Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44

            แน่นอนว่าเซี่ยเจิงไม่ได้เรียก และชวีเสี่ยวปอก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีกเนื่องจากในตอนนั้นเป็นเวลาเลิกงานพอดีผู้คนที่สัญจรไปมาในซอยจึงอดไม่ได้ที่หันมามองพวกเขาสองคนชวีเสี่ยวปอส่งเสียงไม่ค่อยพอใจออกมา พร้อมทั้งปล่อยแขนออกจากคอของเขา

     

           “วันนี้ฉันจะปล่อยนายไปก่อนก็แล้วกัน”

     

           เซี่ยเจิงยกมือขึ้นมาขยับคอเสื้อให้เรียบร้อยแล้วจึงพูดหยอกล้อไปว่า : “ขอบพระทัยฝ่าบาท”

     

           “นายจะไปไหนเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอเพิ่งจะนึกได้ว่าเมื่อครู่เซี่ยเจิงกำลังจะเดินออกไปข้างนอก

     

           “ที่บ้านไม่มีข้าวสารแล้วน่ะ” เซี่ยเจิงพูด “คุณหมอให้แม่กินโจ๊กพวกอาหารอ่อนๆ อะไรทำนองนี้”

     

           “งั้นพอดีเลยเดี๋ยวฉันไปด้วย ฉันมามือเปล่า”ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าตัวเองมาเยี่ยมคนป่วยก็ควรจะซื้ออะไรติดไม้ติดมือไปด้วย

     

           “ระหว่างพวกเราสองคนยังต้องแกล้งทำเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? ” เซี่ยเจิงหัวเราะ

     

           “ไม่ใช่การแกล้งทำ แต่เป็นมารยาท” ชวีเสี่ยวปออธิบายแต่คำพูดประโยคนั้นของเซี่ยเจิงกลับทำให้เขามีความสุขมากมันเป็นควารู้สึกเหมือนกับว่าความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ถูกพัฒนาจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยไม่รู้ตัวแบบที่ว่ารู้สึกสนิทสนมใกล้ชิดกันมากเป็นพิเศษ

     

           พวกเขาทั้งสองคนมาถึงยังซูเปอร์มาเก็ตที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควรซึ่งตั้งอยู่บริเวณแถวบ้านของเซี่ยเจิงเมื่อเข้าไปข้างในก็พบว่าซูเปอร์มาเก็ตในช่วงเวลานี้แทบจะคึกคักยิ่งกว่าตลาดสดเสียอีกข้างนอกกับข้างในราวกับอยู่คนละโลกในตอนที่ชวีเสี่ยวปอเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้งจึงอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาเสียงดังเพราะเขารู้สึกว่าถ้าพูดเสียงปกติเซี่ยเจิงก็คงไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร

     

           “ให้ตายเถอะ คนเยอะขนาดนี้เลย !”ชวีเสี่ยวปอมองหารถเข็น ในขณะนั้นก็เหลือบไปเห็นคนมากมายยืนมุงกันอยู่ตรงโซนผักสดจึงทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะชะโงกหัวออกไปดู

     

           “น่าจะมีผักลดราคาอยู่” เซี่ยเจิงเห็นจนชินตา“เป็นกิจกรรมวอร์มร่างกายของเหล่าคุณปู่คุณย่าเขาน่ะ”

     

           หลังจากที่พวกเขาไปซื้อข้าวสารที่โซนธัญพืชและน้ำมันเสร็จเรียบร้อยแล้วเซี่ยเจิงบอกว่าไม่ได้รีบกลับสักเท่าไหร่ทั้งสองคนจึงถือโอกาสเดินเล่นในซูเปอร์มาเก็ตสักพักหนึ่ง

     

           อันที่จริงชวีเสี่ยวปอก็ไม่ได้มาเดินเล่นที่ซูเปอร์มาเก็ตแบบนี้นานแล้วเหมือนกันโดยปกติแล้วเขาซื้อของที่ต้องการเสร็จก็จะกลับเลย ก่อนหน้านี้ที่มาเดินซูเปอร์มาเก็ตเขามากับเวินลี่เขารู้สึกว่าเวลาที่ผู้หญิงเดินซูเปอร์มาเก็ตและห้างสรรพสินค้าดูเหมือนว่าจะไม่รู้สึกเหนื่อยอย่างไรอย่างนั้นเลยเพราะครั้งก่อนชวีเสี่ยวปอก็เดินจนรู้สึกว่าขาของเขาเล็กลงไปเยอะมากเลยทีเดียวแต่ทว่ามาเดินเล่นกับเซี่ยเจิงในครั้งนี้เขากลับไม่รู้สึกรำคาญใจเลยสักนิดทั้งสองคนดูอันนี้ทีอันโน้นที ถือว่าเป็นการผ่อนคลายหลังจากเวลาเลิกเรียน

     

           “พวกเราไปดูว่ามีผักอะไรลดราคาบ้างกัน”ชวีเสี่ยวปอเข็นรถเข็นตรงไปยังโซนผักสดด้วยความรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก

     

           “นายอยากจะแสดงฝีมือเหรอ” เซี่ยเจิงเดินอยู่ข้างหลังเขาในขณะนั้นก็มองไปยังชวีเสี่ยวปอที่กำลังเข็นรถและเดินไปข้างหน้าอย่างมีความสุข

     

           “ไม่ใช่” ชวีเสี่ยวปอหรี่ตาลง “ฉันก็ทำไม่เป็นเหมือนกันแต่ว่ามีของถูกอยู่ถ้าพลาดก็โง่แล้ว”

     

           “มันเรียกว่าอย่างนั้นเหรอ? ” เซี่ยเจิงมองไปยังดวงตาของชวีเสี่ยวปอที่ประกายขึ้นมาทั้งมีแสงสว่างวาบขึ้นมาด้วยเขาจึงรู้สึกอยากขำขึ้นมา

     

           บนชั้นวางสินค้าในโซนผักสดแถวหนึ่งเต็มไปด้วยแครอทสีส้มที่มองแล้วละลานตาสุดๆทั้งยังมีป้ายสีเหลืองขนาดใหญ่แขวนเอาไว้อยู่ด้วย : ลดกระหน่ำ 1.99 หยวน

     

           “ถูกมาก !” ชวีเสี่ยวปอเอื้อมตัวเข้าไปแล้วรีบหยิบแครอทสองสามหัวโยนลงถุงพลาสติกทันที

     

           “เฮ้” เซี่ยเจิงยื่นมือไปขว้างเขาไว้ “แครอทเอาไปทำอะไรกินได้”

     

           “ผัดกับข้าว? ” ชวีเสี่ยวปอเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ซื้อไปก่อนค่อยว่ากัน นายไม่เห็นราคาที่ลดเหรอ”

     

           “นายก็ดูราคาเดิมด้วยสิ” เซี่ยเจิงยื่นมือไปชี้บนป้ายสีเหลือง“สองหยวนหนึ่งเหมาเก้าเฟิน”

     

           “ให้ตายสิ สองเหมาเองเหรอเนี่ย” แล้วจู่ๆชวีเสี่ยวปอรู้สึกเหมือนโดนหลอก จึงเสียอารมณ์เป็นอย่างมาก“แล้วคนเขาจะเปลืองแรงแย่งกันไปทำไมเนี่ย !”

     

            “เหมือนนายไง ไม่ใช่ว่ามีของถูกอยู่ถ้าพลาดก็โง่แล้วเหรอ”

     

           “น่ารำคาญจริงๆ !” พอได้ยินเซี่ยเจิงใช้เขาในการยกตัวอย่างขึ้นมาชวีเสี่ยวปอจึงรู้สึกขายหน้าขึ้นมานิดนึงแล้ว “ไป ไปๆพวกเราไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า”

     

           แล้วทั้งสองคนก็เดินมาจนถึงโซนขนมและของกินเล่นในขณะนั้นเซี่ยเจิงก็โยนมันฝรั่งทอดกรอบลงไปในรถเข็นสองถุง“ฝ่าบาททำไมช่างขาดประสบการณ์ชีวิตเช่นนี้”

     

           “ไม่เคยซื้อกับข้าวไง” ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจ“ฉันเคยบอกนายหรือยังว่าตอนฉันอยู่บ้าน โดยเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าแม่ของฉันเขาชอบรู้สึกเหมือนว่าฉันอายุแค่สามขวบ”

     

           “ไอคิวน่ะเหรอ? ” เซี่ยเจิงปากวอนหาเรื่อง

     

           “เดี๋ยวต่อยเลย !”ถึงแม้ว่าชวีเสี่ยวปอจะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เพราะจู่ๆเขาก็นึกถึงตอนก่อนหน้านี้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาหิวขึ้นมากลางดึกอยากจะต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน แต่ทันทีที่เขาเปิดแก๊สเวินลี่ก็รีบใส่รองเท้าแตะและเดินออกมาจากห้องนอนอย่างรีบร้อนท่าทางของเวินลี่ทำราวกับว่าชวีเสี่ยวปอไม่ได้จะต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่กำลังจะเผาห้องครัวอย่างไรอย่างนั้น

     

           “งั้นวันนี้นายก็ลองดูสิ” จู่ๆ เซี่ยเจิงก็พูดขึ้นมา“อาหารเย็นวันนี้เลย เป็นไง? ”

     

           “ได้อยู่แล้ว” ชวีเสี่ยวปอพับแขนเสื้อขึ้นมาราวกับกำลังจะทำการใหญ่“ถ้างั้นนายก็รอชิมฝีมือของฮ่องเต้คนนี้ได้เลย !”

     

            หลังจากซื้อซี่โครงหมูและซื้อผลไม้ด้วยแล้วสุดท้ายชวีเสี่ยวปอยังหยิบนมมาด้วยสองกล่องจากนั้นเขาก็รีบเข้าไปแย่งคิดเงินตัดหน้าเซี่ยเจิงในตอนที่ทั้งสองคนเดินออกมาจากซูเปอร์มาเก็ตฟ้าก็มืดสนิทแล้วไม่รู้ว่ากลิ่นผัดกับข้าวของบ้านไหนส่งกลิ่นหอมถึงเพียงนี้ทั้งยังลอยไปปะทะเข้ากับจมูกของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา

     

           “ให้ตายเถอะ ชีวิตฉัน” ชวีเสี่ยวปอจ้ำเอาๆ พลางบ่นพึมพำไปด้วยว่า : “ทำไมฉันมาบ้านนายทีไรนอกจากเรื่องกินก็มีแต่เรื่องกินเนี่ย”

     

           “โชคชะตานำพาแหละมั้ง” เซี่ยเจิงเดินตามอยู่ด้านหลังเหยียบไปบนเงาของชวีเสี่ยวปอที่ถูกไฟตามทางสะท้อนออกมา “ดีจะตายไปนายไม่คิดงั้นเหรอ? ”

     

           “ก็ดีมากจริงๆ นั่นแหละ”

     

           ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าคำพูดที่เซี่ยเจิงพูดออกมาที่จริงแล้วไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องกินข้าวเท่านั้นแต่จริงๆ แล้วมันคืออะไรชวีเสี่ยวปอเองก็ไม่สามารถเรียงลำดับหนึ่งสองสามพูดออกมาอย่างชัดเจนได้เขารู้เพียงแค่ว่าตอนที่เขาพูดออกมาว่า “ดีมากจริงๆ ”ล้วนไม่มีคำโกหกปะปนอยู่เลยแม้แต่นิดความชัดเจนแจ่มแจ้งที่ส่งออกมาจากก้นบึ้งหัวใจเช่นนี้มันช่างทำให้เขาผ่อนคลายและมีความสุขเสียจริงๆ

     

           และเซี่ยเจิงก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน

     

           หลังจากที่กลับมาถึงบ้านของเซี่ยเจิงชวีเสี่ยวปอก็ไปเยี่ยมแม่ของเซี่ยเจิงก่อนนอกจากอาการท้องเสียที่ทำให้ดูอ่อนเพลียไปบ้างเรื่องอื่นก็ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วงแล้ว ชวีเสี่ยวปอยังพูดคุยกับเขาอยู่สักพักจากนั้นจึงค่อยเดินออกมาแล้วเข้าห้องครัวไป

     

           พอเดินเข้ามาก็เห็นเซี่ยเจิงกำลังซาวข้าวอยู่

     

           “พูดแล้วไงว่าให้ฉันทำ”ชวีเสี่ยวปอพูดขึ้นมาโดยไม่รอฟังคำอธิบายพร้อมทั้งรับหม้อจากมือของเซี่ยเจิงมาจากนั้นจึงค่อยๆ รินน้ำซาวข้าวออกมา

     

           เซี่ยเจิงยืนเอามือไขว้หลังพร้อมทั้งมองเขาไปด้วย“ก็ดูเป็นงานเป็นการเหมือนกันอยู่นะเนี่ย”

     

           “ยอดกุ๊กแดนมังกร” พอชวีเสี่ยวปอได้ยินจึงยักคิ้วขึ้นมาอย่างทะเล้น“คือฉันเอง”

     

           “พ่อครัวน้อยรู้หรือเปล่าว่าต้มโจ๊กต้องใส่น้ำเท่าไหร่? ” เซี่ยเจิงยิ้ม

     

           “เท่านี้ไหม” ชวีเสี่ยวปอทำมือไปขีดๆ ที่หม้อเพื่อบอกความสูงตามที่เขาเข้าใจก็คือการต้มโจ๊กนี้ใส่น้ำยิ่งเยอะก็ยิ่งดี

     

           “ถ้าอย่างนั้นนายไม่ต้มน้ำร้อนเฉยๆ ไปเลยละ”เซี่ยเจิงหยิบหม้อจากมือของชวีเสี่ยวปอกลับคืนมา จากนั้นก็ค่อยๆเติมน้ำลงไปพลางพูดไปด้วยว่า “แบบนี้ ประมาณหนึ่งส่วนสามถ้าทำแบบนี้ข้าวที่หุงออกมาน้ำก็จะไม่น้อยเกินไปแล้วก็ไม่แห้งเกินไปด้วย”

     

           “จิ๊” ชวีเสี่ยวปอพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง “เซี่ยเจิงฉันรู้สึกว่า...”

     

           “ว่าอะไร? ” เซี่ยเจิงหันหน้าไปมองเขา

     

           “นายดูมีสติปัญญาและคุณธรรมเพียบพร้อมมากเลย”หลังจากที่ชวีเสี่ยวปอพูดจบก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะถูกสักเท่าไหร่คำว่ามีสติปัญญาและคุณธรรมเพียบพร้อมคำนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเข้ากับเซี่ยเจิงมากนักแต่ท่าทางซาวข้าวอย่างชำนาญเมื่อครู่นี้ ทำให้เขานึกถึงคำนี้ขึ้นมา ดังนั้นเขาเลยพูดออกไปเช่นนั้น

     

           “โอ๊ะ” เซี่ยเจิงตาเป็นประกาย “ดังนั้นยังไม่รีบกอดขาฉันไว้อีกตามพี่เจิงมามีโจ๊กให้กิน”

     

           “มีโจ๊กกินแล้วต้องกอดแน่นๆ เหรอ”ชวีเสี่ยวปอหัวเราะจนไหล่สั่นอยู่พักใหญ่จากนั้นจึงยื่นมือออกไปบีบเข้าที่ต้นขาของเซี่ยเจิง เขาไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าการกระทำเช่นนี้มันดูสนิทสนมใกล้ชิดเพียงใด“พี่เจิง”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808