第四十三章
สภาพร่างกายของไห่เปียวนับว่าบาดเจ็บไม่มากไม่น้อย หมอเหยียนจงใจหยิบขวดยาสีเขียวขึ้นแล้วแสร้งทำมันตกลง โดยสัญชาตญาณเมื่อเขาเห็นมันกำลังจะหกก็เอื้อมมือไปรับโดยไม่ได้ตั้งใจ ขวดยาเปิดอยู่แล้วจึงทำให้มันหกรดลงบนมือ
"โอ๊ะ! ข้าขอโทษ"หมอเหยียนอุทานออกมา
"ไม่เป็นไรขอรับ"สิ้นคำฝ่ามือของไห่เปียวเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนทันที หมอเหยียนนึกรู้ทันทีว่าไห่เปียวใช้ยาพิษกับจื่อหลงเป็นแน่ เขากระแอมออกมาเล็กน้อย
"น่าแปลกเสียจริง ยานี่ข้าเอาไว้ตรวจสอบพิษ ทำไมมือเจ้าถึงกลายเป็นสีชมพูได้ล่ะนี่"
"เอ่อ..."ไห่เปียวอึกอัก หาข้อแก้ตัวไม่ทัน จื่อหลงเดินเร็วเข้ามาหยุดตรงข้างกายหมอเหยียนทันที
"อาจจะเป็นเพราะเมื่อวานตัวข้าถูกพิษอ่อนเข้า ไห่เปียวเป็นห่วงเลยเข้ามาถูกตัวข้าเข้าน่ะ"
"อ่อ เช่นนั้นหรือ"หมอเหยียนจึงเลิกสนใจสีที่มือของไห่เปียว
"อาการของเขาเป็นอย่างไรบ้าง"จื่อหลงถาม
"อาการเขาไม่นับว่าสาหัสเท่าไหร่ท่านวางใจเถอะ แต่ถึงแม้ว่าอาการจะไม่สาหัสก็ต้องกินยาตามกำหนด ข้าจะเขียนเทียบยาให้ ท่านสั่งให้คนปรุงตามนี้ อ้อข้าลืมไป ข้าจะต้องปรุงยาเองด้วยชุดหนึ่งเพราะตัวท่านเองมีพิษตกค้าง และเขาก็ควรจะดื่มเหมือนกัััน"หมอเหยียนพยักหน้าไปทางไห่เปียว
"ขอบใจท่านมากที่ดูแล"
"เฮ่ย ข้ามีหน้าที่รักษาเจ้า ในเมื่อคนของเจ้าบาดเจ็บมีหรือข้าจะกล้าละเลย เอาล่ะๆ ไม่คุยแล้ว ข้าจะไปเตรียมยา"หมอเหยียนลุกออกไปทิ้งให้จื่อหลงยืนมองไห่เปียวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมองตนเองจึงปรับเปลี่ยนสายตา
"อย่ากังวลไปเลย ข้ารู้ว่าเจ้าทำเพราะชอบข้า จริงสิไห่เปียวเจ้าอยากกินอะไรหรือไม่ ข้าจะสั่งคนปรุงมาให้"
"ไม่แล้วขอรับแค่ท่านดูแลข้า ข้าก็พอใจแล้ว"
"เจ้าต้องดูแลตัวเองบ้าง ปู้เฉิน ปู้เฉิน"จื่อหลงตะโกนเรียกกปู้เฉินเสียงดัง ปู้เฉินนั้นต่อให้จื่อหลงพูดเพียงเบาๆก็สามารถได้ยินแล้ว ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเสียงที่ตะโกนเรียกดังขนาดนี้ต้องมีสิ่งผิดปรกติแน่นอน เขาพุ่งปราดเข้าไปในห้องทันที
"ขอรับนายท่าน"จื่อหลงใช้ปลายหางตามองส่งสัญญาณ
"ไปสั่งคนเตรียมอาหารให้เขา"
"อ่อ ขอรับ"ปู้เฉินจับสัญญาณได้ เขาเคารพแล้วรีบเดินออกไปทันที จื่อหลงมองตามหลังปู้เฉินจนลับสายตาก่อนจะหันกลับมาหาไห่เปียวแล้วยิ้มแค่ปาก
"ไห่เปียว"
"ขอรับ"ไห่เปียวเสียงสั่น ยามนี้น้ำเสียงของจื่อหลงถึงจะราบเรียบแต่ก็แฝงความดุดันโหดเหี้ยมบอกไม่ถูก จื่อหลงคล้ายจับความคิดของไห่เปียวได้จึงปรับท่าทีอีกครั้ง เขาทรุดลงนั่งข้างไห่เปียวที่นั่งอิงหัวตั่งอยู่
"อย่าคิดมาก ข้าเพียงแค่โกรธตัวเองเท่านั้นไม่น่าลงมือทำร้ายเจ้าเลย"
"ไม่เป็นไรขอรับ"
"หึหึ เอาล่ะเด็กดี บอกข้าได้หรือไม่ว่า เจ้าเอายามาจากไหน แต่ถ้าเจ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรไม่ได้บังคับ ข้าห่วงกลัวเจ้าจะพลาดพลั้งให้กับพวกโจรเหล่านั้น"
"ไม่หรอกขอรับ ท่านพ่อเป็นคนเอายานี้มาให้ข้า"จื่อหลงตาลุกวาบ บิดาของไห่เปียวมีตำแหน่งเป็นถึงเสนาบดีฝ่ายซ้ายเหตุใดจึงมียาพิษของเผ่าจั๋วได้ จื่อหลงตาลุกวาบ เขาจงใจเอื้อมมือไปที่ท้ายทอยของไห่เปียวไล้ปลายนิ้วกับหลังคอไป
"ข้าหลงเป็นห่วงเจ้า รู้ว่ามันได้มาจากบิดาเจ้าข้าก็เบาใจแล้ว"
"ท่านไม่โกรธหรือขอรับที่ข้าทำร้ายฟ่านเสวียน"ไห่เปียวซบใบหน้าลงกับอกกว้างถูไปมาเบาๆ มือหนาของจื่อหลงกระตุกเพียงแวบแล้วกลับเป็นปรกติ
"โกรธสิทำไมจะไม่โกรธ ก็เขาเป็นผู้มีพระคุณกับข้าเจ้าทำร้ายเขาเช่นนี้นับว่าข้ากลายเป็นคนเนรคุณไปแล้ว"ไห่เปียวใบหน้าร้อนผ่าวแดงซ่าน เพราะเข้าใจว่าจื่อหลงนับตนเป็นคนของเขาไปแล้วถ้าเขาทำสิ่งใดลงไปจื่อหลงก็ต้องเป็นคนร่วมรับผิดชอบอด้วย ต่างจากจื่อหลงที่อ้างขึ้นมาเช่นนี้เพราะต้องการสืบหาว่านอกจากยาแล้วถงซีอี้ยังทำเรื่องผิดร้ายแรงอันใดอีก
"อ่อ ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า พรุ่งนี้ข้าต้องเดินทางไปยังเมืองหลวง เจ้าจะไหวหรือไม่ หรือเจ้าพักผ่อนที่นี่จนหายดีเสียก่อนแล้วค่อยตามมข้าไป"
"ไม่ ไม่ขอรับข้าจะอยู่กับท่าน"ไห่เปียวรั้งสาบเสื้อของจื่อหลงเอาไว้แน่น
"ทำไม? หรือกลัวข้าห่างสายตาเจ้า"
"ขะ..ข้าคิดถึงท่าน"จื่อหลงยกยิ้มมุมปาก
"แน่นอน แน่นอนอยู่แล้วยามที่เรารักใครก็มักจะไม่อยากให้คนรักคลาดสายตา เช่นนั้นก็รีบนอนพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปดูหมอเหยียนต้มยาให้เจ้า"ไห่เปียวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆอย่างรอความหวังแต่จื่อหลงขยับตัวลุกขึ้นแล้วก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เขาขยำผ้าห่มด้วยความขัดใจ
"ช่างเถอะ อีกเดี๋ยวเขาก็เป็นของข้าโดยสมบูรณืแล้ว ดีที่ฟ่านเสวียนนั่นไม่อยู่ขวางหูขวางตาข้าแล้ว"ไห่เปียวนั้นจริงแล้วบาดเจ็บไม่น้อยแต่ด้วยยาดีที่นำมาจากวังหลวงกลับช่วยเขาได้เยอะเช่นกัน สภาพร่างกายจึงไม่นับได้ว่าอ่อนแอจนยากจะเคลื่อนไหว เขาขยับลุกขึ้นไปยังหน้าต่างเปิดออกกว้างใช้มือล้วงหยิบสร้อยที่มีลักษณะคล้ายขลุ่ยจิ๋วยาวไม่เกินสองข้อนิ้วยกขึ้นเป่า ถึงจะไม่มีเสียงออกมาให้คนได้ยินแต่นกอินทรีย์ตัวหนึ่งบินโฉบมาหยุดตรงหน้าต่าง
"รอข้าตรงนี้ ข้าจะเขียนจดหมายให้ท่านพ่อ"ไห่เปียวหันกลับไปใช้พู่กันปลายเล็กเขียนจดหมายสอดลงกระบอกสีดำผูกติดกับข้อขาของมัน จากนั้นก็เป่าขลุ่ยไร้เสียงอีกครั้ง มันจึงบินจากไป
"ท่านพ่อพวกเราจะได้ยอดขนพลมาไว้ในมือแล้วรู้หรือไม่ รอข้ากลับเมืองหลวงแล้วข้าจะพาเขาไปให้ท่านเอาไว้ใช้งาน"
จื่อหลงสาวเท้าก้าวยาวไปยังห้องพักของหมอเหยียนที่กำลังตั้งใจปรุงยาบำรุงครรภ์และยารักษาอาการของฟ่านเสวียนอยู่
"ท่านหมอเหยียน"
"เข้ามาสินายท่าน"
"ยานี่"จื่อหลงกวาดตามองไปยังเตาขนาดเล็กที่มีไอลอยกรุ่นอยู่ ยานั่นเป็นของคุณชายฟ่าน ท่านจำได้หรือไม่ว่าคุณชายฟ่านถูกพิษชนิดหนึ่งเข้าไปทำให้เขาได้รับไอเย็น"
"แน่นอนข้าจำได้ ที่ท่านเอ่ยขึ้นมาต้องการจะบอกอะไรกับข้างั้นหรือ"หมอเหยียนถอนหายใจแรง
"เขานับว่าโชคดีแล้ว"
"หมายความเช่นไร"จื่อหลงขมวดคิ้วทันเวลาให้ปู้เฉินที่เดินตามเข้ามาทีหลังได้เห็น
"เกิดเรื่องอันใดขึ้น"ปู้เฉินหลังจากไปจัดแจงสั่งพ่อครัวปรุงอาหารให้ไปไห่เปียวแล้วก็รุดไปยังถ้ำสมบัติที่ปิดเอาไว้ เพื่อจะเอาโสมคนร้อยปีนำมาให้กับท่านหมอเหยียน
"นี่ขอรับโสมคน"หมอเหยียนดวงตาเบิกกว้าง ของสิ่งนี้ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายดาย นอกจากเศรษฐีเพียงสี่คนในเมื่อหลวงแล้วก็มีเพียงในวังเท่านั้นที่จะมีโสมชนิดนี้ได้
"ปู้เฉิน พวกเจ้าไปเอามันมาจากไหน"
"โธ่ ท่านเหยียน อย่าได้สนใจเลยขอรับว่าข้าเอามันมาจากไหน เราหามาให้ท่านปรุงยาได้ก็พอแล้วมิใช่หรือ"ถึงแม้จะเคร่งเครียดจื่อหลงก็อดยิ้มออกมาน้อยๆไม่ได้ เมื่อเห็นปู้เฉินถกเถียงกับหมอเหยียน
"โสมนี่เป็นของที่พวกเราปล้นมาน่ะ"
"นี่พวกเจ้า...พวกเจ้า!"หมอเหยียนทำหน้าที่คล้ายบิดาของจื่อหลงเมื่อรู้ว่าบุตรชายตนเกเรถึงขึ้นนี้ก็อดโมโหจนลมตีขึ้นอกไม่ได้
"ท่านหมอ ท่านหมอ"ปู้เฉินกลังหมอเหยียนจะโมโหจนกระอักเลือดดำจึงเข้าไปลูบอกเหี่ยวๆนั่นไปมา
"ท่านอย่าโกรธไปเลย พวกเราปล้อนนี่เป็นครั้งสุดท้ายบังเอิญโชคดีได้มันมา"
"หึ! ให้ข้าเดาพวกเจ้าคงปล้นของถวายแด่พระโอรสของลู่กุยเฟยล่ะสิ"ทั้งคู่ได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่ต่อคำ หมอเหยียนได้แต่เป่าลมออกปาก
"ไป ไปพัดเตาให้ข้า ยานี่ก็เป็นของภรรยาเจ้า ถ้าเจ้าไม่ทำข้าก็จะไม่ปรุงต่อแล้ว"จื่อหลงถึงกับรีบกระโจนไปแย่งพัดจากมือของปู้เฉินแแกแรงพัดเตาให้ไฟลุกแรงขึ้น
"เฮ่อเจ้านี่มันเหลือเกินจริงๆ"หมอเหยียนได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วจึงกลับมานั่งจัดเทียบยาต่อ
"จริงสิ ท่านบอกว่าโชคดีของเสี่ยวเสวียน โชคดีอะไรหรือ"
"ก็ส่วนผสมของยาที่ข้าใส่ลงไปมีผงจาฉาฮวาอยู่ด้วยน่ะสิ ต่อให้เขานอนบนเตียงหยกหรือเตียงน้ำแข็งไอเย็นก็ไม่สามารถทำร้ายเขาได้แล้ว"
"จริงหรือ ท่านพูดจริงใช่ไหม"
"นี่เห็นข้าเป็นตาเฒ่าปากเสียหรืออย่างไร"หมอเหยียนทำตาถลึงเข้าใส่
"ไม่ ไม่ ไม่ ข้าไม่กล้า เพียงแต่ข้าดีใจมากไปหน่อยเท่านั้น"
"อืมข้ารู้แล้ว เพียงแต่ข้อเสียของผงฉาฮวานี้จะทำให้เขากลายเป็นคนบอบบางอ่อนแอไปบ้าง เจ้าจะไม่รำคาญหรืออย่างไร"
"ไม่ขอรับ ข้ารักเขา ต่อให้เขาพิการจนเดินไม่ได้ข้าก็จะไม่ทอดทิ้งเขาเด็ดขาด"
"ดี..ดีแล้ว ปู้เฉินนายน้อยอาการเป็นเช่นไร"หมอเหยียนหันมาถามปู้เฉินที่ตั้งหน้าตั้งตาพัดเตาอีกอันข้างๆจื่อหลง
"อ่อ ตอนนี้คุณชายน้อยอยู่กับหมัวมัวปลอดภัยดีแล้วขอรับ"
"อืม เอาล่ะรอยาข้นกว่านี้ข้าจะทำเป็นลูกกลอนให้เจ้านำไปให้คุณหนูสาม"
"ขอรับ"ปู้เฉินพยักหน้า
"พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางเข้าเมืองหลวง"จู่ๆจื่อหลงก็โพล่งขึ้นมา ทั้งสองคนรีบหันกลับไปมองหน้าคนพูดทันที
"นายท่าน!!"
"อย่ากลัวไปเลยข้าวางแผนเอาไว้แล้ว อีกอย่างท่านบอกกับข้าตามตรงดีกว่าว่าท่านรู้เรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของข้าหรือไม่"หมอเหยียนถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วครู่จากนั้นก็ถอนหายใจออกมายาวๆ
"เจ้ารู้แล้วสินะ"
"แน่อนอ ท่านอาจารย์เป็นผู้บอกกับข้าจากปากอีกทั้งยังมอบจดหมายให้ข้าด้วย"จื่อหลงพยักหน้า
"เจ้าน่ะ เรียกว่ามีบุญแต่ไร้วาสนา หากแม่ของเจ้าได้กลายเป็นฮองเฮาเจ้าก็คงรั้งตำแหน่งไท่จื่อแล้ว นี่เจ้ากลายเป็นแค่กั๋วซื่อจื่อแถมไม่พอยังได้ชื่อว่าเป็นกบฎอีกด้วย กรรมของเจ้าแล้ว"
"ข้าไม่อยากได้ตำแหน่งไท่จื่อ ข้าพอใจในตำแหน่งกั๋วกงของท่านพ่อ อีกอย่างหนึ่งมีบิดาที่ไหนกล้าทำร้ายลูกตัวเอง เขาน่ะรู้ทั้งรู้ยังกล้าลงมือ"จื่อหลงตวัดเสียง
"เฮ่ย! ความจริงอาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่ก็ได้ เจ้าอย่าพึ่งใจร้อนคิดมากไป รอสืบหาความจริงให้กระจ่างเสียก่อนเถอะ บางทีฝ่าบาทอาจจะไม่ได้ลงมือกับเจ้าก็ได้ ที่ข้าคิดก็คงจะมีแต่ถงซีอี้ที่รู้ความจริงทั้งหมด"
"ใช่ข้าถึงยอมเก็บคนใจอำมหิตอย่างไห่เปียวไว้ข้างกายอย่างไรเล่า"จื่อหลงกัดกรามเค้นคำพูดผ่านไรฟัน
"อืม เอาล่ะพวกเจ้าก็อย่าแสดงพิรุธให้มันมากนัก เจ้าเอายานี่ไปคืนนี้ทำให้เขามีจิตหลอนว่าเขากับเจ้าร่วมเตียงกันแล้วซะ เรื่องจะได้ง่ายขึ้น หรือว่า...ยานี่ไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าแสดงฝีมือของเจ้า ดีหรือไม่"
"ท่านหมอ! อย่าล้อข้าเล่นน่า ข้าน่ะให้เป็นชายอื่นก็ไม่อาจทำได้เช่นเดียวกันกับเสี่ยวเสวียนหรอกนะ"จื่อหลงรีบคว้าขวดยาขนาดเล็กมาไว้ในมือ
"หึหึ ไปๆไห่เปียวไม่รอเจ้ากินข้าวด้วยแล้วหรือ"จื่อหลงเป่าลมออกปาก ปล่อยเขาไปเถอะข้าไม่อยากแสดงละครมากไปกว่านี้แล้ว"
"รายงานขอรับท่านเจ้าสำนัก"หัวหน้าสาขารีบกระโดดจากบานหน้าต่างเข้ามารายงานจื่อหลง พร้อมกับชูนกที่นอนสลบอยู่ในมือขึ้น
"หือ?"ปู้เฉินรีบแกะเอาม้วนกระดาษมาส่งให้จื่อหลงอ่านในทันที เมื่อเขาอ่านแล้วถึงกับใบหน้ามืดคล้ำ
"เจ้าคนใจบาป!"จื่อหลงเอ่ยรอดไรฟันออกมาพร้อมกับส่งกระดาษนั้นให้ปู้เฉิน เมื่อเห็นข้อความแล้วปู้เฉินก็มีสีหน้าไม่ต่างกับจื่อหลงเช่นกัน