บทที่ 50 เด็กคนนั้นเลือกให้
สีหน้าของชายชราดูดีขึ้นมาก “กินอะไรมาหรือยัง? ให้ป้าเหมยทำอะไรให้กินหน่อยไหม?”
“ก่อนกลับบ้านผมแวะกินข้าวมาแล้วครับ ตอนนี้ยังไม่หิว”
“งั้นเดี๋ยวพ่อเอาอะไรมาให้แกดื่มหน่อย” พูดจบชายชราก็ลุกขึ้นไปที่ห้องครัวแล้วหยิบชานมจากตู้เย็นมาวางไว้ตรงหน้าฟู่ซือเหยียน “แช่ไว้ตลอด ยังไม่เสียหรอก”
“ชานม?” ฟู่ซือเหยียนได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ “มันมีครีมเทียมเยอะเกินไป ผมไม่ดื่มครับ”
“นาน ๆ ทีดื่มสักแก้วจะเป็นอะไรไป?” ชายชราจ้องเขาเขม็ง “แกยังไม่ถึงสามสิบเลย ทำไมถึงเริ่มรักสุขภาพขนาดนี้แล้วล่ะ สู้คนแก่อย่างฉันก็ไม่ได้!”
“...”
เมื่อเห็นว่าปฏิเสธไม่ได้ ฟู่ซือเหยียนจึงเสียบหลอดดูดชานมแล้วลองดูดไปสองคำ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
มันหวานเลี่ยนมาก แต่ก็ยังพอรับได้
ชายชราถามว่า “เป็นไงบ้าง?”
“ก็พอใช้ได้ครับ” ฟู่ซือเหยียนมองแก้วชานมแล้วยิ้ม “คุณพ่อรอผมกลับมาดึกดื่นขนาดนี้ คงไม่ได้จะให้ผมมาดื่มชานมแก้วเดียวหรอกใช่ไหมครับ?”
“ก็ใช่น่ะสิ วันนี้ออกไปข้างนอก มีเด็กคนหนึ่งแนะนำชานมนี้ให้”ชายชราพูดพลางถอนหายใจสองครั้ง “แต่พ่อเองคงแก่แล้วจริง ๆ ไปตรวจร้านยังโดนดูถูกเลย”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของฟู่ซือเหยียนก็เขร่งขรึมลงทันที เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ร้านไหนครับ บอกผมมาเดี๋ยวผมให้ผู้ช่วยจางไล่พนักงานที่เข้ากะวันนั้นออกให้หมด”
“ช่างเถอะ พวกเขาก็ทำงานหาเช้ากินค่ำ พ่อเองก็แต่งตัวซอมซ่อไปหน่อย” ชายชราโบกมือปฏิเสธแล้วเลื่อนกล่องของขวัญบนโต๊ะน้ำชาไปให้ฟู่ซือเหยียน
“อีกไม่กี่วันก็วันเกิดแกแล้ว พ่อเลือกของขวัญมาให้ลองเปิดดูสิ”
ฟู่ซือเหยียนเปิดกล่องของขวัญก็พบว่าภายในมีเนกไทสองเส้น สีสวยงามเป็นของอาร์มานี่
“สวยมากเลยครับ”
“ใช่ไหมล่ะ พ่อก็คิดแบบนั้น” เมื่อเห็นฟู่ซือเหยียนผู้ที่ปกติแล้วเป็นคนเลือกมากพอใจกับเนกไท ชายชราก็ยืดหลังตรงดูภูมิใจอยู่บ้าง “นี่เด็กคนนั้นก็เป็นคนเลือกให้เหมือนกัน”
“เด็กที่คุณพ่อพูดถึง เพิ่งรู้จักกันวันนี้เหรอครับ?” ฟู่ซือเหยียนถามด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะทำให้คุณพ่อมีความสุขมาก ถ้ามีโอกาสผมก็อยากเจอเหมือนกันครับ”
อีกอย่างฟู่ซือเหยียนก็ไม่ค่อยเห็นคุณท่านออกไปไหนแล้วกลับมาอารมณ์ดีขนาดนี้
“คงไม่มีโอกาสแล้วล่ะ” ชายชราถอนหายใจ เขาเห็นว่าเด็กสาวคนนั้นหน้าตาสวย ยังมีบุคลิกที่ดีอีกต่างหากคาดว่าคงแต่งงานไปนานแล้ว คงไม่มีใครมีสิทธิ์ไปหมายปองหรอก
พอคิดถึงเรื่องแต่งงานชายชราก็มองไปที่ฟู่ซือเหยียนแล้วถามอย่างลองเชิง “ซือเหยียน แกไปยุ่งอยู่ต่างประเทศก็ตั้งนานแล้ว ถูกใจใครบ้างหรือเปล่าล่ะ?”
“ยังไม่มีครับ”
ชายชราถอนหายใจ “แกเองก็อย่าเลือกมากนัก ต้องหาแบบที่ตัวเองชอบนะ พ่อไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้น แกก็ไม่ต้องไปสนใจว่าคนอื่นจะพูดยังไงหรอก”
“ซือเหยียน พ่อเลี้ยงแกมากับมือ ตั้งแต่เด็กจนโตก็อยู่คนเดียวตลอด พ่อไม่อยากให้ตอนที่พ่อจากไปแล้ว แกก็ยังอยู่คนเดียวอยู่ พ่อก็อยากเห็นแกมีครอบครัวของตัวเอง”
“ลองดูพวกลุง ๆ ของแกสิ ลูก ๆ หลายคนก็แต่งงานไปแล้ว บางคนยังมีลูกถึงสามคน แล้วดูแกสิถ้าพ่อไม่อยู่แล้วตอนนั้นทรัพย์สมบัติในตระกูลก็ตกเป็นของพวกเขา แกที่ไม่มีครอบครัวจะได้ส่วนแบ่งมากแค่ไหนล่ะ?”
“คุณพ่อต้องอยู่กับผมไปอีกนานครับ”ฟู่ซือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ต่อให้ต้องเสียสละหรือใช้เงินมากแค่ไหน ผมก็จะทำให้พ่อแข็งแรงให้ได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ชายชราก็รู้สึกพอใจมาก “คนเราแก่ตัวไป ก็ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยและความตาย พ่อน่ะมองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดาแล้ว แต่พ่อยังเป็นห่วงแกอยู่’
เขามองไปที่ฟู่ซือเหยียน ผู้หล่อเหลาและสง่างามดวงตาของเขาฉายแววความรู้สึกที่ซับซ้อน
ตระกูลฟู่ติดหนี้เด็กคนนี้มากเกินไป
“รออีกหน่อยนะครับ” สักพักฟู่ซือเหยียนก็พูด “อีกไม่กี่วันผมต้องเดินทางไปทำธุระต่างประเทศ พอกลับมาแล้วผมจะลองหาดู จะพาว่าที่ลูกสะใภ้มาหาคุณพ่อให้ได้ครับ”
“สัญญาแล้วนะ อย่าเอาแต่ทำงานจนลืมล่ะ” ในที่สุดชายชราก็ยิ้มออก ยังคงเตือนเขาอีกว่า “เงินทองหาเท่าไหร่ก็ไม่หมดหรอก เอาอย่างพวกเด็ก ๆ หน่อย ไปเที่ยว ไปหาความรักบ้างก็ดี”
ฟู่ซือเหยียนยิ้มออกมา
ชายชราเป็นห่วงเขามากจริง ๆ แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องความรักอะไรพวกนั้นเลย
ขณะที่พ่อลูกทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ โทรศัพท์ของฟู่ซือเหยียนก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นว่าเป็นโทรศัพท์จากผู้ช่วยจางฟู่ซือเหยียนคิดว่าเขามีเรื่อง จึงรับสาย “มีอะไร?”
“ท่านประธานครับ คือว่าเฉินคังที่คอยติดตามคุณหลีรายงานมาว่า ตอนนี้คุณหลีเมาอยู่ที่เทียนเยว่กงครับ” ผู้ช่วยจางรายงาน “เพื่อนของคุณหลีก็เมาเหมือนกัน ตอนนี้เขาไม่รู้จะทำยังไงดี”
“เขาไม่รู้จะทำยังไง แล้วนายก็ไม่รู้เหมือนกันเหรอ?” ฟู่ซือเหยียนโกรธจนแทบจะหัวเราะออกมา “โทรมาหาฉันแล้วฉันจะแก้ปัญหานี้ให้พวกนายได้เหรอ?”
ผู้ช่วยจางพูดต่อ “เฉินคังบอกว่าเหมือนจะมีคนคอยจับตาดูคุณหลีอยู่ ผมเดาว่าน่าจะเป็นคนของหานจินหยาง อีกไม่กี่วันก็จะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ผมกลัวว่าคุณหลีจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในช่วงนี้”
ฟู่ซือเหยียนถึงกับกุมขมับ
เขาเกือบลืมไปแล้วว่าหลีเกอเคยคบกับหานจินหยาง หานจินหยางมาครั้งนี้ก็เพื่อความร่วมมือนั้น ถ้ามีโอกาสต้องจัดการหลีเกอแน่
“ไม่ต้องพาใครไปแล้ว ไปรวมกับเฉินคัง แล้วพาทั้งสองคนกลับบ้าน” ฟู่ซือเหยียนสั่ง
“แต่ ประธานฟูครับ ความยากลำบากอยู่ตรงที่…” ผู้ช่วยจางพูดจาอึกอัก “เจ้าอลิซาเบธของผมปวดท้อง ผมกำลังเฝ้ามันให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลอยู่ ไม่งั้นก็คงไม่โทรหาคุณหรอกครับ”
ฟู่ซือเหยียนพูดอย่างไม่พอใจ “ก็แค่แมวตัวหนึ่งเอง นายฝากมันไว้ที่โรงพยาบาลสัตว์ มันจะหนีไปไหนได้”
“ประธานฟู่ครับอลิซาเบธของผมไม่ใช่แค่แมวธรรมดานะครับ” ผู้ช่วยจางแก้คำพูดของเขาอย่างจริงจัง “ผมทำงานหาเงินก็เพื่อเลี้ยงมัน ผมจะไม่ปล่อยให้มันเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
“...”
ฟู่ซือเหยียนวางสายไปสีหน้าก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะหาผู้ช่วยที่เก่งรอบด้านอย่างผู้ช่วยจางได้ยาก
ฟู่ซือเหยียนก็อยากจะไล่เขาออกจริง ๆ!
“พ่อครับ ดึกแล้ว ขึ้นไปพักผ่อนกับเถอะครับ” ฟู่ซือเหยียนลุกขึ้นจากโซฟา เขาต้องไปดูสถานการณ์เอง และไม่สามารถปล่อยให้หานจินหยางลงมือก่อนได้ “ผมขอตัวออกไปทำธุระข้างนอกก่อนนะครับ”
“เรื่องผู้หญิงหรือเปล่า?” ชายชราได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อครู่บ้าง จึงถามขึ้นพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย “ดูเหมือนว่าแกจะมีผู้หญิงอยู่ข้างกายแล้วนี่!”
ฟู่ซือเหยียนได้แต่ถอนหายใจ “ไม่ใช่ครับ เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น”
“เพื่อนก็ดี ก็ค่อย ๆ คบหากันไปก่อนก็ได้” ชายชราทำสีหน้าเหมือนรู้ทันทุกอย่าง แล้วบอกให้เขาขับรถดี ๆ ก่อนจะขึ้นชั้นบนไปด้วยอารมณ์ดี ฟู่ซื่อเหยียนได้แต่ยอมแพ้
เอาเถอะ ถึงอธิบายไปคุณพ่อก็ไม่เชื่ออยู่ดี
ฟู่ซือเหยียนขับรถโดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีก็มาถึงเทียนเยว่กง
“ท่านประธานฟู่” เฉินคังรออยู่ที่หน้าประตู พอเห็นฟู่ซือเหยียนมาถึงก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
ฟู่ซือเหยียนเงยหน้ามองป้ายชื่อเทียนเยว่กง นึกถึงตอนที่มาคุยงานที่คลับนี้แล้วได้พบกับหลีเกอโดยไม่คาดคิด ไม่คิดว่าผ่านมาเพียงไม่นาน ผู้หญิงคนนั้นจะมาที่นี่อีก
ยังไม่เข็ดหลาบอีกเหรอ?
ฟู่ซือเหยียนเดินเข้าไปข้างในก่อนจะถามสถานการณ์ “สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”
“แปลกมากเลยครับ” เฉินคังเกาหัวอย่างงุนงง “คนพวกนั้นเอาแต่เล่นเกมกับคุณหลีและเพื่อน ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลย แม้แต่ตอนดื่มเหล้าก็ยังเรียบร้อยดี”
สายตาของฟู่ซือเหยียนเขร่งขรึมลงทันที
คนที่เข้ามาเที่ยวที่นี่ ทุกคนไม่ได้มีจุดประสงค์ที่บริสุทธิ์ ความเป็นไปได้เดียวก็คือ พวกเขาอาจจะเป็นคนของหานจินหยาง
ชายหนุ่มรีบก้าวเร็วขึ้นเดินมุ่งไปที่คลับ ก่อนจะผลักประตูที่ขวางทางออก แล้วก้าวเข้าไปในพื้นที่ด้านใน เสียงเพลงที่ดังและความเย็นจากเครื่องปรับอากาศโถมเข้ามา ไฟภายในคลับสลัวและมีบรรยากาศคลุมเครือ
“ประธานฟู่ คุณหลีอยู่ตรงนั้น” เฉินคังชี้ไปทางหนึ่ง
ฟู่ซือเหยียนมองตามสายตาของเขา ไปยังโซฟาที่มีผู้ชายและผู้หญิงหลายคนนั่งอยู่ พวกเขากำลังเล่นเกมด้วยกัน หลีเกอเงยหน้าดื่มเหล้ารวดเดียวหมดแก้ว ใบหน้าแดงก่ำเห็นได้ชัดว่าเมาแล้ว