ั้แ่แม่เสียชีวิตเขาพบว่าตัวเองมีปัญหา เวลากลางคืนสำหรับเขามันเหมือนจะยาวนานกว่าคนอื่นเป็พันเท่า เขาเกลียดความมืดที่ยาวนาน ทุกคืนที่เขาต้องอยู่ตัวคนเดียว เขาจะเห็นภาพเดิม ๆ ซ้ำ ๆ วนอยู่ในหัว
ภาพคืนวันนั้นที่เขาอยู่บ้านคนเดียวพ่อโทรบอกให้เขาไปหาลุงแช่มให้ไปส่งที่โรงพยาบาล พ่อบอกแค่ว่าพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุ พอเขาไปถึงโรงพยาบาล เขาเจอพ่อยืนรออยู่ พ่อดูสกปรก ยับเยิน ตาแดงก่ำและอ่อนล้า
"โมกข์ ตั้งสติดีๆ นะลูก แม่พิมพ์เขาเสียแล้ว" พ่อพูดเสียงสั่นเครือ เขามองหน้าพ่อ ชั่วขณะนั้น เขาไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของพ่อ
"อะไรคือเสีย พ่อ เราอยู่โรงพยาบาล แม่เป็อะไรให้หมอเขารักษา" "โมกข์แม่เขาไม่ไหวลูก เขาเสียเืมากเกินไป หมอรักษาแม่ไม่ได้"
คำพูดของพ่อค่อยๆแทรกเข้าไปในสติสัมปชัญญะของเขา เขาค่อยๆ เข้าใจ แต่ไม่อยากจะยอมรับความจริง "พ่อ พ่อให้โมกข์เจอแม่ ให้โมกข์คุยกับแม่ได้ไหม โมกข์ไม่เข้าใจที่พ่อพูด" คุณอาทิตย์ มองหน้าลูกชายอย่างเข้าใจ และเห็นใจเพราะเราต่างก็สูญเสียคนที่ตนรักมากที่สุดเช่นเดียวกัน
"พ่อ พ่อ อย่านิ่งสิ พ่อพาโมกข์ไปหาแม่ โมกข์อยากเจอแม่นะพ่อ"
คุณอาทิตย์พาลูกชายไปติดต่อเ้าหน้าที่ เ้าหน้าที่พาเขาและพ่อไปยังห้องห้องหนึ่ง มีเตียงโรงพยาบาลหนึ่งเตียงตั้งอยู่โดดเดี่ยว บนเตียงมีผ้าคลุมร่างใครบางคนบนเตียงนั้น เราหยุดยืนอยู่ข้างๆเตียงนั้น พ่อหันมามองหน้าลูกชาย "โมกข์ นี่คือร่างกายของแม่ แม่พิมของโมกข์กับพ่อไม่ได้อยู่กับเราแล้ว ทิ้งไว้แต่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดรุ่งริ่งของร่างๆเดิมนี้ไว้ ถ้าโมกข์เห็นอะไรพ่ออยากให้โมกข์รู้ไว้แม่เขาไม่เจ็บไม่ปวดอะไรอีกแล้วนะลูก โมกข์ยังอยากจะดูหน้าแม่อีกไหม" “พ่อ โมกข์อยากจะเห็นความจริงด้วยสายตาของโมกข์เอง”
" คุณอาทิตย์ค่อยๆเปิดผ้าคลุมร่างภรรยาของเขาออก พิโมกข์ใจสั่นรัวเขายกมือขึ้นกุมหัวใจที่มันเต้นแรงและเร็วในฝ่ามือเขา ทันทีที่เห็นหน้าแม่ เขาหัวใจสลาย หลายอย่างที่ผิดรูปผิดร่างเปลี่ยนไปจนเขาจำแทบไม่ได้แต่ส่วนที่เหมือนเดิมกลับตอกย้ำว่าผู้หญิงที่นอนบนเตียงคนนี้ คนที่ผอมบาง แต่เข้มแข็ง ฉลาดเฉลียว คนที่ยิ้มสดใสให้เขาั้แ่เขาจำความได้ อ้อมแขนเล็กๆบอบบางนี้ที่คอยกอดเขาเป็ร้อย เป็พันครั้งน้ำเสียงเล็กๆและอ่อนโยน ต่อไปนี้ไม่มีสิ่งเหล่านี้อีกแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว พิโมกข์เจ็บและปวดที่หัวใจ เขาขยำเสื้อตรงหน้าอกไว้ เหมือนกับว่ามันเป็กิ่งไม้กิ่งเดียวที่เขาคว้าได้ตอนที่ตกจากหน้าผาสูงชัน เขาทรงตัวไม่อยู่ทิ้งตัวลงหัวเข่ากระแทกพื้นทั้งสองข้าง ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกปวด เขามองไปข้างหน้าผ่านม่านน้ำตาแต่ไม่เห็นสิ่งใด ในหัวเขาว่างเปล่าขาวโพลน ได้ยินแต่เสียงร้องไห้อย่างใจสลายของตนเองดังก้อง อยู่ในหู ยาวนาน
คืนนี้ก็เป็อีกคืนที่ยากลำบากเขาลุกขึ้นจากเตียงวิ่งลงไปที่ชั้นล่างเปิดประตูะโลงไปในสระว่ายน้ำเขาว่ายน้ำเร็วๆ แรงๆ ว่ายไป ว่ายมา รอบแล้ว รอบเล่าเหมือนกับว่าร่างกายนี้เป็เครื่องจักร เหมือนกับว่ามันไม่รู้จักเหนด จักเหนื่อย จนถึงจุดๆหนึ่งที่ปอดของเขาเหมือนจะฉีกร่างกายถึงขีดจำกัดของมัน เขาค่อยๆลากตัวขึ้นมาทิ้งตัวนอนข้างสระว่ายน้ำ ความทรงจำไม่หายไปความเสียใจความเศร้าก็ยังอยู่ หูเขาแว่วได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากเรือนเล็กหลังเก่าของคุณตา
ใคร!!!บังอาจ มามีความสุขบนความตายของแม่กู !!! พิโมกข์คิดอย่างบ้าคลั่งขาดสติ เขาวิ่งเข้าไปในบ้าน หยิบขวดเหล้าบนตู้บาร์เหล้ายกขึ้นกระดกดื่ม อึกๆๆๆๆ เหมือนคนกระหายน้ำ ไม่สนใจส่วนที่มันล้นทะลักเลอะเสื้อผ้าและไหลนองเต็มพื้น จนหมดขวด เขาขว้างขวดเหล้าเข้ากับประตูกระจกบานยาวอย่างแรง เสียงดังเปรี้ยง!!! ดังลั่นในหัวทำให้เกิดความสะใจ เขาหยิบแก้วทรงสูง ขว้างลงบนพื้น หนึ่งใบ สองใบ สามใบ สี่ใบ จนหมดทั้งแถว โดยไม่สนใจว่าเศษแก้วบางส่วนจะกระเด็นโดนส่วนใหนในร่างกายเขา พอได้ระบายออกมาจนหมดแรง ลมหายใจถี่ๆในตอนแรกเริ่มแ่ลง แ่ลง ตาหรี่ ปรือลงด้วย ฤทธิ์เหล้า เขาค่อยๆหยิบขวดเหล้าอีกขวดเดินโซเซ ไปมาเหยียบเศษแก้วก็ไม่ได้ใส่ใจกระดกเหล้าเรื่อย ๆ เดิน ขึ้นห้องไปช้าๆ พอไปถึงเตียงก็ล้มตัวลงนอนทั้งเสื้อผ้าเปียกๆ ทิ้งขวดเหล้าที่เหลือครึ่งขวดกลิ้งล้มหกนองเต็มพื้นห้องนอน อย่างไม่มีสติมาใส่ใจ
ฝั่งบ้านเล็ก แม่ลูก หลังจากพูดคุยหัวเราะกันไม่นานก็ได้ยินเสียงแก้วแตกมาจากบ้านใหญ่ก็ใ พากันวิ่งออกมา บังเอิญเจอเข้ากับลุงแช่ม แกกำลังชะเง้อ ชะแง้มองเข้าไปตรงบ้านใหญ่ พอเห็นสามแม่ลูกวิ่งออกมา ก็หันมาพูดอย่างหนักใจ "คงสงบลงแล้ว เดี๋ยวผมเข้าไปเก็บกวาดครับ"
ครูไพลินถาม "เป็อย่างนี้บ่อยไหมลุงแช่ม" "ั้แ่แม่คุณหนูแกเสียไปนะครับ บางคืน แกก็พาเพื่อนมากินเหล้าเปิดเพลงเสียงดัง แล้วก็เมาพับไป บางวันก็ออกไปข้างนอกกลับมาก็เกือบๆ เช้านะครับ พวกผมก็เป็ห่วงนะครับแต่ไม่รู้จะจัดการยังไง"
“แล้วคุณอาทิตย์เขาทราบไหมคะว่า คุณเขาเป็แบบนี้นะ”
"ทราบครับทุกครั้งที่คุณโมกข์ทำข้าวของเสียหาย หรือมีเื่มีราวก็จะแจ้งคุณอาทิตย์ตลอดครับ คุณอาทิตย์แกก็บอกแค่อะไรเสียหายให้ตามคนมาซ่อม ถ้ามีเื่มีราวอะไรก็ให้โทรหา ทนายของบริษัท นะครับ"
ครูไพลินถอนหายใจยาว คิดว่าปล่อยไปแบบนี้ไม่ดีแน่ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง พรุ่งนี้คงต้องคุยกับพี่อาทิตย์ดู ใจหนึ่งก็อดตำหนิ คุณอาทิตย์ไม่ได้ ทำไม ทิ้งลูกชายที่เพิ่งเสียแม่ไว้คนเดียว
ลุงแช่มพูดเพิ่มเติมอีก "กลางวันคุณโมกข์ไม่มีอาการอะไรนะครับดูปรกติดีทุกอย่าง อาจจะเป็ที่เหล้า นะครับถ้าแกกินเหล้า แกก็จะก้าวร้าว
คุณทิพย์ ใ "อายุ16 กินเหล้าแล้วหรือคะนี่"
ลุงแช่มเล่าต่อย่างคนอัดอั้นตันใจ "ทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ บางทีก็มีเื่ผู้หญิงด้วยนะครับ แต่ก่อนตอนคุณ พิม อยู่คุณโมกข์ไม่เป็แบบนี้หรอกครับ เด็กดีตั้งใจเรียน ไม่รู้ว่าทุกวันนี้ที่แกออกจากบ้านทุกวัน นะไปเรียนหรือเปล่านะครับ แกเป็คนไม่ค่อยพูดแต่ไหนแต่ไรมา ก็เลยไม่ค่อยจะกล้าถามอะไรนะครับ ถ้าแกจะสั่งหรือบอกอะไรแกก็จะเดินมาบอกของแกเอง"
"พวกคุณ คุณ ก็ ถ้ากลางคืนเลี่ยงบ้านใหญ่ได้ก็เลี่ยงนะครับ ยิ่งคุณไพลินเพิ่งแต่งเข้ามา เดี๋ยวจะมีเื่กันเปล่าๆ"
ครูไพลินคิดในใจ จะเลี่ยงได้อย่างไร เด็กกำลังมีปัญหา ฉันก็ครูคนหนึ่ง อีกอย่างที่แต่งเข้ามาก็เพราะมีเหตุผลส่วนตัวไม่ได้อยากได้ สมบัติ หรืออยากแทนที่ใคร แต่เธอก็อดเสียใจไม่ได้ว่าการตัดสินใจแก้ปัญหาของเธอกับคุณอาทิตย์ไปทำร้ายจิตใจเด็กนั่นแบบไม่ได้ตั้งใจ และเด็กนั่นก็ดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน พี่อาทิตย์นะพี่อาทิตย์ เป็พ่อแบบไหนปล่อยปละละเลยลูกขนาดนี้
เพชรชมพูอดเถียงลุงแช่มแทนพิโมกข์ในใจไม่ได้ เฮียโมกข์ไม่ได้ก้าวร้าวและน่ากลัวอย่างลุงว่าซะหน่อย เฮียโมกข์ไม่พูดก็จริงแต่ เฮียโมกข์ช่วยเธอไว้ตั้งหลายครั้งจนเธอแทบจะยกเขาเป็นางฟ้า เอ้ย! เทวดาประจำตัวเธออยู่แล้ว เจอทุกที่ที่มีภัยไว้ใจโมกข์ เธอเจอหน้านิ่งๆของเฮียโมกข์ทีไร ถึงแม้เขาจะไม่ยิ้มให้แต่เธอรู้สึกดีใจ สบายใจ และอบอุ่นใจทุกที แบบบบ นั่นไงเฮียโมกข์มาแล้ว เขาเอาอยู่ เธอฟังเื่เขาแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เธอจะช่วยอะไรเขาได้บ้างไหมนะ...
23:30 น. เพชรชมพูแอบแง้มประตูห้องนอน เธอเดินย่องเบาๆไปที่ห้องน้องชายเปิดประตูแล้วสะกิดนิลภัทร นิล นิล เรียกก็แล้ว เขย่าก็แล้ว เธอยืนกอดอก อ่อนใจความขี้เซาของน้องชาย มันต้องใช้ท่าไม้ตาย เธอหันไปหยิบดินสอบนโต๊ะหนังสือแล้วเดินอ้อมไปนั่งปลายเตียงใช้ดินสอฝนไปเบาๆที่ผ่าเท้านิลภัทร ได้ผล นิลภัทร สะดุ้งโหยง ลุกขึ้นนั่งทันที พี่สาวหัวเราะไม่มีเสียง แล้วรีบไปนั่งประกบคนงัวเงีย “นิลพี่อยากไปดูเฮียโมกข์ไปเป็เพื่อนพี่หน่อย”
น้องชายขยี้ตาล้มตัวลงนอนทันที “ไม่ไปหรอกง่วง!” เพชรชมพูเดินแผนสองทันที “200” เงียบ! “300” เงียบ!! เพชรชมพูกัดฟันกรอด “400” ต้องแผนสามสินะ “ไอ้นิลถ้าแกไม่ไปฉันจะบอกแม่เื่ที่แกี้เีทำการบ้านแล้วโยนกระเป๋าทิ้งลงน้ำแต่แกบอกว่าเพื่อนแกล้ง” นิลภัทรลุกพรวดทันที “จ้า จ้า ไปแล้วจ๊ะแม่ 400 บาทนะ ห้ามบอกแม่ด้วย ชิ!!!! เลี้ยงน้องมาอย่างดี นี่รอดชีวิตมาถึงทุกวันนี้ได้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว” ฉันทำมือ จุ๊ๆ ให้เ้านิลเบาๆหน่อย เ้าตัวดีลุกขึ้นยืนแบมือป้อ ฮึ้ย!!!! อยากจะเขกกะโหลก
เธอเดินไปหยิบพวงกุญแจที่ลุงอาทิตย์ให้แม่ไว้ั้แ่ที่เรามาถึงวันแรกๆ แม่เธอเก็บไว้ที่ลิ้นชักตู้ยา
เธอกับนิลภัทรแอบย่องเบาๆเข้ามาในบ้านใหญ่เธอเห็นไฟที่ชั้นสองห้องที่ตรงกับสระว่ายน้ำสว่างอยู่ เธอแอบกลัวเหมือนกันว่าเขาจะลุกขึ้นมาอาละวาด เธอหรือเปล่าจึงนัดแนะกับนิลภัทร ถ้าเห็นทีท่าไม่ดีเราต้องหนีเอาตัวรอดอย่างไร บ้านหลังนี้กว้างมาก ออกแบบทันสมัย สวยงามโปร่งตา แต่มันกว้างเกินไปสำหรับใครสักคนที่จะอยู่คนเดียว
ลุงแช่มคงเข้ามาเก็บกวาดไปแล้ว ไม่เหลือร่องรอยความเสียหายยกเว้นช่องกระจกที่ว่างเปล่า เธอและน้องชายเดินย่องๆเกาะแขนกันราวกับมาเที่ยวบ้านผีสิง เราเดินตรงไปที่ห้องใหญ่ตำแหน่งที่เราเห็นแสงไฟจากข้างล่าง ประตูแง้มๆอยู่ฉันค่อยๆดันประตูเข้าไปกลิ่นเหล้าในห้องคละคลุ้ง เธอกวาดตามองหาคนก็พบว่า คนตัวโตนอนพาดไปกับเตียงด้วยชุดนอนเปียกโชค แถมฝ่าเท้าที่หันมาทางประตูก็เต็มไปด้วยเื มีเืสองสามหยดหยดลงพื้น มีเศษแก้วบางส่วนปักคาอยู่ที่เท้า ห้องแอร์ที่เย็นเฉียบขนาดนี้ถ้าทิ้งให้นอนต่อไปอย่างนี้พรุ่งนี้เช้าคงได้เป็ไข้กันพอดี ต้องทำอะไรก่อนดีเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือทำแผล นิลภัทร พอรู้ว่าคนตรงหน้าหลับไปแล้วก็คลายความระวังตัว ส่ายหัวไปมา “ไม่เหลือสภาพคนหล่อ เหลือแต่หมาตกน้ำเหมือนหมา เมาก็เหมือนหมา จะเอาไงดีพี่เพชร ว่ามา” นิลภัทรเท้าเอวมองคนบนเตียงตรงหน้า เพชรชมพูตัดสินใจ “เดี๋ยวพี่ไปหาเสื้อผ้าในตู้ นิลเปลี่ยนชุดให้เฮียโมกข์นะ”เพชรชมพูสั่งน้องชาย พลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ตู้เสื้อผ้ากว้างกินพื้นที่ผนังหนึ่งข้างเธอเปิดไล่ทีละคู่ไปจนเจอชุดนอนกับชุดชั้นในพับเป็ระเบียบอยู่ตู้สุดท้ายติดห้องน้ำเธอรีบหยิบชุดนอนสายตาไม่วอกแวก
นิลภัทรกำลังถอดเสื้อให้ ร่างสูงที่นอนนิ่งไม่ขยับ เธอเดินไปเตรียมจะช่วยน้องชาย นิลภัทรเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงดุ “พี่เพชร เป็สาวเป็แส้ นู่นไปหายามาทำแผลเลยไป ” ฉันยิ้มให้น้องชาย “จ๊ะ!!พ่อ”เดินหาจนจะรอบบ้านก็หาไม่เจอ เธอเดินขึ้นมาหาน้องชาย “ไม่เจอเลยนิล วิ่งไปเอาที่บ้านให้หน่อยป่ะ” ทำไมพี่เพชรไม่ไปละ เป็ผู้หญิงจะอยู่สองต่อสองได้ยังไง" “พี่รู้จักเขาถ้าเขาฟื้นขึ้นมาเจอพี่พี่ว่าพี่เอาตัวรอดได้ แต่ถ้าเป็เธอเขาอาจจะบีบคอเธอก็ได้นะ” นิลภัทรนิ่งคิด ก็คล้อยตามพี่สาว แต่ไม่วายหันกลับมาต่อลอง “ออกกำลังเยอะขนาดนี้ขอเพิ่มอีก 100 ได้เปล่า” ไอ้เด็กนี่ นี่ มันงกเหมือนใครกันนะ “ไม่แล้วย่ะ เขาเป็ผู้มีพระคุณของครอบครัวเรานะ”
นิลภัทรไม่ลดละความพยายาม"ของพี่เพชรคนเดียวต่างหาก" “นิล เขาเป็ลูกลุงอาทิตย์ ลุงอาทิตย์เป็ผู้มีพระคุณของเรานะ” นิลภัทร ยอมจบที่เหตุผลนี้ "เขารีบวิ่งกลับไปที่เรือนเล็ก
เพชรชมพูเดินสำรวจาแตามร่างกายของเขาพบว่าตามตัวก็มีรอยจากแก้วเล็กๆกระจายเต็มไปหมด แต่ที่หนักสุดก็คือที่เท้าที่มีเศษแก้วเสียบคาอยู่ เ้านิล นี่ก็ไปนานจังเธอนั่งพิงเตียงด้านข้างรอ อืมม นานจริง เธอเปลี่ยนท่านั่งเป็พับเพียบเอาคางวางไว้หลังมือที่วางราบไปกับที่นอน เธอนั่งท่านี้เห็นขนตาเฮียโมกข์ ขนตาก็ยาว ผิวก็ขาว ตัวก็สูง เพอร์เฟคทุกอย่างเลย แต่ทำไมน่าสงสารจัง เหงาไหมคะเฮียโมกข์….
พิโมกข์ตื่นกลางดึกเขาดูนาฬิกา 02:40 น. ตรงหัวเตียง โอ้ย!! ปวดแปร๊บ ๆ ที่เท้า เขาลุกขึ้นเตรียบจะขยับดูที่เท้าก็พอดีสายตาเหลือบไปเห็นคนตัวเล็กนั่งหลับซบอยู่ข้างเตียงเขากระพิบตา งง งง ทุกๆครั้งที่เด็กคนนี้โผล่เข้ามา ราวกับว่าเธอเข้ามาทำให้เื่ร้ายๆ ในหัวเขามันหายไป บางครั้งอาจเป็เพราะเวลาเจอเธอมักจะมีเื่ยุ่งๆให้ต้องคิดให้ต้องจัดการ จนลืมคิดถึงเื่ของตัวเองไปชั่วขณะหนึ่งละมั้ง เขามองหน้าน้อยๆ ผมสั้นๆ คอยาวๆที่นั่งพับเพียบหลับอยู่ตรงนี้ เขาก้มลงมองหน้าเธอ อย่างพิจารณาเขาเคยสงสัยว่าปลายขนตาของเธอเป็สีทองจริงๆหรือเปล่า มองใกล้ๆแบบนี้ก็เลยรู้ว่าไม่ใช่ มันแค่เป็สีน้ำตาลอ่อนและอ่อนจางเป็พิเศษตรงปลายขนตา เขาควรจะเกลียดเธอ แต่พอรู้ว่าเป็เธอ ลึกๆกลับรู้สึกดีใจ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้รู้สึกผิดต่อแม่ เหมือนกับว่าเขายินดีที่พ่อมีคนใหม่ เหมือนกับว่าลูกคนเดียวคนนี้ที่เธอรักที่สุดกำลังหักหลังเธอ กำลังจะลืมเธอ
เขายื่นนิ้วยาวๆ ดีดเบาๆเข้าที่กลางหน้าผากเธอ เพชรชมพูสะดุ้งตื่นทันที เธอสบตากับคนหน้านิ่งตรงหน้าเดาใจเขาไม่ถูกว่าเขากำลังอารมณ์ไหน
พิโมกข์ พูดขึ้นทำลายความเงียบ “ทำแผลให้หน่อยสิเพชร ชุดปฐมพยาบาลอยู่ในตู้กระจกในห้องน้ำนะ ”เธอรีบลุกขึ้นกุลีกุจอ “ได้คะ..รอเพชรแป๊บเดียวนะเฮียโมกข์” ว่าแล้วทำไมหาไม่เจอซ่อนอยู่ในห้องน้ำนี่เอง ว่าแต่ไอ้นิล มันห่วงพี่สาวประสาอะไรวะหายไปเป็ชาติ เธอเดินกลับมานั่งขัดสมาธิ ที่พื้นห้องมีพิโมกข์นั่งห้อยขาอยู่ปลายเตียง คนตัวเล็กนั่งก้มหน้าเอาสำลีชุบยาฆ่าเชื้อและทาแผลสด เช็ดวนๆ แผลเล็กๆ หลาย ๆ จุด จนเหลือชิ้นใหญ่ที่เธอไม่กล้าจะดึงออก “เพชรไม่กล้าดึงออกมันอาจจะต้องเย็บหรือเปล่าเฮีย ไปโรงพยาบาลกันไหมคะ”
พิโมกข์ยกเท้าขึ้นมาพิจารณา เขาออกแรงดึงทีเดียวเืพุ่งตามเศษกระจกออกมา “ไม่ต้องหรอกแค่นี้เอง” คนนั่งข้างล่างเห็นเืเยอะขนาดนั้นก็ใ ก้มหน้าก้มตาเอาผ้ากดแล้วบีบขาเขาไว้ในฝ่ามือ พิโมกข์เห็นเธอก้มหน้าเงียบผิดปรกติ ก็ใช้มือใหญ่ขยำผมข้างหน้าของเธอเบาๆดันให้หน้าแหงนขึ้น เห็นคนข้างล่างนั่งน้ำตาไหล หยดแหมะๆลงที่พื้นก็ใถามออกมาเบาๆ “ร้องไห้ทำไม” เพชรชมพูยกต้นแขนขึ้นเช็ดน้ำตาสองข้าง “เฮียเจ็บหรือเปล่า อย่าใจร้ายกับตัวเองนักเลย “ ”มีอะไรที่เพชรพอจะช่วยเฮียได้ไหม เฮียบอกเพชรมาได้เลยนะคะ เพชรอยากช่วย”
พิโมกข์ยิ้มเ้าเล่ห์ “ฉันนอนไม่หลับ เธอจะช่วยมานอนเป็เพื่อนหน่อยได้ไหม” “ไอ้!! เฮีย”
“พูดจาไม่น่ารักเลย ป่ะ เสร็จยัง เดี๋ยวเดินไปส่ง” พิโมกข์เลิกล้อเล่น
“ เอ่อ! มีเื่หนึ่งจะถาม เฮียโมกข์ไปโรงเรียนทุกวันไหมคะ”
“ ฉันไปโรงเรียนทุกวัน” เธอยิ้ม เธอเชื่อเขา “เฮียโมกข์ อยากให้ช่วยติวบางวิชาจะได้ไหมคะ”
“เธอต้องเอาหนังสือมาให้ฉันอ่านก่อนเพราะหลักสูตร มันอาจไม่เหมือนกันนะ”
“บอกไว้ก่อนฉันอาจไม่ว่างติวให้ทุกวันหรอกนะ” พิโมกข์ออกตัว
“โอ้ย!!ไม่มีปัญหา ใครจะอยากมานั่งเรียนหลังเลิกเรียนกันทุกวันละเฮียโมกข์”
“แต่ฉันกินข้าวทุกวันเธอต้องทำอาหารเย็นมาให้ทุกวันไม่ว่าจะมีติว หรือไม่ก็ตาม”
“เฮีย ทำกับข้าวทุกวันมันใช้พลังงานเยอะ เฮียจะมีค่าจ้างให้เปล่า” เพชรชมพู ลองๆถามดูเผื่อได้
“เธอจะเอาเงินไปทำไม”
“ อ้าวเฮีย!!! ถามแปลกคนเราต้องกินต้องใช้ แถมต้องจ่ายหนี้เฮียอีกจำไม่ได้แล้วเหรอคะ”
พิโมกข์คิดในใจ ยัยนี่ขี้งกจริงๆด้วย “ตามนั้น"