จางเฉินออกจากห้องเป้าหมายแรกเข้าคือไปที่ห้องคลังเก็บอาวุธซึ่งอยู่ใกล้สุดก่อนระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับต้วนเฉิน และฟู่เฉิง
“พวกเจ้าไม่เจอต้าไห่เหรอ”
“ข้าไม่เห็นอาจจะหลงอยู่ในเส้นทางอยู่”
ทั้งสามคนวิ่งตามกันไปโดยจางเฉินเป็นผู้นำ ระหว่างคุยก็พูดคุยกันไปด้วยทั้งสามคนนั้นได้ประโยชน์มากมายจากดินแดนลับต่างก็ถึงขั้นนักรบปราณระดับหนึ่งระดับสองกันแล้ว มีแต่จางเฉินนั้นที่ยังไม่ได้พัฒนาการบ่มเพาะสักเท่าไหร่
จางเฉินนั้นไม่อาจรีบเร่งได้เนื่องจากจะมีปัญหากับพื้นฐาน การดูดซับพลังการขยายขอบเขตของบ่อน้ำพุปราณในตันเถียน ต้องมีความมั่นคงเขาฝึกเร็วเกินกว่าคนอื่นมากแล้วถ้านับจากช่วงเวลาฝึกจริงหลังจากเจอโสมแดงนั้นเพียงหนึ่งปีเท่านั้นที่ผ่านมาเขาก็เข้าออกมิติเพื่อฝึกตลอด คนอื่นนั้นฝึกกันมากกว่า 10ปีจึงถึงนักรบปราณ สหายของจางเฉินเองก็ฝึกตั้งแต่เด็กพอเริ่มจำความได้ก็ได้ฝึกซึ่งต่างจากจางเฉิน
ห้องหลอมกลั่นอาวุธนั้นเป็นประตูทองแดงขนาดใหญ่มีอาเรย์ป้องกันอยู่แต่นั่นง่ายสำหรับจางเฉินเพียงหาจุดอ่อนของอาเรย์แล้วก็ใช้ดาบแทงไปที่จุดอ่อนเพื่อทำลายจางเฉินใช้พลังปราณผลักเปิดประตู เกิดอากาศไหลเวียนอย่างรวดเร็ว มีอากาศไหลเข้าไปเหมือนกับเป็นห้องที่อากาศเข้าไม่ถึงมานาน
มองไปจนทั่วห้อง มีการจัดเรียงอาวุธมากมายแต่ล้วนพังเสียหายตามกาลเวลา จางเฉินลองหยิบดาบขั้นมาดูเพียงสะบัดเบาๆชนกับดาบอีกเล่มก็แตกหักทันที
ฟู่เฉิงนั้นตรงไปที่กล่องสมบัติ พอเปิดขึ้นมาก็มีพลังวิญญาณจำนวนมากก่อตัวขึ้นทำให้ต้วนเฉินและจางเฉินหันมาดู เป็นหินวิญญาณระดับต่ำและกลางเต็มกล่อง
“จางเฉินเจ้าเก็บพวกนี้ไว้”ฟู่เฉิงเรียกจางเฉิน
“เจ้าไม่เก็บไว้เหรอ”
“ข้าได้อะไรจากเจ้าเยอะมากแล้วแล้วการมาที่นี่ก็เพราะเจ้าด้วย”
จางเฉินเก็บหีบนั้นเข้ามิติโดยตรง ต้วนเฉินนั้นหลังจากมองฟู่เฉิงอยู่สักครู่หนึ่งก็เดินไปที่แท่นเหมือนกับแท่นบูชา มีดาบว่างอยู่หนึ่งเล่มด้ามดาบนั้นสลักด้วยรูปมังกรสีแดง ฝักดาบนั้นเป็นลวดลายมังกรดูน่าแกรงขามมาก
“จางเฉินเจ้ามาดูนี่”
จางเฉินเดินไปที่ด้านข้างต้วนเฉินเพียงอยู่ใกล้ๆดาบเขารู้สึกถึงพลังวิญญาณของตัวดาบ
“ดาบที่ดี”จางเฉินดีใจมาก
“สิ่งนี้ย่อมเป็นของเจ้าแล้วข้าได้ทวนแล้ว ไว้เราเจออีกค่อยหาดาบให้ต้าไห่ กับฟู่เฉิง”
จางเฉินรับดาบจากแท่นวางดาบนั้นแล้วลองชักดาบออกมาดู ดาบมีความใสแวววาว ดูคมกริบมากเขารู้สึกถึงความสัมพันธ์กับไฟสวรรค์ในร่างกาย จึงทดลองส่งไฟสวรรค์เข้าสู่ดาบเกิดเป็นดาบที่ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง แต่ไฟนั้นไม่ได้ทำร้ายจางเฉินอุณภูมิในห้องนั้นพุ่งสูงขึ้นทันที
หลังจากทดสอบแล้วจางเฉินก็ใส่ดาบเข้าฝัก จางเฉินก็ลองหยดเลือดลงไปบนดาบทำให้ดาบส่องแสงสีแดงอยู่พักหนึ่ง
“เก็บ” ดาบกลายเป็นแสงพุ่งเข้าสู่แขนจางเฉิน กลายเป็นรอยสักอยู่บริเวณแขนขวาของจางเฉินทันที
“ดาบมังกรเพลิง สิ่งดีๆดินแดนลับนี้มีสิ่งดีๆ มากมายจริงๆ”
อาวุธวิญญาณนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใช้งานได้ง่ายๆเหมือนหม้อเก้ามังกร เพียงเรียกใช้ครั้งเดียวก็สูบพลังปราณจางเฉินไปหมดสิ้นแต่ก็ถือว่าโชคดีมากมันจะเป็นเหมือนตัวช่วยในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดยิ่งมีมากโอกาสรอดชีวิตก็มากขึ้น
“ดินแดนลับนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนิกายเก้าสุริยันทุกอย่างในนี้น่าจะเป็นของเมื่อหมื่นกว่าปีที่แล้ว”
“นิกายเก้าสุริยัน?”ต้วนเฉินกับฟู่เฉิงไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับนิกายเก้าสุริยันมาก่อน
“เป็นนิกายเก่าแก่ประมาณหมื่นปีที่แล้ว แต่ถูกเผ่าปีศาจร่วมมือกับเผ่าอสูรทำลายล้าง เป็นนิกายที่บูชาไฟพระอาทิตย์มีอีกาทองคำเป็นสัญญาลักษณ์ ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสายเลือดตระกูลจางด้วย”
“อ่อมิน่าต้าไห่จึงมีนกอ้วนๆ ติดไฟเป็นวิญญาณต่อสู้ ฮา ฮา” ต้วนเฉินหัวเราะ
“เผ่าปีศาจนั้นกลัวแสงสว่างที่สุดพวกมันดำรงชีวิตด้วยการกินเลือด กินวิญญาณของมนุษย์และสัตว์อสูรในความมืดดังนั้นไฟจีงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ของคนในทวีปสมัยก่อน พวกเผ่าอสูรเองก็เกรงกลัวต่อไฟด้วยสัญชาติญาณสัตว์ป่าแต่เดิมด้วยเหมือนกันจึงมีความเกลียดชังกันอย่างมาก”
“อีกหน่อยต้าไห่คงกลายเป็นคนดังสินะแล้วจะมีคนบูชามากมาย ข้าคิดแล้วปวดหัว ไอ่อ้วนขี้โม้นี่คงได้โม้จนหูดับตับไหม้ ฮาฮา” ฟู่เฉิงหัวเราะขึ้นมาอีกคน
จางเฉินเพียงอธิบายคร่าวๆหลังจากสำรวจจนทั่วแล้วก็ไม่พบอะไรอีก เขาเอาอาวุธทุกชิ้นเข้ามิติเผื่อว่าจะสามารถหลอมพวกมันใหม่ได้จึงพากันไปห้องด้านข้างซึ่งติดกันเป็นห้องผลิตอาวุธและชุดป้องกันต่างๆ
ออกจากห้องก็เจอต้าไห่กำลังวิ่งผ่านมาพอดี
“เจ้านับว่ามีโชค ฮา ฮา”ทั้งสามคนหัวเราะเสียงดังเพราะนินทาเพื่อนมานานพอพูดถึงก็โผล่มาเลยด้วยความพอดิบพอดี
“มีอะไรหรือ” ต้าไห่เกาหัว
“ไม่มีอะไร” จางเฉินพาทั้งสามคนเข้าห้องหลอมกลั่นภายในห้องไม่กว้างมาก มีหม้อสามขาขนาดใหญ่วางอยู่กลางห้องมีวัตถุดิบมากมายหลายชนิด อาวุธ ชุดเกราะกองอยู่ระแกะระกะ
“ต้าไห่หม้อนี่เหมาะกับเจ้า” จางเฉินชี้ไปที่หม้อ เหลือเพียงต้าไห่และฟู่เฉิงที่ยังไม่มีอาวุธสำหรับป้องกันตัว อาวุธเกี่ยวกับการหลอมนั้นเหมาะกับธาตุไฟเป็นอย่างมาก
จางเฉินนั้นสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของหม้อนี้แต่แรกหลังจากลองสัมผัสดูด้วยพลังวิญญาณ เขาจึงพบว่ามันเป็นอาวุธวิญญาณอีกประเภทหนึ่ง
“ทำยังไง”
เจ้ากัดนิ้วเอาเลืยดหยดตรงนี้ จางเฉินนำต้าไห่ไปสัมผัสกับหม้อ ส่วนตัวเองนั้นจับไหล่ของต้าไห่ไว้ส่งพลังวิญญาณเพื่อช่วยปลดข้อจำกัดของหม้อ
“รับ” หม้อสามขาหดเล็กลงแล้วหายเข้าไปในตัวของต้าไห่
“ต้วนเฉินทวนนั้นเจ้าก็ลองดู” ต้วนเฉินทำตามจางเฉินแนะนำ แล้วทำการเก็บไว้เป็นรอยสักเหมือนกับจางเฉิน
“อาวุธวิญญาณนั้นเก็บไว้ทั้งแบบรอยสักและเก็บไว้ในทะเลสติ พวกมันมีปัญญาอยู่บ้างที่จะรับรู้ความรู้สึกของเจ้าของและมันก็เลือกที่อยู่ของมันเองด้วย ข้าว่าไม่นานเราก็น่าจะได้อาวุธให้ฟู่เฉิง สมบัติมีมากมายจริงๆ”
“พวกเจ้าต้องจำไว้ถ้าไม่จำเป็นอย่านำมันออกมาให้คนอื่นเห็นนอกจากต่อสู้เพื่อชีวิตและความตายแบบจวนตัวมีคนมากมายต้องการสมบัติเหล่านี้แต่ไม่อาจได้มาครอบครอง การผลิตอาวุธวิญญาณนั้นหายากมากนอกจากผู้หลอมกลั่นต้องระดับเซียนแล้ววัสถุดิบที่ใช้ยังมีจำนวนมากและมีคุณค่ามหาศาล พันปีคงผลิตออกมาได้สักชิ้น”
“เราต้องเก็บความลับเยอะแค่ไหนกับเจ้าตั้งแต่เจอเจ้าความลับเยอะไปหมด” จางต้าไห่บ่นขึ้นมาทันที
“มันหมายถึงชีวิตเจ้าเองและครอบครัวด้วยถ้ามีใครต้องการเขาทำอะไรเจ้าไม่ได้ก็จะลงที่ครอบครัวเจ้า หรือสหายเจ้านี่ละอย่างเอาชิวิตข้าแลกกับหม้อสามขานั่น”
“เจ้าควรเรียกชื่อมันมันชื่อหม้อหมื่นอสูร พอปัดฝุ่นแล้วรอบๆ จะมีรูปสัตว์อสูรมากมายหลายพันชนิด ฮา ฮา” ต้าไห่ล้อเล่นกับจางเฉินแล้วหัวเราะเสียงดัง
“เอาละ เราไปต่อกันเถอะ”
แต่แรกจางเฉินว่าจะไปที่ปรุงยา และที่เก็บยาแต่จากการคาดเดาคิดว่าผ่านมาหลายพันปีคงไม่มีอะไรดีเหลืออยู่แล้ว หลังจากเก็บของหมดห้องนั้นแล้ว จึงพาทุกคนมุ่งหน้าสู่จตุรัสส่วนกลางเพื่อไปที่น้ำพุเซียนระดับกลาง