“อะไรนะเ้าคะ” ฉินหนิงจือใยกใหญ่ นางคิดไว้แล้วว่าท่านอาสามต้องไปก่อเื่อะไรไว้เป็แน่ ไม่นึกเลยว่าจะเป็เื่ไปมีเมียน้อย หนำซ้ำยังมีลูกด้วย?!
แล้วเด็กนั่นกี่ขวบแล้ว หากโตกว่าเหวินเกอร์ อย่างนั้นก็เป็จ๋างจื่อ[1] สิ
เหตุใดท่านอาสามถึงได้หน้ามืดตามัวเช่นนี้ จวนตระกูลฉินนั้นเป็ตระกูลบัณฑิต เื่มีอนุภรรยาเป็เื่ต้องห้าม เมื่อนึกย้อนไปตอนที่มารดาของท่านอาสามที่ไม่ทันป้องกันจนเกิดตั้งครรภ์ ตายก็เป็ได้แค่ทงฝาง[2]
หากไม่ใช่บ้านบัณฑิตผู้รู้ผิดชอบชั่วดีละก็ เกรงว่าอาสามอาจจะไม่ได้เกิดมาลืมตาดูโลกแน่! ถึงตอนนี้ท่านย่าก็ยังไม่ชอบหน้าอาสาม
เมื่ออาสามมาเกิดเื่ขายหน้าวงศ์ตระกูลเช่นนี้ ไม่รู้ว่าท่านย่าจะเมินเฉยต่อทายาทสายรองต่อไป หรือจะจัดการด้วยกฎของตระกูลแทน
หากไม่สนใจไยดี ทงฝางผู้นั้นก็จะถูกนำตัวมาเลี้ยงดูอย่างนั้นหรือ มิน่าล่ะ อาสะใภ้สามถึงได้เป็กังวลขนาดนั้น วิ่งเข้าไปร้องไห้กับท่านย่าั้แ่เช้าตรู่
ภพก่อนอาสะใภ้สามผูกคอตาย ทงฝางผู้นั้นก็ไม่ได้ถูกพามาเลี้ยงดู ฉินหนิงจือไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเื่นี้ และก็ไม่รู้ว่าจะจัดการเช่นไร
“อาสามของเ้านี่ก็หน้ามืดตามัวเสียจริง ตัวเองเป็แค่ทายาทสายรอง อาสะใภ้สามของเ้าอยู่ในจวนนี้ก็ใช่ว่าจะสุขสบาย ตอนนี้ยังมาก่อเื่เช่นนี้อีก แล้วจะให้อาสะใภ้สามของเ้าอยู่ได้เยี่ยงไร นางยิ่งเป็คนหน้าบางเสียด้วย” ฟางซื่อส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
นอกจากเพราะหน้าบางแล้ว อาสะใภ้สามยังรักอาสามมากด้วย นางถึงได้ผูกคอตาย! อาสามนี่ไม่ไหวจริงๆ...
แต่เดี๋ยวก่อน
“เื่นี้อาสะใภ้สามได้ปรึกษากับท่านอาสามหรือยังเ้าคะ อาสามเป็คนบอกว่าจะพาพวกเขาเข้ามาเลี้ยงดูเองหรือเ้าคะ จวนตระกูลฉินของเราไม่มีกฎเื่การมีอนุภรรยา เื่นี้หากเอ่ยก็เหมือนเป็การหักคออาสามเอง แล้วทีนี้อาสามจะทำเยี่ยงไรเ้าคะ”
ภพก่อนอาสามตรอมใจจนตายเพราะเื่การจากไปของอาสะใภ้สาม แต่ก็ไม่ได้รับเอาแม่ลูกคู่นั้นเข้ามาเลี้ยงดู แสดงว่าความสัมพันธ์คงไม่ลึกซึ้งเท่าไร แล้วเหตุใดถึงคุยกับอาสะใภ้สามไม่รู้เื่ จนต้องไปรบกวนให้ท่านย่าตัดสินใจให้แทน
ฟางซื่อมองฉินหนิงจือด้วยความแปลกใจ นึกไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะจับแก่นสำคัญของเื่ได้
วันนั้นหยวนซื่อวิ่งน้ำตานองหน้ามาหานาง บอกว่าน้องสามมีอนุภรรยาทั้งยังมีลูกด้วยกัน นางถึงกับอึ้งใ นอกจากปลอบใจแล้วก็ได้แต่เกรงว่าจะกระทบกับสามีตนเอง
ต่อมาพอสงบสติลงได้เลยคิดไตร่ตรองดู แล้วก็ต้องแปลกใจ น้องสามเป็ใจดีมีศีลธรรม รักใคร่หยวนซื่อมาก แล้วเขาจะยอมหักหน้าภรรยาทำลายกฎของตระกูลเพียงเพราะอนุภรรยาคนนั้นเลยหรือ
ครั้นแล้วนางก็ถามหยวนซื่อว่าน้องสามบอกเองหรือว่าจะรับแม่ลูกคู่นั้นเข้ามาเลี้ยงดู หยวนซื่อได้แต่สะอึกสะอื้นตอบว่าไม่ใช่ เป็หญิงคนนั้นจูงลูกมาหานางเอง ทั้งยังเอาหยกประจำตัวและจดหมายลายมือสามียื่นให้นางดู บอกว่าหากหยวนซื่อไม่ยอมรับพวกเขา ก็จะไปวิ่งชนกำแพงของจวนตระกูลฉินฆ่าตัวตาย ให้ชื่อเสียงของจวนตระกูลฉินป่นปี้เสียหาย
หยวนซื่ออ่อนแอ ไม่เคยพบเจอเื่แบบนี้ ตอนนั้นนางใจนเสียขวัญ ต่อมาอยากเอ่ยถามสามีแต่ก็กลัวความสัมพันธ์ของสามีภรรยาจะแตกหัก ส่งผลต่อลูกทั้งสอง จะไปขอคำแนะนำจากไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินก็เกรงว่านอกจากจะไม่ถามเื่ราวใดๆ อาจจะกล่าวโทษว่าบ้านสามทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลจนลูกต้องรับเคราะห์ไปด้วย
หยวนซื่อยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งหมดหวัง ถึงได้จำใจมาหานาง
แต่ตอนนั้นตัวนางกลับคิดว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่งเื่ภายในของน้องสาม หยวนซื่อเองก็น่าจะรับรู้ ถึงได้วิ่งไปหาไท่ไท่ผู้เฒ่าฉิน!
อย่างน้อยไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินก็มีอำนาจในการจัดการผู้หญิงคนนั้นโดยไม่ให้เอิกเกริก บ้านสามคงไม่ถึงกับต้องขายหน้าเสื่อมเสียชื่อเสียง ลูกทั้งสองของนางก็คงไม่ต้องเร่ร่อน
ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินไม่อยากยุ่งกับเื่นี้ ดีที่นางได้ฟังหนิงจือพูดแนะนำ ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินถึงได้รับปากจะตรวจสอบเื่นี้ นั่นก็แสดงว่านางจะยื่นมือเข้ามาจัดการเื่นี้ให้
ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นกับลูกจะมีความสัมพันธ์กับน้องสามจริงหรือไม่ แต่สุดท้ายเื่ก็จะไม่เอิกเกริกจนชื่อเสียงของบ้านสามป่นปี้เป็แน่
ฟางซื่อเล่าเื่ทั้งหมดให้ฉินหนิงจือฟัง
ไม่รู้เพราะอะไร นางรู้สึกว่านับั้แ่ลูกสาวหายป่วยก็ดูใจเย็นขึ้นมาก นางมีความน่าเชื่อถือ เหมือนว่าคุยเื่อะไรกับนางก็ได้
ฉินหนิงจือได้ยินฟางซื่อเล่า แววตาก็ขรึมลงเล็กน้อย คิดไปในอีกหนทางที่น่าจะเป็ไปได้
เื่สกปรกเละเทะของวงศ์ผู้ดีเช่นนี้ นางเรียนรู้มาจากจวนจิ้นกั๋วกงในภพก่อนไม่น้อย
จวนจิ้นกั๋วกงนั้นมีขนาดใหญ่ เื่วุ่นวายก็มาก ทายาทสายตรงและสายรองมีทั้งหมดห้าเรือนด้วยกัน ภรรยาของบรรดาพี่น้องสามีนางมีทั้งหมดเจ็ดแปดคน เื่บาดหมางชิงดีชิงเด่นของที่นั่นรุนแรงกว่าเื่ของตระกูลฉินนัก
ภพก่อนหากนางไม่ใช่ลูกกำพร้าของผู้รับใช้ชาติและไม่ได้รับพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้แล้วละก็ คงถูกแทะจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
กระนั้นนางก็ยังไม่ได้มีชีวิตที่ดีสักเท่าไร
“เป็ไปได้ไหมเ้าคะที่ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ได้เป็เมียของท่านอาสามจริงๆ” ฉินหนิงจือเอ่ยประโยคที่มีความเป็ไปได้ออกไป “มีคนคิดร้ายกับบ้านสามถึงได้โยนเื่เมียน้อยให้ท่านอาสาม”
ฟางซื่อใ “มีใครคิดร้ายต่อบ้านสามหรือ”
ฉินเหม่ากับหยวนซื่อ คนหนึ่งเป็ซื่อจื่อ คนหนึ่งเป็ลูกชาวบ้าน ทั้งสองวันๆ ได้แต่หวานชื่นใส่กัน จะไปมีเื่ข่มขู่ใครเขา ถึงได้โกรธแค้นจนคิดทำร้ายต่อพวกเขา
อีกอย่าง ฉินเหม่าก็ไม่ใช่คนโง่ หากไม่ใช่ความผิดเขา เขาไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด เื่นี้หากไปถามหยวนซื่อก็คงจะรู้เื่กว่านี้ นอกเสียจากว่าคนที่อยากทำร้ายพวกเขารู้นิสัยของหยวนซื่อเป็อย่างดี
แต่ถึงจะเป็เช่นนี้ก็ถือว่าอันตรายอยู่ดี
“พวกเขาอาจไม่ได้้าทำร้ายแค่บ้านสาม แต่เป็การช่วยจัดการปัญหาของตนด้วย” ฉินหนิงจือเอ่ยอย่างนุ่มนวล
ทำร้ายชื่อเสียง...ก็ต้องเลือกคนที่ไม่มีความสามารถในการเตรียมรับมือ
บ้านสาม ฉินเหม่า และหยวนซื่อ ล้วนเป็ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ฟางซื่อได้แต่นิ่งอึ้ง ถือเป็การจัดการปัญหาของตนไปด้วย ปัญหาของใครกัน!
ฉินหนิงจือมองฟางซื่อที่มีสีตาเหมือนยังคิดไม่ออกก็ได้แต่ถอนหายใจ แม่ของนางใจดีเกินไปแล้ว เกิดในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นยังไม่เข้าใจเื่พวกนี้อีกหรือ
“อย่างไรเสีย ท่านย่ารับปากแล้วว่าจะช่วยตรวจสอบให้ไม่ใช่หรือเ้าคะ พวกเรารอฟังข่าวแล้วกัน” ฉินหนิงจือเก็บอาการ ก่อนจะแกล้งหัวเราะอย่างสบายใจ
เมื่อท่านย่าจะสืบ นางก็จะสืบด้วยเช่นกัน แต่จะให้มารดารู้เื่ไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นนางคงไม่ยอมเป็แน่
ฟางซื่อหนักอกหนักใจ แต่ก็ทำได้เพียงพยักหน้าให้ฉินหนิงจือ “ท่านย่าของลูกต้องจัดการได้แน่”
หากไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินบอกว่าจะสืบ นางก็ต้องสืบได้แน่ แม่ม่ายที่เลี้ยงลูกสามคนจนเติบใหญ่มีหรือจะไม่มีความสามารถ
เพียงแต่...อยากช่วยกับไม่อยากช่วยนั้นมีความแตกต่างอย่างมาก
ดูท่าแล้วฟางซื่อเองคงต้องช่วยน้องสะใภ้สาม รอฉินหยินกลับมาแล้ว นางจะขอให้เขาช่วยสืบเื่ผู้หญิงคนนั้นด้วย
พอคิดได้ถึงตรงนี้ ม่านสีครามก็ถูกแหวกเปิดขึ้น ฮั่วเหมยสาวใช้คนสนิทของฟางซื่อก็รีบวิ่งเข้ามาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี
“ไท่ไท่เ้าขา คุณหนูสี่เ้าขา นายท่านกลับมาแล้วเ้าค่ะ”
บรรยากาศที่ผ่อนคลายเมื่อครู่ในห้องเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมทันที จากนั้นผู้มีหน้าที่ดูแลส่วนต่างๆ ในเรือน ก็เริ่มวิ่งวุ่น นายท่านรองฉินหยินยุ่งเื่ราชการ ไม่ค่อยกลับจวน กลับมาทีก็พักอยู่สามถึงห้าวัน คนในจวนตระกูลฉินจึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับเขาสักเท่าไร ทั้งฉินหยินยังร่างกายสูงใหญ่น่าเกรงขาม ตำแหน่งก็สูงเป็ถึงองครักษ์เสื้อแพร คนในจวนตระกูลฉินแม้แต่คนรับใช้ข้างกายฟางซื่อต่างเกรงกลัวเขา ไม่มีใครกล้าสามหาวกับเขาเลยสักคน
ใบหน้าของฟางซื่อกลับเต็มไปด้วยความรอยยิ้ม นางกับฉินหยินรักใคร่กันดี ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็ไปสนิทสนมแแ่
ผู้อื่นต่างมองว่าฉินหยินเป็ยมทูต มีเพียงนางผู้เดียวที่รู้ว่าฉินหยินนั้นใจดีแค่ไหน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e
[1] บุตรชายคนโตผู้มีสิทธิ์ในการดูแลมรดกต่อไป
[2] สาวใช้ร่วมห้องนาย เป็ตำแหน่งสูงสุดของสาวรับใช้ คอยเฝ้าดูแลเ้านายทั้งเวลากลางวันและกลางคืน อาจต้องร่วมเตียงด้วยหากผู้เป็นายเรียกหา จึงต้องพักในห้องที่อยู่ใกล้กับห้องเ้านาย