ฉางไห่และฉางเหอเดินตามเ้านายตัวน้อยมาที่ห้องพักของตน พวกเขาไม่คิดว่าเ้านายคนใหม่จะให้พวกเขาอยู่ห้องส่วนตัวแบบนี้
“พี่ชายขอรับ นี่คือห้องพักของพวกท่านขอรับ ท่านเลือกได้เลยนะขอรับว่าจะอยู่ที่ห้องไหน พวกเราทำความสะอาดแล้วขอรับ” เฟิ่งหลง
“ใช่ขอรับ ความจริงห้องทั้งสองห้องนี้เป็ห้องนอนของพวกข้าเองแต่ว่าเราสองคนไม่เคยเข้ามานอนในห้องนี้เลย เพราะพวกข้าชอบนอนกับพี่ใหญ่ขอรับ” เฟิ่งจิน
"ขอบคุณขอรับนายน้อยที่มีน้ำใจให้พวกข้าขอรับ"ฉางไห่กล่าวขอบคุณ เมื่อนำของเก็บในห้องนอน สมาชิกใหม่ติดตามเ้านายตัวน้อยเข้ามาที่ห้องครัว
"นายท่าน้าให้พวกข้ารับใช้อะไรบ้างขอรับ" ฉางเหอ
"ได้สิ ถ้าอย่างนั้นท่านช่วยนำอาหารทั้งหมดไปขึ้นโต๊ะอาหารในห้องรับแขกก็แล้วกัน ส่วนพี่ฉางไห่ตักข้าวให้ครบจำนวนคนแล้วนำออกไปเช่นกัน. ส่วนน้องรองน้องเล็กเตรียมน้ำดื่มกับช้อนตะเกียบ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะยกจานสุดท้ายออกไปเอง" เฟิ่งเทียนกำลังยุ่งกับมื้อเที่ยงที่มีสมาชิกเพิ่มเติม มื้อนี้กินง่ายๆกันไปก่อนเดี๋ยวตอนเย็นค่อยเป็การเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างเป็ทางการ
“ขอรับพี่ใหญ่ / ขอรับพี่ใหญ่”
เมื่ออาหารพร้อมทานเฟิ่งเทียนและน้องๆนั่งเก้าอี้เพื่อรับประทานอาหาร แต่ทว่า ฉางเหอและฉางไห่ เมื่อนำอาหารกลิ่นหอมมาวางกลับถอยไปยืนอยู่ด้านหลังของเฟิ่งเทียน
“อ้าว ทำไมพวกพี่ไม่มานั่งทานข้าวหล่ะขอรับ แล้วพี่ฉางเหอข้าให้ท่านตักข้าวมาให้ครบตามจำนวนคนแล้วทำไมท่านถึงตักมาเพียง 3 ที่หล่ะขอรับ แล้วส่วนของพวกท่านหล่ะมีไหน” เฟิ่งเทียนหันไปถามทาสทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ทาส ไม่สมควรกินข้าวร่วมโต๊ะกับเ้านายขอรับ ขอนายท่านอภัยด้วย” ฉางไห่
“ประเดี๋ยวพวกข้ากินอาหารที่เหลือจากพวกท่านได้ขอรับ” ฉางเหอ
“ถึงแม้พวกท่านจะเป็ทาส ธรรมเนียมนาย-ทาสเป็อย่างไรข้าไม่สน แต่ที่บ้านหลังนี้ข้าคือกฎ ตอนนี้ท่านทั้งสองไปตักข้าวแล้วมานั่งทานด้วยกันเถอะประเดี๋ยวต้องทำงานอีกมาก ดูสิ ขืนพวกท่านยังชักช้าน้องๆของข้าน้ำลายคงจะไหลจนหมดตัวแล้วหล่ะ” เฟิ่งเทียนพูดกับฉางไห่และฉางเหอ พลางมองน้องๆที่นั่งเงียบรออยู่กับที่ยังไม่ลงมือกินข้าวแต่สายตาที่จ้องมองอาหารบนโต๊ะด้วยความหิว
“ขอรับนายท่าน”
ฉางไห่ ฉางเหอยอมเดินเข้าไปตักข้าวในหม้อ บ้านหลังนี้หุงข้าวขาวหม้อใหญ่ ซึ่งเป็เื่ไม่ง่ายที่ชาวบ้านทั่วไปมีกำลังซื้อข้าวขาวเพราะมีราคาสูง นิยมกินในชนชั้นสูง ราชวงศ์หรือผู้มีฐานะเท่านั้น ส่วนคนทั่วไปนิยมกินข้าวเกรดต่ำผสมแกลบและธัญพืชเพื่อเพิ่มปริมาณ แต่เ้านายของมันกลับมีข้าวขาวเป็กระสอบ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเป็องครักษ์ในจวนอ๋องแต่ก็มิเคยได้กินข้าวขาวที่ไม่ผสมอะไรเลยเช่นนี้ เมื่อทั้งสองตักข้าวออกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว ทุกคนจึงเริ่มลงมือกินมื้อเที่ยง วันนี้เฟิ่งเทียนทำมะเขือเทศผัดไข่ ผัดผักกาดขาวหมูสับ และต้มจืดหัวไชเท้ากระดูกหมู ถึงหน้าตาของอาหารจะธรรมดาแต่รสชาติเยี่ยมยอด เมื่อสมาชิกใหม่ได้กินเข้าไปต่างค้างนิ่งไปซักระยะ …..นี่มันอาหารปราณิญญา!!!
อาหารทุกอย่างแม้แต่น้ำดื่มยังมีพลังปราณิญญาระดับอ่อน แต่เ้านายทั้งสามของมันกลับนั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยโดยเฉพาะคุณชายน้อยทั้งสองที่ดูจะเจริญอาหารมากกว่าใครทั้งหมด ฉางไห่และฉางเหอถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกพิษสลายปราณทำให้ไม่สามารถฝึกยุทธได้ แต่อาหารปราณที่กินเข้าไปก็สามารถเข้าไปช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนล้าและขาดสารอาหารในขณะที่อยู่ในโรงค้าทาส จากความรู้สึกเฉยๆที่ถูกซื้อมาเป็ทาส ตอนนี้พวกเขาต่างคิดในใจนี่คือโชคดีของพวกเขาที่ได้เ้านายที่ใจกว้างกับทาสแบบพวกเขา หากเฟิ่งเทียนให้ระบบเปิดระบบสแกนความเป็มิตร ก็คงจะแปลกใจเพราะจากระดับสีเทา ตอนนี้ทั้งสองได้ขยับมาเป็ระดับสีขาว แสดงความเป็มิตรและภักดีภายใต้อาหารปราณเพียงมื้อเดียวเท่านั้น
หลังจากมื้ออาหารผ่านไป ฉางไห่ ฉางเหอ ได้ขึ้นเขาในป่าหลังบ้านเพื่อไปตัดต้นไผ่เพื่อมาทำคอกให้กับพ่อวัวเสี่ยวหน่าย แม่วัวเสี่ยวหนิว ซึ่งเด็กๆเป็คนตั้งชื่อให้ เมื่อทำคอกวัวเสร็จ เฟิ่งเทียนจึงพาน้องๆไปสำรวจที่ดินใหม่ซึ่งเป็ที่ผืนยาวขนานไปกับลำธารและเป็พื้นที่ๆต่อจากพื้นที่บ้านของพวกเขา สรุปคือ นับจากบ้านของพวกเขาออกไปอีก 50 หมู่คือทรัพย์สมบัติของบ้านหวังทั้งหมด เมื่อน้องๆรู้ว่าที่ทั้งหมดเป็ของพวกเขา เด็กๆดีใจมากต่างพากันเดินสำรวจพื้นที่โดยมีครอบครัวหมาป่าอสูรเหมันต์คอยเดินวนเวียนดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ส่วนเฟิ่งเทียนเดินสำรวจต้นไม้ หรือสมุนไพร เมื่อพบต้นที่มีประโยชน์เฟิ่งเทียนจะนำไม้มาปักไว้เป็สัญลักษณ์ ส่วนทาสทั้งสองถือมีดพร้าค่อยๆถางหญ้าไปเรื่อย ๆ
“น้องรอง น้องเล็ก เดินระวังหล่ะ อย่าเดินไปไกลหล่ะ เสี่ยวเฉิงเสี่ยวไฉ่ฝากดูแลเด็กๆด้วยนะ”
“ขอรับพี่ใหญ่/โฮ่ง”
“ ส่วนพี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ พวกท่านทยอยถางหญ้าไปพลางๆก่อน วันพรุ่งนี้จะมีช่างมาล้อมรั้วข้าต้องคงต้องฝากพวกท่านช่วยตรวจสอบความเรียบร้อย หลังจากนั้นข้าจะให้พวกท่านไปรับสมัครจัดหาชาวบ้านมาปรับพลิกหน้าดิน แล้วเราถึงจะเริ่มเพาะปลูกกัน” โครงการในฝันของเขาเริ่มเป็รูปร่างแล้วเฟิ่งเทียนคิดอย่างมีความสุข
“อ้อ อีกอย่างเดี๋ยวคืนนี้หลังจากมื้อเย็น ท่านทั้งสองรอข้าที่ห้องรับแขกก่อน ข้ามีเื่ที่ต้องคุยกับพวกท่านอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับงานในบ้านของเรา”
“ขอรับนายท่าน”
เย็นนี้เฟิ่งเทียนก่อกองไฟที่ลานหน้าบ้าน มื้อเย็นนี้เฟิ่งเทียนอุ่นต้มจืดหัวไชเท้าที่เหลือจากมื้อเที่ยง และทำปลาเผาเกลือที่ทำให้ทาสทั้งสองใกับการใช้เกลือในปริมาณมากในการพอกตัวปลาทั้งหมด และไม่ใช่ปลาแค่ตัวเดียว แต่เป็ปลาตัวโตๆถึงสี่ตัว!! ใต้ขี้เถ้าร้อนๆนั้นก็มีหัวถู่โต้วที่มีราคาแพงหลายตำลึงทอง ขุนนางกับราชวงศ์เท่านั้นถึงจะหาซื้อกินได้เพราะต้องซื้อจากเรือเดินสมุทรของพวกพ่อค้าหัวแดงเท่านั้น แต่ที่บ้านหลังนี้คุณชายน้อยทั้งสองกำลังใช้ไม้เขี่ยถู่โต้วออกมาจากกองขี้เถ้าด้วยความสนุกสนาน แต่ที่ทำให้ทั้งสองคาดไม่ถึงมากกว่านั้นก็คือบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งหลายต่างก็กินอาหารปราณิญญาทั้งหมด ดูหัวผักกาดขาวที่ลา วัว และไก่ในเล้าต่างเคี้ยวและจิกกินนี่สิ ส่วนครอบครัวของหมาป่าอสูรเ้านายนำข้าวขาวคลุกปลาย่างหอมๆให้พวกมันกิน แม้แต่หมาป่าก็ยังกินข้าวขาว โอ้บ้านหลังนี้มันอะไรกันนี่!!!
ตกดึก เมื่อน้อง ๆ อาบน้ำและเข้านอนเป็ที่เรียบร้อย เฟิ่งเทียนเดินออกมาที่ห้องรับแขกก็พบกับทาสทั้งสองที่มานั่งรอก่อนแล้ว เฟิ่งเทียนจึงให้ระบบเปิดระบบสแกนความเป็มิตร ทำให้เฟ่งเทียนคาดไม่ถึงที่เห็นทาสทั้งสองมีระดับแสงสีขาว ต่างจากตอนแรกที่เป็สีเทา แต่ก็ทำให้เฟิ่งเทียนโล่งใจขึ้นมาก
“เอาหล่ะพี่ชายทั้งสอง ข้าคิดว่าท่านคงจะสงสัยและมีคำถามอยู่ในใจไม่ใช่น้อยเกี่ยวกับบ้านของข้า ท่านอาจจะแปลกใจกับเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านหลังนี้ ไม่ว่าจะแสงไฟ อุปกรณ์ในห้องครัว ห้องอาบน้ำ แต่ข้าไม่สามารถบอกที่มาของมันให้ท่านทราบได้ ขอให้ท่านรู้แค่ว่าข้าขอเพียงแค่ท่านไม่นำออกไปพูดที่ใด แม้แต่อาหารที่พวกท่านกินเข้าไป พวกท่านก็คงจะััถึงพลังปราณิญญา นั่นคือความลับสูงสุดของครอบครัวข้า และจะเป็กิจการของข้าในอนาคต ดังนั้นข้าจึงขอให้ท่านสาบานว่าจะไม่คิดทรยศและไม่นำคำความลับของข้าไปพูด เมื่อใดที่ท่านคิดทรยศพันธิญญาทาสที่อยู่กับท่านก็จะทำให้ท่านทุกข์ทรมาณตกตายเช่นกัน อีกอย่างที่ข้าซื้อท่านทั้งสองมาก็เพื่อที่จะให้เป็ผู้คุ้มกันและเป็อาจารย์ฝึกยุทธให้กับพวกข้าสามพี่น้อง เพราะกิจการของข้านั้นเสี่ยงต่อความปลอดภัยของครอบครัว”
“ข้าสาบานขอรับ/ข้าสาบานขอรับ” สิ้นเสียงคำสาบานวงแหวนสีแดงได้ครอบคลุมทั้งสามคนไว้ด้วยกันและสำแสงสีแดงได้กระจายเข้าสู่หน้าผากของทาสทั้งสอง
“แต่ว่า ท่านอาจไม่รู้ว่าพวกข้าถูกพิษสลายปราณ จึงทำให้ไม่สามารถฝึกยุทธหรือเลื่อนพลังลมปราณได้ พวกข้าในตอนนี้เป็เพียงขยะ เป็คนทั่วไปเท่านั้นแล้วขอรับ” ฉางไห่รีบอธิบายถึงสภาพร่างกายของพวกเขาในตอนนี้
“พวกข้าคงจะทำให้นายท่านผิดหวังแล้ว” ฉางเหอรู้สึกผิดเพราะพวกเขาไม่อาจฝึกยุทธ ไหนเลยจะมีกำลังคุ้มครองนายท่านทั้งสาม ไหนจะเื่สอนวรยุทธนี่อีก ตอนนี้พวกเขาไร้พลังจากถูกพิษสลายปราณไปเสียแล้ว
“ข้าเคยบอกกับพวกท่านแล้ว ว่าบ้านหลังนี้ข้าคือกฎ สิ่งที่ข้า้าหรืออยากได้ต้องเป็ไปตามที่ข้าคาดหวังเท่านั้น แม้แต่พิษในกายท่าน ข้าย่อมมีหนทางในการรักษาพวกท่านให้หายขาดได้ ข้าขอแค่พวกท่านซื่อสัตย์ภักดีต่อข้าไม่คิดทรยศ ข้ารับรองว่าพวกท่านจะไม่เสียใจที่มาอยู่กับข้า เอาหล่ะหวังว่าพวกท่านคงจะเข้าใจแล้ว คืนนี้แยกย้ายกันพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าพวกท่านค่อยตื่นมาช่วยข้าที่ห้องครัว พรุ่งนี่เราจะเตรียมอาหารให้คนมาล้อมรั้ว และอาหารให้กับแขกของข้า”
“ขอรับนายท่าน”
เฟิ่งเทียนให้เสี่ยวเป่าปิดระบบสแกนความเป็มิตร เขาจะลองสังเกตพฤติกรรมของทั้งสองสักระยะก่อน หากผ่านการประเมินเขาค่อยทำยาลูกกลอนสมุนไพรผสมน้ำทิพย์วารีให้กินเพื่อล้างพิษ จะปกครองคนได้ต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณถึงจะสามารถซื้อใจคนได้
“เฮ้อ! พรุ่งนี้ต้องเหนื่อยอีกมาก เสี่ยวเป่าราตรีสวัสดิ์นะ”
[ราตรีสวัสดิ์ขอรับ]
******************