ที่มหาวิทยาลัยเช้านี้
ในเช้าวันนี้ ชลรีบร้อนเดินเข้าห้องเรียนอย่างไม่ทันคิด ความรู้สึกยังมึนงงจากเหตุการณ์เมื่อคืน ที่ศิลาทำให้เสียใจอย่างลึกซึ้ง น้ำเสียงสั่นเครือขณะโทรหาบูมเพื่อนรัก เพื่อระบายความรู้สึกที่อัดแน่นในใจ หวังว่าจะได้รับความเห็นใจและคำปลอบโยน
“ไหน... ดูสิ!”
บูมรีบถามทันทีเมื่อเห็นชลมาถึง เขายืนมองเพื่อนรัก ด้วยแววตาห่วงใย ความเป็เพื่อนสนิทของทั้งคู่ ทำให้บูมััได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง และสิ่งที่ชลกำลังเจอนั้นคงจะหนักหนาไม่น้อย
ชลสูดหายใจลึก รู้สึกถึงความสับสนและเ็ปที่ยังคงตามหลอกหลอนจากคืนที่ผ่านมา น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มคลอเบ้า
เขาอยากให้บูมได้เห็นและเข้าใจในสิ่งที่รู้สึก แต่ในใจลึก ๆ ชลก็ไม่แน่ใจว่าคำพูดใดจะสามารถสื่อถึงความเ็ปที่ศิลาทำได้
“ดูสิแก”
ชลพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขณะที่ยื่นข้อมือที่มีสีแดงจางๆ ไปให้บูมดู แม้รอยช้ำบนข้อมือจะเล็กและเกือบมองไม่เห็น แต่กลับมีบางสิ่งที่ทำให้ตาของบูมเบิกกว้างขึ้นมากกว่ารอยนั้น "เชี่ย!"
เพื่อนรักของเขาสวมใส่นาฬิกาข้อมือ ที่มีมูลค่าหลายหมื่น รุ่นนี้เหมาะกับคนข้อมือเล็ก และหญิงสาว ประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับที่สะท้อนเล่นแสงแดด เป็เอกลักษณ์โดดเด่น
“นี่.. ได้มาจากไหน?”
บูมถามอย่างตื่นตระหนก สายตาจับจ้องไปที่นาฬิกาข้อมือ เขารีบนำโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แล้วเสิร์ชหาข้อมูลราคาของนาฬิการุ่นนี้ ให้ชลดูอบย่างตื่นเต้น
“อะ..เอ่อ..คะ..คุณขาเขาวางไว้ให้เรา”
ชลส่งเสียงตอบบูมทั้งที่แววตาเต็มไปด้วยความมึนงงสงสัย แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร เขาก็ต้องเปิดดวงตาโต เมื่อบูมเปิดราคาให้เขาดู
“บ้าจริง!...”
ชลรีบถอดนาฬิกาที่ศิลาวางเอาไว้ให้ั้แ่เมื่อคืน ซึ่งศิลาตั้งใจซื้อมาให้ชล แต่ความใคร่ ความเมา และความเครียดทำให้เขาเผลอใช้กำลังกับชล จนต้องรีบขับรถไปพักใจที่บ้านสวนของคุณย่าั้แ่เมื่อคืน
“อะ..อ้าวถอดทำไม..เหมาะกับแกออก”
“เรารับไม่ได้หรอกบูม มันแพง..อีกอย่างคนอื่นจะหาว่าเราขโมยใครมา”
ชลพูดพลางรีบเก็บนาฬิกาใส่กระเป๋า คนอย่างเขาไม่ควรคู่กับสิ่งของเหล่านี้เลยสักนิด
“แต่คุณขาของแกเขาตั้งใจนะโว้ย”
“แต่ว่าเรา..”
ชลฉุกคิดขึ้นมาหลังจากที่บูมพูด หรือความจริงคุณขาของเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ความมีปัจจัยบางอย่าง ทำให้เขาแสดงอารมณ์ด้านมืดออกมา
“บูม..แกว่าคุณขาเขาเครียดไหมวะ!”
“แน่นอน..ผู้ชายพวกนี้เขามีเื่ราวในชีวิตมากมาย และเขาเลี้ยงดูแกไว้ก็เพื่อสิ่งนี้”
“แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องรุนแรงกับเราไหมวะ!”
“แล้วแก..บอกเลิกกับเขาได้ไหมล่ะ”
บูมส่งเสียงถามอย่างเตือนสติของชล ส่วนคนฟังก็คิดตามอย่างหาเหตุผล ตลอดเวลาที่คุณขามาอยู่กับชล เขาดูมีความสุข
จนส่งมอบให้กับชล การช่วยเหลือ ที่อยู่ดีๆ ของใช้ เสื้อผ้า อาหาร พาเที่ยว ั้แ่ได้เป็คนของคุณขา ชลก็ได้รับแต่สิ่งดีๆ มาตลอด
ทุกคืน ชลยังคงทำเหมือนเดิม ส่งข้อความหาคุณขาอย่างสม่ำเสมอ เขาเล่าเื่ราวต่าง ๆ ที่ได้พบเจอ ไปไหนทำอะไร ทุกๆ ครั้งคุณขาก็จะตอบกลับมาเสมอ
แต่ในครั้งนี้มันดูแปลกไป หลายวันแล้วที่ศิลาไม่เปิดอ่านข้อความของชลเลย สายตาของชลจ้องมองหน้าจอมือถือ ด้วยความวิตกกังวล ความหวั่นใจเริ่มถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ
หรือว่าคืนนั้น เขาทำให้คุณขาไม่พอใจ จนไม่อยากมาหาอีกแล้วชลไม่อาจลบภาพเหตุการณ์ คืนนั้นออกจากความคิดได้ ทุกครั้งที่คิดถึงเขา ความรู้สึกผิด และความเสียใจวกวนกลับมา พร้อมกับคำถามมากมายทำอย่างต่อเนื่อง
“ทำไมไม่ตอบ?”
ชลพูดกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสับสน และร้อนรน เขาเริ่มนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา และความรู้สึกที่มีต่อศิลา
ความคาดหวัง และความหวังที่จะได้พบเจอกับคุณขาอีกครั้ง เริ่มเปลี่ยนเป็ความหวาดหวั่น กลัวว่าเขาจะหายไปจากชีวิตของชล โดยที่ไม่ได้บอกลา
ยิ่งนับวันที่ศิลาเงียบหายไปจากชีวิต เสียงเรียกร้องในใจ ก็กลับยิ่งดังก้องชัดขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่า่เวลาที่ผ่านมา ได้ดึงเขาลงไปในห่วงความลุ่มหลงที่ไม่มีวันกลับคืน
ยิ่งนานวันชลก็เริ่มมองย้อนกลับ ไปที่ทุก่เวลาที่ใช้ร่วมกัน เสียงหัวเราะ สิ่งดีๆ แม้แต่เื่ที่เขา เดือดร้อน หากได้ศิลาเข้ามาช่วยวันนั้น ชีวิตของชลจะเป็เช่นไร
“ทำไมยังไม่มาสักทีนะคุณขา?”
ในความเงียบของห้องนอน เสียงหัวใจของชลเหมือนคนบ้า เขาเดินไปเดินมา เฝ้าแต่หันมองประตูห้องอยู่ทุกค่ำคืน ยิ่งคิดว่าศิลาอาจจะไม่กลับมาอีกแล้ว ชลก็ยิ่งกระวนกระวายใจ
แกร๊ก เสียงเปิดประตูห้องเข้ามา
ในเวลากว่า 4ทุ่ม ของคืนวันศุกร์ หลังจากไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาในห้องนี้นอกจากชล มานานเกือบสามอาทิตย์แล้ว
ศิลาหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากกลับไปเติมแรงใจที่บ้านสวน เมื่อกลับมาทำงานก็พบพานปัญหามากมาย ทั้งเื่งานและเื่น้องชายต่างแม่ และไหนจะเื่ที่เขาทำไม่ดีกับชล จนมากล้ามาหา
“คุณขา..”
ชลนอนคว่ำอ่านหนังสืออยู่บนที่นอน ได้ยินเสียงเปิดประตู เขารีบพลิกตัวลงจากเตียงนอน ส่งเสียงอย่างดีใจ วิ่งปรี่ไปยังประตูห้องอย่างรวดเร็ว
“อื้อ..ธะ..เธอขา”
ศิลาเดินเข้ามาพร้อมข้าวของเต็มสองมือ ตั้งใจนำมาเอาใจ และหวังว่าชลจะยอมให้อภัย ความกังวลเกาะกินใจเขา จนรู้สึกกลัว
แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น กลับทำให้เขาตื่นใ เมื่อเสียงหวาน ๆ ของชลดังขึ้น และร่างเล็กนุ่มนิ่มพุ่งเข้ามากอดเขาแน่น
“ฮื้อๆๆ” ชลร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความดีใจ กอดศิลาเอาไว้ เหมือนกลัวว่าเขาจะหายไปอีก
ขณะที่ศิลาได้แต่ยืนนิ่ง ปล่อยให้ร่างบางของชลพิงอกแกร่งของเขา ความอบอุ่นของการกอดครั้งนี้บอกเขาว่า ชลยังคงรอคอยและคิดถึงเขาเหมือนเดิม
น้ำตาอาบแก้มชลแต่กลับยังคงยิ้มออกมา ในจังหวะนั้น ชลถอดกอดออกเล็กน้อย มองหน้าศิลาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกคิดถึง ก่อนจะเขย่งเท้ายกตัวขึ้นเล็กน้อย จนความสูงพอดีกับศิลา แล้วกดริมฝีปากอุ่นจูบ ที่อวัยวะเดียวกันของศิลา อย่างบอกเล่าความรู้สึก
“จุ๊บ”
เสียงเบา ๆ ของจูบทำให้หัวใจของศิลาสั่นสะท้าน มันเป็ความรู้สึกที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับในเวลานี้ ชลไม่ต้องพูดอะไรเลย แต่จูบนี้บอกถึง ความคิด และการให้อภัยที่เธอขามีต่อคุณขาของเขา
ปึก..ตุ๊บ
มือที่หิวของมาขอโทษไร้เรี่ยวแรงจนปล่อยวางของทั้งหมด แล้วยกมือขึ้นมาโอบกอดตัวชลเอาไว้ ศิลาไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขารู้สึกอย่างไรกับชล แต่เวลานี้ เขารู้สึกดีเกินจะเก็บซ่อน
“คิดถึงคุณขาจังครับ”
“คุณขา...ไม่โกรธผม..ได้ไหม”
ชลเอาแต่โทษตัวเอง และตั้งใจเป็อย่างมาก ใน่เวลาที่ศิลาไม่มาหา แม้ส่งข้อความไปอ้อนทุกวัน คุณขาของเขายังไม่เคยเปิดอ่าน
“หึ..แล้วเธอขาทำให้อะไรคะ..คุณขาถึง..จะ..อื้อ..”
“จุ๊บ”
ความเร่าร้อนในอากาศเพิ่มขึ้นทันที เมื่อชลรีบจูบปิดเสียงของศิลา ปล่อยริมฝีปากอุ่นเข้า และสอดลิ้นนุ่มหยอกล้อ อย่างที่เขาได้เรียนรู้มาจากศิลา
ชลจูบศิลาด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งความคิดถึงและกลัว เขาไม่อยากได้ยินศิลาเอ่ยคำใด ที่อาจแฝงความโกรธเคือง หรือความผิดหวัง
เขากังวลว่า สิ่งที่ทำไปในวันนั้น ยังคงอยู่ในใจของศิลา แม้ว่าความจริง ศิลาเพียง้ามาขอโทษในสิ่งที่เขาทำให้ชลไม่สบายใจในวันนั้น
“จุ๊บ...อื้อ”
จูบที่เริ่มต้นจากความออดอ้อน กลับเปลี่ยนเป็การปลุกเร้า เมื่อศิลาไม่สามารถทนต่อแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่านได้
เสียงจูบและลมหายใจที่หอบหนักหน่วงขึ้นเื่ อย่างผสมผสานกัน ของทั้งคู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เร่าร้อนขึ้นทุกขณะ
ชลพยายามมอบทุกสิ่งที่เขามี เขาศึกษาอย่างตั้งใจ ทั้งความอ่อนหวาน และเร่าร้อน ความรู้สึกทั้งหมดที่เขาเก็บไว้ เพื่อคุณขาของชลคนเดียว
ในขณะที่ศิลาเองก็รู้สึกได้ ถึงความเปลี่ยนแปลงในหัวใจของเขา ทุกครั้งที่มองชล เขารู้สึกเหมือนเป็คนละคน จากที่เคยเห็นครั้งแรกเด็กน่ารักคนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ใครสักคน ในชีวิตของเขาอีกต่อไป แต่กลายเป็คนสำคัญ ที่มีผลต่อความรู้สึกของเขา
ทั้งสองคนต่างใช้่เวลานี้ เพื่อปรับความเข้าใจ และชดใช้เวลาให้แก่กันในวันที่ห่างหาย
การจูบและการโอบกอดที่แแ่นั้น คือวิธีที่ชลใช้ในการหลีกหนีคำพูดที่เขาไม่อยากฟัง
ขณะที่ศิลาซึ่งแต่เดิมตั้งใจจะพูดจา เพื่อคลี่คลายความไม่พอใจของชล ก็เริ่มปล่อยใจ ไปตามแรงดึงดูดของความสัมพันธ์ ที่ทั้งคู่มีต่อกัน
เขาััได้ถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจชล และเข้าใจว่าความหวาดกลัวนั้น มาจากตัวเขาที่เงียบหายไป
ศิลาค่อยๆ ลดความกังวลลง ยอมปล่อยให้ความรู้สึกดีๆ ที่ทั้งสองมีต่อกันนำทาง แทนการสนทนา ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เอ่ยคำขอโทษออกมา แต่ความอบอุ่น และการััจากชลก็ทำให้ศิลารู้ว่า มันอาจไม่จำเป็ต้องใช้คำพูดแล้ว
ชายร่างใหญ่ย่อตัวลง แล้วอุ้มในท่าเข้าเอว ไม่สนใจข้าวของที่หอบหิ้วมา เพราะเธอขาของเขาช่างเร้าหัวใจ ร่างเล็กในชุดนอนผ้าแพรนิ่มลื่นแนบเนื้อ พอดีตัว ใช่ว่าวันไหนศิลามาหาชลถึงจะสวมใส่ แต่เขาใส่อย่างนี้ทุกวัน เพราะมันนุ่มนิ่มสบายกาย อย่างที่คุณขาบอกเอาไว้ตอนซื้อมาฝาก
ขายาวอุ้มชลไว้แนบตัว ขณะที่ร่างเล็กซุกตัวเข้าหาอย่างเชื่อฟัง สายตาที่จ้องมองกันเต็ม ไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ในปรารถนาที่ซุกซ่อน และรอคอย
ศิลาพาชลเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ มีเพียงเสียงลมหายใจ และหัวใจที่เต้นกระหน่ำ เป็สิ่งเดียวที่บอกถึงความตึงเครียด และความปรารถนาในพิษรักที่สะสมอย่างรอคอยมานาน
“อื้อ..คุณขา.สะ...เสียว..อื้อ~~~”
..........................................