แสงไฟสีขาวจ้าจากสปอตไลท์ดวงใหญ่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของจื่อหลัน เธอรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวราวกับถูกย่างท่ามกลางบรรยากาศการถ่ายทำที่เคร่งเครียดของละครพีเรียดฟอร์มั์เื่ “เฟิงหวง” “คัท! จื่อหลัน! อีกครั้ง!ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่า จือหนี่ คือสาวชาวนาที่ต้องถูกปีศาจหมายหัวเธอควรแสดงความหวาดกลัว ไม่ใช่แค่มองตามบท!” ผู้กำกับซูร่างท้วมผู้ขึ้นชื่อเื่ความละเอียดและความดุร้าย ะโลั่นจนเธอสะดุ้งสุดตัว
จื่อหลันรีบโค้งตัวขอโทษอย่างนอบน้อม“ขอโทษค่ะผู้กำกับซู ฉันจะพยายามให้ดีกว่านี้ค่ะ”
เธอถอยออกมาจากจุดถ่ายทำเพื่อพักหายใจความจริงแล้วเธอไม่ใช่คนที่จะขาดสมาธิในการทำงานแต่การยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่มีแต่ดาราชั้นนำและทีมงานมืออาชีพทำให้จื่อหลันที่เพิ่งเข้าวงการมาได้ไม่นานและมีผลงานเพียงไม่กี่ชิ้นรู้สึกเหมือนเป็ส่วนเกินอยู่เสมอบทบาท "จือหนี่" ที่เป็นางเอกของเื่นี้คือโอกาสเดียวที่เธอจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ทว่าบทนี้กลับเป็ดาบสองคม
จือหนี่...สาวชาวนาผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และต้องตากแดดตากลมเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายไปทั่วหล้า
บทบาทนี้ตามท้องเื่แล้วมีแต่ต้องคลุกฝุ่นเปื้อนโคลน และมีฉากเสี่ยงอันตรายมากมาย ั้แ่ปีนป่ายหน้าผา วิ่งหนีผีไปจนถึงถูกผลักตกน้ำในบึงโคลนทำให้บรรดาดาราดังที่มีสัญญาพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางชั้นนำต่างพากันถอนตัวออกไปทีละคนอย่างสุภาพนั่นจึงเป็เหตุผลที่บทนางเอกแห่ง์ผู้ต้องจุติมาในร่างมนุษย์เพื่อปราบมารตกมาถึงมือเธอที่เป็นักแสดงเกรดซีแทบจะไม่มีใครรู้จัก
ไม่แปลกเลยที่มันจะมาถึงมือฉันจื่อหลันคิดอย่างขมขื่นในใจ เพราะฉันไม่มีอะไรจะเสียนอกจากิัที่อาจจะเสียไปเพราะแดดที่นี่
เธอได้รับบท จือหนี่ ซึ่งเป็เทพธิดาผู้จุติมาเป็หญิงสาวชาวนาและต่อมาเป็บุตรสาวบุญธรรมของนักพรตส่วนพระเอกคือ หนิวหลาง เทพบุตรผู้จุติมาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งคู่มีชะตาต้องเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายจากเทพ เซียน ปีศาจ มารและิญญาร้าย ไร้ซึ่งแสงแห่งธรรม มีเพียงหลักแห่งเต๋าและภารกิจของทั้งคู่คือการเป็ นกเฟิงหวงแห่ง์ เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายและนำความสงบสุขกลับคืนมา
ละครเื่นี้มีเค้าโครงมาจากตำนานพื้นบ้านผสมผสานเื่ราวการฝึกยุทธ์และปราบปีศาจที่เข้มข้นและมันคือความฝันของเธอที่จะได้สวมบทบาทที่ท้าทายเช่นนี้แต่ความกดดันจากความคาดหวังของคนรอบข้างและคำดูถูกในความสามารถของเธอทำให้ทุกฉากการแสดงเป็เหมือนาประสาท
“จื่อหลัน!เตรียมตัว!” เสียงผู้ช่วยผู้กำกับเรียกให้เธอกลับเข้าสู่โลกของละคร
ฉากถัดไปคือฉากดราม่าที่จือหนี่ต้องถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลพ่อค้า ผู้ถูกปีศาจชั้นต่ำเข้าครอบงำจิตใจผลักตกน้ำเพราะความอิจฉาริษยา
เธอเดินไปยังจุดที่ตั้งฉากไว้ณ ริมบึงที่เต็มไปด้วยโคลนตมและน้ำขุ่นข้นนักแสดงรุ่นพี่ที่รับบทคุณหนูส่งยิ้มที่ดูเสแสร้งมาให้จื่อหลันรู้ดีว่านอกจอพวกเขาก็ไม่ได้ถูกกันนัก
“แอคชั่น!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วรุ่นพี่พุ่งเข้าชนเธออย่างแรงตามบท จื่อหลันแสดงความใและหวาดกลัวตามที่ซ้อมเธอเสียการทรงตัว ร่างกายลอยหวือ ก่อนจะตกลงไปในน้ำเย็นเฉียบตามกำหนด
ตูม!
แต่แทนที่น้ำจะช่วยประคองร่างของเธอไว้จู่ๆ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความนุ่มนวลของน้ำแต่เป็ความแข็งกระด้างที่กระแทกเข้าที่ท้ายทอยอย่างจัง! หิน! มันต้องเป็หินที่ถูกวางไว้พลาดโดยไม่ได้ตั้งใจแน่ๆความเ็ปแล่นแปลบไปทั่วศีรษะ ภาพทุกอย่างพร่ามัว สติของเธอขาดผึงลงทันทีราวกับมีใครมาปิดสวิตช์ชีวิตของเธอไป
โลกใหม่... ในชุดนักโทษ
ความรู้สึกแรกที่จื่อหลันรับรู้คือความหนาวเหน็บที่กัดกินเข้าถึงกระดูกและกลิ่นดิน กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นอับชื้นที่ตีขึ้นจมูก เธอพยายามลืมตาขึ้นช้าๆแสงสลัวๆ ทำให้เธอต้องหรี่ตาลง
ภาพตรงหน้าไม่ใช่สปอตไลท์ไม่ใช่ทีมงาน ไม่ใช่บึงโคลนที่จัดฉาก แต่มันคือ ซี่กรงไม้ หยาบๆที่ล้อมรอบตัวเธอไว้ เธออยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่คล้ายกับกรงขังเคลื่อนที่
“เกิดอะไรขึ้น?โรงพยาบาล? หรือว่าฉันโดนแกล้ง?” เธอพยายามขยับมือััท้ายทอยที่ยังคงปวดหนึบ และก้มมองชุดที่สวมใส่
มันเป็ชุดผ้าป่านสีขาวขุ่นที่สกปรกมีรอยเปื้อนฝุ่นและรอยคราบเืจางๆ และสิ่งที่ทำให้เธอใจนแทบหยุดหายใจคืออักษรจีนโบราณขนาดใหญ่ที่เขียนอยู่บนหน้าอกด้านซ้าย—คำว่า "犯人"(ฟ่านเหริน) ซึ่งแปลว่า "นักโทษ"!
ติ๊ง!
เสียงสังเคราะห์ที่ไม่ทราบที่มาดังขึ้นในโสตประสาทของเธอทันทีไม่ใช่เสียงจากลำโพง แต่เป็เสียงที่ดังขึ้นใน สมอง ของเธอโดยตรง!
[กำลังโหลดข้อมูล...100%]
[ยินดีต้อนรับสู่โลกคู่ขนานแห่งเทพเซียนและปีศาจท่านได้เข้าสู่โลกของบทละคร 'เฟิงหวง' ในฐานะผู้ใช้งานหลัก]
จื่อหลันตัวแข็งทื่อคำว่า “โลกคู่ขนาน” และ “โลกของบทละคร” ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็ตัวละครในนิยายแฟนตาซีที่หลุดเข้าไปในเกมRPG
“นี่มันบ้าอะไรกัน!ใครอำฉัน? นี่มันรายการแกล้งกันใช่ไหม?” เธอพยายามะโออกไป แต่เสียงของเธอกลับแหบพร่า
ทันใดนั้นแสงสีฟ้านวลตาขนาดเท่าหน้าจอแท็บเล็ตก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอในรูปแบบของ จอโฮโลแกรม ที่โปร่งแสงมันลอยอยู่กลางอากาศ ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงหนึ่งคืบ
[ผู้ใช้ปัจจุบัน:จื่อหลัน (นักแสดง) ได้รวมเข้ากับร่าง จื่อหลิน (ลูกสาวอัครเสนาบดี)]
[สถานะปัจจุบัน:ถูกเนรเทศไปยังเหมืองชายแดน]
[ข้อมูลพื้นฐาน:ท่านคือ จื่อหลิน บุตรสาวอัครเสนาบดีผู้มีอิทธิพลถูกใส่ร้ายว่าพยายามทำร้ายไท่จื่อเฟย (ชายาขององค์รัชทายาท)บิดาใช้อำนาจและเงินทองมหาศาลเพื่อแลกกับโทษตาย แต่โทษเป็ยังคงมีท่านจะต้องไปใช้แรงงานหนักในเหมืองที่เขตชายแดน ซึ่งเป็พื้นที่ที่เต็มไปด้วยภัยพิบัติและสิ่งชั่วร้าย]
จื่อหลันแทบจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งนี่มันตลกหรือน่ากลัวกันแน่? นักแสดงโนเนมที่ได้บทนางเอกที่ไม่มีใครอยากได้ตายอย่างไม่สมเหตุสมผล แล้วตื่นมาเป็ นางร้ายตัวประกอบ ที่ถูกเนรเทศ!
“ระบบ...ใครคือระบบ?นี่คืออะไรกันแน่?” เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
[ข้าคือระบบแลกเปลี่ยนแต้มบุญถูกผูกติดกับดวงจิตของผู้มีเมตตาตามกฎแห่งกรรมของ์]
[ภารกิจหลัก:สะสมแต้มบุญเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งที่ท่าน้า]
[อัตราแลกเปลี่ยนการกลับโลกเดิม:1,000,000,000 แต้มบุญ]
จื่อหลันเงียบไปนานราวกับถูกสาปเธอมองตัวเลขศูนย์เก้าตัวที่เรียงต่อกันบนหน้าจอโฮโลแกรมด้วยสายตาว่างเปล่า
“หนึ่ง...พันล้าน...”เธอพึมพำ “หนึ่งพันล้านแต้มบุญ...ฉันต้องช่วยเหลือผู้มีบุญสักกี่คนกัน? อย่างน้อยก็ต้องเป็ล้านคน...แล้วฉันจะทำได้ยังไงในเมื่อฉันเป็แค่มนุษย์ธรรมดาในร่างนักโทษที่ถูกส่งไปเหมือง? ฉันไม่ใช่เทพเซียน!”
[การได้รับแต้มบุญเป็ไปตามหลักการสร้างกุศล]
[เกณฑ์การให้แต้มบุญเบื้องต้น]
- ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก(เล็กน้อย): +1 แต้มบุญ (เช่น ให้ยาแก้ปวด, ให้อาหาร)
- ช่วยเหลือผู้ที่มีศักยภาพ(ปานกลาง): +10 ถึง +100 แต้มบุญ(เช่น ช่วยชีวิตนักปราชญ์, รักษาขุนพลผู้ซื่อสัตย์)
- เปลี่ยนแปลงชะตากรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม(มหาศาล): +1,000 ถึง +1,000,000 แต้มบุญ(เช่น ปราบปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนให้คนทั้งเมือง, ป้องกันโรคระบาดระดับแคว้น)
“ดูเหมือนว่าฉันต้องช่วยคนที่มีฐานะหน่อยถึงจะได้แต้มคุ้มค่า”จื่อหลันคิดอย่างเป็เหตุเป็ผลแม้จะรู้สึกว่าการคิดเช่นนี้มันขัดกับหลักการทำบุญไปบ้าง“แต่จะให้ไปนั่งรอช่วยนักปราชญ์ที่ไหนกันล่ะ ตอนนี้ฉันอยู่ในกรงนะ!”
[ระบบตรวจพบว่าผู้ใช้ยังไม่มีเครื่องมือเริ่มต้นจึงเสนอแพ็กเกจเริ่มต้น]
[้าเปิดแพ็กเกจเริ่มต้นหรือไม่?]
“เปิดสิ!ขอเป็ปืนสักกระบอกกับเครื่องบินเจ็ตได้ไหม?” เธอตอบด้วยความประชดประชัน
[เปิดแพ็กเกจเริ่มต้น...]
[ท่านได้รับ:แจกันหยกของกวนอิม และ มหากรุณาธารณีสูตร]
ทันใดนั้นแสงสีเขียวอ่อนนุ่มก็ปรากฏขึ้นที่มุมหนึ่งของกรงขัง แสงนั้นก่อตัวเป็ แจกันหยก ขนาดเล็กที่แกะสลักอย่างสวยงามจื่อหลันใช้เท้าเขี่ยๆ ดูเพื่อความแน่ใจว่ามันไม่ใช่ภาพลวงตาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา
[คำสั่งระบบ:แจกันหยกสามารถเปลี่ยนเป็กำไลหยกเพื่อให้ท่านสวมใส่ติดตัวได้ตลอดเวลาส่วนมหากรุณาธารณีสูตรได้ถูกผนึกเป็ละอองแสงเข้าสู่หว่างคิ้วของท่านแล้ว]
วูบ!
แจกันหยกเปล่งแสงสีขาวเขียวอ่อนแล้วหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็ กำไลหยก ที่มีลวดลายดอกบัวสวยงามประดับอยู่บนข้อมือที่เต็มไปด้วยรอยถลอกของเธอ
พร้อมกันนั้นเธอรู้สึกเย็นวาบที่หว่างคิ้ว เหมือนมีของเหลวบางเบาซึมเข้าไปในกะโหลกศีรษะแต่ไม่ได้รู้สึกเ็ปใดๆ มันคือ มหากรุณาธารณีสูตร ที่เธอรู้สึกว่าสามารถท่องจำได้ั้แ่ต้นจนจบอย่างน่าอัศจรรย์
“แล้วน้ำทิพย์ล่ะ?น้ำทิพย์ในแจกันที่เอาไว้ชุบชีวิตนั่นหายไปไหน?” จื่อหลันถามด้วยความคาดหวัง
[น้ำทิพย์ในแจกันนั้นจะได้ 1 หยด ต่อการช่วย 1 ชีวิต] ระบบตอบอย่างเรียบเฉย[ท่านสามารถใช้ 1 หยดเพื่อรักษาโรคหรือถอนพิษแต่ต้องใช้ 10 หยดในการคืนชีพคนตาย 1 คน]
จื่อหลันแทบจะทุบกำไลหยกทิ้ง!น้ำทิพย์ที่เธอใฝ่ฝันถึง กลับไม่มีแม้แต่หยดเดียว! การชุบชีวิตคนตาย 10 หยด ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยสำหรับนักโทษที่กำลังถูกส่งไปเหมืองแต่ถึงกระนั้น เธอก็รับรู้ได้ว่านี่คือ ความหวังเดียว ของเธอ
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
เส้นทางแห่งภยันตรายและการช่วยเหลือครั้งแรก
“เอ้า!ออกเดินทาง!” เสียงทหารผู้คุมที่ชื่อ หวัง ะโดังลั่นพร้อมทั้งกระแทกปลายดาบเข้ากับซี่กรงไม้เพื่อเร่งเร้า
จื่อหลันถูกกระชากตัวออกมาจากกรงให้ขึ้นไปนั่งบนเกวียนเปิดโล่งทหารทั้งห้าคนพากันขึ้นม้าและออกเดินทางต่อทันทีพวกเขาเดินทางมาเป็เวลาสองวันแล้วและต่างก็เหนื่อยล้าและหงุดหงิดจากการต้องคุมนักโทษที่มีแต่ปัญหาเช่นนี้
ตลอดการเดินทางจื่อหลันได้ยินทหารพูดคุยกันถึงข่าวลือเกี่ยวกับความวุ่นวายของโลกภายนอกพวกเขาพูดถึงปีศาจที่เริ่มมีสติปัญญามากขึ้นและมารร้ายที่เริ่มกล้าหาญถึงขั้นเข้าโจมตีหมู่บ้านเล็กๆ
“ถ้าข้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังวิเศษเหมือนพวกในละครที่ข้าเคยแสดงก็คงดี”จื่อหลันพึมพำกับตัวเอง
[คำเตือน:การบ่นถึงสถานการณ์ปัจจุบันไม่ช่วยให้ภารกิจกลับโลกเดิมสำเร็จ] ระบบตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“เงียบน่า!ฉันกำลังคิดแผนการอยู่!” เธอตอบกลับในใจ
เกวียนดำเนินต่อไปจนกระทั่งยามค่ำคืนเข้ามาแทนที่ท้องฟ้ายามราตรีที่นี่เต็มไปด้วยดวงดาวที่สว่างไสวผิดปกติสว่างจนแทบจะมองเห็นทางเดินในป่าที่มืดมิดได้
โฮกกกกก!
เสียงคำรามต่ำๆดังสนั่นมาจากด้านหน้า ทำให้ทหารทุกคนหยุดชะงักอย่างกะทันหัน
“หยุด!หยุดเดี๋ยวนี้!” ทหารหวังะโ
ม้าทุกตัวที่ลากเกวียนต่างพากันตื่นตระหนกและเบิกตากว้างจื่อหลันถูกแรงกระชากจนเกือบจะตกจากเกวียน
สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือร่างใหญ่โตของเสือโคร่ง ที่มีขนาดมหึมาผิดธรรมชาติ ดวงตาของมันเป็สีแดงเข้มราวกับเพลิงอสูรและมีไอสีดำจางๆ ล้อมรอบตัวมัน ซึ่งทำให้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ป่าทั่วไป
“ปี...ปีศาจ!”ทหารคนหนึ่งร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว
[เตือนภัย!สัตว์อสูรระดับต้น: เสือโคร่งปีศาจ กำลังเปลี่ยนจิติญญาเป็มาร มีสติปัญญา!กำลังเข้าโจมตี!]
เสือปีศาจคำรามอีกครั้งอย่างเกรี้ยวกราดมันพุ่งทะยานเข้าใส่กลุ่มทหารอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าทหารหวังพยายามชักดาบขึ้นป้องกัน แต่ก็ถูกตบด้วยกรงเล็บอันแข็งแกร่งจนล้มลงเืพุ่งกระฉูด ทหารที่เหลือเห็นเช่นนั้นก็เสียขวัญ วิ่งหนีตายไปคนละทิศละทางทิ้งให้จื่อหลันนั่งอยู่บนเกวียนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเพียงลำพัง
เสือปีศาจหันมามองที่จื่อหลันดวงตาสีแดงฉานมองด้วยความกระหายเื จื่อหลันตัวสั่นไปหมด เธอพยายามหาทางหนีแต่กรงขังเดิมก็อยู่ด้านหลังและด้านหน้าคือเสือปีศาจที่กำลังจ้องมองเธอราวกับเหยื่ออันโอชะ
“ฉันจะทำยังไงดี!ฉันแค่ดารา! ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์!” เธอะโในใจอย่างสิ้นหวัง
[คำแนะนำเร่งด่วน:สวดมหากรุณาธารณีสูตร! พลังแห่งกุศลย่อมขจัดความชั่วร้ายได้ชั่วคราว!]
จื่อหลันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเธอหลับตาลงแน่น มือทั้งสองข้างกำกำไลหยกแน่นเธอเริ่มท่องบทสวดที่ถูกฝังอยู่ในจิตสำนึกทันทีแม้ร่างกายจะสั่นเทาและเสียงจะสั่นเครือแต่เธอก็พยายามเปล่งเสียงออกมาให้ดังที่สุด
“นะโมรัตนะตรายายะ นะโม อาริยา วะโล กิเต สวะรายะ โพธิสัตตะวายะ มหาสัตตะวายะมหากรุณิกายะ...”
ทันทีที่บทสวดเริ่มต้นร่างกายของจื่อหลันก็เริ่มเปล่งแสง!
ไม่ใช่แสงจากสปอตไลท์แต่เป็ แสงสีทองอร่าม ที่นุ่มนวลและทรงพลัง แสงนั้นสว่างจ้าออกมาจากตัวเธอราวกับเธอคือตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นกลางความมืดมิดแสงสีทองแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้างครอบคลุมพื้นที่รอบเกวียนทั้งหมด
เสือปีศาจที่กำลังจะกระโจนเข้าใส่จื่อหลันต้องชะงัก!มันยกเท้าหน้าขึ้นค้างไว้กลางอากาศดวงตาแดงก่ำของมันแสดงความสับสนและความหวาดระแวงอย่างชัดเจนมันส่งเสียงคำรามในลำคอ แต่เป็คำรามที่เต็มไปด้วยความลังเล
[คำสั่งระบบ:พลังแห่งมหากรุณาธารณีสูตรได้สลายจิตมารของสัตว์อสูรชั่วคราว]
[ภารกิจสำเร็จ:ช่วยเหลือทหารผู้คุม 5 นายที่าเ็จากการโจมตี(พวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่ยังไม่ตาย)]
[ได้รับแต้มบุญ:ทหารเหล่านี้เป็เพียงคนธรรมดา ไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตแต่การช่วยชีวิตก็คือกุศล]
[แต้มบุญที่ได้รับ:+5 แต้มบุญ (1 แต้ม/ชีวิต)]
[แต้มบุญรวม: 5แต้มบุญ]
แสงสีทองยังคงส่องสว่างอยู่รอบตัวจื่อหลันเธอลืมตาขึ้นช้าๆ มองเสือปีศาจที่ถอยห่างออกไปอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์
“มัน...มันถอยไปแล้ว?”เธอพูดเสียงแ่
ความกลัวยังคงอยู่แต่ตอนนี้มันผสมผสานกับความตื่นเต้นที่น่าประหลาดใจ แสงสีทองนั้นไม่ใช่ภาพลวงตาไม่ใช่ฉากในละคร แต่มันคือพลังที่ออกมาจากตัวเธอจริง ๆและมันสามารถหยุดยั้งปีศาจได้!
ทหารที่หนีไปแล้วต่างหันกลับมามองด้วยความตกตะลึงพวกเขามองเห็นแค่แสงสีทองที่ปกคลุมร่างนักโทษบนเกวียนพวกเขานึกถึงคำร่ำลือเกี่ยวกับเทพเซียนที่จุติลงมาเพื่อปราบมารทันที
จื่อหลันรู้ดีว่าเธอได้แต้มบุญมาแค่5แต้มเท่านั้น และหนทางสู่หนึ่งพันล้านแต้มนั้นยาวไกลเหลือเกินแต่ตอนนี้ เธอกำลังยืนหยัดอยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยปีศาจและความวุ่นวายในชุดนักโทษ และมีเพียง กำไลหยก กับ มหากรุณาธารณีสูตร เป็อาวุธ
เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดินหน้าต่อเธอต้องทำบุญ! เธอต้องช่วยคน! และเธอต้องกลับบ้าน!
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางของนักแสดงโนเนมที่กลายเป็นางร้ายตัวประกอบผู้ถูกเนรเทศ แต่ถูกผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็ เทพธิดาแห่งความเมตตา ในโลกที่เต็มไปด้วยเทพเซียน ปีศาจ และมาร