[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 42 สิ่งที่ไม่คาดคิด

    ตอนที่42สิ่งที่ไม่คาดคิด

            ภายในบ้านอันเงียบสงบของตระกูลแจ็กสันคนเป็นแม่กำลังดูแลสามีที่สลบอยู่บนเตียงภายในห้องของพวกเขา พวกลูกๆ คนอื่นๆที่เหลือก็ออกไปทำภารกิจของตนเองในค่ายส่วนอีกสองคนกำลังโดนให้ทำงานของพ่อแม่ไปอย่างเรื่อยๆแต่คนหนึ่งในนั้นกำลังเซ็งกับเอกสารมากมายบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นพ่อ

             

            “เฮ้อ...นี่เหรอ? เอกสารที่พ่อต้องทำตลอดน่าเบื่อเป็นบ้า!”

            โอราอุสเห็นน้องสาวที่กำลังเบื่อก็หัวเราะในลำคอ “หึๆเธอทำแต่ใช้กำลังนี่น่า คงไม่เคยอยู่เฉยๆ กับพวกเอกสารพวกนี้”

            “มันก็แน่อยู่แล้ว!” โพรทาเลียยกมือขึ้นมาเท้าคาง“ฉันใช้กำลังมากกว่าสมองนี่น่า...ถึงแม่สมองจะใช้เป็นเวลา...แล้วอีกอย่าง...”

            โพรทาเลียหยิบเอกสารทุกฉบับขึ้นมาดูแล้วพูดถึงรายละเอียดในเอกสาร

            “เอกสารพวกนี้มันอะไรกัน? การขออนุมัติสร้างอุปกรณ์ การขออนุมัติสร้างลูกไฟ...เอ่อ..ลูกไฟ...?พวกเขาหมายถึงดอกไม้ไฟนะเหรอ?”

            “ใช่ อันนั้นน่าจะของบ้านเฮอร์มีส พวกนั้นชอบขออะไรที่พิเรนทร์น่านะ”

            พอพูดถึงบ้านที่ตัวเธออยู่รู้เลยว่าพวกนี้โคตรพิเรนทร์แค่ไหน เธอหันมามองเอกสารต่อ “ทำไมถึงมีเอกสารขออนุมัติอะไรเต็มเลยอ่ะ?”

            “อ๋อ...อีกไม่นานพอใกล้ถึงวันครีษมายันจะมีงานเทศกาลรวมตัว วันนั้นจากทุกทีเหล่าเทพจะประชุมพวกเขาหันมาใส่ใจลูกๆ ที่พวกเขาทอดทิ้ง คงเพราะเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน”

            โอราอุสมีสีหน้าที่นิ่งเงียบเขาเอาแต่จ้องเอกสารโพรทาเลียมองพี่ชายที่นิ่งเงียบไป เขานิ่งไปสักพักก่อนจะพูดออกมา

            "ตอนที่พ่อแม่ยังเด็กๆตอนนั้นมีคนตายเยอะ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ลูกๆมนุษย์กึ่งเทพหันมาห้ำหั่นกันเองนะ"

            สีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่เกิดในอดีตเธอค่อยเอ่ยน้ำเสียงที่ “แย่มากๆ เลยนะนั้น”

            “ใช่...ตอนนั้นพ่อร่วมมือกับทุกคนจนผ่านอุปสรรคมาได้ถึงจะเสียใครไปเยอะ...แต่พ่อก็ผ่านมันมาได้...แล้วก็มีอีกเหตุการณ์ที่พ่อโดนสลับตัวกับสายเลือดจูปิเตอร์อีกนะ”

            “สายเลือดจูปิเตอร์?” โพรทาเลียสงสัยว่าใครแต่เธอมานึกๆ ฟีนีอุสก็มีสายเลือดของจูปิเตอร์ จนเธอนึกถึงชายที่เคยเจอ “แปลว่าพ่อของฟีนีอุสก็คือ?”

            "หือ?" โอราอุสมองน้องสาวที่ทายคนที่คิดว่าใช้ขึ้นมา"ใช่เขาคือคนที่โดนสลับตัวกับพ่อนะ"

            “งั้นชายที่ชื่อเจสันคนนั้นก็เป็นคนของจูปิเตอร์พวกที่ใส่เสื้อสีม่วงในค่ายเราสินะ”

            “ใช่ จริงสิ ว่างๆเธอก็ลองไปเดินที่ค่ายจูปิเตอร์สิ”

            “ไปได้เหรอ?”

            “ได้สิ ถ้าต้องการ”

            “งั้นหนูขอให้ฟีนีอุสพาไปชมได้ไหม?”

            “ไม่!” โอราอุสตะโกนทันที“พี่ไม่ยอมให้ไอ้หน้าม่อนั้น พาเธอไปแน่ๆ”

            “หน้าม่อ?” โพรทาเลียเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัย“หน้าม่อคือ?”

            “คนเจ้าชู้ไงล่ะ!” โอราอุสยื่นหน้ามาทางน้องสาว

            “เจ้าชู้ ฟีนีอุสเนี่ยนะ?” โพรทาเลียไม่อยากเชื่อในคำพูดของพี่ชายที่ฟีนีอุสเป็นคนเจ้าชู้

            “เธอยังไม่เห็นเวลาที่หมอนั้นเดินพาสาวๆพวกผู้หญิงเอาแต่จ้องมองเขาเป็นสายตาเดียวคงเพราะเขาสายเลือดของจูปิเตอร์และอะโฟร์ไดต์เลยทำให้ความมีเสน่ห์ของเขามากขึ้นกว่าเดิมน่านะ”

            "งั้นเหรอ?"

            “เธอไม่รู้สึกอะไรเหรอ?”

            “ไม่นะ...แค่...รู้สึกคุ้นเคยคงเพราะเราเคยเจอตอนเด็กๆ”

            “ก็นะ ตอนจัดงานวันเกิดพวกเธอหมอนั้นก็มาพร้อมน้องสาวที่เป็นเพื่อนเธอ”

            “ใช่...เอมิลี่...ถ้าเธอรู้หนูไม่รู้เธอจะโกรธหนูไหม...”

            “พี่ว่าไม่นะ...” โอราอุสคิดถึงเอมิลี่ที่จะได้เจอโพรทาเลียคงดีใจเหมือนกัน “แต่พอพูดถึงฟีนีอุส ตอนงานเลี้ยงจำไม่ผิดตอนใกล้จบหมอนั้นเอาผมของเขาที่ตัดออกให้เธอด้วยนี่น่า...”

            โพรทาเลียได้ยินคำพูดพี่ชายเธอลุกขึ้นพรวดพราดแล้ววางมือกระแทกกับโต๊ะ “พี่ว่าไงนะ?”

            โอราอุสตกใจกับปฏิกิริยาของน้องสาว “อ๊ะ...ก็...เส้นผมหมอนั้นนะ...เขาให้เธอใส่ไว้ในกล่องไม้นะ”

            โพรทาเลียนึกถึงตอนที่เธอเจอผมนั้นในกล่องปริศนาในกระเป๋าของเธอได้ทันที

            “นี่...ก็แปลว่า...” โพรทาเลียนั่งลงกับเก้าอี้เธอครุ่นคิดเรื่องเส้นผมนั้น

            โอราอุสมองน้องสาวที่กำลังครุ่นคิดบางอย่างเขาถึงกับเครียดเลยที่เผลอพูดเรื่องเส้นผมของฟีนีอุสเขาคิดว่าจะทำไงให้น้องสาวสนใจเรื่องอื่นแทนโอราอุสคิดสักพักก็หันไปเห็นกองจดหมายตรงหน้าจากเหล่าเทพทันที

            “โพรทาเลียช่วยพี่อ่านจดหมายพวกนี้ต่อแทนนะ!!”โอราอุสยกกองจดหมายนั้นแล้วมาวางตรงหน้าของโพรทาเลีย

            “เอ๋...” โพรทาเลียมองกองจดหมายที่พี่ชายวางตรงหน้าเธอเธอขมวดคิ้วที่พี่ชายโยนงานบางส่วนให้เธอ “หือ?”

            “ช่วยพี่นะ เดียวที่เหลือพี่จะทำต่อเองนะ”โอราอุสฉีกยิ้มให้น้องสาว

            “ก็ได้ๆ”

             

            โพรทาเลียยอมพี่ชายที่ให้งานเธอเธอมองจดหมายพวกนั้นแล้วหยิบขึ้นมาอ่านดู เธอเห็นจดหมายทุกฉบับมาจากเทพต่างๆตั้งแต่เทพองค์เล็กๆ จนมาถึงเทพแอรีสพอเธอเปิดจดหมายรู้สึกข้างในเหมือนเป็นสารท้ารบกับพ่อของเธอทำให้สงสัยเลยว่าพ่อเคยไปทำอะไรเทพองค์นี้กันถึงมาท้ารบกันแบบนี้โอราอุสเห็นน้องสาวเปิดไปสองสามฉบับเข้าก็ลืมไปว่าจดหมายพวกนั้นมาจากใคร

             

            “โพร ระวังจดหมายที่มาจากเทพนะ!!”

            “เอ๋! ?” โพรทาเลียหันไปอย่างงุนงง“ทำไมล่ะ?”

            “พวกเทพชอบแฝงบางอย่างมาให้พ่อเรานะระวังไว้ด้วยนะ” โอราอุสเตือนน้องสาวเขาลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท

            “แปลว่าพ่อเคยโดนมาแล้วเหรอ?”

            “ใช่” โอราอุสนึกถึงตอนที่พ่อของตนโดนเทพีองค์หนึ่งเล่นงาน “ตอนนั้นจำไม่ผิดเทพีอะโฟร์ไดต์ส่งจดหมายมาแล้วแฝงยาเสน่ห์มา พ่อโดนเขาจะไปหาแต่เทพีองค์นั้นเล่นลำบากกันมากๆ เลยล่ะ”

            “เทพีอะโฟร์ไดต์!” โพรทาเลียได้ยินชื่อของเทพีองค์นั้นมันรู้สึกเคืองสุดๆ จนเสียงจิตวิญญาณตนหนึ่งพูดขึ้น

            ‘ยัย-----!’

            โพรทาเลียได้ยินคำหยาบที่จิตวิญญาณตนหนึ่งพูดจนพวกจิตวิญญาณตนอื่นต้องมาปิดปากให้หยุดพูดแล้วเสียงก็เงียบไปโพรทาเลียขำนิดหน่อยจนโอราอุสสงสัยว่าน้องสาวหัวเราะอะไร

            “เธอขำอะไรนะ?”

            “อ๋อ...เปล่านะ...แค่...จิตวิญญาณพูดบางอย่างจนทำให้หัวเราะนะ”

            “พวกจิตวิญญาณ...” โอราอุสสงสัยเรื่องนี้มานานว่าพวกเขาเป็นใครกัน“พี่ขอถามหน่อยนะ”

            “ว่าไงคะ?” โพรทาเลียหันมองพี่ชาย

            “พวกจิตวิญญาณพวกนั้น เขาเป็นใครกันนะ?”

            พอได้โพรทาเลียได้ยินคำถามแบบนั้นเธอถอนหายใจแล้ววางจดหมายลง

            “อืม...หนูจะอธิบายยังไงดีล่ะ?” โพรทาเลียทำสีหน้าจริงจังเธอไม่รู้จะอธิบายยังไง “พวกเขา...เป็นอดีตชาติของหนู”

            “อดีตชาติ...”

            “ใช่...” โพรทาเลียโบกมือขึ้นมาจิตวิญญาณตนแรกโผล่มา “สาวงามคนนี้ชื่อ เฟอร์ร่า”

            เฟอร์ร่าออกมาแหวกว่ายในอากาศพร้อมหางงามๆ ของเธอ “สวัสดีค่ะท่านพี่ชายของโพรทาเลีย”

            พอโอราอุสได้เห็นหญิงตัวเล็กแสนสวยตรงหน้าทำเอาเขินไปทันที“ไง...”

            “พี่เฟอร์ร่า เป็นธิดาของปู่เรา”

            “โพไซดอนนะเหรอ?”

            “ใช่ค่ะ” โพรทาเลียพยักหน้าทันที

            “อย่าบอกท่านพ่อของข้านะเขานะเป็นห่วงใยข้าตลอด จนตอนข้าเสีย...ท่านคงโศกเศร้ามากเหมือนกัน...”

            “ผมเข้าใจ ผมจะไม่บอกเรื่องท่าน”

            “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

            “คนต่อไป เซเรน่า...”

            “อย่าพึ่งเรียกนางดีกว่านะ นางถึงอารมณ์เสียเป็นไฟเมื่อได้ยินชื่อเทพีอะโฟร์ไดต์นะ”

            “ทำไมนะ?” โอราอุสขมวดคิ้วอย่างสงสัย

            “เพราะนางมีความหลังกับเทพีองค์นั้น...ความหลังอันน่าเจ็บปวด…งั้นคนสุดท้ายคนที่ก่อความวุ่นวายทำให้ทุกคนเห็นความทรงจำของหนู รัล บุตรแห่งดิมีเทอร์”

            เมื่อเอ่ยเรียกรัลออกมา รัลก็โผล่ออกมาพร้อมสภาพที่สะบักสะบอมหน่อยๆโพรทาเลียตกใจทันทีที่เห็นสภาพอีกฝ่ายแบบนั้น

            “ไปโดนอะไรมาล่ะนั้น?”

            “เซเรน่าทำร้ายอ่ะนางเป็นผู้หญิงที่แรงเยอะสุดๆ ทำจนข้าเจ็บตัวไปหมดอ่ะ”

            “โอ้ๆ น่า รัลเดียวข้าช่วยรักษานะ” เฟอร์ร่าเข้ามาช่วยรักษาอีกฝ่าย

            “นายเองสินะที่ทำให้โพรทาเลียเป็นแบบนั้นไป”โอราอุสถามขึ้น

            “ขออภัยข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร่างจุติข้าทำตามคำสั่งของอดีตชาติรุ่นแรกเท่านั้น”

            “อดีตชาติรุ่นแรก?”

            “ท่านพูดนั้นเป็นอดีตเทพที่ไม่มีในประวัติศาสตร์เขาเป็นสายเลือดของโครนอส”

            โอราอุสได้ยินแบบนั้น เขาเข้าใจเลยว่าทำไมโครนอสถึงให้โพรทาเลียเป็นสายเลือดของเขา“ถึงได้...เทพองค์นั้นถึงระบุว่าน้องเป็นสายเลือดของเขา”

            “ใช่...อดีตของหนูเป็นสายเลือดของโครนอส” โพรทาเลียบอกออกไปทั้งสีหน้าจริงจัง“ตอนนี้พวกหนูกำลังรวบรวมจิตวิญญาณทุกดวงเข้าด้วยกัน”

            “พวกหนู?”

            “หนูกับโฟกัส ตอนนี้เรามีจิตวิญญาณคนละ 3ดวงในร่างกาย”

            “ว้าว...เธอเหมือนกำลังแบกรับชะตากรรมบางอย่างไว้เลยนะ”

            “ใช่ค่ะ มันเป็นชะตากรรมใหญ่หลวงมากๆ”

            “งั้นพี่ก็ต้องฝากสองพี่น้องของพี่ไว้กับเหล่าจิตวิญญาณแล้วสินะ”

            “ได้เลยขอรับ”

            “พวกข้าจะเป็นแรงพลังให้โพรทาเลียเองเจ้าค่ะ”

            “งั้นพวกเราไปก่อนนะ” รัลพูดจบก็หายไปพร้อมกับเฟอร์ร่าทันที

            “ไม่นึกนะว่าจะมีเรื่องแปลกประหลาดให้พี่ฟังอีกนะ”โอราอุสรู้สึกแปลกประหลาดกับเรื่องต่างๆ

            “ก็นะหนูนะก็แปลกใจที่ตัวเองมีอดีตที่แปลกประหลาดขนาดนี้...” โพรทาเลียนึกถึงแองเจิลที่เป็นร่างตนเขาเป็นจุดเริ่มของทุกเรื่องแต่ว่าจุดเริ่มมันคืออะไรกันแน่

            โอราอุสมองน้องสาวที่กำลังคิดบางอย่างก่อนที่เขาจะพูดขึ้น“มาทำงานต่อเถอะ”

            “โอเคค่ะ”

             

            พอเลิกคิดเรื่องของแองเจิลเธอก็หันไปสนใจกับกองจดหมายต่อเธอตรวจจดหมายไปเรื่อยๆ จนมาถึงจดหมายที่เธอสนใจ เธอหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาหน้าซองจ่าถึงเธอและพี่สาว ‘คีย์ วันเดอร์เลอร์ & ลิซ่าวันเดอร์เลอร์’ ทำให้เธอสงสัยว่าใครส่งมาแต่พอเห็นตราประทับก็รู้เลยว่าเทพองค์ไหน

             

            “เฮอร์มีส...” เธอเอ่ยชื่อเขาเบาๆ

             

            เธอลองเปิดซองจดหมายเพื่อเปิดอ่านว่าข้างในเนื้อหาเป็นไงพอเปิดออกมาแล้วกำลังจะจับแผ่นกระดาษข้างในเมื่อจับลงที่กระดาษภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอภาพตรงหน้ามีชายหญิงกำลังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ เธองุนงงว่าเธออยู่ไหนกันเธอไม่สามารถขยับหน้าเพื่อมองซ้ายขวาได้ เหมือนเธออยู่ในร่างของใครอีกแล้ว เจ้าของร่างหันไปตามเสียงของหญิงสาวที่มีน้ำตาไหลออกมาพร้อมสีหน้าที่โกรธมากๆเธอหยิบมีดขึ้นมา

             

            ‘ตายเถอะ เฮอร์มีส!!’ เสียงหญิงสาวพูดขึ้นพร้อมวิ่งตรงไปหาเฮอร์มีส

            ร่างที่โพรทาเลียอยู่รีบวิ่งตรงไปหาเฮอร์มีสทันทีพร้อมกับพูดน้ำเสียงของเด็กหนุ่ม ‘ท่านแม่!! ไม่นะ!!’

             

            เมื่อร่างนี้มาขวางทางเสียงทุกอย่างก็เงียบลงสีหน้าของหญิงสาวอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นเด็กชายตรงหน้าโพรทาเลียที่อยู่ร่างนี้รู้สึกร้อนที่ไหล่ขวา ศีรษะของร่างนี้ค่อยๆหันไปมองมีดที่ปัดไหล่ของตนอยู่ ตัวเขาค่อยๆ ล้มลงไปชายที่อยู่ข้างหลังของร่างที่เธออยู่ เขารีบประคองร่างนี้ทันที

             

            ‘ไม่ๆ เจ้าจะต้องไม่เป็นไรเจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร’

             

            เสียงชายที่พยุงร่างนี้ไว้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหวาดกลัวสายตาของเด็กหนุ่มมองชายตรงหน้า เขามีดวงตาสีน้ำตาลและผมสีน้ำตาลเขาเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่ดวงตาของเขารู้สึกขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวที่แทงร่างนี้เธอตกใจจนสติหลุด ก่อนจะเข้ามาหาพร้อมกับตะโกนบางอย่าง

             

            ‘เจ้าจะไม่เป็นไรนะ! แม่ขอโทษ! แม่ขอโทษ!!ลักซ์!!’

             

            ภาพตรงหน้าตัดไปทันทีทำให้โพรทาเลียยังงุนงงว่าภาพเมื่อกี้มันอะไร แล้วคนที่เธออยู่ในร่างนั้นเป็นใครแล้วชายหญิงสองคนนั้นเป็นใคร แต่ที่เธอจับความได้หญิงสาวเป็นมารดางั้นชายที่พยุงร่างนั้นคือผู้เป็นบิดานั้นทำให้โพรทาเลียสงสัยภาพนี้เกี่ยวอะไรกับจดหมายของเฮอร์มีสมันช่างมีความแปลกประหลาดขึ้นไปทุกที

             

            “โพร-” โอราอุสเรียกน้องสาวเธอไม่ตอบสนองเขาเลยตั้งแต่เธอจับจดหมายในมือ ก่อนที่โอราอุสจะแตะไหล่เธออีกครั้ง “โพรทาเลีย!!”

            เขาแตะไปที่ไหล่อีกฝ่ายทันทีโพรทาเลียสะดุ้งแล้วจับแค่อีกฝ่ายบิดไปอีกทางทันที

            “โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! โพรทาเลีย!”

            โพรทาเลียได้สติเธอมองพี่ชาย ก็ปล่อยมือออกทันที “พี่!หนูขอโทษ!”

            “พี่ต่างหาก!” โอราอุสจับข้อมือของเขา“ขอโทษที...ที่ไปแตะตอนเธอเผลอๆ พี่เรียกเธอแล้วเธอไม่ได้ยินเลยสะกิดไม่นึกจะได้ความเจ็บกลับมา”

            “ขอโทษด้วยนะ เดียวหนูไปเอาน้ำมาให้นะเดียวมานะ”

            “โอเค”

             

            โพรทาเลียเดินออกมาจากห้องทำงานแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำพร้อมกับหยิบถังน้ำมาเติมน้ำระหว่างรอน้ำอยู่นั้นเธอก็คิดสงสัยว่าภาพเมื่อกี้คืออะไรแล้วร่างที่เธออยู่เมื่อกี้มันรู้สึกเจ็บปวดมากๆ ระหว่างที่เธอกำลังรอน้ำเธอจ้องมองตัวเองในกระจก เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่เสื้อของเธอเธอก้มมองลงตรงอกของเธอที่มีเข็มกลัดที่ไม่คุ้นตาอยู่เธอแกะมันออกแล้วเอามาดูอย่างสงสัย

             

            “ของใครกัน?”

            “ของข้าเอง!” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมา

            โพรทาเลียถึงกับยิ้มเยาะที่ได้ยินเสียงนั้นอีกครั้ง “เจ้าเองสินะ...รัล”

            พอเอ่ยนามของเจ้าตัวเด็กชายสวมฮู้ดโผล่ออกมาอย่างร่าเริง ตอนนี้เขาอยู่ในร่างที่มีขนาดตัวเล็ก

            “สวัสดีอีกครั้งนะ”

            “รู้ไหม? ว่าข้านึกว่าจะไม่ต้องเจอเจ้าช่วงนี้ซะอีก”โพรทาเลียพูดด้วยภาษาโบราณพร้อมกับเดินรีบไปปิดน้ำที่ล้นออกมาจากถังน้ำ

            "เจ้าพูดแบบนี้มันสื่ออะไรเหรอ?" รัลยิ้มเหยาะๆเขารู้สึกไม่ดีที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น

            “เจ้าโผล่ทำให้ข้าเคืองสองอย่างหนึ่งนายสร้างเรื่องให้ฉันถึงฉันจะขอบใจมากๆ ก็ตามที ส่วนสองสิ่งนี้มันมาได้ไง?”โพรทาเลียยกเข็มกลัดที่อีกฝ่ายบอกว่าเป็นของตนขึ้นมา

            “เจ้าคงจำไม่ได้สินะตอนนั้นเจ้าออกมาจากห้องน้ำ แล้วเจ้าเห็นเข็มกลัดนี้ข้าก็เลยแทรกแซงเข้าไปในตอนนั้นเลยนะ”

            “ห๊า? ” คิ้วของโพรทาเลียถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันทำเอารัลหน้าซีดหน่อยๆ

            “แหะๆ ...อย่าโกรธข้านะ”

            “เฮ้อ...ออกมาก็ดีข้าอยากถามพวกเจ้าทั้งหมด เฟอร์ร่า เซเรน่า ออกมาที”

            น้ำเสียงของหญิงสาวเงียบลงไปเหล่าจิตวิญญาณอีกสองตนของโผล่มาขนาบข้างซ้ายขวาของรัลสองสาวต่างยิ้มอย่างชอบใจที่ได้เจอคนที่เรียกพวกเธออีกเร็วขนาดนี้

            “มีอะไรจะถามพวกเราเหรอ?”

            “จริงด้วยเจ้าค่ะ”

            “พวกเจ้านี้ถามกันเร็วเลยนะ” รัลมองด้วยสายตานิ่งๆ

            “เจ้านะเงียบๆ ก่อนเถอะ ตัวก่อปัญหา”

            "อืมๆ"

            รัลพอโดนพูดแบบนั้นก็ไปนั่งอยู่ที่พื้นที่ว่างคนเดียว “ใช่ข้ามันไม่ดีนี่ พวกเจ้าถึงไม่รักข้านะ”

            “น่าๆ รักกันเข้าไว้ อย่าลืมสิตอนแรกๆพวกเจ้าทุกคนก็ทำร้ายข้ากันทันทีนั้นล่ะ”

            สองสาวต่างเงียบทันที รัลถึงกับหันมายิ้มทันทีสองสาวไม่ชอบใจทันที แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

            “แต่สิ่งที่โพรทาเลียจะถามนี้คือเรื่องอะไรนะ?”พออารมณ์ดีขึ้นรัลลอยตัวมาหาโพรทาเลีย

            “ฉันเห็นภาพบอกเหตุของคนหนึ่งที่ตายโดยโดนหญิงคนหนึ่งฆ่านะ”

            ทั้งสามคนต่างมองหน้ากันเมื่อได้ยินเสียงสิ่งที่โพรทาเลียอธิบายพวกเขาแปลกใจขึ้นมาทันที

            “ไม่นึกว่าจะเร็วแบบนี้นะ” รัลพูดขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่โพรทาเลียพูด

            “จริงด้วยนะ...” เฟอร์ร่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “เจ้าเห็นภาพจากสิ่งใดหรือ โพรทาเลีย” เซเรน่าถามขึ้น

            “ฉันกำลังอ่านจดหมายที่เทพส่งมาทางค่ายนะแล้วไปเจอจดหมายที่ส่งมาถึงฉันกับเทพีพอดีพอแกะจดหมายแล้ว...แตะจดหมายด้านในนั้นภาพทุกอย่างก็เข้ามา”

            “อืม แปลว่า...”

            “จิตวิญญาณอีกตนอยู่ข้างนอกค่ายแห่งนี้สินะ?”

            “แบบนี้คงวุ่นวายแน่ๆ” เซเรน่ารู้สึกกังวลหน่อยๆ

            "เราต้องออกไปข้างนอกสินะ...เจ้าจะออกไปได้ไงโดยที่ค่ายมีกฎห้ามออกข้างนอกนะ โพรทาเลีย" เฟอร์ร่าคิดทบทวนทุกอย่างที่เธอจำได้

            โพรทาเลียใช้ความคิดอยู่นาน แล้วก็นึกออกขึ้นมาทันที “หึๆข้ามีความคิดดีๆ ออกแล้วล่ะว่าจะไปยังสถานที่ที่เฮอร์มีสส่งจดหมายได้ไง”

            “?” ทั้งสามตนกำลังงุนงงว่าโพรทาเลียมีความคิดอะไรอยู่กันแน่

             

            ตกเย็น ณ บ้านแจ็กสันภายในครัวกำลังมีคนตั้งใจทำอาหารแสนอร่อย แล้วคนที่กำลังทำนั้นคือโอราอุสที่เป็นคนปรุงอาหารทุกอย่างที่วันนี้ทำส่วนโพรทาเลียก็ช่วยเป็นลูกมือในการทำกลิ่นอาหารกระจายออกไปทั่วทั้งบ้านขึ้นสู่ข้างบนชั้นสองของบ้านคนเป็นแม่ที่อยู่ในห้องนอนได้กลิ่นอาหารเข้ามา ทำให้เธอรู้สึกหิวเลยแต่แล้วคนเป็นสามีกำลังนอนหลับอยู่ได้กลิ่นอาหารประสาทสัมผัสทุกอย่างของเขาเริ่มทำงานทันที

             

            “กลิ่นอาหาร!” เพอร์ซีย์ลุกขึ้นพรวดพราดขึ้นมา

            “ว้าก!!” แอนนาเบ็ธต่างตกใจทันที

            “กลิ่นอาหารหอมจัง!” เพอร์ซีย์พูดทั้งน้ำลายไหลออกจากปาก

            “เพอร์ซีย์อ่ะ ตกใจหมดเรื่องอาหารทีไรเป็นแบบนี้ทุกที ดูสิน้ำลายไหลแล้ว” แอนนาเบ็ธส่งกระดาษทิชชูทันที

            เพอร์ซีย์รับกระดาษมาเช็ดน้ำลายของตัวเองทันที “ฉันหลับไปนานแค่ไหนนะ”

            “ตั้งแต่เช้าจนเย็นนี้ล่ะ”

            “นานขนาดนั้นเชียว?” เขาตกใจทันทีที่ภรรยาพอแบบนั้น

            "นายเล่นให้พลังลูกไปเยอะเห็นนายหลับสบายฉันเลยขอให้โอราอุสกับโพรทาเลียช่วยตรวจเอกสารให้" แอนนาเบ็ธพูดพร้อมกับหยิบเอกสารให้สามี“แล้วนี่คือรายละเอียดการสรุปที่ลูกสองคนทำให้”

            “โอ้...” เพอร์ซีย์เอามาอ่านเขารู้เลยว่ามีเรื่องอะไรมั้งทำเอาเหนื่อยใจจริงๆ “เป็นการสรุปที่ดีจริงๆพวกเทพหางานให้ฉันอีกแล้ว แอรีสก็มาขอท้าดวลอีก”

            “อีกแล้วเหรอ? เทพองค์นั้นไม่ยอมที่นายสู้เสมอเขาตลอดนะ”

            “ก็จริง...คงไม่ตอบรับคงมาหาเรื่องถึงค่ายแน่ๆคงต้องแจ้งซุสช่วยห้ามแอรีสหน่อย”

            “นายดีขึ้นแล้ว จะลงไปทานอาหารเลยไหม?”

            “ไป!” เพอร์ซีย์เงยหน้าขึ้นมาตาเป็นประกายทันที

            แอนนาเบ็ธแอบหัวเราะกับความน่ารักของสามีเพอร์ซีย์กำลังจะพยุงตัวเพื่อลุกขึ้นแอนนาเบ็ธก็เข้ามาช่วยและพาอีกฝ่ายกำลังลงไปทานอาหาร

             

            ก่อนหน้านั้นระหว่างที่โอราอุสกับโพรทาเลียกำลังทำอาหารอยู่นั้นก็มีคนหนึ่งที่กลับมาก่อนคนอื่นๆ คือ ลิซ่า พอเธอเข้ามาในบ้านกลิ่นอายของอาหารออกมาทำเอาลิซ่าเดินตามไปจุดที่มีกลิ่นอาหาร เธอเดินตามทางไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องครัวก็ทำให้เธอรู้สึกหิวขึ้นมาทันที

             

            “กลิ่นอาหารหอมจัง” ลิซ่าเอ่ยพูดขึ้น

            ทั้งสองคนต่างได้ยินเสียงอันน่าคุ้นเคยขึ้นใบหน้าของโพรทาเลียยิ้มแป้นขึ้นมาทันที

            “พี่ลิซ่า!” โพรทาเลียวางของทุกอย่างก่อนจะวิ่งไปกอดอีกฝ่ายทันที

            ลิซ่ารับแรงกอดของอีกฝ่ายพร้อมกับศีรษะของเด็กน้อย “ไงจ๊ะเป็นไงบ้างล่ะวันนี้? เด็กน้อยของข้า”

            “หนูกำลังช่วยพี่ชายทำอาหารอยู่นะ”

            “งั้นเหรอจ๊ะ โอราอุสทำอาหารเก่งนี้น่า” ลิซ่าเงยหน้าไปมองชายหนุ่มที่หันมามองเธอ

            โอราอุสได้ยินอีกฝ่ายชมการทำอาหารของเขาเขาเขินอายหน่อยๆ เลยหันไปทำอาหารต่อลิซ่าเอ่ยยิ้มที่เห็นอีกฝ่ายหน้าแดงที่เธอชมเขาแต่สองคนนี้ไม่รู้เลยว่ายังมีเด็กน้อยอยู่ตรงนี้ โพรทาเลียจ้องมองอย่างครุ่นคิดก่อนจะคิดบางอย่างออกมาได้

            “เอ่อ...หนูขอไปห้องน้ำนะ พี่ลิซ่าช่วยพี่โอราอุสหน่อยนะคะ”

            "เอ๋? ได้สิ" ลิซ่าหันไปตอบโพรทาเลียทันที

            “เดียวหนูรีบมา” โพรทาเลียออกจากห้องนั้นไปทันที

             

            เมื่อโพรทาเลียออกไปแล้วก็เหลือแค่ชายหญิงสองคนที่กำลังอยู่ภายในห้องครัว ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันโอราอุสรู้สึกเขินอายหน่อยๆ เมื่อเขานึกถึงเรื่องเมื่อเช้าเขาไม่เคยมีหญิงใดที่สวยตรงใจเขาจะเข้าใกล้เขาแบบนี้ ทำเอาเข้าประมาทไปหมดลิซ่าเห็นว่าโอราอุสยังไม่พูดอะไร เธอเลยเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายใกล้ๆแล้วสอบถามเรื่องให้เธอช่วยงานเขา

             

            “เอ่อ...ให้ข้าช่วยอะไรมั้งล่ะ?”

            “อ๊ะ!” โอราอุสสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นพอได้หันไปมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ทำเอาใบหน้าของเขามีสีแดงข้างแก้ม “ชะ...ช่วยหั่นผักตรงนั้นให้หน่อยนะ”

            ลิซ่าหันไปมองของที่อีกฝ่ายพูดเธอเห็นยังมีผักที่หั่นค้างไว้อยู่ เธอยิ้มขึ้นมาทันที “ได้สิ”

            ลิซ่าเดินไปที่เคาน์เตอร์พร้อมกับหั่นผัก โอราอุสจ้องเธออย่างไม่คาดสายตาแต่เขาก็หันไปทำอาหารของตัวเองต่อทันที ทั้งสองคนไม่มีอะไรจะพูดต่อกันทำเอาคนที่แอบมองอยู่ด้านนอกรู้สึกเคืองหน่อยๆ

            “อุตส่าห์ออกมาให้เพื่อจะได้คุยกันแต่ยังอ้ำอึ้งอยู่นั้นล่ะ พี่อ่ะ!”

             

            โพรทาเลียแอบมองทั้งสองคนอยู่ข้างนอกห้องครัวอย่างเงียบๆไม่ให้พวกเขาทั้งสองรู้ตัว ระหว่างที่เธอกำลังแอบอยู่นั้น พ่อแม่กำลังลงมาจากบันไดพวกเขากำลังคุยถึงกลิ่นอาหารว่าลูกๆ ทำอะไรทานวันนี้พอพวกเขาลงมาแล้วเดินตามทางไปข้างหลังบ้านที่เป็นห้องครัวและห้องอาหารแต่ก่อนจะถึงพวกเขาเห็นลูกสาวตัวน้อยกำลังแอบทำอะไรอยู่อย่างน่าสงสัยพวกเขามองหน้ากันก่อนจะแอบหลบมุมไปอยู่ข้างหลังคนเป็นลูกไม่ให้เธอตั้งตัว

             

            “อย่าเอาแต่ยืนนิ่งสินั้น!!” โพรทาเลียบ่นเบาๆ

            คนเป็นพ่อได้ยินที่ลูกพูดเลยสงสัย ก่อนจะพูดออกไป “ใครยืนนิ่งอะไรนะโพรทาเลีย!?”

            “!!”

            โพรทาเลียสะดุ้งตกใจจนมือเผลอตวัดไปข้างหลังอย่างเร็วคนเป็นพ่อเห็นรีบใช้มือรับแรงตวัดนั้นทันทีพอโพรทาเลียมองมือที่รับมือของเธอ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ

            “พะ...พ่อ!?”

            เพอร์ซีย์ยิ้มให้ลูกอย่างเป็นมิตรแต่ข้างในความคิดกำลังเคืองๆ ที่ลูกสาวอยู่ๆ จะโจมตีเขาซะงั้น

            “พ่อว่าลูกเอาแรงขนาดนี้รอมาต่อสู้กับพ่อดีกว่านะโพรทาเลีย”

            โพรทาเลียหน้าซีดทันทีที่พ่อพูดแบบนั้น “ขอโทษค่ะ...”

            “แต่ตวัดเมื่อกี้ก็แรงดีนะทำมือพ่อเขาสั่นเลยนะ” แอนนาเบ็ธออกมาพูดพร้อมกับจับมือลูกสาวให้วางลงก็เห็นมือผู้เป็นพ่อสั่นไปมา

            “ใช่ แรงดีกว่าพวกโอราอุสอีกอย่างงี้น่าต่อสู้กับพ่อเหมือนที่ลูกอยู่ในร่างคีย์น่าเนอะ” เธอยืนหน้ามองลูกสาวอย่างรู้สึกตื่นเต้น

            “เหอะๆ ถ้าต่อสู้กันหนูไม่ออมมือแน่ๆ” โพรทาเลียพูดพร้อมกอดอกมองคนเป็นพ่อ

            “พ่อจะรอดูเลยล่ะ โพรทาเลีย” ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างชอบใจ

            คนเป็นแม่มองแล้วส่ายหัวให้กับความบ้าของสองพ่อลูกก่อนที่เธอจะคิดบางอย่างออกมาได้ “จริงสิแล้วลูกมาทำอะไรตรงนี้นะ? โพรทาเลีย”

            “เอ่อ...แค่...แอบมองชายหญิงคู่นั้นหาโอกาสให้พวกเขาคุยกันนะคะ” โพรทาเลียหันแอบไปมองสองคนนั้น

            “เอ๋?” สองสามีภรรยาแอบมองตามที่ลูกสาวกำลังมอง

             

            พวกเขาเห็นสองคนที่ลูกสาวว่าคือลูกชายคนโตของเขากับเทพีอลิซ่าเบ็ธอยู่ข้างในครัวทำให้สงสัยเลยว่ามีเรื่องกันหรือลูกสาวถึงบอกว่าหาโอกาสให้พวกเขาคุยกันพวกเขาเลยแอบมองด้วยเพื่อจะได้รู้ว่าอะไร พวกเขาที่กำลังแอบมองกันนั้นโอราอุสกำลังทำอาหารอยู่นั้นเขาต้องการผักต่างๆเขาเดินไปหาลิซ่าที่กำลังหั่นผักอยู่ ลิซ่าเห็นเขากำลังเดินมาทางเธอโอราอุสเข้ามาใกล้ๆ สายตาทั้งสองจับจ้องมองพร้อมกัน ทำเอาโอราอุสหน้าแดงหน่อยๆเขาหยิบถ้วยใส่ผักต่างๆ แล้วเดินออกมา ลิซ่าหันกลับมามองเคียงบนโต๊ะใจของเธอยิ่งเต้นแรงเรื่อยๆ

             

            “ทำไมรู้สึกบรรยากาศมันทะแม่งๆ ชอบกล” เพอร์ซีย์พูดขึ้นเขารู้สึกแปลกๆ กับบรรยากาศแบบนี้

            แต่คนเป็นแม่พอรู้ละว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะกระซิบข้างๆหูลูกสาว “โพรจ๊ะ หรือว่าสองคนนั้นแอบ...”

            โพรทาเลียหันไปมองแบบก่อนจะยิ้มขึ้นมาหนึ่งครั้งเมื่อส่งสัญญาณให้แม่พอคนเป็นแม่รู้ ทำเอาเขินหน่อยๆ ขึ้นมาเลยทีเดียว

             

            สักระยะหนึ่งกว่าอาหารจะเสร็จเพราะหม้อที่ใช้มันทั้งใหญ่และอาหารเยอะคนในบ้านตั้งหลายคนและมีพวกกินจุในบ้านด้วยเลยทำให้โอราอุสต้องทำอาหารเยอะเหมือนกันเขาใช้เวลาหลายนาทีก่อนจะทำอาหารทั้งหมดเสร็จ พอเขาทำอาหารเสร็จ เขาก็เช็ดเหงื่อของตัวเองลิซ่าเห็นอีกฝ่ายปิดสิ่งที่มีไฟออกมาแล้ว เธอเลยเดินไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับถามอีกฝ่าย

             

            “คือ...ไม่มีอะไรให้ข้าช่วยแล้วใช่ไหม?”

            "อ๊ะ...ใช่...หมดแล้วนะ...เอ่อ...เธอนั่งพักเถอะนะ..."

            “ไม่มีแน่นะข้ากลัวเจ้าจะเอาเปรียบที่เห็นว่าข้าเป็นหญิง แล้วเจ้าจะทำคนเดียวจนหมดนะ” ลิซ่าทักท้วงขึ้นมาอย่างสงสัยเธอค่อยๆ เดินไปหาอีกฝ่าย “ใช่ อย่างที่ข้าพูดหรือเปล่าโอราอุส”

            เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับน้ำเสียงที่พูดเอื่อยๆสายตาของเธอจับจ้องมองเขา ทำเอาโอราอุสถึงกับรู้สึกเหมือนเธอกำลังดึงดูดเขาแต่เขาต้องส่ายหน้าเพื่อหลุดจากความหลงใหลของตนเอง

            “ไม่ๆ เสร็จหมดแล้วจริงๆ นะ”

            “งั้นเหรอ...” ลิซ่าไปพูดซ้ำอีกเธอเข้าใจแล้วว่างานหมด เธอกำลังจะเดินออกห่างจากอีกฝ่าย แต่เธอกับหยุดยืนอยู่เฉยๆแล้วค่อยๆ เงยหน้ามองชายตรงหน้า "โอราอุส..."

            “วะ...ว่าไง?”

            “คือเรื่องเมื่อเช้า...”

            “เรื่องเมื่อเช้า...” โอราอุสนึกถึงฉากที่เขาโดนจูบใบหน้าเขายิ่งขึ้นสีแดงขึ้นมา

            “ข้า...ข้อขอโทษนะ...ข้าเข้าใจว่าหญิงแก่แบบข้าทำแบบนั้นกับเจ้า เจ้าคงไม่ชอบแน่ๆแต่หลังจากวันนั้นความรู้สึกของข้าที่เคยบอกเจ้าไปมันยิ่งอยากออกมาข้าเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองจะไม่เปิดใจให้ผู้ใดเข้ามาแต่เมื่อเจอกับเจ้า...ข้าอยาก...เปิดใจอีกสักครั้ง...”

             

            ระหว่างที่โอราอุสกำลังรับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดร่างกายของเขาเมื่อกับอยากบอกบางอย่าง มือของเขาค่อยๆยกขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า เขาค่อยๆ ยื่นใบหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายริมฝีปากค่อยๆ ประกบกับริมฝีปากอันอ่อนนุ่ม หญิงสาวถึงกับตาโตขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายกำลังจูบเธอทำเอาคนที่กำลังแอบมองต่างอึ้งและเขินไปเลยกับการกระทำของชายหนุ่ม โอราอุสค่อยๆผลักตัวเองออกมา หญิงสาวยังจ้องมองชายหนุ่มอย่างอ้ำอึ้ง

             

            “โอราอุส...”

            “ผมนะ ไม่เคยโกรธที่เธอทำแบบนั้นเธอนะยังสาวไม่ได้เป็นหญิงแก่เลยนะ ถึงอายุเธอจะเกินพัน แต่ผมนะก็ยังเห็นเธอเป็นหญิงงามเสมอ”

            เมื่อโอราอุสพูดชมเธอ ทำเอาเธอหน้าแดงมากๆเมื่อได้ยินแบบนั้น

            “ผมดีใจนะที่ลิซ่ามีใจให้คนแบบผมแต่ผมต่างหากที่ไม่มีความกล้าเลย เพราะผมเป็นได้แค่ชายหนุ่มวัย 20 ปีที่มีงานยังไม่ค่อยมั่นคงจนไม่รู้ว่าจะสามารถทำให้หญิงสาวตนหน้ามีความสุขได้หรือเปล่า?”

            “โอราอุส...ข้า...” ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มน้ำตาของเธอค่อยๆไหลออกมา

            โอราอุสมองใบหน้าของหญิงสาว เขาเช็ดน้ำตาของเธอเบาๆ “ลิซ่า...ไม่สิอลิซ่าเบ็ธ”

            พอได้ยินชายหนุ่มเอ่ยนามของตัวเธอใจของเธอกับรู้สึกสั่นไปหมด

            “ผมที่เป็นมนุษย์กึ่งเทพจะสามารถรักเทพีอย่างท่านได้ไหม?”

            น้ำตาของหญิงสาวยิ่งเอ่อล้นออกมา เธอรู้สึกดีใจอย่างมาก “ได้สิ...ได้สิ...”

             

            ลิซ่าโผเข้ากอดชายตรงหน้าทันทีเธอดีใจที่ชายตรงหน้าก็มีใจให้เธอความโศกเศร้าและโดดเดี่ยวมาตลอดได้หายเมื่อชายตรงหน้าโผล่มาอยู่ตรงหน้าเธอเธอนึกเลยว่าเธอรอมากี่พักปีที่จะได้เจอชายตรงหน้าของเธอสถานการณ์กำลังโรแมนติกคนเป็นผู้ปกครองเกิดลุกขึ้นไปทันทีทำเอาอีกสองคนมองกันเลยว่าจะไปทำอะไร

             

            “พ่อว่าถ้าแกจะคบใครแกต้องผ่านบททดสอบของพ่อก่อนนะ โอราอุส”

            โอราอุสได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อ เขาถึงกับตกใจทันที “พ่อ!!”

            ลิซ่าได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อของชายหนุ่มเธอผละตัวออกจากชายหนุ่ม “คุณเพอร์ซีย์...”

            “เทพีเชิญไปตามภรรยาฉันไปที่ห้องนั่งเล่นหน่อยละกัน!”น้ำเสียงของเพอร์ซีย์ดูแข็งทื่อทำเอาโอราอุสกังวลใจเลยว่าพ่อกำลังคิดอะไรอยู่

            แอนนาเบ็ธเดินเข้ามาภายในห้องครัวทันที “ลิซ่าจ๊ะตามฉันมาดีกว่านะ”

            “ค่ะ...”

            ทั้งสองคนออกไปเหลือแค่เพอร์ซีย์กับโอราอุสอยู่ภายในห้องครัวโพรทาเลียที่ไม่ได้ตามแม่กับพี่ลิซ่าไป ก็เอาแต่จ้องว่าทั้งสองคนนั้นจะคุยอะไรกัน

             

    จบตอนที่ 42 โปรดติดตามตอนที่43 ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774