ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ผ่านการทดสอบ

    ชายชราตรงหน้าแสดงสีหน้าโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด สำหรับนิกายล่ามังกรสำนักจู่หลงนั้นเป็นเหมือนพี่น้องถึงแม้ทั้งสองจะไม่ได้ติดต่อกันแต่ผู้ก่อตั้งสำนักจู่หลงก็เป็นผู้อาวุโสของนิกายล่ามังกรและผู้อาวุโสคนนั้นยังกลายเป็นเทพไปนานแล้วอีกด้วย“เรื่องนี้ทำให้เจ้าลำบากแล้ว แล้วตอนนี้เจ้าจะทำยังไงต่อ” ชายชราตบบ่าฟางเฉินด้วยความเห็นใจ“ข้าพาเขามาสมัครเป็นผู้อาวุโสปรุงยา” จางอิงลู่กล่าว“หิมเจ้าปรุงยาได้ด้วยงั้นเหรอ” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าตกใจ“พอได้นิดหน่อย” ฟางเฉินกล่าว“แล้วเจ้าปรุงยาได้ถึงระดับใหน” ชายชราเกิดสนใจขึ้นมา“ระดับเซียน” ฟางเฉินกล่าว“ถือว่ายอดเยี่ยมถ้างั้นตามข้ามา การจะเป็นผู้อาวุโสของที่นี่จำเป็นต้องการการทดสอบอย่างเคร่งครัด และรวมถึงความแข็งแกร่งทั้งหมดของเจ้าเองก็ต้องถูกปะเมินอีกด้วย นี่คือการรับรองความปลอดภัยของนิกายเพื่อไม่ให้มีคนทรยศ” ชายชรากล่าว“ข้าเข้าใจ” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินและจางอิงลู่ก็เดินตามชายชราเข้าไปในหอผู้อาวุโส ซึ่งภายในหอเป็นที่โล่งและรอบ ๆจะมีที่นั่งของผู้อาวุโสแต่ละคนอยู่และหนึ่งในนั้นมีหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนกับจางอิงลู่อยู่ ฟางเฉินถึงกับคิ้วกระตุกเพราะหญิงสาวนางนั้นมองมาที่ฟางเฉินด้วยสีหน้าเย็นชาและจิตสังหารบาง ๆยังปรากฎออกมาอีกด้วย“เอาละ วันนี้เป็นวันดีที่อิงลู่ได้ทำภารกิจสังหารราชาแมงมุมเนตรมารได้ ส่วนเจ้าหนุ่มนี่เองก็สังหารราชามังกรปฐพีได้ด้วยตัวคนเดียวและเด็กคนนี้ต้องการที่จะสมัครเป็นผู้อาวุโสของนิกายล่ามังกรเรา” ชายชรากล่าว“โอ้ สังหารราชามังกรปฐพีได้งั้นเหรอ เรื่องนี้เชื่อได้หรือไม่” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว“ข้ายินยันเพราะข้าเห็นกับตา” จางอิงลู่กล่าว“เจ้าไม่ได้ยื่นมือไปช่วยเขาใช่หรือไม่” ฝาแฝดพี่สาวของจางอิงลู่ มีนามจางอิงเย่กล่าวขึ้น“ไม่ข้าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใด ๆ กลับกันคนที่ได้รับการช่วยเหลือคือข้า” จางอิงลู่กล่าวจางอิงเย่ขมวดคิ้วนางพบว่าบรรยากาศรอบตัวของฟางเฉินและจางอิงลู่นั้นไม่ชอบมาพากลตัวนางที่เติบโตมากับจางอิงลู่ย่อมรับรู้ได้“เอาละ เอามาพิสูจน์ความจริงกันเลยดีกว่า ก่อนที่เจ้าจะทดสอบปรุงยาเจ้าจะต้องปลดปล่อยจิตวิญญาณให้พวกเราเห็นเสียก่อน ข้าขอบอกว่าห้ามปิดบังจิตวิญญาณตัวเองเด็ดขาดไม่อย่างงั้นเจ้าจะถูกขับไล่ออกไปทันที” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว“เจ้าโอเคใหม” ชายชราหันมาทางฟางเฉิน“ไม่มีปัญหา” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับหลับตาลงในตอนนั้นเองเปลวเพลิงสีม่วงก็ปรากฎออกมาและแผ่กลิ่นอายทำลายล้างและกลิ่นอายอสูรออกมา“เปลวเพลิงระดับศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ ไม่แปลกที่จะเป็นนักปรุงยาจริง ๆ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวแต่ยังไม่ทันที่เหล่าผู้อาวุโสจะหายยินดี กลิ่นอายเทวะก็ปรากฏพร้อมกับดวงเนตรขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นมา เมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในดวงเนตรเหล่าผู้อาวุโสก็สั่นสะท้านแม้จะเป็นถึงมหาเซียนแต่ก็ยังไม่เคยพบเจอจิตวิญญาณที่ทรงพลังเท่ากับดวงเนตรบรรพชนของฟางเฉินมาก่อน“เหอะ รอให้ข้าฟื้นคืนพลังกลับมาได้ก่อนเถอะ” ความโลภกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์“เทวะ นี่มันจิตวิญญาณเทวะแถมจิตวิญาณเปลวเพลิงนั่นคือจิตวิญญาณไร้ระดับ ไม่น่าเชื่อว่าในร่างคนๆเดียวจะครอบครองจิตวิญญาณล้ำค่าทั้งสองอย่าง” ผู้อาวุโสคนหนึ่งสั่นสะท้านและลุกขึ้นยืนอย่างไม่รู้ตัว“เป็นไปได้ยังไง” จางอิงเย่กล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ“ยอดเยี่ยม แค่นี้ด้านพลังคงไม่ต้องทดสอบเพิ่มแล้วเขายังฝึกกายามังกรไปถึงระดับ 8 อีกด้วยเพราะงั้นเรามาทดสอบด้านปรุงยากันดีกว่า” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้มยินดีการที่นิกายล่ามังกรได้พบกับฟางเฉินถือเป็นเรื่องดี“เจ้าจะปรุงยาอะไรก็ได้ขอแค่อยู่ระดับเซียนพวกเราก็จะให้เจ้าผ่านแล้วเจ้าจะกลายเป็นผู้อาวุโสระดับสูงทันที” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวฐานะของนักปรุงยานั้นสูงมากแม้พลังของฟางเฉินจะเป็นเพียงแค่ราชาเซียนขั้นต่ำแต่ถ้าปรุงยาระดับเซียนได้ก็จะได้เป็นผู้อาวุโสระดับสูงทันที“ได้” ฟางเฉินกล่าวฟางเฉินนำส่วนผสมออกมาและนำเต่าปรุงยาของตนเองออกมา เตาปรุงยาที่ฟางเฉินเอาออกมาทำให้เหล่าผู้อาวุโสพากันอ้าปากค้างเพราะเตาปรุงยาที่ฟางเฉินเอาออกมานั้นเป็นเตาปรุงยาที่ล้ำค่าเทียบเท่ากับอาวุธระดับมหาเซียนเลยก็ได้แน่นอนว่าเตาปรุงยานี้ฟางเฉินพบมันในชั้นที่ 6 ของตำหนักวิญญาณ ฟางเฉินเริ่มปลดปล่อยเปลวเพลิงของตัวเองออกมาและควบคุมสมุนไรแต่ละชนิดได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อสมุนไพรเหล่านั้นสัมผัสกับเปลวเพลิงมันก็กลายเป็นของเหลวฟางเฉินแยกส่วนที่มีสิ่งเจือปนออกและนำของเหลวที่บริสุทธิ์มารวมกันและเริ่มควบแน่นเม็ดยา การปรุงยาของฟางเฉินใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสิ้น“นี่คือเม็ดยาหยางแท้งั้นรึ” ชายชรากล่าวพร้อมกับหยิบเม็ดยาสีแดงฉานซึ่งมีกลิ่นอายของพลังหยางอยู่เต็มเปี่ยมออกมา“เป็นอย่างไรบ้าง” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยความอยากรู้ชายชร่าส่งเม็ดยาให้กับผู้อาวุโสคนนั้นทันที ผู้อาวุโสคนนั้นตรวจสอบอย่างละเอียดและยิ้มออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น“ยิดเยี่ยมแม้จะเป็นเพียงระดับเซียนขั้นต่ำ แต่คุณภาพของเม็ดยากลับสูงมากเทียบเท่าได้กับขั้นกลางได้เลย” เหล่าผู้อาวุโสกล่าวชื่นชมจางอิงเย่เองก็ตกตะลึงเช่นกันเม็ดยาของฟางเฉินนั้นแทบไม่หลงเหลือสิ่งเจือปนอยู่เลยเรียกได้ว่าเม็ดยานี้แทบไม่เหลือผลเสียในอนาคนคตเลยก็ว่าได้“เอาละพวกเจ้าว่ายังไงบ้าง” ชายชรากล่าว“ผ่านแน่นอน เขาเหมาะจะเป็นผู้อาวุโสระดับสูงอย่างแน่นอน”“ถ้างั้นเราจะบอกข้อตกลงกับเจ้าก่อน สำหรับเจ้าที่เป็นผู้อาวุโสปรุงยาจะมียอดเขาเป็นของตนเองและนักปรุงยาในนิกายส่วยใหญ่จะอาศัยอยู่ที่ภูเขาไฟเพราะที่นั่นสามารถยืมเปลวเพลิงที่ทรงพลังมาปรุงยาได้ แต่เจ้ามีเปลวเพลิงอยู่แล้วดังนั้นเลยไม่จำเป็นและอีกอย่างสำหรับนักปรุงยาของสำนักเจ้าไม่สามารถปรุงยาให้กับคนนอกได้และในทุก ๆเดือนทางนิกายจะส่งมองสมุนไพรทั้งหมด 100 ชุดให้เจ้าปรุงเม็ดยาเสริมกายาซึ่งนี่คือวิธีการปรุง เจ้าจะต้องปรุงเม็ดยาหสำเร็จอย่างน้อย 50 เม็ดเพื่อส่งให้ทางนิกายและถ้าเจ้าปรุงได้ครบ 50 เม็ดแล้วสมุนไพรเหลือสมุนไพรเหล่านั้นจะเป็นของเจ้าทันที และสำหรับใครก็ตามที่ต้องการให้เจ้าปรุงยาให้เจ้าสามารถคิดราตาเม็ดยาตามที่เจ้าเห็นสมควรได้แน่นอนว่าคนเหล่านั้นต้องเป็นคนของนิกาย” ชายชรากล่าว“ข้าเข้าใจแล้ว” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับรับแผ่นหยกและสมุนไพรทั้ง 100 ชุดมาฟางเฉินได้รับชุดและป้ายของผู้อาวุโสระดับสูงของนิกาย และไม่ใช่แค่นั้นตามกฎของนิกายฟางเฉินต้องมีลูกศิษย์เป็นของตัวเองอย่างน้อย 2 คนอีกด้วยซึ่งตัวของจางอิงลู่เองก็มีศิษย์เป็นของตัวเองเช่นกัน

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน