“ เฮ้ยยยย.. อะไรวะเนี่ย ข้าจะเปลี่ยนเป็ตัวอะไรเนี่ยท่านย่าต้องดุข้าแน่นนอน ”
มันรีบเอาหัวจุ่มน้ำเพื่อหวังเป็เพียงแค่เศษฝุ่นติดผม มันขยี้เส้นผมไปเท่าไร ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเส้นผมมันยังคงสีดำเหมือนเดิม ทว่าไม่เป็ผลดังทีมันหวังทำได้เพียงเดินกลับถ้ำ ตลอดทางมันนึกสรรหาคำมาแก้ตัวกับท่านย่า ทว่ายิ่งคิดยิ่งไม่รู้จะหาข้ออ้างใดมาแก้ตัวได้ มันทำได้เพียงปล่อยว่างแล้วจดจ่อกับการโคจรลมปรานที่ยังกระจายอยู่มารวมกันที่จุดตันเถียน และมันก็ััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในจุดตันเถียน กลิ่นไอปรานทมิฬเฉกเช่นเดียวกับปรานทมิฬที่เคยปรากฎออกมาจากไข่มุกกำลัง มันกำลังหลอมรวมเข้ากับจุดตันเถียงส่งผลให้ภายในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงราวฟ้ากับเหว ทว่าทางเลือกมันไม่สามารถเลือกได้มากนัก ตอนนี้มันทำได้เพียงหลอมปราณทมิฬปรับให้เข้ากับพื้นฐานลมปรานเดิมให้หลอมรวมเป็หนึ่งกับร่างกายของมัน
สิ่งแรกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมปราณจะรีดเร้นจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งก่อนหลอมรวมแล้วถูกรีดเร้นออกมาตามทักษะที่ฝึกฝน ทว่าภายหลังจากที่มันกลืนไข่มุกทมิฬลงไปร่างกายมันสามารถใช้ปราณโดยไม่ต้องรีดเร้นไปรวมที่ไว้ที่จุดเดียว แต่มันก็สามารถใช้ปราณรวมไว้ที่จุดเดียว การเปลี่ยนแปลงนี้ส่วนหนึ่งและยังไม่อีกหลายสิ่งที่มันยังััไม่ได้
เกือบสี่ชั่มโมงผ่านไปเฟยซุนหยุดการโคจรปราน มันล้วงเข้าไปในเสื้อหยิบคัมภีร์จักรวาลคืนอสูรมาไว้ในมือพลิกเปิดทำความเข้าใจ ทักษะภายในคัมภีร์มีทั้งหมดมีเจ็ดรูปแบบ ทั้งเจ็ดรูปแบบนั้นมันไม่อาจตีความเข้าใจได้สักส่วนระหว่างทีมันเปิดคัมภีร์แต่ละแผ่นล้วนแฝงไปด้วยปรานทมิฬไปแพร่กลิ่นไอออกมาอย่างเข้มข้น "มันต้องใช้วิธีใดกันแน่น"
มันััได้ถือปราณทมิฬจึงทดลองปล่อยปราณทมิฬจากร่างหลอมรวมเข้ากับคัมภีร์จนลอยขึ้นจากฝ่ามือ ทว่าคัมภีร์กลับตอบรับพลังปราณทมิฬของมัน ปราณทมิฬไหลหลวมก่อตัวขึ้นครอบคลุมคัมภีร์จนไม่อาจฝืนมองทะลุเข้าไปได้กลุ่มก้อนปราณทมิฬหมุนควบรวมผนึกผสานเข้าไปในคัมภีร์ที่ลอยกลางอากาศ รูปลักษณ์ปราณทมิฬที่ห่อหุ้มค่อยๆบีบอัดเล็กลงจนเท่าเม็ดถั่วจนสิ้นสุดการเปลี่ยนแปลง ั์ตาเฟยซุนสั่นสะท้านด้วยความกังวล คัมภัร์จากที่เคยจับต้องได้ ตอนนี้กลับไร้รูปกลายเป็เม็ดถั่วลอยอยู่ด้านหน้า ก่อนที่มันจะพุ่งตรงเข้ามาที่กลางหน้าผากเข้ามัน "เฮ้ยยย" มันทำได้เพียงร้องเสียงหลง มือทั้งสองรีบลูบหน้าผากที่ปราณทมิฬรูปเม็ดถั่วนั้นหลายไปเข้าไปในตัวมัน หน้าผากของมันในยามนี้ปรากฎดอกบัวสีดำขึ้นตรงกลางหน้าผาก ทักษะความเข้าใจของคัมภีร์ปรากฏภาพขึ้นภายในหัวของมัน แต่ทั้งหมดมันก็ยังไม่สามารถฝึกหรือทำความเข้าใจมันได้เหมือนเดิม
"ขนาดคัมภีร์ได้หลอมรวมไปกลับข้าแล้ว เหตุใดข้าถึงไม่สามารถตีความมันได้เลย หรือลมปราณข้ายังไม่ถึงขั้น เลยไม่อาจสามารถฝึกปรือมันได้" มันก็ไม่อาจทำความเข้าใจกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
ความสนใจของมันในยามนี้เพ็งเล็งไปยังแท่งเหล็กสีดำลายั หวนนึกถึงคำที่เฟยหลงได้เคยเอ่ยถึงหอกนี้ ชื่อของมันเมื่อรวมครบสามชิ้นคือ “ หอกอสูรทลายฟ้า ”
"แล้วอีกสองชิ้นที่เหลือ มันอยู่ที่ใด" ซุนเอามือกุมหัวด้วยความปวดหัวมันหยิบหอกขึ้นมา “ ตอนนี้มันอยู่ที่ข้าอันเดียวข้าจะเรียกเ้าว่า “หอกัดำ” แล้วกัน ”
“ แล้วจะทำอย่างไรดีให้ข้าสามารถใช้งานได้ ” มันหวนนึกถึง่หลอมรวมคัมภีร์ คิดใช้วิธีเดียวกันมันผสานปราณทมิฬเข้าไปหอกัดำ แต่ก็ไร้ปฏิกิริยาการตอบสนอง ในยามนี้มันก็ยังคิดวิธีใดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรดี ถ้าหากมันไม่สามารถใช้งานหอกนี้มันก็เป็ได้เพียงแค่เศษเหล็กชิ้นนึง
“ โอ๊ยยย ฮ่า ฮ่า ท่านพ่อท่านแม่จะเล่นตลกอะไรกับข้าหรือไม่ ทำไมของแต่ละอย่างบางอันก็อันตรายสุดแสนน่ากลัว บางอันมันก็ไร้ประโยชน์ไม่สามารถใช้งานได้ ” มันรู้สึกปลงกับชีวิตมันทำได้วางหอกไว้ที่ข้างๆตัว ก่อนรวบรวมสมาธิเพื่อฝึกลมปราณ ตีความทำความเข้าใจกับปราณทมิฬที่มันได้รับลมปราณทมิฬแตกต่างกับลมปราณทั่วไป แต่ละจุดของชีพจรของมันปรากฎจุดรวมปราณอยู่แล้วเวลาใช้พลังปราณมันไม่จำเป็ต้องรีดเร้นลมปราณไว้จุดเดียวอีกต่อไปมันสามารถใช้ลมปราณทมิฬได้อย่างอิสระ
เทียบกับผู้ฝึกยุทธทั่วไปแล้วมันสามารถปล่อยทักษะได้รวดเร็วกว่าหนึ่งขั้น
ผ่านไปหกชั่วโมง โครกกก !
เสียงท้องมันร้องดังลั่นถ้ำ ตัวมันที่ไม่อาจฝืนทนต่อความหิวอีกต่อไปได้ มันลุกออกไปหาไรกินเพื่อประทังความหิว มันมุ่งหน้าเข้าป่าที่อยู่รอบบริเวณปากถ้ำในมันถือหอกัดำเบื้องหน้าเห็นกระต่ายน้อยะโไปมา มันจ้องจับความเคลื่อนไหวรอจนกระต่ายยืนนิ่งเล็มหญ้าอย่างสบายใจหอกในมือถูกยกจับกระชับมือยกขึ้นง้าผสานปราณแฝงจิตสังหารไปเพียงน้อยนิด เหวี่ยงหอกออกจากมือไปอย่างรวดเร็วไปยังกระต่ายที่แสนโชคร้าย ทว่าหอกัดำปรากฏไฟสีส้มปกคลุมหอกกลายเป็รูปัขนาดเล็กพุ่งเข้าร่างกระต่ายน้อยไม่อาจขัดขืน
บึ้ม ! เสียงดังสนั่นลั่นป่า ต้นไม้หักโค่น
“ เฮ้ย เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย อยู่ๆทำไมหอกถึงแสดงพลังทำลายล้างอะไรตอนนี้ ” มันใและเป็ห่วงกระต่ายทันใดมันรีบวิ่งไปดูปรากฎเป็หลุดดำลึก กระต่ายไม่เหลือซากแม้แต่น้อย
“ บ้าที่สุด ไอหอกบ้า มาแสดงพลังอะไรตอนนี้เนี่ยย ” ซุนบ่นอย่างหัวเสีย
โครกก โครกกก ท้องร้องอีกครั้งเหมือนประท้วงด้วยความหิว
มันหยิบหอกขึ้นจากหลุม เดินคอตกเข้าป่าไปด้วยความผิดหวังอีกครั้ง ในครั้งมันเจอเพียงผลไม้มาหนึ่งกอง มันเดินกินระวังทางกลับจนอิ่ม
เมื่อกลับถึงถ้ำ มันถือหอกัดำไว้ในมือ มันทบทวนเหตุการณ์การล่ากระต่ายน้อยป่าเหตุใดทำไม หอกัดำทำไมถึงสามารถปลดปล่อยพลังมันคิดทบทวนทุกการกระทบทำ จับหอกยกขึ้นด้วยมือที่กระชับยกขึ้นพร้อมผสานปราณเล็กน้อยเหวี่ยงหอกออกไปพุ่งตรงใส่ผนักกำแพง
เคร้งงง !! บึกกกกก
ทันทีที่หอกัดำเข้าปะทะผนังกำแพง หอกัดำกระเด็นย้อนคืนกลับมาที่ตัวมันมุ่งสู่หัวมัน
โป้กกกก
มันไม่อาจตั้งตัวได้ทันเพียงเสี้ยววิหอกก็ถึงหน้าผากมันแล้ววว
“ โอ๊ยยยย ทำไมข้ามีแต่เื่เจ็บตัวเนี่ยยยย ” ซุนบ่นไปเอามือลูบหน้าผากมันไป
ซุนตัดข้อสงสัยไปอีกหนึ่งข้อ มันทบทวนภาพการแสดงพลังของหอกัดำ เอ๋ หรือว่า....หอกมันแสดงพลังเพราะต้องจิตสังหารที่้าเอาชีวิตผู้อื่นมันคล้ายจะนึกอะไรออก คราวนี้มันออกจากถ้ำมุ่งเข้าป่าลึก ค้นหาสัตว์ร้ายเพื่อทดสอบข้อเท็จจริงที่มันตั้งข้อสังเกตไว้ ระว่างทางมันเห็นหมูป่ากำลังยืนหันหลังให้มัน หัวหมูป่ามันมุดอยู่ในโผล่งหญ้า
หอกในมือถูกยกกระชับผสานปราณแฝงจิตสังหาร กำลังเหวี่ยงหอกออกจากมือ ทว่าหมูป่าที่มันเห็นไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา มันสามารถรับรู้ถึงจิตสังหารแม้จะน้อยนิด มันหมุนตัวปรากฏหันหน้ามาทางเฟยซุน หมูป่ามีเกราะคลุมรอบหัวของมันมีเขี้ยวสีดำ
ภาพลักษณ์อันเป็เอกลักษณ์มันจดจำได้ทันที่ “ หรือว่ามันคือ คืออ.. มะมะ…มู ” ซุนใเป็อย่างมาก เพราะนี้คือสัตว์ร้ายที่สุดที่มันเคยพบ