“พวกเขาไม่เป็อะไรหรอก”
“อะ..!! คุณ ใหมดเลย”
“เหนื่อยหรือเปล่าวันนี้อยากหยุดไหม?” ลูคัสเอ่ยถาม พลางเดินไปเช็คดูออเดอร์ที่ชารีฟกำลังทำอยู่ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองคริสตัลจึงส่งรอยยิ้มไปให้
“ไม่ละครับวันนี้วันเดียวเอง เพราะคุณจะปิดร้านพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ” คริสตัลเดินเข้าไปรับเมนูที่ชารีฟทำเสร็จพร้อมๆกับที่รัทโคเอาออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งมาส่งให้เรย์แมนที่ช่วยชารีฟเตรียมเครื่องดื่มให้ลูกค้าดู
“เอาจริงๆนะครับผมตื่นเต้นมากๆ อยากรู้จังว่าพลังของคุณคริสตัลจะะเิออกมาแบบไหน” รัทโคพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นดีใจ คริสตัลยิ้มให้กับท่าทางนั้นถึงแม้ว่าตัวเองจะเครียดเล็กน้อยก็ตาม
“ตอนนี้มันใช้เวลามาตื่นเต้นไหม?ไปทำงาน!”
“ครับ! ไปแล้วครับ!”
คริสตัลหัวเราะคิกคักกับท่าทางขึงขังที่ลูคัสแสดงออกมาดูเหมาะสมกับเป็เ้าของร้าน Vem’Cafe ขึ้นมาหน่อย
พอลูคัสเห็นคริสตัลหัวเราะอย่างมีความสุขก็อดที่จะรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย ไม่ได้ ส่วนชารีฟกับเรย์แมนนั้นทำเป็มองไม่เห็นไปตั้งนานแล้ว
….
ห้าชั่วโมงต่อมาตอนนี้พวกเรากำลังจะปิดร้านแล้วครับเนื่องจาก่นี้พวกเรายังคงกังวลเื่พวกยูเปียร์อยู่ก็เลยร่นเวลาเปิดปิดร้านกันหน่อย
หลังจากปัดกวาดพื้นเรียบร้อยแล้วพวกวินเซนต์กับคุณลาเฟ่ก็กลับมา โดยที่เนื้อตัวของพวกเขา มีแต่รอยเืเต็มไปหมด คริสตัลมองอย่างใก่อนจะตรงเข้าไปหาพวกเขาทั้งคู่ ก่อนจะชะเง้อคอมองหาพวกเอ็ดวินแต่ก็ไม่เจอ
“พวกเขากลับไปแล้วละ”
“แล้วมีใคราเ็ไหมครับ”
“คนของพวกเราตายไปห้ามนุษย์สาม แวมไพร์สอง” คริสตัลที่ได้ฟังก็ทรุดตัวลงไปโชคดีที่ลูคัสตามมารับร่างเอาไว้ได้ทัน
“คราวนี้พวกมันมีเยอะมากถึงแม้จะไม่มีใครสูญหาย แต่เหยื่อที่ถูกจับไป…”
“ล้วนกลายเป็ศพในตอนที่พวกเราไปเจอรังขนาดย่อยของพวกมัน” วินเซนต์พูดจบต่อด้วยคุณลาเฟ่ทั้งคู่พูดจบสีหน้าก็ดูย่ำแย่ลง
“เอาละยังไงตอนนี้พวกเราก็ช่วยใครไม่ได้แล้วหลังจากนี้ก็ต้องป้องกันพวกมนุษย์ที่ยังคงมีชีวิตรอดต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้” ลูคัสพูดจบทุกคนก็พยักหน้ารับ “แยกย้ายไปพักผ่อนได้แล้ว”
“เฮ้นายควรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
“ดะ เดี๋ยว!!”เสียงคุณลาเฟ่พูดขึ้นไม่ทันจบ ก็ถูกวินเซนต์อุ้มหายไปแล้ว เขาหันไปสบตากับลูคัสแต่อีกฝ่ายกลับหลบสายตาไป
….
31 สิงหาคม 2563
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้วตอนนี้เป็เวลา 20:57นาที ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคริสตัลล้วนมาอยู่พร้อมหน้ากันที่นี่หมดแล้วและก็ได้พบกับคนอื่นๆในระดับหัวหน้าของหน่วยนักล่าปีศาจอีกด้วยพวกเขาเอาของขวัญวันเกิดมาให้ก่อนจะร่วมฉลองวันเกิดกันนิดหน่อยแล้วขอตัวกลับไป
ส่วนพวกเอ็ดวินเองก็มาด้วยแต่เสียอย่างที่บ้านของคริสตัลมีห้องพักไม่เพียงพอทุกคนเลยไม่ได้พักด้วยกันตอนนี้ก็เลยเหลือเพียงแค่ ลาเฟ่ วินเซนต์ ชารีฟ รัทโค เรย์แมนลูคัสและคริสตัลที่อยู่ด้วยกันในตอนนี้
คริสตัลเองก็คุ้นเคยกับพวกเขาแล้วจึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไรสักเท่าจึงรู้สึกสบายใจกว่าก่อนหน้านี้นิดหนึ่ง
พวกเรานั่งล้อมวงกันอยู่ตรงโซนห้องรับแขกและกำลังเฝ้ารออะไรบางอย่างอยู่ และสิ่งที่เราเฝ้ารอก็คือสิ่งที่ไม่รู้ว่ามันจะมีรูปร่างแบบไหนเพราะไม่มีคนเคยเห็นทายาทแห่งจันทราะเิพลังมาก่อนเลยจึงไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นยังไงดี
“หวังว่าคืนนี้จะผ่านไปด้วยดีนะพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” รัทโคพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“ทุกคนเขาก็หวังแบบนั้นแหละ”วินเซนต์เองก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจริงจังผิดกับลูคัสที่นั่งเงียบ
….
เวลาผ่านไปสามชั่วโมงตอนนี้ดูเวลาที่นาฬิกาอีกทีก็พบว่าเที่ยงคืนเข้าไปแล้วทุกคนจึงถอนหายใจออกมาอย่างค่อนข้างโล่งอก
“มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกนี่พวกเราก็รอกันมานานแล้วนะ” ลาเฟ่พูดขึ้นมาอย่างรู้สึกดีที่ไม่ต้องมาเจออะไรที่เหนือจินตนาการอีก
แต่แล้วตอนนั้นเองที่คริสตัลรู้สึกแปลกๆกับร่างกาย
“ระ ร้อน อื้อ!ร้อน!!” เสียงของคริสตัลกรีดร้องดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของลาเฟ่ทุกคนล้วนหันสายตาไปจับจ้องยังทิศทางของเสียงก็เห็นว่า คริสตัลดิ้นไปมาอยู่บนโซฟาและที่วินเซนต์สังเกตเห็นอีกอย่างหนึ่งที่ผิดปกติไป ก็คือพี่ชายของเขาเอง
“ท่านพี่!นี่มัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!”
….
วินเซนต์จ้องมองสิ่งที่เห็นตรงหน้าอย่างกับไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดเื่พวกนี้ขึ้นมาได้คริสตัลมีแสงสีฟ้ากระจ่างใส่ปรากฏออกมาครอบคลุมไปทั่วร่างกาย ส่วนลูคัสเองั์ก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีฟ้าด้วยเช่นกันแต่รอบลำตัวกลับมีประกายแสงสีแดงผสมสีฟ้าราวกับร่างกายของทั้งคู่กำลังะเิเวทมนตร์ออกมา
แล้วสิ่งที่ไม่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อคริสตัลที่นอนดิ้นไปมาพลางร้องว่าร้อนอยู่บนโซฟานั้นเพียงพริบตาเดียวก็ไปนั่งคร่อมทับบนตักของลูคัสแล้วแนบจูบลงไปทันที
ลาเฟ่กับคนที่เหลือก็มองภาพตรงหน้าอย่างสับสนมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เพียงไม่นานแวมไพร์ทุกตนก็ตื่นตระหนกเมื่อนึกเื่บางอย่างออก
“โอ้นี่มันเป็เื่ดีหรือเื่แย่ดีล่ะเนี่ย!!” วินเซนต์โวยวายออกมาแต่ทั้งคู่เบื้องหน้ากลับไม่ได้สนใจอะไร กลับกอดรัดกันมากขึ้นกว่าเดิม
“องค์ชายพวกเราควรจะแยกพวกเขาออกจากกันก่อนดีหรือไม่” เรย์แมนขมวดคิ้วกล่าวถามออกมาอย่างไม่แน่ใจส่วนชารีฟกับรัทโคทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปแล้ว แต่มนุษย์อีกคนอย่างลาเฟ่กลับไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกัน จึงเอ่ยถามออกมา
“ทำไมต้องแยกด้วยล่ะ?” ถึงแม้ตัวของลาเฟ่ จะไม่ชื่นชอบพวกรักร่วมเพศแต่ปัจจุบันโลกมันเปิดกว้างจึงพบเห็นมันบ่อยๆจนแทบจะไม่รู้สึกอะไร
“นี่คุณนักล่าคุณไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก แต่เท่าที่รู้คือถ้าพวกเขาไม่รีบหยุดในตอนนี้ละก็ทั้งคู่ก็จะทำพันธะเืต่อกันนะสิ!” แต่ลาเฟ่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีวินเซนต์เลยอธิบายต่อเพิ่มเติมไปว่า “การทำพันธะเื คือทั้งคู่จะต้องมีสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันจนมีเ้าตัวน้อยๆอยู่ในท้องนะ!ต่อให้เป็ผู้ชายธรรมดาไม่มีมดลูกก็สามารถตั้งครรภ์ได้ถ้ามีพวกเราเป็พ่อพันธุ์นะ!”
“หา!” แต่ทว่าหันกลับมาอีกทีทั้งคู่ก็หายไปเสียแล้ว
“อ๊า!!” เสียงร้องดังลั่นออกมาพร้อมๆกับพลังที่ะเิออกมาเป็วงกว้างจนกระแทกทุกคนที่อยู่ในห้องรับแขกกระเด็นไปคนละทิศละทาง
….
-ภายในห้อง-
ตอนนี้ร่างของหนึ่งมนุษย์หนึ่งแวมไพร์กำลังกอดรัดกันอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ว่าั้แ่ตอนไหนที่พวกเขาทั้งคู่ต่างอยู่ในสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่า
หลังจากที่ลูคัสกัดเข้าที่ต้นคอของคริสตัลทั้งคู่ก็ค่อยๆมีสติขึ้นมาบ้างแต่ความร้อนรุ่มก็ยังไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยแต่ทั้งคู่ก็หยุดตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ลูคัสผละออกมาจากต้นคอที่หอมกลิ่นเือย่างเสียดายตวัดปลายลิ้นเลียหยาดเืที่เปรอะเปื้อนตรงรอยกัดไปมา ลากไล้ลิ้นวนจนมาหยุดอยู่ที่ยอดอกสีชมพูอวดโฉมน่าดูดดึงให้ก้มลงไปชิม
ในตอนที่ได้สติกลับคืนมานั้นเขาเองก็อยากจะหยุดทุกอย่างเอาไว้เหมือนกัน เพราะเขาคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้มันไม่ควรที่จะเกิดขึ้นใน่ที่พวกยูเปียร์มันออกอาละวาดแบบนี้
อีกนัยหนึ่งคือเขาเองยังไม่อยากผูกพันธะเืด้วยการมีสัมพันธ์ทางกายอันลึกซึ้งที่เสี่ยงต่อการมีทายาทในตอนที่อะไรๆต่างก็ยังไม่คลี่คลายก่อนหน้านี้ถึงได้ยับยั้งตัวเองเอาไว้ได้ ต่างจากตอนนี้ที่ไม่สามารถห้ามอะไรได้อีกแล้ว
ไม่ใช่ว่าเื่พวกนี้จะไม่กล้าทำแต่ลูคัสก็แค่กลัวเท่านั้น กลัวว่าในตอนที่กำลังทำากันคริสตัลจะตั้งครรภ์ลูกของเขาก่อนนะสิ
ตอนแรกลูคัสคิดว่าทุกความรู้สึกที่แสดงออกไปก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเป็เพราะอำนาจของสร้อยแซฟนิซาฟิ ซะอีก ที่ไหนได้มันเป็เพราะความรู้สึกเป็ห่วงและหวงหาอีกคนเท่านั้นเอง เขาเองก็เพิ่งจะแน่ใจในตอนที่มีนักล่ามาเยี่ยมที่บ้านในคราวนั้นแล้วเรียกคริสตัลว่าคนสวยและเขาเองรู้สึกโกรธเคืองจนขาดสติ จนกระทั่งตอนนั้นเองที่คำพูดของคริสตัลสะกดความรู้สึกของตัวเองให้หยุดนิ่งเอาไว้
‘คุณหึงหวงได้รุนแรงดีนะครับ’
และนั้นทำให้รู้ว่าอาจจะมีอำนาจของสร้อยมากำกับในตอนแรกหรืออาจจะเป็เพราะตัวเราทั้งคู่ถูกเลือกให้คู่กัน แต่ในความเป็จริงนั้น ลูคัสกลับหลงรักมนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งอย่างสุดใจ
ยอมแม้กระทั่งอยู่ด้วยจนอีกฝ่ายหลับไป
ยอมแม้กระทั่งจะเสี่ยงตายเพื่อให้อีกฝ่ายทดลองให้เขาไปส่งที่มหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ
ถึงแม้ว่าจะยังไม่เกิดขึ้นแต่เขาก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะลองดู
“อื้อ ลูคัส”
เสียงครางแ่เบาดังขึ้นทำให้ลูคัสหลุดออกจากภวังค์ความคิดแล้วสนใจสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้านี้แทนเขาเลียและดูดดึงยอดอกทั้งสองข้างสลับไปมาด้วยความหื่นกระหายอยากจะร่างเล็กตรงหน้าใจจะขาด
มันเป็ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนแม้กระทั่งคนรักเก่าอย่าง เอรีน่า ความรู้สึกที่อยากจะร่างกายก็ไม่เคยคิดจนมาเจอกับคริสตัล
ลูคัสเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างอดรนทนต่อไปไม่ไหว
“ฉันไม่คิดว่านายจะน่ากินขนาดนี้”
จบคำก็ลากไล้ปลายนิ้วเย็นๆของตัวเองไปตามเนื้อเนียนขาวแสนนุ่มนิ่มใต้ร่างไปมาก่อนจะไปหยุดตรงสิ่งที่กำลังแข็งขืนขึ้นมาสู้มือซึ่งไม่ต่างอะไรกับของตัวเองแม้แต่น้อยแต่ของคริสตัลมันกลับน่ารักน่าเอ็นดูกว่าที่คิด
“อื้อ ยะอย่าจับมันนะ” เสียงร้องขอที่แสนน่ากลั่นแกล้งของคริสตัลดังขึ้นมาแต่ลูคัสเลือกไม่สนใจก่อนจะกอบกุมสิ่งนั้นไว้ แล้วรูดรั้งมันขึ้นลงช้าๆ ดวงตาก็จ้องมองคนที่กำลังปิดตาแน่นแล้วก็กัดริมฝีปากกลั้นเสียงเอาไว้และนั้นมันทำให้เขารู้สึกขัดใจ
มือหนาที่กอบกุมกายเล็กที่น่าเอ็นดูนั้นก็เร่งรูดรั้งมันขึ้นลงรัวเร็วจนได้ยินเสียงร้องครางออกมา ทำให้คริสตัลลืมตาจ้องมองคนที่เริ่มรู้จักกลั่นแกล้งกันเป็ครั้งแรกก่อนจะได้พบกับสายตาที่หื่นกระหายส่งตอบกลับมา
“อะ อ๊า ละ ลูคัส”เสียงครางกระเส่าดังขึ้นอีกครั้งจนทั้งคู่หลงลืมไปว่าภายในบ้านตอนนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเขาทั้งคู่เท่านั้น
แต่ลูคัสไม่ได้ใส่ใจถึงนี่จะเป็ครั้งแรกกับผู้ชายและยังเป็ครั้งแรกของตัวเองด้วยก็ตามที แต่ทว่าเขากลับรู้ดีว่าหลังจากที่ร่วมรักกับคนตรงหน้าไปแล้วหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
เพราะตอนนี้เขาก็หักห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกต่อไปจึงยกสะโพกของคริสตัลที่ร้องครางร่างกายสั่นสะท้านไปมาแล้วคว้าหมอนข้างที่โยนทิ้งไปั้แ่วันแรกที่มาค้างที่นี่ขึ้นมารองสะโพกของคริสตัลไว้แล้วก้มหน้าลงไปจ้องมองที่ช่องทางสีชมพูก่อนจะตวัดลิ้นเลีย
“ยะ อย่านะตรงนั้นมัน! อื้อ!” และไม่สนใจเสียงร้องห้ามสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องทางที่ปิดสนิทแแ่นั้นทันที
….
คริสตัลห้ามลูคัสเสียงสั่นแต่ร่างสูงกลับไม่สนใจเสียงห้ามปราม กลับสอดแทรกปลายลิ้นเย็นๆเข้ามาที่ช่องทางจนต้องสะดุ้งด้วยความที่ไม่เคยมีใครเข้าไปสำรวจมันมาก่อน และนี้ก็เป็ครั้งแรก ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีความ้าที่จะให้ลูคัสทำมากกว่าจูบแต่ตอนนี้ พอมาเผชิญกับสิ่ง้ามาตลอด ตัวคริสตัลเองกลับสั่นกลัวขึ้นมา
“อ๊า เจ็บคุณออกไปก่อน อื้อ!!” เสียงร้องครางด้วยความเ็ปดังขึ้นทันทีที่ปลายลิ้นแทรกเข้ามาถึงแม้ปากบอกให้เอาออกไปแต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม
ความเ็ปที่ช่องทางหลังที่กำลังถูกรุกรานด้วยปลายลิ้นส่วนด้านหน้าก็ถูกปลุกปั่นด้วยฝ่ามือหนาที่เร่งขยับมือรูดรั้งขึ้นลงไปมาจนความรู้สึกที่ไม่เคยััมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วกาย
คริสตัลเกร็งร่างแล้วกระตุกอย่างแรงก่อนจะปลดปล่อยความรู้สึกดีที่ไม่เคยมีมาก่อนออกมาเป็หยาดน้ำร้อนที่พุ่งกระจายลงััร่างกายจนสะดุ้ง
“อ่า แฮ่กๆ”เสียงหอบหายใจดังคลอเคลียไปมาในบรรยากาศ แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อปลายลิ้นที่สอดแทรกอยู่ที่ช่องทางด้านหลังถูกดึงออกไป
ลูคัสเงยหน้าขึ้นมามองดูเขาที่นอนหอบหายใจคริสตัลมองตามปลายนิ้ว ที่ปาดหยาดน้ำของตัวเองแล้วเอาเข้าปากไป
“คุณ..” คริสตัลปากอ้าตาค้างไปแล้วกับการกระทำของลูคัส
“อืม รสชาติแปลกๆแต่ฉันชอบ” แล้วลูคัสปาดหยาดน้ำเ่าั้ไปป้ายที่ช่องทางของเขาอีกรอบจนสะดุ้งก่อนที่ความเจ็บจะเข้ามาทักทายความรู้สึกอีกครั้ง
“อื้อ! พะ พอก่อน ผมเจ็บ” คริสตัลร้องขอด้วยความเ็ปแต่มันกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกจึงทำได้เพียงแค่ร้องขอลูคัสให้หยุดก่อน
เนื่องจากร่างกายที่ร้อนรุ่มก่อนหน้านี้ได้จางหายไปหมดแล้วเมื่อได้รับััทางกายที่ร่างสูงมอบให้แต่ลูคัสก็ไม่สนใจคำร้องขอของคริสตัลปลายนิ้วที่สอดแทรกเข้าไปขยับเข้าออกอย่างช้าๆร่างสูงโน้มตัวลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวที่หอมยั่วยวนใจจนร่างกายสั่นสะท้านอีกรอบ
ปลายลิ้นเย็นๆเลียจากไหปลาร้าผ่านลำคอที่ถูกกัดจนมาหยุดชิดอยู่ตรงริมฝีปาก
“จะหยุดได้ยังไงในเมื่อฉันยังไม่ได้ปลดปล่อยเลยนะ”
….
“อื้อ!” จบคำลูคัสก็แนบจูบและสอดปลายลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานจากคริสตัลก่อนจะชักนำให้เขาตามคล้อยตามร่างสูงไป สองแขนก็โอบกอดลำคอลูคัส พลางเอียงใบหน้าของตัวเองให้ได้องศาเพื่อที่เราจะได้จูบกันได้ง่ายขึ้น
ท่ามกลางความเงียบเสียงหยาบโลนดังขึ้นทั่วห้อง ช่องทางหลังก็ยังคงถูกปลายนิ้วของลูคัสปรนเปรอไม่มีหยุดจากหนึ่งเป็สอง และจากสองก็เป็สาม
เสียงบดจูบยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดเสียงหอบหายใจ เสียงครางที่หลุดรอดออกมาก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
จากเชื่องช้าอ่อนหวานกลายเป็รุกเร้าและร้อนแรงลูคัสผละออกไปก่อนจะถอดปลายนิ้วออกให้คริสตัลสะดุ้งและเบิกตาโต เขามองตามไปก็เห็นบางสิ่งที่ใหญ่โตเบื้องหน้าก่อนใบหน้าจะร้อนผ่าวขึ้นมา แล้วหันหนีไป ในตอนนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่ถูไถไปมาที่ช่องทางของตัวเอง
ลูคัสขยับสิ่งที่กอบกุมอยู่ในมือไปมาสายตามองร่างที่แดงก่ำไปทั้งตัวของคริสตัลด้วยความหลงใหล ไหนจะใบหน้าแดงๆที่เขินอายหลังจากเห็นความใหญ่โตเข้าไป
เขากระตุกยิ้มอย่างรู้สึกดีก่อนจะเอากายร้อนถูไถที่ช่องทางที่ขมิบไปมาราวกับเชื้อเชิญให้เข้าไปสำรวจมันอีกรอบก่อนจะกดส่วนหัวเข้าไป
“โอ๊ย! อื้อ ลูคัส ผมเจ็บ” เสียงกรีดร้องของร่างเล็กได้ปลุกสัญชาตญาณดิบในร่างกายของลูคัสให้ตื่นขึ้นมาจนรู้สึกตื่นเต้นยินดีไปกับเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปนั้น
เขายิ้มและไม่สนใจเสียงที่ร้องด้วยความเ็ปแต่กลับสอดแทรกความแข็งขืนของตัวเองเข้าไปอย่างช้าๆลูคัสจับเอวของคริสตัลเอาไว้ให้มั่นคง แต่มันกลับเข้าไปได้อย่างยากลำบากขึ้นกว่าเดิมเมื่อคริสตัลบีบรัดตัวตนของเขาแบบนี้!!
“ใจเย็นๆผ่อนคลายหน่อย ฉันขอโทษที่ทำให้นายเจ็บ” แต่ถึงจะบอกขอโทษแต่ความจริงในใจกำลังลิงโลดที่ได้ยินเสียงกรีดร้องหวานๆนั้น
ลูคัสโน้มตัวลงไปกอดปลอบก่อนจะค่อยๆดันกายร้อนอันใหญ่โตของตัวเองเข้าไปในช่องทางที่รัดแน่นจนแทบจะขยับไม่ได้ตอนนี้ยอมรับว่าเ็ปเป็อย่างมากมันเป็ครั้งแรกที่ทรมานและรู้สึกดีไปพร้อมๆกัน
เสียงร้องสะอึกสะอื้นดังอยู่ข้างหูของลูคัสไม่มีหยุดจนเขาต้องจูบขมับทั้งสองข้าง บนดวงตาที่ปิดสนิทและหยาดน้ำที่รินไหล จนมาหยุดชิดที่ริมฝีปากสีพีชที่กัดเม้มเอาไว้
ลูคัสแนบจูบลงไปอย่างแ่เบาอ่อนโยนจนคริสตัลยอมเปิดปากแล้วตอบรับปลายลิ้นของเขาเข้าไปกวาดชิมความหวานของริมฝีปากนั้นอีกครั้งจนเขารู้สึกว่าช่องทางของคริสตัลคลายตัวลงจึงค่อยๆถอนตัวออกอย่างช้าๆแล้วกระแทกกลับลงไปจนสุดโคน
“อ๊า!! เจ็บ ผมเจ็บ!!” คริสตัลผลักลูคัสออกทันทีแล้วกรีดร้องเสียงดังปลายเล็บก็ข่วนแผ่นหลังของลูคัสจนเจ็บแสบ และนั้นก็ปลุกสัญชาตญาณที่หายไปก่อนหน้านี้ให้กลับมาอีกครั้ง เขายอมให้คริสตัลข่วนไปมาตามร่างกายแต่ตัวเองเองก็สอบเอวเข้าออกใส่ไม่ยั้งแรงด้วยเช่นกัน
มันเป็ความรู้สึกดีที่ไม่อาจจะบรรยายมันออกมาได้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มจางหายไป จนลูคัสััได้ถึงความแหลมคมของเขี้ยวที่งอกออกมาอีกครั้งก่อนจะฝากฝังมันเข้าไปที่ต้นคออีกข้างของคริสตัลทันที
“อ๊า! อื้อ! จะ เจ็บ อะ อ๊า”ปากบอกเจ็บแต่โอบรอบคอของลูคัสเอาไว้แน่น แถมขาก็โอบรัดเอวไม่ปล่อยไปอีก เขาเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะร้องออกมาด้วยความรู้สึกดี
“ซี๊ด อ๊า!สุดยอด!” ลูคัสเร่งเอวสอบกายเข้าหาคริสตัลอย่างหยุดไม่อยู่เขาผละออกมาแล้วจับเอวคริสตัลไว้แแ่ก่อนจะเร่งกระแทกเข้าออกอย่างรุนแรงจนความรู้สึกดีที่มันมาประจุอยู่ที่ส่วนหัวที่มุดเข้าออกอยู่ในช่องทาง
ในตอนนั้นเองที่ความรู้สึกทั้งหมดมันะเิออกมาและปลดปล่อยเข้าไปในตัวพร้อมๆกับที่คริสตัลก็กรีดร้องออกมาสุดเสียงแล้วปลดปล่อยมันออกมาพร้อมกัน
แต่เมื่อจบรอบแรกไปแล้วความรู้สึกร่ำร้องว่ามันยังคงไม่พอก่อนจับร่างของคริสตัลพลิกคว่ำและยกสะโพกขาวๆนั้นขึ้นมาตบลงไปหนึ่งทีด้วยความฮึกเฮิม
ลูคัสมองช่องทางที่มีน้ำที่ตัวเองปลดปล่อยเข้าไปไหลออกมาตามง่ามขามันช่างเป็ภาพที่สวยงามเป็อย่างมาก
“ผม เหนื่อยแล้ว”เสียงแ่เบาดังขึ้นมา ลูคัสยืดตัวขึ้นแล้วขยับแท่งร้อนที่แข็งขืนของตัวเองอีกครั้งและสอดมันเข้าไปที่ช่องทางที่ฉ่ำน้ำร่างกายที่สั่นสะท้านของคริสตัลสะดุ้งน้อยๆก่อนเสียงครางหวานจะหลุดรอดออกมาให้ได้ยิน
ลูคัสโน้นตัวแล้วโอบกอดคริสตัลที่แทบจะหมดแรงให้แผ่นหลังขาวเนียนแนบชิดกับแผ่นอกของตัวเองก่อนจะหอมหัวที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อด้วยเสียงแหบแห้ง
“แต่ฉันยังไม่อิ่มเลย”และแล้วเพลงรักที่ร้อนแรงก็เริ่มขึ้นอีกครั้งโดยที่คริสตัลไม่สามารถร้องขออะไรได้อีกเลยนอกจากจะร้องครางเท่านั้น
….
-ห้องรับแขก-
ภายในห้องรับแขกที่ตอนแรกเหลืออยู่ห้าคนมนุษย์หนึ่ง แวมไพร์สี่ จนตอนนี้เหลือเพียงมนุษย์หนึ่ง แวมไพร์หนึ่ง ส่วนที่เหลือเนื่องจากทนเสียงที่ร้องครวญครางอีกต่อไปไม่ไหวจึงได้อัญเชิญตนเองออกไปเฝ้ายามด้านนอกแทน จนทำให้เหลือเพียงลาเฟ่และวินเซนต์เท่านั้น
ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบวินเซนต์นั้นได้ฟังเสียงของพี่ชายที่ดังผ่านอากาศออกมาให้ได้ยินว่ารู้สึกดีแค่ไหนที่ได้ทำพันธะเืก็เกิดความคิดว่า อยากจะลองทำบ้างก่อนจะลอบส่งสายตาไปให้อีกคนที่นั่งนิ่งเงียบไม่ขยับไปไหน
วินเซนต์กัดปากตัวเองอย่างหงุดหงิดใจที่ล่าเฟ่ไม่คิดจะสนใจตัวเองจนต้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ห้องห้องหนึ่งภายในบ้านหลังนี้แทน
ลาเฟ่ที่เห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นบ้างทันทีที่เห็นผีดูดเืตัวนั้นเดินตรงไปทางห้องของเขา
“หยุดเลยนะ นั่นห้องฉัน”
แต่วินเซนต์ก็ไม่สนใจเปิดประตูเข้าไปทันที
“เฮ้ไอ้ตัวดูดเื ฉันบอกให้หยุดไง!” แขนของวินเซนต์ถูกคว้าเอาไว้และนั้นทำให้รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมาเขาหมุนตัวก่อนจะจับร่างของลาเฟ่โยนไปทางเตียงนอนของเ้าตัวก่อนจะตามขึ้นไปคร่อมทับเอาไว้
“ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงกับเสียงของคู่นั้นนะ หืม” วินเซนต์กระซิบที่ข้างหูของลาเฟ่จนเ้าตัวหยุดชะงักนิ่งค้างไป
“ออกไปเลยไอ้ตัวน่ารังเกียจ”ลาเฟ่กัดฟันพูดออกมา แล้วดันอกแกร่งที่ิัเย็นเฉียบออกไปแต่อีกฝ่ายไม่ขยับไปไหนเลย
“แย่จังฉันเนี่ยพอฟังเสียงของท่านพี่ที่ร้องออกมาด้วยความรู้สึกดีแบบนั้นแล้วฉันอยากจะลองทำบ้าง” ว่าจบก็ใช้ปลายลิ้นลากไล้ไปมาตามลำคอของลาเฟ่
“อย่านะไม่งั้นฉันจะฆ่าแก”
“ว้าวแบบนี้คงต้องลองดูก่อนซะแล้ว แต่หลังจากนั้น นายจะฆ่าฉันได้หรือเปล่าคงต้องรอดู”วินเซนต์พูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ก่อนจะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วทิ้งตัวลงนอนข้างๆ “นอนซะอย่างน้อยอยู่ตรงนี้ก็ได้ยินเสียงของคู่นั้นไม่ชัดสักเท่าไหร่ละนะ”
….
ลาเฟ่ที่กำลังจะเอ่ยปากไล่วินเซนต์ให้ออกไปก็เงียบลงแล้วลองเงี่ยหูฟัง ถึงแม้จะยังได้ยินแต่มันก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าตรงห้องรับแขกอีกแล้ว แต่สำหรับวินเซนต์มันไม่ใช่
ต่อให้อยู่ไกลขนาดนี้ยังไงก็ยังได้ยินอยู่ดีก็เลยวาดมืออกไปในอากาศปิดกั้นเสียงรบกวนทั้งหมดเอาไว้ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามา
“นอนไปสิฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า แต่ถ้ายินยอมละก็ จะพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่งละนะ”
“ไอ้บ้านี่!!”และนี่ก็กลายเป็ครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันในสถานการณ์ที่ชวนให้ความรู้สึกอึดอัดแต่มันกลับรู้สึกอบอุ่นใจอย่างน่าประหลาด ไม่นานลาเฟ่ก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
บางสถานการณ์อาจจะทำให้บางคู่ต้องระแวงและแตกคอกันเองจนต้องเลิกร้างและลาจาก
บางสถานการณ์เปิดโอกาสให้คู่ที่เกลียดขี้หน้ากันได้ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแค่เพียงครั้งหนึ่ง
บางสถานการณ์ทำให้รับรู้ว่าตนเอง้าใครสักคนอยู่ข้างกายแล้วพร้อมสู้ไปด้วยกัน
และบางสถานการณ์ก็สอนให้รับรู้ว่าสิ่งที่เป็ศัตรูกับคนทั่วโลก แท้จริงแล้วก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปซะหมด อย่างความรู้สึกของวินเซนต์กับลาเฟ่ที่ภายนอกดูเหมือนจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง แต่ในเวลาที่วิกฤตต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกันแล้วนั่นกลายเป็ความเชื่อใจที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้โดยไม่รู้ตัว จนพัฒนาความรู้สึกของทั้งคู่ให้ตรงต่อกันในอนาคตข้างหน้าที่จะถึงนี้
วินเซนต์ฟังเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังขึ้นแ่เบากลิ่นกายหอมเย็นสบายที่พัดผ่านเข้ามาทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
อ่าแบบนี้เองสินะ สิ่งที่ท่านพี่รู้สึกยามเมื่ออยู่ข้างกายของคริสเพราะมันรู้สึกสบายแบบนี้สินะ
….