ตอนที่ 25
ทางช่วยเหลือ
“นี่มัน เคล็ดวิชามารราคะ”หลังจากตอบรับการรักษา หวังอี้ฝู่ก็พาชุนหยางและจูอิงมายังห้องหนังสือส่วนตัวโดยมีผู้คุ้มกันทั้ง4 ติดตามมาด้วย เพียงแต่การเข้ามาในห้องหนังสือครั้งนี้กลับทำให้ชุนหยางประหลาดใจเป็อย่างมากเพราะบนโต๊ะของหวังอี้ฝู่กลับมีเล่มตำรามารราคะ วางเอาไว้เสียได้
“ถูกต้องตำราเล่มนี้น่าจะมีเนื้อหาเหมือนกันวิชามารราคะที่เ้าได้ฝึกฝนก่อนหน้านี้เ้าลองอ่านดูว่ามีสิ่งใดต่างออกไปหรือไม่”หวังอี้ฝู่ยื่นตำรามารราคะให้กับชุนหยางก่อนจะบอกให้ชุนหยางได้อ่านเนื้อหาด้านในดูเพียงแต่การเทียบเนื้อหานั้นชุนหยางกลับทำได้ไม่ดีเท่าไหร่เพราะชุนหยางไม่ได้อ่านตำราทั้งหมดของเล่มที่ซูเยว่เซียงเอาไว้ชุนหยางก็เลยไม่ทราบว่าเนื้อหาในนี้ถูกต้องทั้งหมดหรือไม่
“นี่ท่าน...อ่านเนื้อหาข้างในหมดแล้วหรือขอรับ”ชุนหยางเลิกคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปมองชั้นตำราที่วางอยู่ด้านหลังหากชุนหยางดูไม่ผิดบนชั้นหนังสือมีตำราวิชามารอื่นๆนอกจากวิชามารราคะอยู่อีกแถมไม่ใช่แค่อย่างละเล่มแต่ยังมีวิชาที่เหมือนกันอย่างละสองหรือสามเล่มด้วยซ้ำ
“ใช่...ที่ข้าเป็ผู้าุโของสำนักปราบมารได้ก็เป็เพราะข้าศึกษาและหาทางรับมือกับวิชามารให้กับพวกเขาถ้าหากข้าไม่อ่านด้วยตัวเองคงจะทำความเข้าใจและหาทางรับมือไม่ได้หรอก”หวังอี้ฝู่ตอบพลางมองไปทางเล่มตำราวิชามารที่อยู่เื้ั ถึงรูปร่างภายนอกหวังอี้ฝู่จะเหมือนโจรป่ามากกว่าหมอแต่แท้จริงแล้วหวังอี้ฝู่กลับเป็ผู้มากไปด้วยสติปัญญานอกจากจะมีความรู้หลากหลายแขนงแล้วยังเป็ผู้ที่สามารถจำแนกแยกแยะเคล็ดวิชาต่างๆได้อีกด้วยแต่สิ่งที่ทำให้ชุนหยางรู้สึกประหลาดใจและชื่นชมในเวลาเดียวกันก็คือ หวังอี้ฝู่ได้อ่านเคล็ดวิชามารเหล่านี้แล้วก็นับว่าอยู่ใกล้กับการเป็ผู้ฝึกฝนวิชามารที่สุดคนหนึ่งแต่เขาก็ยังหักห้ามใจตัวเองไม่ฝึกฝนวิชามารได้นับว่าน่าเหลือเชื่อมากจริงๆ
“เพราะแบบนั้นท่านก็เลยได้วิธีรักษาจากการศึกษาตำราเหล่านี้สินะขอรับ”ชุนหยางแต่เดิมก็รู้สึกนับถือหวังอี้ฝู่เพราะคำบอกเล่าของไป๋ซิงซินอยู่แล้วแต่ยามได้เห็นการทำงานของหวังอี้ฝู่ชุนหยางก็ยิ่งรู้สึกนับถือเข้าไปใหญ่นี่คือผู้ที่ศึกษาอย่างจริงจังและค้นพบเส้นทางใหม่งั้นหรือ
“จะเรียกว่ารักษาก็ไม่ถูกนักมันควรจะเรียกว่าการปรับปรุงให้วิชาเหล่านี้สมบูรณ์แบบกว่าเดิมเสียมากกว่าหรือจะเรียกสิ่งนี้ว่าเคล็ดวิชามารราคะฉบับปรับปรุงก็ไม่ผิด”หวังอี้ฝู่ยิ้มออกมาระหว่างชุนหยางกำลังไล่อ่านเนื้อหาภายในตำรามารราคะที่ตนมอบให้หลังจากลองอ่านเนื้อหาภายในตำราไปส่วนหนึ่งชุนหยางก็พบว่าภายในตำรานั้นเนื้อหาดั้งเดิมนั้นเหมือนกับวิชามารราคะที่ซูเยว่เซียงเคยไม่มีผิดเพียงแต่บนหน้ากระดาษกลับมีหมึกสีแดงขีดเขียนทับลงไปหลายต่อหลายที่เหมือนกับผู้เขียนกำลังพยายามแก้ไขเคล็ดวิชามารราคะเสียใหม่ไม่มีผิด
“นี่มัน...ยอดไปเลย”ชุนหยางมองตัวอักษรที่เขียนโดยใช้หมึกสีแดงด้วยท่าทีตื่นเต้นเนื้อหาส่วนใหญ่พยายามแก้ไขความผิดพลาดโดยเฉพาะอาการธาตุไฟเข้าแทรกในตอนท้ายหากสิ่งที่หวังอี้ฝู่เขียนเอาไว้ได้ผลต่อให้ชุนหยางไม่ดูดซับพลังิญญาจากผู้อื่นเป็เวลานานก็จะไม่เกิดอาการธาตุไฟเข้าแทรกอีกเพียงการแก้ไขในจุดนี้ก็ทำให้เคล็ดวิชามารราคะปลอดภัยขึ้นมากถึงจะยังแก้ไขเื่การดูดซับพลังิญญามากเกินไปไม่ได้แต่ก็ไม่ต้องห่วงว่าตัวเองจะทนอาการธาตุไฟเข้าแทรกไม่ไหวจนต้องใช้ผู้อื่นเพื่อดับความร้อนรุ่มจากอาการนั้นอีกแล้ว
“มันต้องยอดเยี่ยมอยู่แล้วเ้าคิดว่าข้าใช้เวลาศึกษาไปเท่าไหร่กัน ถึงโอกาสผิดพลาดจะยังเยอะอยู่และอาจจะทำให้เ้าคลุ้มคลั่งกลายเป็มารราคะไร้สติเลยก็ได้แต่มันก็คุ้มค่าที่จะลองใช่หรือไม่”หวังอี้ฝู่เห็นชุนหยางเข้าใจเนื้อหาที่ตนเขียนเอาไว้พลันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจได้ยินว่าก่อนฝึกวิชามารเขาเป็เพียงบ่าวรับใช้ที่โดนมารราคะตนหนึ่งเลี้ยงดูเอาไว้หวังอี้ฝู่ก็เลยไม่ได้คาดหวังกับมันสมองของชุนหยางเสียเท่าไหร่
“เอ๊ะ...โอกาสผิดพลางเยอะหรือขอรับ”ชุนหยางได้ยินเสียงของหวังอี้ฝู่ผ่านหูก็ชะงักไปครู่หนึ่งการฝึกฝนเคล็ดวิชาที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นั้นเป็เื่อันตรายแถมหวังอี้ฝู่ยังไม่เคยทดสอบมันเลยสักครั้งก็เลยรับประกันความปลอดภัยไม่ได้บางทีชุนหยางอาจจะธาตุไฟเข้าแทรกั้แ่เริ่มฝึกเลยด้วยซ้ำและถ้าหากมันเป็อย่างนั้นหากชุนหยางไม่ตายแต่จบที่การเป็บ้าก็ถือว่าโชคของชุนหยางยังดีอยู่เสียด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องห่วงหรอก เ้าได้รับความสามารถพิเศษของหลานสาวข้าเข้าไปคงไม่ตายง่ายๆแถมเ้าก็ยังมีแม่นางจูอิงอยู่หากควบคุมความกระหายไม่ได้ก็ยังมีนางคอยแบ่งเบาเ้าแค่ต้องระวังไม่ให้ตัวเองเสียสติก็พอ”หวังอี้ฝู่ยิ้มออกมาอย่างกับเื่ที่ตนเพิ่งพูดออกไปเป็เื่เล็กน้อยเสียอย่างนั้นความจริงการทดสอบนี้อันตรายเสียจนหวังอี้ฝู่ก็ยังไม่มั่นใจว่าควรจะทดลองกับชุนหยางดีหรือไม่แต่ยามได้อ่านเนื้อหาที่หลานสาวส่งมาว่าชุนหยางนั้นดูดซับความสามารถพิเศษของนางได้ทำให้หวังอี้ฝู่รู้สึกยินดีราวกับโชคชะตากำลังช่วยเหลือไม่มีผิดเท่านี้เขาก็สามารถใช้การทดสอบที่ไม่กล้าให้คนทั่วไปได้ลองใช้ดูเสียที
“เช่นนั้นเรามาเริ่มจากการใช้เคล็ดวิชาเลยก็แล้วกันเ้าลองทำตามที่ข้าเขียนเอาไว้ตรงนี้นะ”ไม่พูดพร่ำทำเพลงหวังอี้ฝู่ดึงตำราวิชามารราคะฉบับปรับปรุงของตนออกมาจากมือชุนหยางก่อนจะชี้ให้ชุนหยางเริ่มทดสอบเคล็ดวิชาที่ตนทำการปรับเปลี่ยนทันที
“ท่านหมอ...แบบนี้มันจะดีหรือขอรับหากข้าเสียสติจนทำร้ายท่านล่ะ” ชุนหยางกลืนน้ำลายลงคอด้วยท่าทีหวาดเสียวเขาเคยได้ยินว่าผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่ฝึกฝนวิชาผิดพลาดนั้นต่างก็เสียสติจนเป็บ้าหรือไม่ก็ตายไปเลยมิใช่หรือถึงจะทำใจรับความเสี่ยงมาแล้วแต่แบบนี้มันก็...
“ไม่ต้องห่วง ต่อให้เ้าคลุ้มคลั่งขึ้นมาข้าก็มีคนของสำนักปราบมารช่วยอยู่ข้างๆอยู่แล้ว”หวังอี้ฝู่ว่าพลางมองไปทางชายสวมหน้ากากทั้งสี่คนที่กำลังยืนคุมเชิงอยู่รอบข้างหากชุนหยางอาละวาดทำร้ายหวังอี้ฝู่ขึ้นมารับรองว่าพวกเขาจะเข้ามาจัดการชุนหยางทันทีแน่นอน
“อย่างนั้นหรือขอรับ”ชุนหยางยิ้มเจื่อนๆออกมาก่อนจะอ่านเนื้อหาตำราที่หวังอี้ฝู่กำลังชูไว้เบื้องหน้าตนเองถึงอย่างไรท่านหมอหวังก็เป็ผู้าุโของสำนักปราบมารท่านคงจะไม่ทำเื่อันตรายอะไรมากมายกระมัง...
.
.
.
“อัก!!”การฝึกฝนเคล็ดวิชาที่ไม่สมบูรณ์ทำให้อวัยวะภายในของชุนหยางได้รับความบอบช้ำอย่างรุนแรงจนชุนหยางถึงกับกระอักเืออกมาหากไม่ใช่เพราะความสามารถพิเศษของไป๋ซิงซินที่ชุนหยางดูดซับมารับรองว่าชุนหยางได้นอนพักยาวนับเดือนเป็แน่
“พี่ชุนหยางท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”ยามเห็นชุนหยางกระอักเืออกมาใบหน้าของจูอิงยิ่งซีดกว่าตัวชุนหยางเองเสียอีกแถมนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียด้วยที่ชุนหยางกระอักเืออกมาแบบนี้แต่นี่มันครั้งที่3 แล้วนะ
“อืม...ผิดพลาดตรงไหนกันนะ”ฝ่ายหวังอี้ฝู่ยามนี้กลับไม่แสดงท่าทีแตกตื่นออกมาแม้แต่น้อยเขาเพียงเดินมาจับชีพจรของชุนหยางเพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายก่อนจะเริ่มวิเคราะห์ต่อว่าการดัดแปลงวิชาของตนเองนั้นผิดพลาดตรงส่วนไหน
“ท่านหมอเหตุใดถึงได้มีข้อผิดพลาดมากมายเช่นนี้กันเ้าคะนี่มันไม่ใช่แค่ไม่สมบูรณ์แต่มันยังไม่เป็ชิ้นเป็อันเลยนี่นา”จูอิงที่ทนเห็นชุนหยางเจ็บตัวไม่ไหวหันไปต่อว่าหวังอี้ฝู่ด้วยท่าทีไม่พอใจถึงตัวชุนหยางจะไม่ว่าอะไรและยินดีช่วยเหลือแต่จูอิงไม่อาจทนมองชายผู้เป็ที่รักของนางต้องเจ็บตัวต่อไปเรื่อยๆได้อีกแล้ว
“อะแฮ่ม...ก็ชุนหยางเป็ผู้ทดสอบคนแรกของข้านี่นาหากไม่มีผู้ทดสอบแล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันผิดพลาดตรงส่วนไหนบ้าง” หวังอี้ฝู่หัวเราะออกมาก่อนจะไล่สายตามองเนื้อหาวิชามารราคะอีกรอบเคล็ดวิชามารแต่ละเคล็ดวิชาต่างก็ลึกลับซับซ้อนจนแม้แต่หวังอี้ฝู่ก็ยังสงสัยว่าผู้คิดค้นวิชาเหล่านี้มีมันสมองระดับไหนกันวิชาที่เปลี่ยนแปลงร่างกายของผู้ฝึกให้เหมาะสมกับเคล็ดวิชา หากไม่นับวิชามารเหล่านี้ก็มีเพียงไม่กี่เคล็ดวิชาเท่านั้นที่ทำได้การจะดัดแปลงเคล็ดวิชาพวกนี้ล้วนแล้วแต่ยากเย็นเกินคนธรรมดาจะเข้าใจอยู่แล้วแม้แต่ผู้มากไปด้วยความรู้อย่างหวังอี้ฝู่ก็ไม่อาจทำได้ด้วยการอ่านตำราเพียงอย่างเดียวเท่านั้นอยู่ดี
“จูอิง ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันอันตรายข้าทนไหว...”ชุนหยางจับมือของจูอิงเอาไว้ก่อนจะบอกนางว่าตนไม่เป็ไร แต่เดิมชุนหยางก็คิดจะแลกชีวิตกับการรักษาอยู่แล้วเพราะถ้าหากรักษาไม่ได้ชุนหยางก็ไม่อาจใช้ชีวิตในฐานะมารราคะได้ลงคอหากเสี่ยงแล้วการรักษาสำเร็จก็นับว่าชุนหยางได้กำไร แต่หากเสี่ยงแล้วตายอย่างไรก็จบที่ตายเท่ากันมิใช่หรือ
“เช่นนั้นก็ให้ข้าเป็ผู้ทดสอบบ้างตอนนี้พลังิญญาของท่านใกล้จะหมดแล้วนะเ้าคะ”จูอิงส่ายหน้าช้าๆก่อนจะอาสาเป็ผู้ทดสอบด้วยตัวเองในเมื่อนางก็เป็มารราคะเช่นเดียวกันแถมยังดูดซับความสามารถพิเศษของไป๋ซิงซินมาเช่นเดียวกันเช่นนั้นนางก็สามารถทดสอบได้มิใช่หรือ
“ไม่ได้พลังิญญาของเ้ายังน้อยเกินไป ทดสอบแค่ครั้งเดียวก็อาจจะรักษาไม่ทันเลยด้วยซ้ำ”หวังอี้ฝู่ส่ายหน้าเพราะจูอิงไม่เหมือนกับชุนหยางที่ได้เรียนวิชามารหลังจากปลุกพลังิญญาในร่างของตัวเองแล้วจูอิงยังคงเป็มนุษย์ธรรมดาที่ได้รับพลังโดยวิชามารเหมือนซูเยว่เซียงอยู่ความรวดเร็วในการเติบโตของจูอิงเลยต่างจากชุนหยางมาก
“...”จูอิงยามได้ยินว่าตนเองช่วยชุนหยางทดสอบไม่ได้ก็นิ่งงันไปครู่หนึ่งหากนางช่วยทดสอบไม่ได้แล้วจะให้นางนั่งรอจนชุนหยางใช้ร่างกายของตัวเองทดสอบจนเรียบร้อยก่อนค่อยรับการรักษาที่ปลอดภัยอยู่คนเดียวงั้นหรือ
“ข้าพอจะรู้วิชาแพทย์อยู่บ้างท่านหมอให้ข้าช่วยท่านหาหนทางรักษาได้หรือไม่” จูอิงลุกขึ้นยืนก่อนจะมองเหล่าตำราที่วางเรียงกันเอาไว้ภายในห้องหนังสือภายในห้องหนังสือของหวังอี้ฝู่มีตำราแพทย์จำนวนมากที่จูอิงไม่เคยเห็นจากที่ใดถึงนางจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเื่วิชาฝึกฝนแต่ในฐานะผู้เคยฝึกฝนวิชาแพทย์มานางก็อยากจะทำอะไรให้เป็ประโยชน์บ้าง
“ข้าอนุญาตให้เ้าอ่านตำราแพทย์ทั้งหมดในห้องนี้ได้แต่ตำราวิชามารเ้าอ่านได้เพียงวิชามารราคะเท่านั้นห้ามยุ่งกับวิชาอื่น หากพลั้งเผลอฝึกวิชามารอื่นเข้าไปเพิ่มเ้าอาจจะธาตุไฟแตกซ่านไปเลยก็ได้”หวังอี้ฝู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าออกมา ในเมื่อนางฝึกฝนวิชามารไปแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่านางจะอ่านตำราวิชามารราคะแล้วเผลอฝึกวิชาเข้าไปแบบนั้นเขาอาจจะได้มุมมองที่น่าสนใจก็เป็ได้