เมื่อได้ยินถึงคำท้าทายของชายหนุ่ม
กลุ่มนักเรียนที่อยู่รอบๆเริ่มส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้น
“หรือนี่เราจะได้เห็นการต่อสู้กันนะ”
“ถูกต้องแล้ว เลเวลไม่ต่างกันเท่าไหร่ แบบนี้จะต้องเพิ่งพาประสบการณ์และฝีมือแล้วละ”
การต่อสู้โดยไม่ใช้ทักษะสกิลหรืออาวุธ เป็นการท้าทายที่ต้องอาศัยความแข็งแกร่งและทักษะการต่อสู้ที่แท้จริง
ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนทุกคนกล้าทำ การต่อสู้ด้วยมือเปล่าแบบนี้ จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้และความมั่นใจในพลังของตัวเองอย่างมาก
อนาเธอร์มองไปที่ชายหนุ่มคนนั้นและประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงที่น่าคิดถึงก็ได้ดังขึ้น
【โฮสต์จะตรวจดูค่าสถานะของผู้เล่นหรือไม่? โดยปกติแล้ว นอกจากชื่อ เลเวลและอาชีพ ต่อให้จะถูกตรวจสอบ ค่าสถานะของพวกเขาก็จะขึ้นเป็นสัญลักษณ์ ? ทว่าถ้าใช้พลังของเรา..】
【โฮสต์จะสามารถมองเห็นค่าสถานะและทักษะสกิลของคนที่ต้องการได้อย่างอิสระ】
คำพูดของระบบทำให้ชายหนุ่มต้องชะงักค้าง เขาครุ่นคิดขึ้นในใจและเอ่ยถามขึ้น
“ละ..แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะเนี่ย”
“ไม่งั้นฉันคงสามารถตรวจสอบค่าสถานะของคนอื่นๆได้ในทันทีแล้ว”
อนาเธอร์นึกเสียดาย เพราะเขาอยากจะเห็นพลังของท่านพ่อและท่านแม่อยู่ตลอด ตนเองก็ไม่คิดเลยว่าระบบจะมีฟังก์ชั่นอะไรเช่นนี้ด้วย
【อ้าว? ก็โฮสต์ไม่ได้ถามอะ?】
【ยังมีอีกมากที่โฮสต์ไม่ได้ถามเช่นกัน】
น้ำเสียงระบบเหมือนกำลังทำท่าทางยียวน ซึ่งนั้นก็ทำให้อนาเธอร์ต้องคิ้วกระตุกขึ้น จากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจและเริ่มให้ระบบตรวจสอบ
【ชื่อผู้เล่น โทมัส เผ่าพันธุ์มนุษย์】
【เลเวล: 46 อาชีพ: นักสู้ผู้ใช้มือเปล่า】
【พละกำลัง: 3120+5%】
【ความทนทาน: 3,070】
【ความเร็ว: 3,080】
【จิตวิญญาณ:2,000】
【เปิดดูทักษะสกิล: นิ้วดัชนีเจาะทะลวง หมัดกระหน่ำสิบทิศ หมัดคุนหลุน】
“หืม? นี่เราสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมดจริงๆด้วย!”
อนาเธอร์สังเกตเห็นว่าชายคนนี้มีเลเวลประมาณ 40 กว่าๆ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงสำหรับนักเรียนทั่วไปในมหาวิทยาลัย
อาชีพของเขาคือผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้มือเปล่า และดูเหมือนว่าเขาจะเชี่ยวชาญในการใช้พลังร่างกายมากกว่าการพึ่งพาอาวุธ
“ค่าสถานะดูไม่ค่อยเท่าไหร่ ทั้งที่เลเวลห่างกันแต่ค่าสถานะน้อยกว่าฉันอีก”
อนาเธอร์รู้ดีว่าอาชีพธรรมดากับอาชีพอวาตาร์ของเทพเจ้านั้นห่างกันแค่ไหน
“หึหึ แกคิดว่าจะชนะข้าได้หรือ?”
“ข้าจะต่อยหน้าแกจนไม่ให้เหลือความหล่อเหลาอีกต่อไป!”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย ทำสีหน้าท่าทางที่ดูยียวนกวนประสาทเป็นอย่างมาก
“ฮ่าฮ่าฮ่า สมแล้วที่เป็นโทมัส ลงมือจัดการกับเจ้าชายน้อยซะ!”
“สั่งสอนให้เขาเห็นหน่อย จะได้รู้ว่าตนเองกำลังมาอยู่ในที่แห่งไหน”
เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นจากกลุ่มที่มาท้าทาย บางคนแสดงออกถึงความตื่นเต้นที่จะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างอนาเธอร์กับชายหนุ่มคนนั้น
“มะ..ไม่นะท่านอนาเธอร์! อย่าไปรับคำท้ามันนะ”
“พวกนายอยากตายใช่ไหม อยากลองดีใช่ไหมห๊ะ”
นักเรียนหญิงบางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆพยายามห้ามชายหนุ่มไม่ให้เกิดการต่อสู้
แต่เขาไม่สนใจคำพูดของพวกเธอ
อนาเธอร์ยังคงรักษาท่าทีสงบ ไม่ตอบสนองต่อคำดูถูกหรือการยั่วยุจากชายหนุ่มคนนั้น ในใจรู้สึกว่าการต่อสู้นี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การที่เขายอมรับคำท้า อาจจะเป็นการพิสูจน์ให้เห็น
ความสามารถของเขานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับใบหน้าหรือสถานะ แต่เป็นการต่อสู้ที่แท้จริง
“ก็ได้ ถ้าพวกนายอยากลอง”
“ฉันเองก็ยินดีที่จะรับคำท้า!”
อนาเธอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับว่าเขาไม่ได้กังวลกับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ชายหนุ่มคนนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“ดีมาก ข้าจะทำให้แกเสียใจที่รับคำท้าในครั้งนี้”
เขาพูดพร้อมกับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้
“กำลังจะเริ่มกันแล้ว”
“อนาเธอร์รับคำท้าจริงๆวะ”
นักเรียนที่อยู่รอบๆต่างก็ขยับออกห่างจากวงล้อมเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการต่อสู้
นักเรียนบางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์ บางคนก็เริ่มกระซิบกระซาบกันเกี่ยวกับผลของการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
หลายคนรู้สึกทึ่งที่อนาเธอร์ยอมรับคำท้าโดยไม่ลังเล ทั้งๆที่เขาไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อสู้มาก่อนเลยซักนิด
“ฮ่าห์ ได้เวลาที่ข้าจะสั่งสอนแกแล้ว!”
ชายหนุ่มคนนั้นเริ่มเคลื่อนไหว เขาใช้เท้าเตะพื้นเบาๆและย่อตัวลงในท่าต่อสู้
ศิลปะการต่อสู้ที่เขาใช้นั้น เป็นทักษะการต่อสู้มือเปล่าที่เน้นความเร็วและความรุนแรง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูมั่นคงและเต็มไปด้วยความมั่นใจ กล้ามเนื้อของเขาดูแข็งแรง พร้อมที่จะลงมือในทุกจังหวะและสถานการณ์
อนาเธอร์ยืนอย่างสงบนิ่ง
เขาไม่รีบร้อนที่จะลงมือ ทว่านัยน์ตาของเขากลับส่องประกายสว่างวาบ
นักเรียนที่ยืนดูรอบๆรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ขยายออกมาจากทั้งสองฝ่าย ขณะที่ทุกคนต่างรอคอยวินาทีที่การต่อสู้จะเริ่มต้น
“มาเลย แสดงให้ข้าเห็นหน่อยสิว่าตัวของแกเก่งแค่ไหน!”
ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขา รอคอยว่าผู้สืบทอดตระกูลซิกฟริดจะทำอะไรต่อไป
“ถ้าไม่เข้ามา.. งั้นข้าจะเข้าไปเอง!”
แล้วทันใดนั้น โทมัสก็พุ่งเข้าหาอนาเธอร์อย่างรวดเร็ว ฝีเท้าของเขาเร็วและหนักแน่น พลังทั้งหมดของเขาถูกปลดปล่อยออกมาในทันที
“พรึ่บ!”
เมื่อหมัดของชายหนุ่มที่ท้าทายพุ่งเข้ามา อนาเธอร์เอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของเขาเฉียบคมและมีประสิทธิภาพ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
การหลบหลีกนั้นดูเหมือนจะง่ายดายสำหรับอนาเธอร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่เขาสามารถหลบหมัดที่พุ่งมาด้วยความเร็วเช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นถึงความชำนาญในการควบคุมร่างกาย และการอ่านการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำ
“ตาฉันบ้าง!”
ทันทีที่ตัวของเขาหลบหมัดได้ อนาเธอร์ก็โต้ตอบด้วยหมัดสวนกลับ หมัดของเขาเคลื่อนผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว
“ปัง!”
ก่อนที่จะกระแทกเข้าไปที่ชายหนุ่มผู้ท้าทายอย่างจัง แรงปะทะจากหมัดของอนาเธอร์ ทำให้โทมัสรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่กระจายไปทั่วร่าง เขากระเด็นถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นผ่านแขนและบริเวณรอบลำตัว
“เร็วมาก!”
ทุกคนที่ยืนอยู่รอบๆต่างตกตะลึงกับการโจมตีครั้งนั้น แม้จะเป็นการชกสวนกลับที่ดูเรียบง่าย แต่แรงกระแทกจากหมัดของอนาเธอร์ ทำให้เห็นถึงค่าสถานะของเขาที่เหนือกว่าเล็กน้อยในแง่ของพละกำลังและความเร็ว
ไม่ใช่เพียงแค่การใช้พลังอย่างเดียว แต่ความชำนาญในการควบคุมพลัง และการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่โดดเด่นเช่นกัน
“กะ..แกมันไม่เลวเลยนี่”
“งั้นข้าจะเอาจริงแล้วนะ!”
โทมัสที่เข้ามาท้าทายรู้สึกได้ทันที อนาเธอร์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดาอย่างที่คิดไว้ตอนแรก ความมั่นใจในตอนแรกเริ่มที่จะสั่นคลอน
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
โทมัสได้ตั้งท่าขึ้นใหม่และพยายามรวบรวมสมาธิ เตรียมพร้อมที่จะลงมือโจมตีอีกครั้ง
“นะ..นั่นมัน.. ศิลปะการต่อสู้อะไรน่ะ”
อนาเธอร์ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง พร้อมกับเริ่มปรับท่าทางของตัวเอง เขาไม่ได้ตั้งท่าแบบนักสู้ทั่วไป แต่ท่าทางที่เขาใช้คือ มวยไทย
ศิลปะการต่อสู้ที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เน้นการใช้ร่างกายเป็นอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นหมัด เข่า ศอก และเท้า ทุกส่วนของร่างกายสามารถกลายเป็นอาวุธที่รุนแรงได้เมื่อใช้อย่างถูกต้อง
“เข้ามาพ่อคนอิจฉา!”