26 1-2
ตอนที่ 31 ลักพาตัว
หวู่เหรินส่งสายตาเ็าให้กับพยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีที่ร้องขู่คำรามตัวนั้น
เผชิญเข้ากับสายตาสอเสียดคู่นี้สว่างวาบ พยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีเย็นสะท้านทั่วแผ่นหลัง มันััได้ว่า บุคคลผู้นี้หาใช่ตัวตนที่สมควรยุ่มย่ามด้วยเท่าใดนัก
“เรียนนายท่าน ประมาณ่เที่ยงวัน คุณหนูสามแห่งตระกูลเหลิงได้นำคนกลุ่มหนึ่งลอบเข้าไปยังกระโจมที่ค้างแรมของท่านเมื่อคืน และได้ลักพาตัวเหลิงเจียวเหนียงไป”
ขณะเดียวกัน แลเห็นว่าพยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีกำลังเลี้ยวกลับลำจะหนีไป เสี้ยวพริบตา โม่เฉินหยวนสะบัดแขนสร้างคลื่นพลังดาบลมปราณแวบหนึ่งพุ่งไปตัดกิ่งไม้เหนือหัวของมัน ทำเอากิ่งไม้ดังกล่าวโค่นหักฟาดใส่ศีรษะเ้าพยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีเข้าเต็มๆ
“....” พยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสียิ่งทวีความเดือดดาลโกรธจัด ้าจะฉีกร่างของทั้งสองให้เป็ชิ้น แต่ไม่ว่าจะดูอย่างไร ตัวมันก็ไม่มีทางเอาชนะคนเหล่านี้ได้เลย
มันจำต้องอดทน!
รอจังหวะแล้วจึงค่อยหนีไปใหม่!
“เป็ไปไม่ได้ มีม่านพลังมนตราของข้าคุ้มกันอยู่ทั้งคน แล้วนางจะเข้าไปจับตัวเด็กได้เยี่ยงไร?”
น้ำเสียงของโม่เฉินหยวนเย็นะเืปราศจากความรู้สึกใดอื่นเจือปน ภายใต้หน้ากากดำขลับ ปรากฏั์ตาสีทองประกายที่ยามนี้ดูหม่นทมิฬลงสามส่วน และถูกแทนที่ด้วยแววจิตสังหารอำมหิต แต่แม้ว่าจะน่ากลัวสยดสยองปานใด กลับปฏิเสธไม่ลงเลยว่า ภาพที่เห็นช่างดูงดงามและสูงส่ง เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติเท่านั้นจึงจะกล้าสบมองดวงตาคู่นี้โดยตรง
ขณะที่เขากำลังเอ่ยถามประโยคนั้นไป ก็แลเห็นว่าพยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีกำลังตั้งท่าเตรียมจะหลบหนีอีกครั้ง หนึ่งกระบวนลงมือเคลื่อนไหวฉับพลัน กระแสลมปราณที่สั่งสมอยู่บนฝ่ามือของเขาพุ่งใส่กิ่งไม้อีกครา และหล่นกระแทกใส่ศีรษะของมันอย่างแม่นยำดังเดิม
“โฮกกกก!!”
พยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีสุดจะทนแล้ว มันแผดเสียงร้องคำรามลั่นสนั่นไปทั่วผืนป่าพงไพร ทำเอาฝูงนกวิหคฟ้านับหลายสิบหลายร้อยแตกฮือบินกระจายไปตลอดระยะทางไกล
รอบนี้มันเหลียวศีรษะตั้งใส่คนทั้งสองในทันใด พร้อมกระโจนสี่เท้าเปิดฉากโจมตีทันที ดวงตาของสัตว์ร้ายแสดงถึงสัญชาตญาณของผู้ล่า จิตสังหารดิบเถื่อนเอ่อล้นรุนแรง มีกลิ่นคาวเืฟุ้งตลบออกมาจากช่องปากของมัน
หากไม่แสดงถึงความเป็ใหญ่สักครา เกรงว่าเ้ามนุษย์สองตนนี้คงลำพองใจอวดดีแก้ไม่หาย!!
ข้าจักต้องฉีกกระชากพวกมันให้เป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยในวันนี้นี่ล่ะ! ต่อให้มันจะเป็ผู้ใดก็ไม่กลัว!
โม่เฉินหยวนไม่ขยับแม้แต่ปลายนิ้วเสียด้วยซ้ำ ปล่อยให้หวู่เหรินเคลื่อนไหวตอบโต้ทันควัน เสี้ยวอึดใจต่อมา ร่างอัสนีสีดำก็พลันปรากฏต่อหน้าพยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีประดุจภูตผี ยกบาทาเหินเตะใส่กะโหลกศีรษะของมันจนหน้าสะบัดปลิว
ก่อนที่พยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีจะกระเด็นอัดพื้นดิน ชั่วพริบตากลางอากาศ หวู่เหรินยังประเคนบาทาซ้ำสองตอกส้นเท้าใส่หน้าท้องของมันอีกครั้งด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า
“บูมมม!!”
พยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีร่างปลิวคะมำไถพื้นกว่าหลายสิบฉื่อ กิ่งก้านต้นไม้ทั้งหลายที่อยู่ด้านหลังของมันหักโค่นระเนระนาดไม่เหลือดี สัตว์อสูรผู้เป็ถึงพยัคฆ์นอนหมดสภาพสิ้นลายอย่างน่าอับอายยิ่งแล้ว
มันพยายามพยุงตัวโงนเงนลุกขึ้น วิสัยทัศน์การมองเห็นวิงเวียนมองไม่ชัดเจนเสมือนพื้นดินกลับหัวกลับหางไม่เข้าที่
พยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีส่ายศีรษะสะบัดอยู่หลายทีกว่าจะกลับเป็ปกติ ครั้งนี้มันไม่มีคิดลังเล รีบหมุนตัวสับสี่ขาวิ่งเตลิดหนีออกไป!
หวู่เหรินหันมาคุกเข่ารายงานต่อหน้าโม่เฉินหยวนต่อว่า
“เหลิงฉิวหวานใช้อุบายโกหกว่า มีอันตรายเกิดขึ้นกับเหลิงหยุนเจียวภายในระแวกป่าอันใกล้ จึงอยากให้ออกไปดู เหลิงเจียวเหนียงดูลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเดินออกจากม่านพลังมนตราด้วยตนเอง”
โม่เฉินหยวนยกสองมือขึ้นไขว้หลังเป็ท่าถนัด ยกนิ้วโป้งข้างขวาลูบไล้นิ้วชี้สีดำบนมือข้างซ้ายที่ชอบทำอยู่เป็ประจำ
เขาจับจ้องไปยังทิศทางที่พยัคฆ์เหมันต์เจ็ดสีวิ่งจากออกไป ดวงตาเผยถึงร่องรอยการคำนวณอะไรบางอย่าง
โม่เฉินหยวนหยิบสิ่งของจำนวนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติเก็บของ และโยนสิ่งเ่าั้ให้กับหวู่เหริน
“นี่เป็ขวดบรรจุโอสถกับสมุนไพร หลังจากที่เ้ารวบรวมสมุนไพรชนิดอื่นๆได้ครบแล้ว จงนำไปให้ผู้าุโฉินเพื่อหลอมกลั่น”
“ขอรับ!”
โม่เฉินหยวนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงมองไปทางหวู่เหวินและเอ่ยถามอีกคราว่า
“พักนี้อันหรู่หยวนมีการเคลื่อนไหวอะไรบ้างหรือไม่?”
ทันทีที่โม่เฉินหยวนพูดประโยคนี้ขึ้นมา หวู่เหวินก็รีบโขกศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรงทีหนึ่งทันที
“ข้าผู้นี้ช่างไร้ความสามารถยิ่งนัก! ที่ปล่อยให้อันหรู่หยวนหลบหนีไปได้! จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังหาตัวไม่พบ นายท่านโปรดลงโทษข้าด้วยเถิด!”
ลึกลงไปในแววตาของโม่เฉินหยวนที่สงัดเงียบดุจพื้นผิวทะเลสาบา ยามนี้คล้ายมีระลอกคลื่นหนึ่งปรากฏไสว เนื้อเสียงที่เปล่งถามต่ออีกครั้งเจือผสมความประหลาดใจเล็กน้อย
“นาง...หนีไป?”
“ขอรับ”
หวู่เหวินบีบกำปั้นทั้งสองข้างไว้แน่น หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลรินผ่านขมับของเขาหยดลงสู่พื้นดิน
อันหรู่หยวน เป็บุคคลต้องสงสัยและมีแนวโน้มมากที่สุดว่าจะเป็คนวางยาพิษใส่นายท่าน ซึ่งแม้ว่านายท่านของเขาจะยอมปล่อยนางให้เป็อิสระก่อนหน้านี้ แต่หากสืบทราบได้ในภายหลังว่า นางเป็คนทรยศจริงๆ ต่อให้อยู่หรือหนีไปล้วนไม่มีทางได้รับการอภัยอย่างแน่นอน
โม่เฉินหยวนมิได้เห็นอันหรู่หยวนอยู่ในสายตาอยู่แล้ว จึงมิได้สั่งการให้หวู่เหรินค่อยเฝ้าระวังนางเป็พิเศษอันใด นั่นหมายความว่านี่หาใช่เป็การละเลยหน้าที่ไม่ และเขาเองก็ไม่คิดที่จะต่อว่าหรือตำหนิอะไรเช่นกัน
สีหน้าการแสดงออกของโม่เฉินหยวนกลับสู่ความสงบดังเดิมอย่างรวดเร็ว ปิดปากเงียบไปชั่วขณะ จึงค่อยกล่าวขึ้นต่ออย่างใจเย็นว่า
“เื่สำคัญกว่าในยามนี้ก็คือความปลอดภัยของเหลิงเจียงเหนียว ระหว่างนี้เ้าแอบไปเฝ้าติดตามเด็กก่อน และจนกว่าที่เหลิงหยุนเจียวจะปรากฏตัวเข้าช่วย จักต้องให้แน่ใจว่า เด็กคนนั้นจะมิได้รับาเ็อะไร”