หลังจากเหตุการณ์ที่ลำธาร ความสัมพันธ์ระหว่างครามและรินก็ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาใช้เวลาฝึกฝนอาคมร่วมกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในฐานะคู่หู แต่ยังเป็คู่รักที่คอยเติมเต็มซึ่งกันและกัน พลังอาคมของครามเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโ เมื่อเขาสามารถผสานพลังธาตุแข็งของตนเองเข้ากับพลังธาตุอ่อนของรินได้อย่างลงตัว
ใน่สองสามวันที่ผ่านมา ครามและรินได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ทั้งในการฝึกฝนและในยามพักผ่อน พวกเขาจะนั่งคุยกันใต้ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าวัด หรือเดินเล่นริมลำธารในยามเย็น ความรู้สึกที่มีต่อกันเริ่มลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพียงแค่ความปรารถนาทางกาย แต่เป็ความรักที่แท้จริงที่เติบโตขึ้นจากการเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน
ครามเริ่มเข้าใจถึงความอ่อนโยนและความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ในตัวริน ในขณะที่รินก็ค่อยๆ เรียนรู้ถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละของคราม พลังอาคมของทั้งสองเริ่มเชื่อมโยงกันมากขึ้น เมื่อใดที่พวกเขาอยู่ใกล้กัน พลังธาตุของทั้งสองจะไหลเวียนไปมาระหว่างกัน สร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ
ในยามเช้าของวันหนึ่ง ครามตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติในอากาศ เหมือนมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวในเงามืด เขาลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่ เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังป่าลึกที่ปกคลุมด้วยหมอกเช้า ท้องฟ้ายังคล้ำมืด ดาวยังคงส่องแสงริบหรี่ แต่เขารู้สึกได้ถึงความไม่สงบที่แฝงอยู่
เขาเดินลงไปหาพ่อใหญ่คำที่กำลังนั่งสวดมนต์อยู่หน้าศาลเ้าพ่อหลวงปู่ เทียนไขและธูปส่องแสงริบหรี่ในความมืด กลิ่นหอมของดอกไม้และธูปลอยอบอวลในอากาศ พ่อใหญ่คำดูเข้มข้นและจริงจัง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นแสดงถึงความกังวล
"ปู่ครับ" ครามเรียกเบาๆ "ผมรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติ"
พ่อใหญ่คำเงยหน้ามองคราม ดวงตาเฉลียวฉลาดทอประกายด้วยความกังวล "ใช่แล้ว ปู่ก็รู้สึกได้เหมือนกัน" เขากล่าวด้วยเสียงเครียด "เมื่อคืนปู่ฝันเห็นเงาดำขนาดใหญ่เคลื่อนไหวในป่าลึก และเสียงกรีดร้องที่น่าสะพรึงกลัว"
ครามรู้สึกขนลุก "นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ"
"หมายความว่าผนึกใหญ่เริ่มอ่อนแอลง" พ่อใหญ่คำลุกขึ้นยืน มองไปยังทิศทางของป่าลึก "ิญญาร้ายที่แข็งแกร่งกว่าเดิมเริ่มหลุดออกมาได้ และมันกำลังรวบรวมพลังเพื่อทำลายผนึกให้แตกสิ้น"
ในขณะนั้นเอง รินก็วิ่งมาหาพวกเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ผมยาวปลิวไสวตามลม เสื้อผ้าเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความกังวล
"พ่อใหญ่คำคะ ครามคะ" รินหอบหายใจแรง "ชาวบ้านหลายคนมาบอกว่าเมื่อคืนเห็นแสงแดงส่องออกมาจากป่าลึก และได้ยินเสียงกรีดร้องที่น่ากลัวมาก ลุงบุญมีที่ไปหาของป่าก็ยังไม่กลับมาเลย"
พ่อใหญ่คำหน้าเครียด "เื่ร้ายแรงกว่าที่คิดแล้วสินะ" เขาหันไปมองครามและริน "พวกเอ็งต้องเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้เราต้องออกไปสำรวจป่าลึกกันเอง"
แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก
ใน่หลายวันที่ผ่านมา ิญญาร้ายระดับกลางเริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้นในอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่แค่ผีเร่ร่อนทั่วไป แต่เป็ิญญาที่มีพลังอาฆาตและสติปัญญามากขึ้น พวกมันเริ่มโจมตีชาวบ้านที่ออกไปหาของป่าหรือกรีดยาง ทำให้ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัวและไม่กล้าออกไปนอกหมู่บ้านในยามค่ำคืน
เมื่อสองคืนก่อน ลุงสมชายที่ไปตัดไผ่ป่าก็ถูกผีตายโหงโจมตี เขากลับมาด้วยสภาพาเ็สาหัส ร่างกายเต็มไปด้วยรอยข่วนลึกจากเล็บแหลมคม และดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเล่าว่าเห็นเงาดำขนาดใหญ่เคลื่อนไหวระหว่างต้นไม้ และได้ยินเสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัวดังก้องไปทั่วป่า
เมื่อคืนที่แล้ว ป้าสมหญิงที่ไปเก็บผักป่าก็ไม่กลับมา ชาวบ้านออกไปตามหาแต่พบเพียงตะกร้าที่ฉีกขาดและเืที่แห้งแล้วบนใบไม้ ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านตื่นตระหนกและไม่กล้าออกไปนอกหมู่บ้านหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน
บรรยากาศในหมู่บ้านผาหมอกเปลี่ยนไปจากความสงบสุขเป็ความหวาดกลัวและความไม่แน่นอน ผู้คนพูดคุยกันเป็กระซิบกระซาบ เด็กๆ ไม่กล้าออกไปเล่นไกลจากบ้าน และผู้ใหญ่ก็เริ่มพกอาวุธติดตัวไปทุกที่
"คืนนี้เราต้องออกลาดตระเวนให้ไกลกว่าเดิมนะคราม" รินกล่าวขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวออกไปลาดตระเวนยามค่ำคืน "พ่อใหญ่คำบอกว่ามีคนเห็นเงาดำขนาดใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ลึกเข้าไปในป่า"
รินสวมชุดผ้าสีเข้มที่เหมาะสำหรับการเคลื่อนไหวในป่าคืน ผมยาวถูกมัดไว้เป็มวยแน่น เพื่อไม่ให้รบกวนการต่อสู้ เธอพกถุงสมุนไพรและน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ที่แม่เฒ่าบัวให้มา รวมทั้งมีดเล็กที่คมกริบสำหรับป้องกันตัวในยามฉุกเฉิน
"อืม ฉันก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติ" ครามพยักหน้า พลางรัดผ้าคาดเอวให้แน่น "ระวังตัวด้วยนะริน"
ครามถือไม้เท้าอาคมที่พ่อใหญ่คำให้มาแน่นในมือ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากไม้เท้า และพลังธาตุในตัวเขาเองที่เริ่มตอบสนอง เขาสวมเสื้อผ้าสีเข้มเช่นเดียวกับริน และพกน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่พ่อใหญ่คำอธิษฐานให้ไว้ในขวดเล็ก
ทั้งสองออกเดินทางเข้าสู่ป่าลึก แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องยอดไม้เป็ครั้งคราว สร้างเงาตะคุ่มที่ดูน่ากลัว เสียงจิ้งหรีดเรไรและสัตว์ป่าร้องระงม ทำให้บรรยากาศยิ่งวังเวง ครามและรินเดินเคียงข้างกัน มือของทั้งสองัักันเบาๆ เป็การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ป่าในยามค่ำคืนมีความงดงามแปลกตา แสงจันทร์ส่องผ่านใบไม้สร้างลายแสงเงาที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เสียงธรรมชาติผสมผสานกันเป็เพลงแห่งความลึกลับ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าและใบไผ่สดลอยอบอวลในอากาศ แต่ใต้ความงามนั้นก็มีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าหลายชั่วโมง ผ่านลำธารเล็กๆ ที่ไหลเซาะ ผ่านโขดหินใหญ่ที่ปกคลุมด้วยมอสเขียวขจี และผ่านไผ่ป่าที่แกว่งไสวตามสายลม ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเปลี่ยนไปเท่านั้น อากาศเริ่มหนาวเย็นผิดปกติ แม้จะเป็ฤดูร้อน และมีกลิ่นอายของความเน่าเฟะแฝงอยู่เบาๆ
"คราม รู้สึกไหม" รินกระซิบ "อากาศเริ่มแปลกๆ แล้ว"
ครามพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานรอบตัว พลังธาตุในตัวเขาเริ่มสั่นไหวเบาๆ เหมือนกำลังเตือนถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา "ใช่ เหมือนมีสิ่งไม่ดีกำลังจ้องมองเราอยู่"
เสียงสัตว์ป่าที่เคยร้องระงมเริ่มเงียบลง จนในที่สุดป่าก็เงียบสนิท มีเพียงเสียงฝีเท้าของทั้งสองและเสียงใบไม้แสลงใสเบาๆ เท่านั้น ความเงียบนี้ทำให้ทั้งสองรู้สึกไม่สบายใจ เพราะป่าที่มีชีวิตชีวาไม่ควรจะเงียบขนาดนี้
จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่นผิดปกติ ต้นไม้เหล่านี้สูงใหญ่มหึมา เรียงตัวกันอย่างแ่า จนแสงจันทร์แทบจะส่องลงมาไม่ได้ ใบไม้มีสีเข้มผิดปกติ และลำต้นมีรอยแผลเป็แปลกๆ เหมือนถูกกรงเล็บั์ข่วนไว้ ที่นั่นมีกลิ่นอายของพลังงานมืดแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง
"ระวังนะคราม" รินกระซิบ "ฉันรู้สึกไม่ดีเลย"
ครามยกไม้เท้าอาคมขึ้น พร้อมที่จะร่ายอาคมป้องกันตัวทุกเมื่อ พลังธาตุในตัวเขาเริ่มไหลเวียนเร็วขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น "ฉันก็เหมือนกัน พลังมืดที่นี่เข้มข้นมาก"
ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากด้านหลัง ทั้งสองหันไปมองอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดมิด แต่พวกเขารู้สึกได้ว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวในเงามืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและมีจุดประสงค์
"มีอะไรตามมา" ครามกระซิบ พลางดึงรินให้เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น
รินรวบรวมพลังธาตุน้ำและลม เตรียมพร้อมที่จะใช้อาคมป้องกันตัว แสงสีฟ้าอ่อนเริ่มปรากฏรอบตัวนาง "ไม่รู้ว่าเป็อะไร แต่มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาแน่นอน"
เสียงเคลื่อนไหวในพุ่มไม้ดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีหลายตัวกำลังล้อมรอบพวกเขา เสียงใบไม้แสลงใส เสียงกิ่งไม้หัก และเสียงแปลกๆ ที่ฟังดูเหมือนเสียงหายใจของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่
แล้วทันใดนั้น เสียงกรีดร้องอันโหยหวนก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า เสียงที่ทำให้เืเย็นเฉียบและขนลุกซู่ ร่างของิญญาร้ายตนหนึ่งปรากฏขึ้นจากเงามืดระหว่างต้นไม้ใหญ่ มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่สูงใหญ่ผิดปกติ มีแขนขายาวผิดปกติที่ยื่นลงมาถึงพื้น ดวงตาเรืองแสงสีแดงก่ำเหมือนถ่านไฟ และมีเขี้ยวแหลมคมยื่นออกมาจากปากที่อ้าโหวงกว้าง ิัมีสีดำคล้ำและเปียกชื้นด้วยของเหลวสีเข้ม มันคือ "ผีปอบ" ที่มีพลังอาฆาตสูงกว่าผีตายโหงที่พวกเขาเคยเจอมา
ผีปอบจ้องมองครามและรินด้วยดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความหิวโหยและความอาฆาต มันเอี้ยวเสียงแหลมสูงที่ทำให้หูแว่วไปทั้งคู่ ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งและน่าสะพรึงกลัว
"มนุษย์... กลิ่นเืสด... นานแล้วที่ไม่ได้ลิ้มรส" ผีปอบเลียริมฝีปากด้วยลิ้นยาวสีดำ "พลังอาคม... หอมหวานจัง... จะกินพวกแกทั้งเป็"
ผีปอบพุ่งเข้าใส่ครามและรินอย่งรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ความเร็วของมันเหนือความคาดหมาย ครามรีบสร้างเขตอาคมสี่เหลี่ยมขึ้นมาป้องกัน แสงสีทองเปล่งออกมาจากไม้เท้าอาคม สร้างกำแพงพลังงานขึ้นมาขวางทาง แต่ผีปอบก็ใช้กรงเล็บแหลมคมที่ยาวเหมือนดาบฉีกเขตอาคมของครามจนขาดสะบั้น เสียงแหลมคมของเล็บขูดกับพลังงานดังก้องไปทั่วป่า
"พลังมันแข็งแกร่งกว่าที่คิด!" ครามะโ พลางดึงรินให้หลบการโจมตีของผีปอบที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
รินร่ายอาคมธาตุน้ำและลมเข้าโจมตีผีปอบ ลูกบอลน้ำขนาดใหญ่และใบมีดลมแหลมคมพุ่งเข้าใส่ผีปอบอย่างรุนแรง แต่ผีปอบก็สามารถหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วราวกับเงา ร่างของมันเลื่อนไหลเหมือนควันดำ หลีกเลี่ยงการโจมตีได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะพุ่งเข้าใส่รินอีกครั้งด้วยความโกรธแค้น
ครามเห็นดังนั้นก็โกรธจัด ความรักและความ้าปกป้องรินทำให้พลังในตัวเขาปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขารวบรวมพลังธาตุไฟทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว ไฟสีทองแดงลุกโชนขึ้นรอบตัวเขา ก่อนจะปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ผีปอบอย่างรุนแรง
ผีปอบกรีดร้องด้วยความเ็ปเมื่อลูกไฟกระทบร่างของมัน ร่างของมันกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนเปลือกไม้หลุดลอก แต่ก็ยังไม่ตาย มันลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยความโกรธแค้นที่เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองครามและรินด้วยความอาฆาตแค้นที่รุนแรงขึ้น ร่างกายของมันเริ่มโตขึ้นและมีพลังมากขึ้น
"พวกแก... กล้าทำร้ายข้า... ต้องตาย!" ผีปอบคำราม เสียงของมันดังก้องไปทั่วป่าจนใบไม้ร่วงหล่น พลางพุ่งเข้าใส่ทั้งสองอีกครั้ง คราวนี้มันเร็วและรุนแรงกว่าเดิมมาก กรงเล็บของมันยาวขึ้นและแหลมคมขึ้น
ครามและรินพยายามต่อสู้ด้วยพลังรวมกัน แต่พลังของผีปอบนั้นเหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิด มันเคลื่อนไหวเร็วจนตาไม่ทัน และมีพลังทำลายที่น่าสะพรึงกลัว พวกเขาเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ จากการใช้พลังอาคมอย่างต่อเนื่อง
ในการโจมตีครั้งหนึ่ง ผีปอบใช้แขนยาวปัดป่ายรินจนนางล้มลงกับพื้น เสื้อผ้าของนางฉีกขาดจากกรงเล็บแหลมคม เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียนบางส่วนที่มีรอยข่วนเล็กน้อย รินครางด้วยความเ็ป พยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายอ่อนแรงจากการใช้พลังมากเกินไป
ครามเห็นดังนั้นก็รู้สึกเ็ปและโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความรักที่มีต่อรินทำให้เขาไม่สามารถยอมให้ใครมาทำร้ายนางได้ "อย่าไปแตะต้องเธอ!" เขาะโด้วยความโกรธจัด
"หนีไปริน!" ครามะโ พลางวิ่งเข้าไปขวางระหว่างผีปอบกับริน "ฉันจะถ่วงเวลาให้!"
"ไม่! ฉันไม่ทิ้งนาย!" รินตอบด้วยเสียงสั่นเครือ พลางพยายามลุกขึ้นยืนแม้จะเ็ป "เราต้องสู้ด้วยกัน!"
ผีปอบหัวเราะอย่างน่าสะพรึงกลัว "ซึ่งใจดีจัง... จะได้กินทั้งคู่พร้อมกัน!" มันพุ่งเข้าใส่รินอีกครั้งด้วยความเร็วสูงสุด
ครามรีบเข้าขวางด้วยร่างกายของตัวเอง ใช้ไม้เท้าอาคมป้องกันการโจมตีของผีปอบ แต่พลังของมันแรงเกินไป ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนหมดสติไปชั่วขณะ เืไหลออกมาจากมุมปาก และร่างกายเ็ปไปทั่ว
รินเห็นครามหมดสติก็ใสุดขีด หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความกลัวและความโกรธ นางรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว แม้จะอ่อนแรงแล้วก็ตาม สร้างเขตอาคมขนาดใหญ่ขึ้นมาโอบล้อมผีปอบเอาไว้ แสงสีฟ้าเข้มปรากฏขึ้นเป็กรงพลังงานรอบตัวผีปอบ แต่เขตอาคมของนางก็เริ่มสั่นคลอนและมีรอยแตกปรากฏขึ้น เพราะพลังของผีปอบนั้นแข็งแกร่งเกินไป
"คราม… ตื่นสิ!" รินะโเรียกคราม เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว พลางพยายามประคองร่างของเขาขึ้นมา "อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว!"
ผีปอบเริ่มบีบอัดเขตอาคมของรินเข้ามาเรื่อยๆ กรงเล็บแหลมคมของมันขูดกับกำแพงพลังงาน ทำให้เกิดประกายไฟและเสียงแหลมคม รินรู้ดีว่านางไม่สามารถต้านทานได้นานกว่านี้ พลังของนางเริ่มหมดลง และเขตอาคมก็กำลังจะแตกสลาย
ด้วยความหมดหวัง รินตัดสินใจลากครามเข้าไปหลบในโพรงไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก โพรงไม้ที่เกิดจากต้นไผ่ั์โบราณที่ตายไปแล้ว โพรงไม้นั้นมืดมิดและคับแคบ กว้างพอสำหรับคนสองคนนอนแนบชิดกัน ร่างของทั้งสองแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง
"เงียบไว้คราม… อย่าส่งเสียง" รินกระซิบเสียงแ่ พลางโอบกอดครามแน่น เธอรู้สึกถึงความร้อนรุ่มจากร่างกายของคราม แม้เขาจะหมดสติ และกลิ่นกายของเขาที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ปลุกเร้าความปรารถนาในตัวเธอด้วย
ผีปอบเดินวนเวียนอยู่รอบๆ โพรงไม้ เสียงฝีเท้าหนักและเสียงหายใจแหบแห้งดังชัดเจนในความเงียบ มันพยายามใช้พลังจิตค้นหาครามและริน ดวงตาแดงก่ำส่องแสงในความมืด แต่โพรงไม้นั้นถูกปกคลุมด้วยพลังอาคมโบราณของต้นไผ่ั์ที่มีอายุหลายร้อยปี ทำให้ผีปอบไม่สามารถตรวจจับได้
"ไปไหนแล้ว... กลิ่นหายไปแล้ว..." ผีปอบบ่นด้วยเสียงโกรธแค้น "แต่ข้ารู้ว่าพวกแกยังอยู่ที่นี่... ข้าจะหาให้เจอ..."
ในความมืดมิดและคับแคบ ร่างของครามและรินแนบชิดกันจนแทบจะเป็เนื้อเดียวกัน ครามที่เริ่มได้สติจากเสียงเรียกของรินรู้สึกถึงความนุ่มนวลของร่างกายรินที่เบียดชิดกับเขา เขาััได้ถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ และสะโพกผายงามที่เบียดชิดกับต้นขาของเขา กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของรินที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการต่อสู้ปลุกเร้าความปรารถนาในตัวเขาอย่างรุนแรง แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย
มือของครามเลื่อนไปโอบเอวคอดกิ่วของรินอย่างแ่เบา รู้สึกถึงความอบอุ่นและความนุ่มนวลของผิวเนื้อใต้ผ้าที่ฉีกขาด ก่อนจะบีบเคล้นสะโพกผายงามของเธออย่างอ่อนโยน ััได้ถึงความนุ่มนวลและยืดหยุ่นของผิวเนื้อที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ
รินเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เธอััได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายครามที่แนบชิดกับเธอ กล้ามเนื้อที่แข็งแรงและอบอุ่น ความร้อนรุ่มจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในตัวเธอ ทำให้เธอรู้สึกวาบหวามไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะคิดเื่เช่นนี้ แต่ความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานและความตื่นเต้นจากอันตรายก็ยากที่จะห้ามใจ
รินบดเบียดร่างกายเข้าหาครามมากขึ้น พลางซบหน้าลงกับแผงอกของเขา สูดดมกลิ่นกายชายชาตรีของครามอย่างเต็มปอด กลิ่นที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นของป่าทำให้เธอรู้สึกมึนเมาและปรารถนา
ผีปอบยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ โพรงไม้ เสียงฝีเท้าและเสียงหายใจของมันดังชัดเจนในความเงียบ ครามและรินต้องพยายามเก็บเสียงและควบคุมลมหายใจของตนเองให้เงียบที่สุด แต่ในความเงียบนั้น เสียงหัวใจของทั้งสองกลับเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ความตึงเครียดจากสถานการณ์คับขันผสมปนเปกับความปรารถนาที่เร่าร้อน ทำให้บรรยากาศในโพรงไม้เต็มไปด้วยความวาบหวามและอันตราย
ครามรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของรินที่พัดโชยมาที่ใบหน้าของเขา และริมฝีปากอ่อนนุ่มของนางที่แตะเบาๆ กับแผงอกของเขา ความรู้สึกนี้ทำให้เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาโน้มตัวลงจูบรินอย่างดูดดื่ม ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดกันอย่างเร่าร้อนในความมืดมิด
ลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน สำรวจและลิ้มรสของกันและกัน มือของครามเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของรินอย่างแ่เบา รู้สึกถึงผิวเนื้อเนียนนุ่มที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ ก่อนจะเลื่อนลงไปบีบเคล้นสะโพกผายงามของเธออย่างแ่เบา
รินครางในลำคออย่างแ่เบา เสียงที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลินและความปรารถนา ตอบรับััของครามอย่างเต็มใจ มือของนางเลื่อนไปลูบไล้หน้าอกและแผ่นหลังของครามอย่างเร่าร้อน ััได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นด้วยความตื่นเต้นและความปรารถนา
พวกเขาจูบกันอย่างเนิ่นนาน ราวกับจะปลดปล่อยความตึงเครียดและความปรารถนาทั้งหมดที่มีออกมาในห้วงเวลานั้น ความกลัวต่อความตายทำให้ความรู้สึกทุกอย่างเข้มข้นขึ้นเป็ทวีคูณ ทำให้พวกเขา้ากันและกันมากขึ้น ้าััและความอบอุ่นของกันและกันในยามที่ชีวิตอาจจะจบลงได้ทุกเมื่อ
ในโพรงไม้ที่มืดมิดและคับแคบ ท่ามกลางอันตรายที่คุกคาม ครามและรินได้ค้นพบความรักที่แท้จริงและความปรารถนาที่ลึกซึ้งที่มีต่อกันและกัน พวกเขารู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ และความรักนี้จะเป็พลังที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นในการต่อสู้กับความมืดที่กำลังคุกคามหมู่บ้านผาหมอกของพวกเขา