หานเสวี่ยตงหรือตงตงกำลังโดนคนกอดปลอบด้วยความมึนงงระคนสงสัย ทั้งกับสิ่งที่ได้ยินและวิธีปลอบของคนที่เรียกตนเองว่าพี่ชายแม้จะไม่มีความทรงจำว่าพี่ชายในวัยสิบเจ็ดปีหน้าตาเป็อย่างไร แต่ก็พอเดาได้จากโครงหน้าเพียงแต่การที่ตัวเองโดนบุรุษตัวโตกอดปลอบประดุจเด็กน้อยนี่สิที่แปลกไม่ใช่ว่าเขาห่างจากพี่ชายแค่สามปีหรือแถมจิติญญาเขาใช้ชีวิตมากกว่าจนนับว่าแก่กว่าพี่ชายด้วยซ้ำ
"พี่ใหญ่ ข้าไม่เป็ไรแล้วขอรับ ท่านปล่อยข้าก่อนเถิด" ตงตงตบเบาๆ ที่ไหล่พี่ชาย แล้วจึงค่อย ๆ ขืนตัวออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย
"พี่ใหญ่ทำเ้าเจ็บแผลหรือ ขอโทษนะ"หานเสวี่ยเฟิงถามน้องชายด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เลยขอรับพี่ใหญ่ ข้าโอเค"ตงตงตอบพร้อมแย้มยิ้มให้พี่ชายพลางสำรวจหน้าตาของคนพี่ไปด้วย
"โอเค? มันคืออะไรหรือเสี่ยวตง" แม้จะสงสัยคำแปลกๆ ของน้องชายแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอันใดเพราะน้องชายเขาหลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญ่เจ็ดหนาวมาก็มักพูดอะไรแปลกจนกลายเป็ปกติไปแล้ว
"ฉิบหายแล้ว ลืมตัวใช้คำในโลกนู้นซะได้ เอายังไงดี ๆ " ตงตงได้แต่สบถร้อนรนในใจเมื่อได้ยินคำถามพี่ชายดังนั้นจึงตัดสินใจเฉไฉอย่างสุดกำลัง
"ข้าแค่ไอขอรับพี่ใหญ่ ไม่มีความหมายอะไรหรอกขอรับ แบบนี้โอะ ๆ ๆ แคะ ๆ ๆ"
"อ่อ งั้นพี่จะรินน้ำให้เ้าดื่มนะ ไฉนเ้าจึงอยู่คนเดียว อาซานไม่อยู่เฝ้าหรือ"หานเสวี่ยเฟิงลุกไปรินน้ำให้น้องชายดื่มพลางถามไถ่ต่อปกตินายเจ็บป่วยเช่นนี้บ่าวคนสนิทย่อมต้องอยู่ดูแลไม่ห่าง
"ข้าใช้ให้เขาไปบอกให้พ่อครัวทำน้ำถั่วแดงต้มน้ำตาลมาให้ขอรับ" พูดถึงคน ๆ ก็ส่งเสียงเดินกลับเข้ามาในห้องพอดี
"คุณชายน้อย น้ำถั่วแดงต้มน้ำตาลได้แล้วขอรับ” อาซานถือถ้วยน้ำถั่วแดงต้มน้ำตาลร้อนๆ เข้ามาพอเห็นคุณชายใหญ่ก็โค้งศีรษะทักทายผู้เป็นายอีกคนอย่างนอบน้อมทันที
"คาราวะคุณชายใหญ่ขอรับ"
"อืม เ้าส่งถ้วยมาประเดี๋ยวข้าป้อนเสี่ยวตงเอง"
"ขอรับคุณชายใหญ่"
ส่วนตงตงที่มองพี่ชายรับถ้วยน้ำถั่วแดงต้มน้ำตาลมาแล้วก็ตักน้ำสีแดงอ่อนขุ่นร้อนๆ ขึ้นมาเป่าให้อย่างใส่ใจ แล้วจึงจ่อไปที่ปากของเขาก็อดจะทักท้วงไม่ได้
"พี่ใหญ่ จริง ๆ ข้ากินเองก็ได้ขอรับ" ตงตงเอ่ยบอกอย่างขัดเขินในใจก็คิดว่าเขาไม่ใช่เด็กน้อยวัยเตาะแตะแล้วนะ พี่ใหญ่ไม่จำเป็ต้องดูแลขนาดนี้ก็ได้
"สีหน้าเ้ายังดูไม่ดีนัก คงยังอ่อนเพลียไม่น้อยให้พี่ใหญ่ป้อนเ้าเถอะ"
เห็นผู้เป็พี่ชายยืนยันด้วยความห่วงใหญ่จึงพยักหน้ายอมรับด้วยซึ้งใจในใจก็คิดถึงตอนอยู่โลกนู้นที่ห่างหายจากความสายใยครอบครัวไปนานเพราะตัวเองต้องมาหางานทำอยู่ในเมืองกรุง นาน ๆ จะได้กลับบ้านไปหาผู้เป็แม่ทีส่วนพ่อก็เสียั้แ่เขายังเล็กพอมาเจอคนห่วงหาอาทรแบบนี้ก็อดจะรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจไม่ได้พอเขากินน้ำถั่วแดงต้มน้ำตาลที่พี่ชายป้อนจนหมดถ้วย บิดามารดาก็เดินเข้ามาเยี่ยมเขาเช่นกัน
"เ้าใหญ่กลับมาถึงแล้วก็รีบตรงมาหาน้องเลยสินะ"
"คาราวะท่านพ่อ ท่านแม่ ขออภัยที่กลับถึงจวนแล้วไม่ไปหาพวกท่านก่อนขอรับข้าร้อนใจอยากเห็นอาการเสี่ยวตงของพวกเราว่าเป็อย่างไรบ้าง"
หานฟางอี้กับฟานเยว่หงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจถึงจิตใจของบุตรคนโตบุตรคนนี้เป็พี่ชายที่รักเอ็นดูน้องมาแต่ไหนแต่ไรยิ่งหลังจากที่เสี่ยวตงเสียขวัญจนดูผิดปกติไปเ้าใหญ่ก็ยิ่งห่วงและหวงน้องยิ่งขึ้นไปอีกถ้าไม่ใช่เพราะภาระหน้าที่ของตัวเองที่ต้องประจำที่สำนักพยัคฆ์เหมันต์แล้วละก็เสี่ยวตงอย่าได้คิดจะออกไปไหนโดยไม่มีพี่ชายเลย
"เสี่ยวตง ตอนนี้ลูกรู้สึกเป็อย่างไรบ้าง" ฟานเยว่หงเดินเข้าไปหาลูกชายคนเล็กมือก็ลูบหัวลูบหน้าเบา ๆ เพราะเกรงอีกคนจะเจ็บพลางถามไถ่อาการ
"ข้าดีขึ้นมากแล้วขอรับท่านแม่ รู้สึกมีแรงมากกว่า่เช้า แล้วก็ไม่ได้อาเจียนเป็เืแล้วขอรับ"
"ดีแล้ว ๆ" หานฟางอี้กล่างอย่างโล่งใจที่เห็นบุตรชายอาการดีขึ้น"อีกชั่วยาม รอท่านหมออี้มาตรวจเ้าอีกที พวกเราจะได้หมดกังวล"
ตงตงมองทุกคนรอบตัวที่เป็ห่วงรักใคร่ตนที่เป็หานเสวี่ยตงก็รู้สึกถึงสายใยรักของทุกคนในครอบครัวนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยขาดหายไปตอนที่เขาไปเป็ตงตงตอนนี้พอได้รวมความทรงจำแล้วอยู่ดี ๆ เขาก็มีความรู้สึกว่าดีจังที่ได้กลับมาจากนี้ไปเขาจะเป็หานเสวี่ยตงของทุกคนให้สมกับความรักความห่วงใยที่ได้รับแต่เหนือสิ่งอื่นใดเขาตัดสินใจที่จะบอกกับทุกคนว่าตัวเขาความจำเสื่อมส่วนเื่ที่เขาไปอาศัยอยู่ในอีกโลกหนึ่งนั้นเขาจะค่อย ๆดูสถานการณ์ก่อนว่าทุกคนจะรับได้หรือไม่
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ขอรับ ระหว่างที่รอท่านหมอข้ามีเื่จะบอกกับพวกท่านขอรับ" ตงตงพูดออกไปพร้อมส่งสายตาจริงจังจริงใจไปยังทุกคน
@@ ตงตงจะบอกอะไรกับทุกคนกันนะ @@