่อยู่ในอาการตัวสั่น ถูกพยุงลงจากเวทีโดยอาจารย์เอลลี่ แต่รอยยิ้มอันแสนเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อนอีกครั้ง และแน่นอนว่าไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของจงลั่วเช่นเคย แม้เขาจะรู้ว่าหล่อนจงใจแพ้ แต่ก็ไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงของวิโอล่า แต่ที่มั่นใจมากก็คือสิ่งที่หล่อนกำลังจะทำต้องไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่


     


                    เอลลี่ไม่ยอมรับคำโต้แย้งของวิโอล่าที่จะขออยู่ดูการแข่งขันต่อ แต่เลือกที่จะพาเด็กสาวไปหาอาจารย์ฟินิกซ์ที่ห้องพยาบาลแทน


     


                    การประลองครั้งสุดท้ายของรอบที่สอง อลันพบกับไทรัน แม้อลันจะมากด้วยพรสวรรค์ แถมมาจากตระกูลใหญ่ แต่กลับขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ และยังไม่มีเวทที่ใช้ในการป้องกัน ทำให้เมื่อถูกเข้าประชิดตัว ความได้เปรียบก่อนหน้าก็กลายสภาพเป็นลนลาน และไม่อาจต้านทานการบุกที่ดุดันของไทรัน และพ่ายแพ้ไปแบบฉิวเฉียด


     


                    การแข่งขันดำเนินมาจาถึงรอบรองชนะเลิศ โดยคู่แรกเป็นการพบกันของจงลั่ว ที่หลังจากสวมชุดมายาก็กลายสภาพเป็น จงหลิงสาวน้อยสุดแจ่มนักเรียนใหม่ป้ายแดง ผู้ที่พลิกล็อคชนะรอนมาได้แบบสะใจคอหมัดมวย จะพบกับมือหนึ่งจากศาสตร์อัศวินแมกนัส ผู้ที่ช่ำชองในการประลอง และแข็งแกร่งราว รูปร่างใหญ่โตราวกับหมียักษ์


     


                    ส่วนคู่ที่สองเป็นการพบกันของราชินิศาสตร์มืดไอรีน ที่กลายเป็นที่กล่าวขวัญอีกครั้ง หลังจากการโจมตีอันน่าเหลือเชื่อในรอบที่สอง แม้จะพลาดเป้าไป แต่ก็สั่นประสาทของนักเรียนที่กำลังชมการประลอง รวมถึงไทรัน คู่แข่งของหล่อนในรอบนี้ด้วย


     


                    "ได้เวลาแล้ว" เดธสตาร์เรียกผู้เข้าแข่งขันในคู่แรกให้เตรียมพร้อม หลังจากที่ได้หยุดไปพักร่วมสิบห้านาที


     


                    แมกนัสที่พกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม เดินขึ้นเวทีไปก่อนอย่างองอาจ ร่างที่สูงใหญ่ยืนมั่นคงหนักแน่นดั่งภูผา จ้องมองดูเด็กสาววัยสิบห้ารูปร่างอรชร กำลังเยื้องย่างขึ้นไปบนเวทีอย่างช้า ๆ ริมฝีปากที่เชิดขึ้นเล็กน้อยของเด็กสาว ทำให้ใบหน้าที่ขาวนวล ราวกับถูกประดับด้วยรอยยิ้มที่สะกดใจชายหนุ่มทุกผู้นามอยู่ตลอดเวลา หล่อนเดินด้วยท่าทางมาดมั่น ก่อนจะพาร่างระหงที่สูงเกือบเมตรเจ็ดสิบกว่ามาหยุดยืนจังก้า อยู่ตรงข้ามกับแมกนัสอย่างไม่สะทกสะท้าน ระยะห่างเพียงห้าเมตร เมื่อสายลมหอบหนึ่งพัดผ่านขึ้น ก็นำพากลิ่นหอมอันรวยรินไปแตะจมูก อัศวินที่กำลังจ้องมองสาวตรงหน้าน้อยตาเป็นมัน มันสูดลมหายใจเก็บเอากลิ่นกายที่พัดโชยมาเข้าไปจนสิ้น


     


                    เด็กสาวมองดู รอยยิ้มอันแสนทรามที่ปรากฏบนใบหน้าแมกนัส ซึ่งไม่ต่างจากคู่ต่อสู้คนก่อนหน้าของหล่อน เพียงแต่คู่ต่อสู้คนนี้ กลับแผ่กลิ่นอายบางอย่างที่คุ้นชินออกมา กลิ่นอาจของพวกที่เขาคุ้นเคย "พวกบ้าการต่อสู้สินะ" จงลั่วมองหาจุดอ่อนของแมกนัส และแน่นอนต่อให้เด็กหนุ่มจะบ้าการต่อสู้แค่ไหน และผ่านคู่ต่อสู้มานับสิบนับร้อย ก็ไม่อาจเทียบกับประสบการณ์ต่อสู้ที่สั่งสมมาหลายสิบปีของจงลั่ว ที่ไม่อาจก้าวข้ามระดับสิบ แต่สำหรับการต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งในระดับไม่เกินยี่สิบแล้ว ถือว่าจงลั่วอยู่ในระดับหัวแถวเลยทีเดียว แม้ร่างกายที่ใหญ่โต รวมถึงพละกำลัง และการป้องกันที่แข็งแกร่งของอัศวินจะสูงส่งกว่านักเวทมากมาย แต่นั่นมันนักเวททั่วไป ไม่ใช่อสูรในคราบนักเรียนเวท ผู้มีประสบการณ์ในการเปลี่ยนอาชีพมากมาย จงลั่วซึบซับข้อดีข้อเสียพื้นฐาน ในการต่อสู้แต่ละแบบจนทะลุปรุโปร่ง "ไอ้รอยยิ้มงี่เง่านั้น เดี๋ยวพ่อจะอัดให้ยิ้มไม่ออกเลยคอยดู" มีดสั้นในมือขวา ถูกเหน็บกลับไปที่สายรัดข้างเอว


     


                    จงลั่วยืนนิ่งสูดหายใจลึก เขาเพิ่มพลังในการสังเกตคู่ต่อสู้อย่างละเอียด และก่อนที่การต่อสู้จะเกิดขึ้น รูปแบบในการประลองก็ถูกขีดเขียนเอาไว้ในจิตนาการของจงลั่วเรียบร้อยหมดแล้วจิตวิญญาณที่กระหายในการต่อสู้เมื่อนานมาแล้วถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง และตอนนี้จงลั่วพร้อมถึงขีดสุดแล้ว...เขารอคอยเพียงสัญญาณเริ่มการประลองเท่านั้น


    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน