“หยุด เ้าจะไปไหน มานั่ง ต้องเช็ดผมก่อน” นางบังคับ
เยว่สือแม้สีหน้าจะนิ่งเฉย แต่แววตาเป็ประกาย เขาค่อยๆนั่งลงนั่งหันหลังปล่อยให้นางหาผ้าแห้งมาเช็ดผมของเขา ในความฝันของเขา ในอีกชีวิตหนึ่งหรือภพอื่น เขาเฝ้าฝันว่าเขาไม่ต้องเป็ตัวประหลาด ไม่ถูกย่ำยีเขาได้เรียนวิชาดาบตัดวายุของสำนักตวนอู่เขาได้แต่งงานกับอันอันผู้เป็ที่รักของเขา ได้ใช้ชีวิตปกติยามค่ำคืนหลังมื้ออาหาร หลังจากอาบน้ำ นางจะเช็ดผมให้เขาเช่นนี้ และเอ่ยชื่นชมผมสลวยของเขาอย่างหลงใหลโง่งม
“ผมของเ้า งดงามราวกับเส้นไหมเลย ข้าชอบมากเวลาได้ัั”ิอันพูดขึ้น
“หึ..” เขายิ้มขำอย่างลืมตัว
เขานึกอยู่แล้วว่านางต้องพูดคำชื่นชมโง่ๆเช่นนี้แต่ิอันกลับใกับเสียงหัวเราะของเขา รีบจับไหล่เขาบังคับให้เขาหันมาเผชิญหน้า
“เมื่อครู่..เ้าหัวเราะเยาะข้าหรือ?” นางถาม
เขายื่นสองมือไปจับสองแก้มนุ่มของนาง ดึงิอันลงมาจูบคราแรกิอันใเล็กน้อย แต่ก็ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ แม้เขาจะล้างปากไปแล้ว แต่กลิ่นคาวเืยังคงฟุ้งในปากิอันไม่อยากใส่ใจ ยกสองมือคล้องคอเขาไว้ ทิ้งตัวนั่งบนตักของเขาปล่อยให้เขากลืนกินริมฝีปากของตัวเอง
เยว่สือรู้ว่าไม่อาจนาง แต่ก็ยัง้าชื่นชมนางทั้งหมดเขาอุ้มิอันทั้งที่ยังจูบอยู่เช่นนั้นไปที่เตียง และขึ้นคร่อมนางเอาไว้ก่อนจะค่อยๆเลื่อนจูบไปที่แก้ม เขาจูบแ่เบาราวกับขนนก เงยหน้าขึ้นมาสบตานาง
“อันอัน..ข้ารักเ้า” เขาพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ข้าก็รักเ้า” นางตอบโดยไม่ลังเล
เขายิ้มกว้างดีใจ เป็รอยยิ้มที่ิอันไม่เคยเห็นมาก่อนรอยยิ้มที่ยิ้มไปถึงดวงตา ที่แท้เวลาเขายิ้มดีใจดวงตาของเขางดงามราวกับพระจันทร์เสี้ยวและมีกระต่ายร่าเริงวิ่งไปมาในดวงตานั้น
คืนนั้น เขาชื่นชมนางทุกซอกทุกมุม พรมจูบไปทั่วร่างของนางััในทุกที่ที่ได้แต่เฝ้าฝัน ใช้นิ้วมือเรียว่ชิงพรหมจรรย์ของนางพาอันอันไปยังแดนเซียนขาวโพลน สอนนางให้รู้จักว่าการเข้าหอระหว่างคนรักคือสิ่งใดมีความสุขเช่นใด แม้เขาจะใช้เพียงสิ่งที่เขามีแต่อันอันของเขาก็พึงพอใจครั้งแล้วครั้งเล่า ร่ำร้องเรียกชื่อของเขาเสียงแหบพร่าร่างกายสั่นระริก ระหว่างสองขาเปียกชุ่มจากความสุขที่เขาบรรจงมอบให้แม้เขาจะไม่ได้สอดใส่ แต่ท่าทางมีความสุขของอันอันก็ทำให้เขาพึงพอใจ เยว่สือมีความสุขมากที่สุดมากยิ่งกว่า่ชีวิตทั้งหมดของเขาที่ผ่านมา
รุ่งขึ้น ิอันลืมตาตื่น ได้กลิ่นเืฟุ้งกระจายรู้สึกตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดที่เย็นชืด เมื่อคืนก่อนจะสะลืมสะลือหลับไป นางรู้สึกบางเบาว่าเขาเดินกำลังภายในเพื่อให้นางหลับสนิทนางไม่ได้เอะใจ ที่แท้เขากลัวว่าจะทำให้นางกลัวแต่นางก็ดีใจที่เขายังกอดนางเอาไว้แน่นเพียงแต่ิอันไม่กล้าคาดคิดถึง่เวลาที่เขากอดนางไว้แน่นและกระอักเืออกมา
นางรู้ว่าเขาจะต้องหวาดกลัวมากถึงได้กอดนางไว้แน่นเขาคงพยายามกลืนเืลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่กล้าปล่อยมือจากนางิอันน้ำตาไหลเงียบๆ ไม่กล้าขยับมาก ยื่นมือไปลูบหลัง ปลอบประโลมร่างเย็นชืดเบาๆคล้ายว่าทำเช่นนั้นเขาจะหวาดกลัวน้อยลง นางไม่กล้าลุกขึ้นกลัวว่ามือที่กอดตัวเองอยู่จะหลุดออกจากตัว
ผ่านไปจนใกล้ยามจื่อ ิเซียงก็ตามหาลูกสาวตัวเองพบ เขาเห็นนางตัวเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเยว่สือเห็นนางนอนกอดร่างเย็นชืดของเขาไม่ปล่อย พอใครจะเข้าไปใกล้ดึงตัวนางออกมานางก็ขู่ว่าถ้าแยกพวกเขาออกจากกัน นางจะฆ่าตัวตายทันที
ิเซียงทำอย่างไรไม่ได้ ได้แต่อ้อนวอนให้ลูกสาวรีบลุกขึ้นเขาขอร้องอยู่นานก้ไม่เป็ผล จนเขาต้องคกเข่าขอร้อง ิอันสงสารท่านพ่อจึงสัญญาว่าจะลุกขึ้น จะใช้ชีวิตต่อไป แต่นางเป็ภรรยาของเยว่สือแล้วนางจะอยู่ที่นี่ ิเซียงรับปากจะจัดงานแต่งให้พวกเขาขอเพียงลูกสาวไม่ฆ่าตัวตายตามเยว่สือไป
จากนั้นไม่นาน เมื่อฮ่องเต้ได้รู้ข่าวว่าสำนักตวนอู่จัดงานแต่งให้คนตายกับคนเป็ที่หอเรือนไผ่ในใจลุกเป็ไฟเพราะความริษยา เขาพยายาม่ชิงเยว่สือคนงามมาตลอด แต่ไม่เคยได้หัวใจเขาทำทุกทางขัดขวางสองคนนั่น สุดท้ายพวกมันก็ยังจัดงานแต่งแม้อีกคนจะตายไปแล้วฮ่องเต้ถือคติหากเขาไม่ได้ ผู้ใดก็อย่าหวังจะได้!
หลังจัดงานแต่งไม่นานก็เกิดไฟไหม้รุนแรงขึ้นบนหอเรือนไผ่เมื่อไฟมอดดับ ิเซียงพบกองกระดูกสองกองที่นอนกอดกันอยู่ในบริเวณที่เคยเป็ที่ตั้งโลงศพของเยว่สือเขาได้แต่เสียใจ จัดการฝังกระดูกทั้งสองไว้ที่หอเรือนไผ่หวังเพียงชาติหน้าทั้งสองจะได้ครองคู่ตามใจหวัง
สำนักตวนอู่ถอนตัวออกจากราชสำนัก และค่อยๆหายตัวไปจากยุทธภพแต่กลับมีบทเพลงที่เล่าขานความรักระหว่างคุณชายเยว่สือและคุณหนูิอันแพร่กระจายออกไปทั่วราชอาณาจักร แม้แต่เด็กน้อยยังรู้จักผู้คนต่างซาบซึ้งกินใจกับความรักที่ยอมถวายชีวิตของทั้งสองคน
-จบ-