เย่ซินเย่วกลับมาถึงบ้านของบางส่วนก็ถูกขนย้ายไปไว้ที่ครัวแล้วโดยเด็กทั้งสอง และตอนนี้พวกเขาก็กำลังช่วยกันจัดของให้เข้าที่อยู่ในครัว เย่ซินเย่วจึงเอาเ้าแฝดไปไว้ในห้องนอนกล่อมพวกเขาสักพัก เฉินเฉินกับเล่อเล่อก็หลับไป นางจึงได้ปลีกตัวไปยกของส่วนที่เหลือเข้าครัว หลิงซีหลางและหลิงซีซีที่เห็นเย่ซินเย่วเดินเข้าครัวมา ก็จัดพื้นที่ให้เย่ซินเย่ววางของลงได้สะดวก
ทั้งสามยุ่งกันอยู่ในครัวสักพักก็จัดการของต่างๆที่ซื้อมาได้เสร็จ แต่ยังเหลือผักกองใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ ที่หลิงซีหลางและหลิงซีซียังไม่เข้าใจว่าซื้อมาทำไมมากมาย
“พี่สะใภ้ใหญ่เ้าค่ะ ผักเยอะแยะขนาดนี้เราซื้อมาทำไมหรือเ้าค่ะ” หลิงซีซีที่มองผักมากมายบนโต๊ะแล้วก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย ผักมากมายขนาดนี้กินอย่างไรให้ทันกัน
“พี่จะเอามาทำเป็ผักดองเก็บไว้นะ พวกเ้าก็มาช่วยพี่ด้วยแล้วกัน”
“เ้าค่ะ/ขอรับ”
เย่ซินเย่วนำเด็กทั้งสองมาจัดการกับผักที่ซื้อมาก่อนโดยจัดการกับผักกาดก่อนเป็อย่างแรก ผักกาดนางจะทำเป็เสียนไช่ เริ่มจากการคัดผักกาดต้นที่สวย ริดก้านที่ช้ำ เหี่ยวทิ้ง และกรีดตัดใบออก หลิงซีหลางกับหลิงซีซีก็ให้ความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้เป็อย่างดี จึงใช้เวลาไม่นานผักกาดก็ถูกเตรียมจนเสร็จ
พอเตรียมของเสร็จเย่ซินเย่วก็เริ่มขั้นตอนต่อไปทันทีโดยนำไหขนาดกลางที่ทำความสะอาดต้มน้ำร้อนฆ่าเชื้อแล้วออกมา 5 ใบ นางและเด็กๆจึงเอาผักกาดที่เตรียมเสร็จแล้วจัดลงใส่ไห ใช้แรงมือย่ำให้ผักอัดตัวแน่น เมื่อใส่จนเต็มทั้ง 5 ใบเอาเกลือโรยกลบผักให้ทั่ว ก็เติมน้ำเกลือที่ต้มไว้ให้ปริ่มพอดีกับความสูงของผักกาดในไห ใช้ซีกไม้ไผ่หนาสองอันไขว่ขัดไว้ในปากไห เพื่อกดผักให้แน่น
จากนั้นก็เอาผ้าขาวบางคลุมปากไหมัดด้วยเชือกให้แน่น ก่อนจะเอาดินเหนียวโบกทับปากไหอีกชั้น เพื่อกันไม่ให้อากาศเข้าไปได้ เพราะถ้าอากาศเข้าไปได้ ผักจะดำและเน่าเสียทั้งไห เสร็จสิ้นก็ยกพวกมันไปไว้มุมนึงของครัว
“พี่สะใภ้ใหญ่เ้าค่ะ นานมั้ยเ้าค่ะกว่ามันจะกินได้” หลิงซีซีที่ช่วยงานอยู่ด้านข้างของเย่ซินเย่วตลอดก็เอ่ยถามขึ้น
“ประมาณ 5 - 7 วันก็ได้แล้ว แต่พี่แนะนำให้เก็บไวนานกว่านั้นหน่อยจะดีกว่า เพื่อความอร่อย”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
เมื่อเห็นเด็กทั้งสองหมดความสงสัยแล้ว เย่ซินเย่วก็หยิบกุยช่ายมาจัดการต่อ อันนี้นางจะทำเป็ผักดองแบบเผ้าไช่ โดยให้หลิงซีหลางกับหลิงซีซีเอากุยช่ายไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วตากไว้ให้สะเด็ดน้ำ ส่วนนางไปต้มน้ำใส่น้ำตาลทรายทิ้งเอาไว้ พร้อมยกไหขนาดกลางมาอีก 2 ไห
“พี่สะใภ้ใหญ่เสร็จแล้วขอรับ”
“เอามาใส่ในชามนี่นะ เดี๋ยวพี่ปรุงแล้วเราค่อยคลุกไปมาให้เข้ากัน”
หลิงซีหลางที่ได้ยินก็เดินเอากุยช่ายที่ใส่กระจาดไว้ ลงในชามข้างหน้าของเย่ซินเย่ว เมื่อนำผักใส่ลงในชามหมดแล้วเย่ซินเย่ว ก็ใส่เกลือ ชวงเจีย พริกแดง น้ำส้มสายชู สุดท้ายก็เติมน้ำตาลทรายที่ต้มไว้ หลิงซีหลางและหลิงซีซีที่ตั้งท่าเตรียมคลุกผักอยู่แล้วก็ใช้มือน้อยๆช่วยกัน เย่ซินเย่วที่เห็นก็กลัวเด็กน้อยจะแสบมือเพราะพริกที่ใส่ลงในผักดอง จึงเดินไปเอาน้ำมาให้พวกเขาล้างมือหลังจากทำเสร็จ หลังจากคลุกจนทุกอย่างเข้ากันดีก็จัดใส่ไห ปิดฝานำไปวางไว้มุมเดียวกับผักกาดดองที่ทำก่อนหน้านี่
และอีกอย่างที่เย่ซินเย่วจะทำคือ หัวไชเท้าดองแต่อันนี้จะเป็แบบเกาหลีเพราะนางกับแม่ชอบทำไว้กินกับไก่ทอด ถ้าได้เบียร์อีกสักหน่อยนะ เฮ้อ…แค่คิดก็หิวแล้วถึงแม้ที่นี่จะไม่มีเบียร์ก็เถอะ แต่เอาไว้กินกับของทอดก็ไม่แย่นักหรอก
อันดับแรกเย่ซินเย่วให้หลิงซีซีหับหลิงซีหลางช่วยกันปลอกหัวไชเท้าแล้วล้างให้สะอาด ส่วนนางก็เอาหัวไชเท้ามาหั่นให้เป็ลูกเต๋าขนาดพอดีคำ เมื่อเสร็จแล้วก็ให้เด็กๆนำหัวไชเท้าที่หั่นแล้วใส่ลงในไหเล็ก ส่วนนางก็ไปทำน้ำดองโดยนำน้ำตาล น้ำส้มสายชู เกลือ ใส่ลงในน้ำเปล่า เคี่ยวด้วยไฟอ่อนเมื่อทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ก็พักให้เย็นเทใส่ไห ปิดฝาไหให้สนิทก็เป็อันเสร็จ
หลังทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ล่วงเลยเข้ายามเซิน ( 15.00 – 16.59 น. ) แล้ว เด็กน้อยทั้งสองก็หมดแรงแล้วเช่นเดียวกัน วันนี้พวกเขาใช้พลังงานไปมากทั้งยังตื่นเช้าอีก เย่ซินเย่วจึงนำเค้กไข่ที่ซื้อไว้ออกมา 1 กล่อง ตัดแบ่งให้พวกเขาคนละจาน เสริฟพร้อมน้ำผึ้งมะนาวร้อนๆแก้เลี่ยน
หลิงซีซีและหลิงซีหลางที่เห็นขนมก็ลุกขึ้นวิ่งมาที่โต๊ะทันที ดวงตาจ้องมองจานขนมหวานไม่กระพริบ เย่ซินเย่วที่เห็นก็อดจะยิ้มไม่ได้
“กินสิ แต่พี่ให้กินได้แค่คนละชิ้นนะ เพราะเดี๋ยวจะกินข้าวเย็นไม่ได้”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
เย่ซินเย่วขยับจานขนมไปไว้ตรงหน้าเด็กทั้งสอง หลิงซีหลางและหลิงซีซีที่ได้รับคำอนุญาตแล้วก็หยิบเค้กไข่ขึ้นมากิน เค้กไข่นุ่มเด้ง หอมกลิ่นไข่ชัดเจน รสชาติก็หวานกำลังดี ทำให้ทั้งสองคนยิ้มออกมา หลิงซีซีกินไปได้ครึ่งชิ้นก็หยิบชาที่อยู่ข้างๆขึ้นมาจิบ รสเปรี้ยวอมหวานทำให้หายเลี่ยนจากเค้กไข่แล้วยังรู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย
“พี่สะใภ้ใหญ่เ้าค่ะ อันนี้ชาอะไรหรือ เปรี้ยวๆหวานๆอร่อยนัก” หลิงซีซีที่ยกชาขึ้นจิบไปแล้วสองจอกก็เอ่ยถาม
“เขาเรียกน้ำผึ้งมะนาวนะ หากมีน้ำแข็งใส่จะอร่อยกว่านี้อีก” เย่ซินเย่วที่กำลังจิบน้ำผึ้งมะนาวอยู่ก็เอ่ยตอบกลับไป
หลิงซีหลางที่กินเค้กไข่ไปหมดทั้งชิ้นแล้ว เห็นทั้งสองพูดเื่ชาที่อยู่หน้า ก็ยกขึ้นชิมเช่นกัน รสเปรี้ยวอมหวานทำเอาเขาที่เหนื่อยจากการทำงานทั้งวัน รู้สึกสดชื่นขึ้นจนอดเอ่ยชมออกมาไม่ได้
“กินแล้วสดชื่น หายเหนื่อยเลยขอรับ”
เย่ซินเย่วที่เห็นท่าทางสดชื่นมากของหลิงซีหลางก็อดเอ่ยแกล้งเขาไม่ได้
“จริงหรือ งั้นไปผ่าฟืนต่อสักหน่อยดีหรือไม่”
“พี่สะใภ้ใหญ่…ก็ เฮอะ” หลิงซีหลางที่รู้ว่าตนโดนพี่สะใภ้ใหญ่แกล้งแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหันหน้าหนี
“55555 พี่ล้อเล่น”
ทั้งสามนั่งเล่นพูดคุยเล่นกันอีกสักพัก ก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อหลิงซีซีที่เห็นว่าตอนนี้ใกล้มื้อเย็นแล้วจึงลุกขึ้นไปทำอาหาร หลิงซีหลางก็เดินไปเตรียมผิงกั่วสำหรับขายพรุ่งนี้เอามาขึ้นรถเข็นไว้ เย่ซินเย่วเองตอนแรกช่วยหลิงซีหลางอยู่แต่ก็ได้ยินเสียงของเ้าแฝดเข้าจึงเดินเข้าไปในห้องนอน
บนเตียงเตามีเด็กน้อยสองคนนอนตาใสอยู่ ดวงตากลมโตของเด็กน้อยที่ลืมขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีความง่วงงุนช่างน่ารัก มือและเท้าของพวกเขาขยับไปมา จนเย่ซินเย่วที่มองอยู่อดไม่ได้ฟัดแก้มพวกเขาไปอีกคนละทีสองที หลังจากฟัดแก้มหลิงซีเฉินและหลิงซีเล่อจนพอใจเย่ซินเย่วก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดให้พวกเขา
มื้อเย็นของวันนี้เป็ต้มเนื้อกระต่ายใส่หัวไชเท้ากับไข่ผัดใบกุยช่าย ข้าวสวยร้อนๆเพิ่งหุงใหม่ๆถูกจัดขึ้นโต๊ะ รอจนทุกคนมาครบทั้งหมดก็เริ่มกินกันทันที
ผ่านไปสักพักเย่ซินเย่วที่อิ่มแล้วก็วางตะเกียบลง มองดูเด็กทั้งสองกินต่อ รอจนทุกคนกินเสร็จก็ช่วยกันเก็บโต๊ะแล้วกลับมานั่งที่เดิม เพราะเย่ซินเย่วจะปรึกษาว่าในบ้านยังมีอะไรขาดเหลืออีก
“พวกเ้ามีของที่อยากได้หรือไม่พรุ่งนี้จะได้แวะซื้อตอนขากลับ”
เย่ซินเย่วเลือกจะสอบถามสิ่งที่ทั้งสองอยากได้ก่อน แต่คำตอบที่ได้มาก็ทำให้เย่ซินเย่วอดเอ็นดูในความรู้ความของพวกเขาไม่ได้
“ไม่มีขอรับ แต่ข้าว่าซื้อพวกข้าวและแป้งไว้มากหน่อยดีกว่า” หลิงซีหลางเอ่ยแนะนำ
“ซื้อพวกเนื้อมาเก็บไว้ด้วยก็ได้นะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะรมควันเก็บไว้”
หลิงซีซีที่เห็นว่าเนื้อที่มีอยู่ไม่พอจึงเอ่ยขึ้น เนื้อกระต่ายพวกนางกินหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเนื้อกวางน่าจะพอกินอีกเพียงหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น
“ไม่ล่ะ เนื้อพวกนั้นเดี๋ยวพี่ไปล่าเอาดีกว่า” เย่ซินเย่วคิดว่านางล่าสัตว์เอาง่ายกว่า จึงปัดตกเื่ซื้อเนื้อไปส่วนเื่ข้าวกับแป้งคงต้องซื้อเพิ่มอีกจริงๆ
“งั้นก็ไม่น่ามีแล้วนะขอรับ” หลิงซีหลางที่คิดว่าแค่มีข้าวไว้กินก็ดีแล้ว ก็คิดอะไรไม่ออกอีก
เย่ซินเย่วก็นั่งคิดอยู่เช่นกัน ก็เหลือบไปมองที่ชุดของเด็กทั้งสองที่สวมใส่อยู่ ก็คิดออกทันทีว่าควรซื้ออะไรอีก ส่วนตัวนางเอง ไม่ต้องห่วงเื่เสื้อผ้าเลย เย่ซินเย่วคนเก่าเป็คนรักสวยรักงามชุดเสื้อผ้านางมีเป็สิบตัวในตู้
“มีสิ พวกเ้ามีเสื้อผ้ากันอยู่คนละกี่ชุด”
“สองขอรับ ทำไมหรือ” หลิงซีหลางตอบทั้งยังรวมถึงหลิงซีซีที่อยู่ข้างข้างด้วย
“คงต้องซื้อเพิ่มด้วยนะ มันเก่าแล้ว” เย่ซินเย่วที่ได้คำตอบก็ตัดสินใจแล้ว เด็กทั้งสองควรได้ชุดใหม่ทั้งยังต้องเป็ชุดที่อบอุ่นกว่านี้
“แต่มันยังใส่ได้อยู่เลยนะเ้าค่ะ” หลิงซีซีที่เห็นว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะซื้อของที่ไม่จำเป็ให้พวกนางก็เอ่ยขัด นางคิดว่าเอาเงินซื้อเสื้อผ้าไปซื้อข้าวเพิ่มยังดีซะกว่า
“แต่มันบางมากแล้ว แถมมีรอยปะจนเต็มตัวขนาดนี้ อย่างไรก็ต้องซื้อใหม่” เย่ซินเย่วยื่นคำขาด เื่ชุดใหม่ของทั้งสองจึงจบไป
หลังจากปรึกษากันอยู่นาน เย่ซินเย่วก็ได้รายการซื้อของสำหรับพรุ่งนี้มาครบ ถ้าซื้อของมาครบทั้งหมดพวกนางน่าจะไม่ต้องเข้าเมืองไปอีกนับเดือน
เย่ซินเย่วเดินเข้าห้องนอนพร้อมวางเ้าแฝดไว้ตรงเตียงเตา ก็เหลือบไปเห็นจดหมายและถุงเงินที่ได้รับมาเมื่อเช้า นางลืมไปเลยว่าสามีนางส่งจดหมายมา แม้จะสงสัยอยู่มากว่าคนที่ปกติไม่เคยส่งจดหมายมา เหตุใดวันนี้จึงส่งมา
เย่ซินเย่วเดินไปหยิบของทั้งสองอย่างแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะในห้อง เปิดถุงเงินออกก็พบเงินสองตำลึงเงินซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับลูกจ้างคนหนึ่ง นี่เขาได้เก็บไว้เองบ้างหรือไม่ หรือนางควรส่งเงินไปให้สามีสัก 1 ตำลึงทองดี เย่ซินเย่วนั่งคิดอยู่นานก็ตัดสินใจได้ว่าไม่ส่งไปดีกว่า โตแล้วต้องดูแลตัวเองให้ได้นะสามี
หลังจากเก็บเงินเข้าถุงไว้ดังเดิม เย่ซินเย่วก็เปิดจดหมายอ่านต่อ
ที่บ้านเป็อย่างไร
--
หลิงซีหาน
เปลืองกระดาษชะมัดเย่ซินเย่วคิดหลังอ่านจบ ถ้าจะส่งมาแค่นี้ฝากเจ๋อหลานมาถามก็ได้ นางว่าคงไม่ต่างกันเท่าไรหรอก แต่ถึงจะบ่นขนาดไหนเย่ซินเย่วก็เริ่มเขียนจดหมายตอบกลับไป นั่งเขียนอยู่นานก็ไม่ได้สักที นางคิดถึงปากกาให้ตายเถอะลายมือพู่กันนางราวตัวหนอนยึกยือ นอกจากไม่เป็ระเบียบแล้วยังอ่านไม่ออกอีก
หลังจากใช้ความพยายามอยู่นานจนเสียกระดาษไปสองแผ่น เย่ซินเย่วก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ทางของนาง จึงเดินไปที่ครัวหยิบถ่านที่มีอยู่น้อยนิดออกมา โดยเลือกอันที่เล็กที่สุด จัดการเหลาปลายให้แหลม เริ่มต้นเขียนอีกครั้ง
----------------
ทุกคนที่บ้านสบายดี ข้าคลอดลูกออกมาเป็แฝดชาย
คนพี่ชื่อ หลิงซีเฉิน คนน้องชื่อ หลิงซีเล่อ
ข้าตั้งชื่อพวกเขา โดยไม่ถามท่านก่อน ต้องขออภัยด้วย
แต่ท่านไม่เคยกลับบ้านจะโทษข้าทั้งหมดก็ไม่ได้หรอกนะ
อาหลางกับซีซีก็สบายดี ไม่ต้องห่วง
หวังว่าท่านจะกลับมาก่อนลูกหนึ่งขวบ
สุดท้าย
รอบหน้าหากจะเขียนจดหมายมาแล้วเขียนแค่นั้น
ฝากเจ๋อหลานมาถามเถอะ
---
เย่ซินเย่ว
----------------
เย่ซินเย่วเขียนเสร็จก็พับจดหมายวางไว้บนโต๊ะ ใช้หนังสือเล่มหนึ่งทับไว้ แล้วเดินไปที่เตียงเตรียมเข้านอน พร้อมลูกน้อย
เย่ซินเย่ว : ข้าคงต้องฝึกเขียนพู่กันสักหน่อยแล้วล่ะ